Home / รักโบราณ / ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน / บทนำ จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง

Share

บทนำ จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง

last update Last Updated: 2026-01-26 22:21:58

ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากได้มีชายชราคนหนึ่งนิมิตรเรื่องราวในอนาคตได้ ได้นิมิตเห็นไฟสงครามที่ใกล้เข้ามายังเมืองของตน ในเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเรียกประชุมเหล่าตระกูลใหญ่และขุนนางทั้งหมดของเมืองว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ยังไง

"ผู้อาวุโสอูลาเร่อปา ท่านเรียกพวกเรามารวมตัวกันแต่เช้าเช่นนี้มีเรื่องราวอันใดหรือ" ผู้นำตระกูลอู่ได้เอ่ยขึ้นมาอย่างงัวเงีย

"ข้าได้นิมิตเห็นบางอย่างที่มันน่ากลัว" เมื่อชายชรากล่าวจบภายในห้องประชุมต่างก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบสงบ

"เมื่อกี้ท่านบอกว่าท่านนิมิตหรือ ท่านนิมิตได้ถึงเหตุการณ์ใดผู้อาวุโสอูลาเร่อปาโปรดรีบกล่าวออกมา" ผู้นำตระกูลเปาได้เอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบเพราะไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเร่อปาน่าลานิมิตแม่นขนาดไหน

"ข้าได้นิมิตเห็นว่าภายในอีก 5 ปีเมืองของเรานี้จะถูกรุกรานจากแคว้นอู๋ตี้ จนทำให้ชาวเมืองทั้งหมดบาดเจ็บล้มตายกันไปเกินครึ่ง โดยที่คนจากวังหลวงไม่มาช่วยเราแม้แต่คนเดียว "

"แล้วพวกเราจะทำเช่นไรกันดี ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าคนจากแคว้นอู๋ตี้มีจำนวนกี่คน "

"จากที่ข้าเห็นในนิมิตมีมากกว่า 3 แสนคน" เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็นั่งเงียบเพราะคิดไม่ออกว่าจะทำสิ่งใดกันดี

"ข้ามีความคิดนึงอยากจะเสนอเจ้าค่ะคุณปู่ "

"เจ้าเข้ามาได้ยังไงกันเหมยเอ๋อ อี้เอ๋อ ที่นี่ผู้ใหญ่กำลังประชุมกันอยู่พวกเจ้ากลับไปรอพ่อที่จวนก่อน "

"ท่านเจ้าเมืองชิงชิว ข้าว่าให้พวกเขาลองเสนอความคิดดูก็ไม่เสียหายอันใดเพราะเด็กทั้งสองนี้มีความคิดที่เฉลียวฉลาดมาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่แน่พวกเขาอาจจะเสนอทางออกที่ดีให้เราได้ "ผู้นำตระกูลเว่ยได้กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"นั่นสิพี่ชิงหลานๆของข้านั้นล้วนแล้วแต่เป็นเด็กฉลาดลองฟังสักนิดหน่อยก็คงไม่เป็นอะไรหรอก "ผู้นำตระกูลลู่ได้เอ่ยออกมา

"ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็ลองเอ่ยความคิดของพวกเจ้าออกมาให้พ่อฟังหน่อยซิ "

"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ ขอบคุณทุกคนเจ้าค่ะที่ให้พวกเราพูด ความคิดของลูกและน้องนั้นคือ ให้พวกเราเสริมกำแพงเมืองด้วยเหล็ก ท่านพ่อโปรดฟังลูกให้จบก่อนค่อยเอ่ยแย้ง" ชิงเหมยได้เอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าพ่อของตนกำลังจะเอ่ยแทรก

"ขอบคุณเจ้าค่ะ ที่ลูกได้เอ่ยเช่นนี้ก็เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเราเพิ่งค้นพบเหมืองเหล็กอีกหลายเหมืองเลยไม่ใช่หรือเจ้าคะ ในเวลาอีก 5 ปีก่อนที่ทางแคว้นอู๋ตี้จะยกทัพมาถึงพวกเราก็หลอมเหล็กเป็นแผ่นไม่หนาไม่บางมากแล้วเอามาประกบเสริมกำแพงเมือง ให้รอบเมืองของเราเช่นนี้จะทำให้อีกฝ่ายทำลายกำแพงเราได้ยากขึ้น เดิมทีน้องนั้นได้บอกกับลูกว่าให้สร้างกำแพงใหม่จากเหล็กทั้งหมดเลย แต่ลูกนั้นคิดว่าถ้าทำเช่นนั้นเหมืองแร่ของเราคงไม่พอ จึงเสนอความคิดว่าให้หลอมเหล็กเป็นแผ่นแล้วเอามาตอกยึดกับกำแพงเอาไว้เช่นนี้จะดีกว่าเจ้าค่ะ "

"ความคิดของเจ้านี้ไม่เลวเลย ถ้าทำเช่นนั้นต่อให้อีกฝ่ายมีกองกำลังมากขนาดไหนก็ยากที่จะทำลายกำแพงเมืองแล้วเข้ามาได้ พวกเราอาจจะให้ชาวบ้านหลบหนีออกจากเมืองได้ทันก่อนกำแพงแตกพอดี "

"แต่ลูกคิดว่าให้ชาวเมืองไปหาทำเลสร้างบ้านเอาไว้บนภูเขาตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าเจ้าค่ะ เพราะถ้ารอให้จนกว่าสงครามมาถึงลูกเกรงว่าอาจจะไม่ทัน "

"นั่นสิเหตุใดข้าจึงคิดเช่นนี้ไม่ออก แล้วเจ้าเล่าอาอี้ เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง"

"หลานคารวะท่านอาลู่ หลานได้ออกไปสำรวจชัยภูมิของที่นี่มาแล้ว หลานได้มีความคิดว่าก่อนที่จะมาถึงเมืองของเรา มันได้มีช่องหน้าผาอยู่หลานเลยคิดว่าถ้าฝั่งศัตรูจะเดินทางมายังเมืองของเราต้องผ่านเส้นทางนั้น หลานจึงมีความคิดว่าถ้าเราทำกับดักเอาไว้ตรงช่องเขานั้นอาจจะทำให้ลดทอนศัตรูลงไปได้ไม่มากก็น้อยขอรับ" ชิงอี้ได้กล่าวออกมาอย่างหมายมั่น

"ทำกับดักหรอ แล้วพวกเราจะทำกับดักอันใดกันดี "

"หลานมีความคิดว่าการทำกับดักครั้งนี้ต้องขอพึ่งทางตระกูลอู่ ตระกูลเปาและตระกูลเว่ยแล้วเจ้าค่ะ "

"หมายความว่าเช่นไร"

"ที่หลานบอกว่าต้องพึ่งทางตระกูลอู่นั่นก็เพราะทางตระกูลอู่เชียวชาญเรื่องระเบิดและดินปืน หลานจึงคิดว่าให้ทางตระกูลอู่เตรียมระเบิดกับดินปืนเอาไว้ให้เยอะๆเมื่อใกล้ถึงสงครามให้นำดินปืนและระเบิดทั้งหมดเอาไปติดตั้งที่เชิงหน้าผาและตามหน้าผาทั้งหมด เมื่อศัตรูเข้ามาในระยะที่ต้องการให้ทำการจุดชนวนระเบิดเจ้าค่ะ"

"ได้ข้าจะกลับไปสั่งให้คนในตระกูลทำระเบิดและดินปืนเตรียมเอาไว้ให้เจ้า "

"แล้วส่วนที่พึ่งตระกูลเปา เพราะตระกูลเปาเชียวชาญเรื่องเครื่องหอมและสมุนไพร หลานเลยคิดว่าให้ทางตระกูลเปาเตรียมเครื่องหอมที่เป็นพิษที่รุนแรงเอาไว้ให้มากเมื่อตะกูลอู่ระเบิดหน้าผาให้ทางตระกูลเปาโยนเครื่องหอมที่เป็นพิษลงไปข้างใต้เพื่อที่จะให้เหล่าทหารของฝ่ายตรงข้ามตายด้วยพิษเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าทางตระกูลเปามีเครื่องหอมที่เป็นพิษหรือไม่ "

"แน่นอนย่อมมีอยู่แล้ว เดี๋ยวข้าจะกลับไปให้คนที่ตระกูลปรุงเครื่องหอมปลิดวิญญาณเอาไว้ให้มากๆเมื่อถึงเวลาจะได้นำมาใช้ได้เลย "

"แล้วหลานนั้นจะขอให้ตระกูลเว่ยที่เชียวชาญเรื่องกู่และแมลงพิษ ให้เตรียมทั้งสองสิ่งเอาไว้ให้มากๆเมื่อทั้งสองตระกูลเริ่มโจมตีให้ปล่อยแมลงพิษที่เป็นมีปีกลงไปก่อนแล้วค่อยให้ท่านปล่อยกู่ลงไปทีหลังขอรับ ท่านเสียดายหรือไม่ถ้าเสียดายก็ไม่เป็นไรขอรับ "

"เสียดายบ้าบออะไรกัน เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของข้าต่อให้ใช้ทั้งชีวิตพวกข้าก็ไม่กลัว "

"เจ้าเมืองชิงชิว บุตรของท่านนั้นช่างเก่งกาจและเป็นนักวางแผนเสียจริง "

"ทุกท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว "

"กล่าวชมเกินไปอันใดที่ข้าเห็นมีแต่เรื่องจริงในเมืองนี้มีบ้านไหนบ้างเล่าที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากลูกของท่านทั้งสองคนนี้" เมื่อกล่าวจบทุกคนก็ได้หัวเราะออกมาอย่างโล่งใจที่ตนสามารถมีแผนรับมือได้แล้ว

"ถ้าลูกขออยากจะเสนอความคิดอีกสักอย่างนึงได้หรือไม่เจ้าค่ะทุกท่าน "

"ไหนเจ้าลองพูดซิว่าอยากเสนออะไร "

"ลูกอยากเสนอให้ที่ประตูเมืองของเรานั้นให้หลอมเหล็กแผ่นใหญ่นำมาขวางประตูเอาไว้ในยามสงครามเจ้าค่ะ "

"เพราะเหตุใดถึงต้องเอาเหล็กแผ่นหนา "

"เพราะถ้าใช้เหล็กแผ่นบางลูกเกรงว่าพวกเขาอาจจะสามารถทำลายได้ง่ายเกินไป ลูกเลยคิดว่าถ้าศัตรูบุกมาประชิดเมืองพวกเราอาจจะต้านไวไม่ทัน แต่ถ้าเราทำเหล็กแผ่นใหญ่ขึ้นมาขวางไว้ที่ประตูก่อนที่จะพวกศัตรูเข้ามาถึงเกรงว่ากว่าจะทำลายได้พวกเราคงออกไปหมดทั้งเมืองแล้วเจ้าค่ะ"

"แล้วความใหญ่ของเหล็กที่เจ้าต้องการอยากได้ใหญ่ขนาดไหน "

"ลูกต้องการความหนา 1 ศอกเจ้าค่ะท่านพ่อ"

"เจ้าใช้ขนาดนั้นแล้วมันจะพอสร้างกำแพงหรือ "

"ลูกก็คิดเช่นนั้นเลยมีความคิดอีกอย่างหนึ่งก็คือให้ใช้เหล็กผสมกับหินใช้อัตรา 1 ต่อ 3 เจ้าค่ะท่านพ่อถ้าเช่นนี้ก็อาจจะพอ "

"ได้ถ้าเช่นนั้นพวกเรารีบลงมือกันตั้งแต่วันนี้เลยเพราะกว่าจะเสร็จเกรงว่าอาจจะไม่ทันกัน "

"แล้วเรื่องนี้ต้องบอกกับชาวบ้านหรือไม่ "

"พวกข้าคิดว่าสมควรที่จะบอกเพราะให้ชาวบ้านร่วมมือช่วยกันสร้างกับดักและหลอมเหล็กทั้งหมดของเรา "

เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งหมดจึงแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตน

"ชิงอี้ เจ้าถือว่าเป็นลูกรักที่สุดของพ่อ พ่อจะถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านทางทหารทั้งหมดให้แก่เจ้าเพราะพ่อรู้สึกว่าในสงครามครั้งนี้พ่ออาจจะไม่รอด "

"เหตุใดท่านพ่อถึงพูดเช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรพวกเราทุกคนจะต้องได้อยู่พร้อมหน้ากันอย่าเอ่ยเช่นนี้อีกได้หรือไม่เจ้าค่ะท่านพ่อถือว่าลูกขอ "

"ได้พ่อจะไม่เอ่ยอีกแต่เจ้าต้องเรียนรู้ทุกอย่างจากพ่อแล้วห้ามปฏิเสธเข้าใจหรือไม่ "

"เจ้าค่ะท่านพ่อ "

"ดีถ้าเช่นนั้นก็เริ่มศึกษาตั้งแต่พรุ่งนี้เลย แล้วเจ้าไม่ต้องห่วงพี่ของเจ้าพ่อจะให้นางไปเรียนรู้กลยุทธ์และการวางแผนทั้งหมดจากแม่ของเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง "

"เจ้าค่ะ "

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ชิงอี้และชิงเหมยได้ศึกษาและเรียนรู้ทั้งหมดที่พ่อและแม่ได้สอนรวมถึงพี่ๆและผู้นำตระกูลคนอื่นๆ และบัดนี้เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปแล้ว 5 ปี ตอนนี้กองทัพของแคว้นอู๋ตี้บุกเข้ามาที่ช่องเหวที่ชิงอี้และทุกคนได้วางกับดักเอาไว้แล้ว

"ทุกท่านรอฟังสัญญาณจากข้าถ้าข้าบอกให้จุดเมื่อไหร่ขอให้ทุกท่านจุดชนวนระเบิดทันที "

"ขอรับนายน้อย "

ชิงอี้นางไม่ได้กล่าวอันใดออกมาได้แต่มองกองทัพขนาดใหญ่ค่อยๆเดินผ่านทางช่องเหวไปอย่างช้าๆจนกองทัพทั้งหมดผ่านมาได้ครึ่งนึงแล้วนางก็ได้ส่งสัญญาณให้จุดชนวนทันที

"ทุกคนจุดระเบิดได้!!!!" เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ทำการจุดระเบิดทันที

ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งช่องเหวตอนนี้ทางเข้าและทางออกของช่องเหวถูกปิดเอาไว้ด้วยก้อนหินมหาศาล

"ตระกูลเปา ปล่อยเครื่องหอมพิษลงไปเลยเอาให้ทั่วทั้ง 3 ส่วน ตระกูลเว่ยพวกท่านปล่อยสัตว์พิษได้เลย" เมื่อทั้งสองตระกูลได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มปล่อยทันที ทำแบบนี้ซ้ำๆจนเวลาผ่านไป 1 วัน 1 คืนกองทัพขนาดใหญ่บัดนี้ไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

"ทุกท่านตอนนี้ยังมีสิ่งใดเหลือหรือไม่ "

"กราบเรียนเจ้าเมืองน้อยในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดเหลือแล้ว "

"เราจะทำเช่นไรดีนี่แค่ส่วนแรกของทุกอย่างที่เตรียมมาในตลอด 5 ปีก็ไม่เหลือแล้ว "

"รายงาน!!!!!!! ทางหน่วยสอดแนมส่งข่าวมาว่าตอนนี้มีอีกกองทัพกำลังเดินทางมา ที่นี่ขอรับพวกเราจะทำเช่นไรดี "

"ทางหน่วยสอดแนมสามารถประเมินได้หรือไม่ว่ากองทัพที่มาครั้งนี้มีจำนวนกี่คน "

"เรียนท่านเจ้าเมืองทางหน่วยสอดแนมได้บอกมาว่าจากการที่ประเมินด้วยสายตาน่าจะมีอยู่ราวๆ 100,000 คนขอรับ" เมื่อได้ยินเช่นนี้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็นั่งเครียดกันไปตามๆกันว่าจะทำเช่นไรต่อดี

"เร่งให้ทุกคนกลับเข้าเมืองและให้ชาวบ้านทั้งหมดขึ้นไปยังที่หลบภัยบนภูเขา ถ้าไม่มีคำสั่งจากข้าห้ามลงมา แล้วไปบอกพวกที่ประจำการที่อยู่ตามหน้าผาให้กลับเข้าเมืองห้ามออกมาแม้แต่ก้าวเดียวรวมถึงลูกของข้าทั้งสองคนด้วย"

"ท่านพ่อท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้ ปล่อย!!! ข้าบอกให้ปล่อย!!! ได้ยินหรือไม่ข้าจะไปหาท่านพ่อของข้า !!! "

"ห้ามปล่อยนำตัวไปไว้ที่จวนขังเอาไว้กับพี่สาวของนาง เมื่อทุกคนกลับเข้าเมืองแล้วให้ปล่อยแผ่นเหล็กลงมากั้นประตูไว้ไป!!!!! ตัวของข้าพร้อมเหล่าทหารอีกหมื่นนายจะขอสู้จนตัวตายเพื่อบ้านเมือง "

"ท่านพี่ถ้าท่านจะไปข้าขอไปพร้อมกับท่าน"

"ฮูหยิน "

"ท่านไม่ต้องกล่าวอันใดแล้วข้ากับท่านพวกเราสองคนเป็นสามีภรรยากันถ้าท่านเป็นอะไรตัวข้าก็คงไม่อาจอยู่ได้ "

"ท่านพ่อท่านแม่พวกลูกขอร่วมรบครั้งนี้ด้วย"

"ไม่ได้ถ้าพวกเราไปกันหมดแล้วใครจะดูแลน้องๆของพวกเจ้า "

"ตระกูลของเราคือตระกูลนักรบทั้งสายเลือดถ้าหากให้พวกข้าอยู่แต่ภายในกำแพงเมืองข้าคงตรอมใจตาย สู้ออกมาตายที่สนามรบเพื่อบ้านเกิดยังจะดีเสียกว่า "

"พวกเราคนตระกูลอูลาเร่อปาทั้งหมดขอร่วมสงครามในครั้งนี้ด้วยไม่ว่าจะเป็นหรือตายพวกเราจะขออยู่ข้างท่านเจ้าเมืองและฮูหยินไปจนตายขอรับ/เจ้าค่ะ " เหล่าข้ารับใช้และบริวารทั้งหมดได้เอ่ยออกมาพร้อมกัน

"ถ้าพวกเจ้าทำเช่นนั้นลูกๆของข้าที่เหลืออยู่จะเป็นเช่นไร "

"นายท่านไม่ต้องกังวลข้างกายของคุณหนูทั้งสองนั้นได้มีองครักษ์คู่กายอยู่แล้วขอรับ"

"ถ้าพวกเจ้าตัดสินใจเช่นนี้แล้วก็ดี ไปเปลี่ยนชุดเลือกอาวุธให้พร้อมพวกเราจะออกไปตั้งด่านนอกกำแพงเมือง ข้าจะให้พวกเจ้าทั้งหมดตัดสินใจอีกครั้งเพราะการไปครั้งนี้คือการไปและไม่ได้กลับมาอีกเลยพวกเจ้ายังจะไปอีกหรือไม่!!!! "

"ต่อให้บุกน้ำลุยไฟหรือว่าเป็นตายยังไงพวกเราขอตายเพื่อปกป้องบ้านเมืองของพวกเรา!!!!!" เหล่าทหารทั้งหมดได้ตะโกนออกมาอย่างองอาจ

"ดีถ้าเช่นนั้นจงไปบอกลาคนที่บ้านและเตรียมตัวให้พร้อมอีก 2 วันพวกเราจะออกไปอยู่นอกกำแพงเมืองและทำการตัดโซ่ปล่อยแผ่นเหล็กลงมาปิดประตูเมืองไว้หลังจากนี้จะไม่สามารถกลับเข้าไปในเมืองได้อีกเลย "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหล่าทหารทั้งหมดก็ได้เดินทางไปบอกลาคนที่บ้านของตนว่าจะสละชีพเพื่อช่วยเหลือชาวเมืองทุกคน

"ท่านพ่อท่านทำเช่นนี้กับพวกเราได้ยังไง พวกท่านทั้งตระกูลจะไปตายอยู่นอกกำแพงเมืองแต่ขังพวกเราสองคนพี่น้องไว้ที่นี่ท่านไม่เห็นพวกเราเป็นลูกของพวกท่านแล้วหรือเป็นคนในตระกูลของพวกท่านแล้วใช่หรือไม่!!!! "ชิงอี้นางได้ตะโกนออกมาพร้อมทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้น

"พ่อรักลูกเสมอคนทั้งตระกูลรักลูกเสมอจึงต้องทำเช่นนี้ พ่อคือพ่อเมืองแห่งนี้ถ้าพ่อเมืองไม่ดูแลเมืองจะสมควรเป็นได้อย่างไร แล้วที่พ่อทำกับลูกเช่นนี้เพราะในอนาคตตระกูลอูลาเร่อปาของเราต้องมีผู้สืบทอดเข้าใจหรือไม่ จงฟังพ่อให้ดีต่อแต่นี้เป็นต้นไปพวกเจ้าสองคนพี่น้องต้องรักกันให้มากๆเพราะจะไม่เหลือใครในครอบครัวอีกแล้ว" เมื่อกล่าวจบผู้เป็นพ่อก็ได้เดินออกไปโดยไม่สนใจเสี่ยงเรียกและเสียงร้องไห้ของลูกๆของตน

"พวกเจ้าทั้งหมดเตรียมตัวพร้อมแล้วใช่หรือไม่ถ้าพร้อมแล้วออกไปนอกกำแพงเมืองได้!!! "เมื่อกล่าวจบทหารทั้งหมดก็ได้ขานรับแล้วพากันวิ่งออกไปตั้งขบวนทัพที่นอกกำแพงเมือง และเมื่อทุกคนได้ออกไปหมดแล้วเจ้าเมืองชิงก็ได้สั่งการให้ตัดโซ่ปล่อยแท่งเหล็กขนาดใหญ่ให้ร่วงลงมาปิดหน้าประตูเมืองไว้ ออกมาจากเมืองได้ไม่นานกองทัพของฝั่งศัตรูก็ได้บุกมาถึง

"เป็นเกียรติยิ่งนักไม่คิดว่าท่านเจ้าเมืองชิงออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง "

"จักรพรรดิแห่งแคว้นอู๋ตี้เดินทางมาทั้งทีจะไม่ออกมาต้อนรับได้อย่างไร "

"ข้าไม่อยากจะสังหารพวกเจ้าจงยอมสวามิภักดิ์ซะข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าทั้งหมดและดูแลชาวเมืองอย่างดี "

"ขอบคุณท่านที่เมตตาแต่พวกข้านั้นก็มีศักดิ์ศรีมากพอที่จะไม่ร่วมมือกับคนนอกแคว้นทำลายบ้านเกิดของตนเอง "

"ในเมื่อเจรจากันไม่สำเร็จงั้นก็คงต้องลากันตรงนี้ ทหารทั้งหมดทั้งคำสั่ง!!! ทุกคนในที่นี้ฆ่าให้หมดอย่าให้เหลือยกเว้นเจ้าเมืองผู้นี้ข้าจะสังหารมันด้วยตนเอง ฆ่า!!!!!!! "

"เย้!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ''

ทหารทั้งสองฝ่ายต่างเข้าปะทะกันอย่างดุเดือดฝ่ายกองทัพของเจ้าเมืองชิงนั้นแม้จะมีน้อยกว่าแต่ล้วนมีฝีมือระดับสูงกันทุกคน

เคร้ง!!! เคร้ง!!! เคร้ง!!!

"อูลาเร่อปาชิงซ่ง ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เราต้องหันดาบใส่กันเอง "

"นั่นเพราะพวกเราอยู่กันคนละฝ่ายยังไงเล่า" เมื่อกล่าวจบเจ้าเมืองก็ได้พุ่งกระบี่เข้าใส่จักรพรรดิของแคว้นอู๋ตี้ทันที

"ทั้งสองฝ่ายต่อสู้โรมรันกันเป็นเวลายาวนานถึง 7 วัน 7 คืนโดยที่ไม่ได้พักแต่สุดท้ายแล้วน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เจ้าเมืองชิงต่อสู้จนสิ้นใจตายอยู่กลางสนามรบพร้อมทั้งตามลำตัวมีธนูปักอยู่เป็นจำนวนมาก แต่การปะทะครั้งนี้ทำให้ทางด้านของแคว้นอู๋ตี้สูญเสียกำลังไปมากเกินกว่า 90,000 คน จากที่มามีอยู่ 100,000 นายในตอนนี้เหลือไม่ถึงหมื่น

"ฝ่าบาทเราจะบุกกันต่อเลยดีหรือไม่หรือควรตั้งฐานพักก่อน "

"ทหารทั้งหมดของเมืองแห่งนี้พร้อมทั้งเจ้าเมืองได้ตายอยู่ที่แห่งนี้จะช้าหรือเร็วก็ไม่ต่างกันบอกให้ทุกคนตั้งกระโจมพักก่อนแล้วพรุ่งนี้เราจะเริ่มตีเมืองทันที "

"แล้วศพของเจ้าเมืองชิงจะทำเช่นไรดีขอรับ จะให้หม่อมฉันตัดหัวเสียบประจานดีหรือไม่ว่าเราชนะแล้ว" เมื่อฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีพร้อมทั้งหยิบมีดแล้วเดินเข้าไปตัดหัวของคนที่พูดทันที

"ตัดหัวเจ้าก่อนก็แล้วกัน สั่งการลงไปให้นำร่างของเจ้าเมืองชิงมาที่นี่ห้ามยุ่งใดๆกับศพนั้นเด็ดขาด "

"พะยะค่ะฝ่าบาท" เหล่าทหารขานรับกันอย่างเสียงสั่นด้วยความกลัว เมื่อนำร่างกลับมาที่กระโจมแล้วฮ่องเต้ของแคว้นก็ได้ค่อยๆหัวตัดธนูแล้วดึงออกอย่างเบามือ

"ชิงเอ๋อของข้าเจ้าเจ็บหรือไม่ข้าจะเบามือที่สุดคนดีของข้า" เมื่อกล่าวจบฮ่องเต้ก็กอดศพนั้นยังรักใคร่พร้อมทั้งจูบไปที่แก้มที่เต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล

"ชิงเอ๋อเจ้าไปเล่นซนที่ใดมาเหตุใดจึงมีบาดแผลเต็มตัวเช่นนี้ มา เดี๋ยวศิษย์พี่จะพาเจ้าไปอาบน้ำเช็ดตัวแล้วก็ค่อยเข้านอนหรือไม่เด็กดี"

เมื่อกล่าวจบฮ่องเต้วิปลาสก็ได้ค่อยๆถอดชุดก่อนของเจ้าเมืองชิงออกอย่างช้าๆพร้อมทั้งปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ทั้งหมดออก และได้ทำการชุบน้ำเช็ดไปตามลำตัวอย่างช้าๆแล้วเบามือ พร้อมทั้งกอดร่างอันไร้วิญญาณแล้วพูดซ้ำๆราวกับคนวิปลาสเสียสติไปแล้ว

"ชิงเอ๋อเจ้าเด็กดีของข้าเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปนอนเราสองคนไม่ได้นอนด้วยกันมานานแล้ว"

เมื่อกล่าวจบฮ่องเต้วิปลาสก็นำร่างของเจ้าเมืองชิงมาว่างที่เตียงแล้วก็ได้กระทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือเขาได้เสพสังวาสกับศพนั้นอย่างมีความสุขจนถึงเช้า...........

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามตอนต่อไป..........

ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่านิยายเรื่องนี้นั้นจะข่มยิ่งกว่าบอระเพ็ด ขอให้ทุกคนเตรียมตับทองคำเอาไว้ในการอ่านเรื่องนี้ครับ

แล้วยังไงก็ขอฝาก comment เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากเลยนะครับ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 2 กวาดล้างศัตรูที่เหลือ

    ชิงอี้ได้กรีดร้องไปได้สักพักก็สงบลงพร้อมทั้งหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อย "เสร็จแล้วใช่หรือไม่""เสร็จแล้วขอรับนายท่าน นับตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะเป็นข้ารับใช้ของท่านไปจนตาย" "เจ้าเคยบอกว่าเจ้าสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษใช่หรือไม่ "" ใช่ขอรับเลยท่านข้านั้นสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษ และยังสามารถควบคุมสัตว์มีพิษได้ทุกชนิด""ถ้าเช่นนั้นเจ้าแปลงร่างเป็นสิ่งใดก็ได้ที่ข้าสามารถขี่เจ้าได้""รับบัญชานายท่าน " เมื่อกล่าวจบสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้กลายร่างเป็นแมงมุมขนาดใหญ่เท่ากับม้ายืนอยู่เบื้องหน้าของชิงอี้ แล้วใช้ขาของตนนั้นทำเป็นบันไดให้ร่างกายเดินขึ้นไปข้างบนได้ง่ายๆ "ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้เจ้าเลยเจ้าอยากมีชื่อว่าอะไร""แล้วแต่นายท่านจะตั้งชื่อให้เลยขอรับตัวข้านั้นสามารถใช้ชื่ออะไรก็ได้""ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าชื่อว่า ตู๋ชง ก็แล้วกันมันน่าจะเหมาะกับเจ้าดี ""จะชื่ออะไรก็ช่างตอนนี้พาข้าไปกินอาหารที่ท่านเตรียมเอาไว้ให้ก่อนดีกว่า""ได้ เจ้าพาลูกๆของเจ้าไปด้วยก็ได้เพราะถ้าเจ้าคนเดียวข้าเกรงว่าจะจัดการยาก เพราะที่ยังมีชีวิตอยู่มีเกือบหมื่นคน เอาลูกของเจ้าไปช่ว

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทที่ 1 พันธสัญญาโลหิต

    วันเวลา 7 วันแห่งความเสียใจได้ผ่านพ้นไปตอนนี้เด็กน้อยทั้งสองต่างกักขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมกินและไม่ยอมพบผู้ใดเอาแต่นอนร้องไห้อยู่ภายในนั้น "อาเหมย อาอี้ พวกเจ้าทั้งสองเปิดประตูให้อาหน่อยได้หรือไม่ ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องพ่อของเจ้าแต่เจ้าจะทรมานตัวเองเช่นนี้ไม่ได้ถ้าพ่อของเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ได้รับรู้เรื่องนี้คงจะต้องเสียใจมากอย่างแน่นอน ""ตอนนี้พวกข้ายังไม่หิวเจ้าค่ะ เดี๋ยวถ้าเกิดว่าพวกข้าหิวเมื่อไหร่จะออกไปทานเองเจ้าค่ะท่านอา""เช่นนั้นอาจจะไม่บังคับพวกเจ้าแต่ห้ามทรมานตัวเองเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่ ""เจ้าค่ะท่านอา" ผู้นำตระกูลลู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยอมเดินออกมา"เป็นเช่นไรบ้างทั้งสองคนยอมกินอะไรหรือไม่ ""ทั้งสองคนไม่ยอมกินอะไรเลยแต่บอกว่าถ้าหิวเดี๋ยวออกมากินเองข้าก็จนใจไม่รู้จะบังคับยังไงแล้ว ""ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารจริงๆเหลือกันแค่สองคนคนในตระกูลที่เหลือต่างพากันไปร่วมรบจนตัวตาย ""เช่นนั้นเราต้องหาวิธีกระตุ้นทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนมีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ ""แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีเล่าท่านอู่ ""เด็กน้อยทั้งสองคนเสียคนในตระกูลไปในสงครามข้าว่าพวกเขาต้องอยากแก้แค้นแน่ ถ้

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   บทนำ จุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง

    ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากได้มีชายชราคนหนึ่งนิมิตรเรื่องราวในอนาคตได้ ได้นิมิตเห็นไฟสงครามที่ใกล้เข้ามายังเมืองของตน ในเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเรียกประชุมเหล่าตระกูลใหญ่และขุนนางทั้งหมดของเมืองว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ยังไง "ผู้อาวุโสอูลาเร่อปา ท่านเรียกพวกเรามารวมตัวกันแต่เช้าเช่นนี้มีเรื่องราวอันใดหรือ" ผู้นำตระกูลอู่ได้เอ่ยขึ้นมาอย่างงัวเงีย "ข้าได้นิมิตเห็นบางอย่างที่มันน่ากลัว" เมื่อชายชรากล่าวจบภายในห้องประชุมต่างก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบสงบ "เมื่อกี้ท่านบอกว่าท่านนิมิตหรือ ท่านนิมิตได้ถึงเหตุการณ์ใดผู้อาวุโสอูลาเร่อปาโปรดรีบกล่าวออกมา" ผู้นำตระกูลเปาได้เอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบเพราะไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเร่อปาน่าลานิมิตแม่นขนาดไหน"ข้าได้นิมิตเห็นว่าภายในอีก 5 ปีเมืองของเรานี้จะถูกรุกรานจากแคว้นอู๋ตี้ จนทำให้ชาวเมืองทั้งหมดบาดเจ็บล้มตายกันไปเกินครึ่ง โดยที่คนจากวังหลวงไม่มาช่วยเราแม้แต่คนเดียว ""แล้วพวกเราจะทำเช่นไรกันดี ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าคนจากแคว้นอู๋ตี้มีจำนวนกี่คน ""จากที่ข้าเห็นในนิมิตมีมากกว่า 3 แสนคน" เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็นั่งเงียบเพราะคิดไม่ออกว่

  • ตำนานรักฮองเฮาเหนือแผ่นดิน   แนะนำเรื่อง

    สวัสดีครับนิยายเรื่องนี้แต่งโดยจินตนาการของผู้เขียนไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน อ่านเพื่อความสนุกเท่านั้นงดดราม่าทุกกรณีครับนิยายเรื่องนี้เป็นแนวการเมือง สงคราม แนวชิงรักหักสวาทในวังหลวง และขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า นิยายเรื่องนี้ดราม่าเป็นอย่างมากครับ ถ้าใครกลัวตับพังขอให้รักษาตับตัวเองก่อนค่อยเข้ามาอ่านครับและก็ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่านิยายเรื่องนี้ไม่มีพระเอกนางเอกมีเพียงแค่ตัวละครหลักเท่านั้น สปอยเนื้อเรื่อง"ทหาร!!! ลากตัวคนแพศยานี่ออกไปให้พ้นทางข้า!! "ฮ่องเต้ของแคว้นตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด "พวกเจ้าไม่ต้องมาจับตัวข้าพวกเจ้าก็รู้ว่าข้าคือผู้ใดต่อให้พวกเจ้าทั้งหมดรุมข้าก็อย่าหวังว่าจะแตะต้องได้แม้แต่เพียงปลายเล็บ" ฮองเฮาได้เชิดหน้าแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง เมื่อเหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก"พวกเจ้าออกไปให้หมดถ้าต้องการคุยกับฝ่าบาทเพียงลำพัง" ฮองเฮาได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและเยือกเย็นเมื่อเหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็พาทำการคารวะแล้วรีบวิ่งออกไปทันที "ฝ่าบาทข้าว่าพวกเรามาคุยกันให้จบภายในวันนี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status