Share

บทที่ 1 พันธสัญญาโลหิต

last update Last Updated: 2026-01-30 21:43:32

วันเวลา 7 วันแห่งความเสียใจได้ผ่านพ้นไปตอนนี้เด็กน้อยทั้งสองต่างกักขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมกินและไม่ยอมพบผู้ใดเอาแต่นอนร้องไห้อยู่ภายในนั้น

"อาเหมย อาอี้ พวกเจ้าทั้งสองเปิดประตูให้อาหน่อยได้หรือไม่ ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องพ่อของเจ้าแต่เจ้าจะทรมานตัวเองเช่นนี้ไม่ได้ถ้าพ่อของเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ได้รับรู้เรื่องนี้คงจะต้องเสียใจมากอย่างแน่นอน "

"ตอนนี้พวกข้ายังไม่หิวเจ้าค่ะ เดี๋ยวถ้าเกิดว่าพวกข้าหิวเมื่อไหร่จะออกไปทานเองเจ้าค่ะท่านอา"

"เช่นนั้นอาจจะไม่บังคับพวกเจ้าแต่ห้ามทรมานตัวเองเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่ "

"เจ้าค่ะท่านอา" ผู้นำตระกูลลู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยอมเดินออกมา

"เป็นเช่นไรบ้างทั้งสองคนยอมกินอะไรหรือไม่ "

"ทั้งสองคนไม่ยอมกินอะไรเลยแต่บอกว่าถ้าหิวเดี๋ยวออกมากินเองข้าก็จนใจไม่รู้จะบังคับยังไงแล้ว "

"ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารจริงๆเหลือกันแค่สองคนคนในตระกูลที่เหลือต่างพากันไปร่วมรบจนตัวตาย "

"เช่นนั้นเราต้องหาวิธีกระตุ้นทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนมีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ "

"แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีเล่าท่านอู่ "

"เด็กน้อยทั้งสองคนเสียคนในตระกูลไปในสงครามข้าว่าพวกเขาต้องอยากแก้แค้นแน่ ถ้าเราเอาเรื่องกองทัพที่อยู่ข้างนอกไปบอกกับพวกเขาพวกเจ้าคิดว่าเขาจะยอมออกมาวางแผนกับพวกเราหรือไม่ "

"แต่ถ้าทำเช่นนั้นมันจะยิ่งไม่ไปกระตุ้นความเสียใจของพวกเขาเลย"

"นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ เมื่อเขาเสียใจมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งอยากจะแก้แค้นมากเท่านั้น และการที่จะแก้แค้นได้ก็คือต้องมีชีวิตอยู่ "

"ความคิดนี้ไม่เลว งั้นพวกเราก็ไปบอกพวกเขาเรื่องนี้กัน "เมื่อผู้นำตระกูลทั้งหมดได้ตกลงกันแล้วก็ได้เดินทางไปที่ห้องของเด็กน้อยทั้งสองคน

"อาเหมย อาอี้ ลุงมีเรื่องสำคัญจะบอกกับพวกเจ้า ตอนนี้ใต้เท้าชิงกับครอบครัวและทหารทั้งหมดถูกตีแตกแล้ว แล้วตอนนี้พวกกองทัพของศัตรูกำลังจะบุกประชิดประตูเมืองพวกเราจะทำเช่นไรกันดีพวกเจ้าลองบอกลุงได้หรือไม่" ผู้นำตระกูลอู่ได้เอ่ยทั้งหมดออกมา

และเป็นไปตามที่ผู้นำตระกูลอู่ได้คาดการณ์เอาไว้ เมื่อเด็กน้อยทั้งสองคนได้ยินเช่นนั้นก็เปิดประตูออกมา

"ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปเริ่มวางแผนกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ " ชิงอี้ที่อยู่ในอาการอ่อนล้าเต็มทนได้เอ่ยออกมา

"ลุงว่าพวกเจ้าไปกินข้าวกันให้แข็งแรงก่อนแล้วค่อยเริ่มวางแผน เพราะถ้าเจ้าไปทั้งสภาพนี้ข้าไม่ยอม  "

"แต่พวกเราจะรอช้ากันอยู่ไม่ได้ชาวเมืองทั้งหลายต้องมาก่อน "

"แต่ถ้าเจ้าอยู่ในสภาพนี้ชาวเมืองทั้งหมดจะเป็นห่วงเจ้า หรือว่าข้าขอร้องพวกเจ้าทั้งสองคนไปกินข้าวกันก่อน "

"แต่ท่านลุงเจ้าค่ะ"

"อาอี้ไปกินข้าวกับพี่เถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าอยากแก้แค้นเพราะข้าก็อยากแก้แค้นแต่ถ้าเจ้าอยู่ในสภาพนี้คงมีแต่ไปตายเปล่า"

"แต่ท่านพี่"

"อาอี้ เชื่อพี่ไปกินข้าว "

"เจ้าคะ "เมื่อกล่าวจบ 2 คนพี่น้องก็ได้เดินจูงมือกันไปกินข้าวอย่างเร่งด่วน

"งั้นพวกเรามันเริ่มวางแผนกันเลยดีหรือไม่"

"ไปเชิญผู้นำตระกูลและคนในตระกูลใหญ่ทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่" ผู้นำตระกูลอู่ได้เอ่ยบอกกับคนในตระกูลตน

ใช้เวลาไม่นานผู้นำตระกูลแต่ละตระกูลรวมถึงคนในตระกูลก็ได้มารวมตัวกันที่นี่

"ขออภัยที่ต้องเรียกทุกท่านมาเร่งด่วนขนาดนี้"

"ไม่เป็นไรเจ้ามีแผนจะจัดการอย่างไร "

"ข้าขอถามทุกท่าน ไม่ทราบว่าแต่ละตระกูลมีสิ่งใดเหลือหรือไม่ "

"ถามว่ามีเหลือไหมมันก็มีเหลือ แต่จะพอใช้ใช้ได้หรือไม่นั้นพวกข้าก็ไม่อาจบอกได้ "

"ไม่เป็นไรขอแค่มีเหลือพวกเราก็ยังมีความหวังขอรับ แล้วทางตระกูลเว่ยเล่าขอรับไม่ทราบว่ามีกู่หรือสัตว์พิษเหลือหรือไม่ "

"กู่ที่พวกเรามีก็ใช้ไปทั้งหมดแล้วเหลือเพียงแค่สัตว์พิษที่ใช้ประโยชน์ไม่ค่อยได้ไม่กี่ร้อยตัว"

"มันก็มีเหลืออยู่ตัวนึงไม่ใช่หรือขอรับท่านพ่อที่อยู่ที่สุสานตระกูลเว่ยของเราเจ้าตัวนั้นไงขอรับ"

"เจ้าพูดอะไรของเจ้า!!! สัตว์ตัวนั้นแม้แต่บรรพบุรุษของเราที่เป็นผู้สร้างก็ยังไม่สามารถควบคุมมันได้ทำได้เพียงแค่ผนึกมันเอาไว้ ถ้าปลดมันออกจากผนึกเกรงว่าแม้แต่ชาวเมืองทั้งหมดก็คงจะตายด้วยพิษของมัน "

"มันเก่งกาจมากเลยใช่หรือไม่ "

"มันคือราชาของสัตว์พิษทุกชนิดบนโลกใบนี้มันสามารถกลายร่างเป็นสัตว์พิษชนิดใดก็ได้เพราะตอนสร้างมันนั้นบรรพบุรุษได้นำสัตว์มีพิษทุกชนิดที่จะสามารถหาได้นำมาสร้างมัน และไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สามารถที่จะสังหารมันได้ เพราะพวกเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเคยลองพยายามแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ "

"พาข้าไปหามัน "

"ไม่ได้ถ้าท่านที่เป็นคนนอกตระกูลไปจะตายทันทีเพราะไม่มีวิชาป้องกันพิษ "

"ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้มันคือทางเดียวที่จะทำให้พวกเราชนะได้ "

"แต่มันอันตรายถ้าท่านจะไปข้าขอไปนำมันออกมาเองดีกว่า"

"ข้าในฐานะบุตรของพ่อเมืองถ้าแค่นี้กลัวต่อไปจะดูแลเมืองแห่งนี้ยังไง ท่านลุงเว่ยท่านลองมองดูเถิดว่าตอนนี้มีวิธีใดที่จะสามารถรับมือกับมันได้ถ้าไม่ใช่เจ้าสิ่งนั้น ต่อให้มันจะอันตรายแค่ไหนก็ต้องลอง "

"แต่ท่านไม่ใช่คนของตระกูลเราท่านไม่ได้อาบน้ำพิษหรือดื่มกินพิษท่านจะไปในที่ที่มีพิษรุนแรงขนาดนั้นได้อย่างไร "

"ท่านลุงเว่ยไม่แน่ว่าข้ากับมันอาจจะมีวาสนาต่อกันก็ได้ใครจะไปรู้ เพราะท่านปู่เคยทำนายเอาไว้ว่าข้าจะได้มีสัตว์เลี้ยงเป็นราชาแห่งพิษอาจจะเป็นมันก็ได้ขอรับ"

"แต่มันอันตรายเกินไป "

"เว่ยชาง ให้อาอี้ไปเถอะมันอาจจะเป็นทางเดียวที่จะช่วยเมืองแห่งนี้ได้" เมื่อผู้นำตระกูลเว่ยได้ยินเช่นนั้นก็จนใจที่จะต่อต้านจึงได้นำยาถอนพิษทุกชนิดนำมามอบให้กับชิงอี้

"อาอี้ถ้าเจ้าเข้าไปที่นั่นแล้วรู้สึกว่าตัวเองโดนพิษให้ดื่มยานี้ทันทีเข้าใจหรือไม่ "

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลยดีหรือไม่จะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ "

"ได้ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเลย"

เมื่อกล่าวจบเว่ยชางก็ได้พาชิงอี้ไปที่สุสานประจำตระกูล เมื่อมาถึงก็ได้นำทางไปยังถ้ำที่ผนึกเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เอาไว้ และในตลอดเส้นทางที่เดิน ชิงอี้ไม่โดนพิษทำร้ายแม้แต่ปลายเส้นผมนั่นทำให้ผู้นำตระกูลเว่ยประหลาดใจเป็นอย่างมาก

เดินทางกันมาได้สักพักนึงก็มาถึงถ้ำสีดำขนาดไม่ใหญ่มากแต่เมื่อเดินเข้าไปข้างในนั้นกลับพบว่าภายในนั้นกว้างมหาศาลเป็นอย่างมาก และบนกำแพงนั้นก็มีแมงมุมและสัตว์มีพิษมากมายไตกันอยู่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

"เจ้าไม่ต้องแปลกใจไปเจ้าพวกนี้คือสิ่งที่เกิดมาจากความชั่วร้ายของมัน แต่ก็ไม่ต้องห่วงเพราะว่าที่นี่ถูกบรรพบุรุษผนึกเอาไว้พวกมันไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้ "

"เจ้าค่ะท่านลุง "เมื่อเดินมาจนถึงสุดทางถ้ำก็ได้พบเข้ากับสิ่งมีชีวิตประหลาดอยู่ภายในกรงขังที่แปะไปด้วยยันมากมาย

"เจ้าอย่าเข้าใกล้มันถ้าเจ้าเผลอมันอาจจะสังหารเจ้าแล้วกินเจ้าได้ "ผู้นำตระกูลเว่ยได้บอกอย่างเป็นห่วงแต่หารู้ไม่ว่าคนที่ตนคุยด้วยนั้นสติไม่อยู่กับตัวแล้ว

"จงสังเวยโลหิตมาแล้วข้าแล้วจะทำให้ความปรารถนาของเจ้าเป็นจริง "มันได้พยายามสื่อสารกับคนที่เข้ามาตนเพราะมันไม่อยากถูกขังอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว แต่ทุกคนที่เข้ามาไม่มีใครได้ยินเสียงของมันเลย

"เจ้าพูดจริงใช่หรือไม่ถ้าข้ามอบเลือดให้เจ้าเจ้าจะทำตามความปรารถนาของข้าเป็นจริง "

"เจ้าได้ยินในสิ่งที่ข้าพูดอย่างนั้นหรือ ดีประเสริฐยิ่งนัก ใช่ถ้าเจ้ามอบเลือดของเจ้าให้กับข้านั่นคือการทำพันธสัญญาระหว่างเจ้ากับข้าไม่ว่าจะใช้ข้าทำอะไรข้าก็ไม่สามารถขัดคำสั่งเจ้าได้เจ้าตกลงหรือไม่ "

"แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าจะไม่โกหก "

"นั่นก็ขึ้นอยู่กับตัวของเจ้าเองว่าจะคิดเช่นไร"

"อาอี้เจ้าเป็นอะไรก็ตอบลุงหน่อยได้หรือไม่" ผู้นำตระกูลเว่ยพยายามเรียกเพื่อทำให้อีกฝ่ายเตือนสติ เพราะตอนนี้ไม่สามารถจับตัวของอีกฝ่ายได้เพราะตัวของฝ่ายนั้นร้อนดั่งเปลวเพลิง

"ได้ข้าตกลง แต่เจ้าต้องช่วยข้าแก้แค้นให้ข้าและข้าได้เตรียมอาหารไว้ให้เจ้าข้างนอกแล้ว "

"เจ้าหมายความว่าอย่างไรว่าเจ้าเตรียมอาหารไว้ให้ข้าแล้ว "

"สิ่งมีชีวิตเช่นพวกเจ้าถ้าให้ข้าเดา คงต้องอาศัยดื่มกินเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิต แล้วตอนนี้ข้างนอกได้มีทหารของศัตรูอยู่มากมายทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตหลายแสนศพ เจ้าคงจะพอใจ"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ ข้าขอ บอกเจ้าไว้ตรงนี้เดิมทีถ้าคิดจะหลอกเจ้าเพื่อที่จะดื่มกินเลือดของเจ้าแล้วปล่อยให้ร่างตายตรงนี้ แต่ตอนนี้ข้าคิดใหม่แล้ว จะทำสัญญากับเจ้าจริงๆ"

"ถ้าเช่นนั้นข้าต้องทำอย่างไร"

"ไม่ยากเจ้าแค่เพียงกรีดเลือดที่ฝ่ามือหรือที่ใดก็ได้แล้วเอามาให้ข้าดื่มแล้วเจ้าก็ต้องดื่มเลือดของข้าเช่นกัน แต่การที่จะทำเช่นนี้เจ้าจะต้องทุกข์ทรมานอย่างมหาศาลเจ้าตกลงหรือไม่ "

"ขอแค่ข้าไม่ตายไม่ว่าอะไรข้าก็ทำได้ "

"ดี ถ้าเช่นนั้นพวกเรามันเริ่มกันเลยข้าและลูกๆของข้าหิวเต็มทีแล้ว ''

"แต่เจ้าต้องตกลงกับข้าก่อนว่าถ้าเจ้าออกไปแล้วจะไม่ทำร้ายคนของฝั่งเราเอง "

"เมื่อทำพันธะกันแล้วข้าก็เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงของเจ้าถ้าเจ้าไม่สั่งข้าก็ไม่สามารถที่จะทำเองได้และเจ้าไม่ต้องห่วงลูกๆของข้าก็จะเชื่อฟังเจ้าเช่นกัน "

"ดีถ้าเช่นนั้นพวกเรามันเริ่มกันเถอะ "

เมื่อกล่าวจบร่างบางก็ได้เดินเข้าไปที่กรงเรื่อยๆโดยที่ไม่มีใครสามารถที่จะเข้าใกล้หรือห้ามได้เลย 

"ท่านพ่อพวกเราจะทำอย่างไรกันดี เราเข้าใกล้หรือสัมผัสเขาไม่ได้เลยถ้าเป็นแบบนี้เขาจะต้องตายแน่ๆ"

"พ่อก็หมดหนทางแล้วเหมือนกันแล้วเหตุใดเขาถึงไร้ซึ่งสติเช่นนี้ "

"หรืออาจจะเป็นสิ่งนั้นควบคุมจิตใจเขา"

'' พ่อก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น''

"แล้วเรามีหนทางที่จะช่วยเขาได้หรือไม่"

"ไม่มีทางใดที่จะช่วยได้ แต่พ่อว่าเราไม่ต้องห่วงเขาหรอกเพราะคิดว่ายังไงเขาก็ไม่ตาย เผลอๆอาจจะได้เจ้าตัวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงก็ได้ใครจะไปรู้"

"พ่อหมายความว่ายังไงขอรับ "

"ตามที่บรรพบุรุษผู้สร้างมันขึ้นมาได้จดบันทึกเอาไว้เกี่ยวกับมันก็คือ ถ้ามันสื่อสารกับใครได้แล้วถ้าตกลงทำพันธสัญญาโลหิตกับมันได้มันจะเป็นทาสรับใช้ของคนผู้นั้นไปจนตาย"

"ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าชิงอี้กับมันกำลังจะทำพันธสัญญาโลหิตกันเช่นนั้นเลย"

"พ่อคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น เราอย่าไปกวนพวกเขาเลย "

เมื่อกล่าวจบผู้นำตระกูลเว่ยก็ได้พาคนในตระกูลออกมาจากอาณาเขตของกรงเพื่อที่จะไม่เป็นการรบกวนของร่างบาง

"เจ้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่ "

"ข้าพร้อมแล้ว "

เมื่อกล่าวจบร่างบางก็ได้หยิบมีดขึ้นมาแล้ว กรีดไปที่ฝ่ามือพร้อมยื่นเข้าไปข้างในกรง

"หึ หึ หึ แล้วข้าจะไม่ทำให้เจ้าเสียใจที่เจ้าเลือกข้า" เมื่อกล่าวจบสิ่งมีชีวิตตนนั้นก็ได้กลายเป็นหนอนสีทองพร้อมทั้งกระโดดขึ้นไปที่ฝ่ามือเพื่อดื่มเลือดหนอนสีทองดื่มเลือดไปสักพักก็ได้หยุดแล้วกลายเป็นร่างของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือตัวอะไรแล้วได้ทำการรีดเลือดออกมา

"ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้ตรงนี้ถ้าเจ้าดื่มเลือดของข้าเข้าไปแล้วเจ้าจะเจ็บปวดทุกข์ทรมานเป็นอย่างมากเจ้าพร้อมหรือไม่"

"เรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้วจะไม่พร้อมได้ยังไง "

เมื่อกล่าวจบชิงอี้ ก็ได้ดื่มเลือดที่อยู่ตรงหน้าของตนทันทีแล้วทันใดนั้นภายในร่างกับรู้สึกเหมือนมีสิ่งมีชีวิตนับล้านตัววิ่งอยู่ภายใน

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก "

ชิงอี้นางได้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดทุกข์ทรมานแล้วดิ้นไปมาราวกับกำลังจะตายแล้ว.........................

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปโปรดติดตามตอนตอบไป

เป็นยังไงบ้างครับสนุกไหมครับถ้าสนุกก็ขอฝาก comment เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับขอบคุณครับ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 2 กวาดล้างศัตรูที่เหลือ

    ชิงอี้ได้กรีดร้องไปได้สักพักก็สงบลงพร้อมทั้งหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อย "เสร็จแล้วใช่หรือไม่""เสร็จแล้วขอรับนายท่าน นับตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะเป็นข้ารับใช้ของท่านไปจนตาย" "เจ้าเคยบอกว่าเจ้าสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษใช่หรือไม่ "" ใช่ขอรับเลยท่านข้านั้นสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษ และยังสามารถควบคุมสัตว์มีพิษได้ทุกชนิด""ถ้าเช่นนั้นเจ้าแปลงร่างเป็นสิ่งใดก็ได้ที่ข้าสามารถขี่เจ้าได้""รับบัญชานายท่าน " เมื่อกล่าวจบสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้กลายร่างเป็นแมงมุมขนาดใหญ่เท่ากับม้ายืนอยู่เบื้องหน้าของชิงอี้ แล้วใช้ขาของตนนั้นทำเป็นบันไดให้ร่างกายเดินขึ้นไปข้างบนได้ง่ายๆ "ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้เจ้าเลยเจ้าอยากมีชื่อว่าอะไร""แล้วแต่นายท่านจะตั้งชื่อให้เลยขอรับตัวข้านั้นสามารถใช้ชื่ออะไรก็ได้""ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าชื่อว่า ตู๋ชง ก็แล้วกันมันน่าจะเหมาะกับเจ้าดี ""จะชื่ออะไรก็ช่างตอนนี้พาข้าไปกินอาหารที่ท่านเตรียมเอาไว้ให้ก่อนดีกว่า""ได้ เจ้าพาลูกๆของเจ้าไปด้วยก็ได้เพราะถ้าเจ้าคนเดียวข้าเกรงว่าจะจัดการยาก เพราะที่ยังมีชีวิตอยู่มีเกือบหมื่นคน เอาลูกของเจ้าไปช่ว

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 1 พันธสัญญาโลหิต

    วันเวลา 7 วันแห่งความเสียใจได้ผ่านพ้นไปตอนนี้เด็กน้อยทั้งสองต่างกักขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมกินและไม่ยอมพบผู้ใดเอาแต่นอนร้องไห้อยู่ภายในนั้น "อาเหมย อาอี้ พวกเจ้าทั้งสองเปิดประตูให้อาหน่อยได้หรือไม่ ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องพ่อของเจ้าแต่เจ้าจะทรมานตัวเองเช่นนี้ไม่ได้ถ้าพ่อของเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ได้รับรู้เรื่องนี้คงจะต้องเสียใจมากอย่างแน่นอน ""ตอนนี้พวกข้ายังไม่หิวเจ้าค่ะ เดี๋ยวถ้าเกิดว่าพวกข้าหิวเมื่อไหร่จะออกไปทานเองเจ้าค่ะท่านอา""เช่นนั้นอาจจะไม่บังคับพวกเจ้าแต่ห้ามทรมานตัวเองเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่ ""เจ้าค่ะท่านอา" ผู้นำตระกูลลู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยอมเดินออกมา"เป็นเช่นไรบ้างทั้งสองคนยอมกินอะไรหรือไม่ ""ทั้งสองคนไม่ยอมกินอะไรเลยแต่บอกว่าถ้าหิวเดี๋ยวออกมากินเองข้าก็จนใจไม่รู้จะบังคับยังไงแล้ว ""ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารจริงๆเหลือกันแค่สองคนคนในตระกูลที่เหลือต่างพากันไปร่วมรบจนตัวตาย ""เช่นนั้นเราต้องหาวิธีกระตุ้นทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนมีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ ""แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีเล่าท่านอู่ ""เด็กน้อยทั้งสองคนเสียคนในตระกูลไปในสงครามข้าว่าพวกเขาต้องอยากแก้แค้นแน่ ถ้

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทนำ จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง

    ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากได้มีชายชราคนหนึ่งนิมิตรเรื่องราวในอนาคตได้ ได้นิมิตเห็นไฟสงครามที่ใกล้เข้ามายังเมืองของตน ในเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเรียกประชุมเหล่าตระกูลใหญ่และขุนนางทั้งหมดของเมืองว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ยังไง "ผู้อาวุโสอูลาเร่อปา ท่านเรียกพวกเรามารวมตัวกันแต่เช้าเช่นนี้มีเรื่องราวอันใดหรือ" ผู้นำตระกูลอู่ได้เอ่ยขึ้นมาอย่างงัวเงีย "ข้าได้นิมิตเห็นบางอย่างที่มันน่ากลัว" เมื่อชายชรากล่าวจบภายในห้องประชุมต่างก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบสงบ "เมื่อกี้ท่านบอกว่าท่านนิมิตหรือ ท่านนิมิตได้ถึงเหตุการณ์ใดผู้อาวุโสอูลาเร่อปาโปรดรีบกล่าวออกมา" ผู้นำตระกูลเปาได้เอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบเพราะไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเร่อปาน่าลานิมิตแม่นขนาดไหน"ข้าได้นิมิตเห็นว่าภายในอีก 5 ปีเมืองของเรานี้จะถูกรุกรานจากแคว้นอู๋ตี้ จนทำให้ชาวเมืองทั้งหมดบาดเจ็บล้มตายกันไปเกินครึ่ง โดยที่คนจากวังหลวงไม่มาช่วยเราแม้แต่คนเดียว ""แล้วพวกเราจะทำเช่นไรกันดี ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าคนจากแคว้นอู๋ตี้มีจำนวนกี่คน ""จากที่ข้าเห็นในนิมิตมีมากกว่า 3 แสนคน" เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็นั่งเงียบเพราะคิดไม่ออกว่

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   แนะนำเรื่อง

    สวัสดีครับนิยายเรื่องนี้แต่งโดยจินตนาการของผู้เขียนไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน อ่านเพื่อความสนุกเท่านั้นงดดราม่าทุกกรณีครับนิยายเรื่องนี้เป็นแนวการเมือง สงคราม แนวชิงรักหักสวาทในวังหลวง และขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า นิยายเรื่องนี้ดราม่าเป็นอย่างมากครับ ถ้าใครกลัวตับพังขอให้รักษาตับตัวเองก่อนค่อยเข้ามาอ่านครับและก็ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่านิยายเรื่องนี้ไม่มีพระเอกนางเอกมีเพียงแค่ตัวละครหลักเท่านั้น สปอยเนื้อเรื่อง"ทหาร!!! ลากตัวคนแพศยานี่ออกไปให้พ้นทางข้า!! "ฮ่องเต้ของแคว้นตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด "พวกเจ้าไม่ต้องมาจับตัวข้าพวกเจ้าก็รู้ว่าข้าคือผู้ใดต่อให้พวกเจ้าทั้งหมดรุมข้าก็อย่าหวังว่าจะแตะต้องได้แม้แต่เพียงปลายเล็บ" ฮองเฮาได้เชิดหน้าแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง เมื่อเหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก"พวกเจ้าออกไปให้หมดถ้าต้องการคุยกับฝ่าบาทเพียงลำพัง" ฮองเฮาได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและเยือกเย็นเมื่อเหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็พาทำการคารวะแล้วรีบวิ่งออกไปทันที "ฝ่าบาทข้าว่าพวกเรามาคุยกันให้จบภายในวันนี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status