LOGIN
แค้วนต้าโจว
แผ่นดินกว้างใหญ่สุดสายตา จากเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก ทั่วทุกสารทิศปกครองแคว้นน้อยใหญ่มากมาย ครอบครองผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อก่อตัวสร้างเป็นบ้านเรือน ขยับขยายกลายเป็นชุมชนและเติบโตขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แผ่นดินมังกรในยุคโบราณต่างมีผู้ปกครองน้อยใหญ่มากมาย แคว้นที่แข็งแกร่งกว่าจะพยายามรวบรวมกำลังคนและพื้นที่มากมายจากแคว้นที่อ่อนแอก่อตั้งเป็นราชวงศ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อปกครองผืนแผ่นดินน้อยใหญ่ หนึ่งในจำนวนมากมายหลายร้อยแคว้น ท่ามกลางการแก่งแย่งและช่วงชิงผืนแผ่นดินอันมั่งคั่ง แคว้นต้าโจวคือหนึ่งในนั้นที่แข็งแกร่งมากที่สุดเหนือแคว้นใดทั่วหล้า และด้วยเพราะแผ่นดินที่สมบูรณ์และมีแคว้นในการปกครองมากถึงสองร้อยกว่าแคว้นในเวลานั้น จึงทำให้ต้าโจวแผ่ขยายอำนาจปกครองไปทั่วทุกสารทิศ และเพราะความยิ่งใหญ่นี้ทำให้การแย่งชิงเพื่อหวังครอบครองแผ่นดินต้าโจวทั้งภายในและภายนอกเข้มข้นเป็นยิ่งนัก ฮ่องเต้แห่งต้าโจว เป็นสิ่งที่สตรีทุกคนเฝ้าใฝ่ฝันและตำแหน่งฮองเฮาแห่งต้าโจว เป็นตำแหน่งสูงสุดที่สตรีทั่วหล้าอยากก้าวมาถึงจุดนี้ด้วยกันทุกคน การช่วงชิงตำแหน่งฮองเฮาจึงเข้มข้นไม่แตกต่างไปจากสงครามแย่งชิงดินแดนแม้แต่น้อย เพราะสตรีใดที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแม่ของแผ่นดินต้าโจว จะได้รับเอกสิทธิ์ทางกองทัพสามารถมีกองทหารส่วนพระองค์เพื่อใช้เป็นกองหนุนและมีตราคำสั่งสามารถบัญชาการทัพได้ หากต้องการจะก้าวขึ้นปกครองแผ่นดินต้าโจวอันกว้างใหญ่นี้ให้ได้ ตำแหน่งฮองเฮาจึงเป็นสิ่งที่เหล่าขุนนางและแม้กระทั่งต่างแคว้นต้องการเข้าครอบครอง เพื่อใช้ประโยชน์จากเอกสิทธิ์ทางทหารที่จะได้รับ นำไปสู่การยึดครองแคว้นต้าโจวผลัดเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ และตำแหน่งดังกล่าวจะถูกเลือกเฟ้นตั้งแต่องค์รัชทายาทยังไม่ขึ้นปกครองแผ่นดิน พิธีอภิเษกสมรสจะมีขึ้นได้เมื่อธิดาจากสกุลใหญ่ๆ ถูกส่งเข้ามาคัดเลือกในตำแหน่งพระชายาของรัชทายาทแห่งต้าโจว ซึ่งในการคัดเลือกพระชายาดังกล่าว ถูกจำกัดเฉพาะสตรีที่อยู่ในแคว้นต้าโจวเท่านั้น สตรีนอกแคว้นหรือองค์หญิงจากต่างเมืองหมดสิทธิ์ที่จะได้ครอบครองตำแหน่งพระชายาเอกซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮาแห่งต้าโจวต่อไป ด้วยเหตุนี้การช่วงชิงตำแหน่งพระชายาเอกของรัชทายาทแห่งต้าโจวจึงเข้มข้นยิ่งนัก เพราะผลตอบแทนที่ได้รับคืออำนาจทางการทหารที่จะได้รับสิทธิให้ถือตราคำสั่งบัญชาการทัพของแผ่นดิน และเป็นฐานอำนาจที่จะนำไปสู่บัลลังก์แห่งต้าโจวสืบต่อไป! ด้วยเหตุนี้การแย่งชิงตำแหน่งพระชายารัชทายาท จึงเป็นเป้าหมายของทุกสกุลใหญ่ที่อยู่ในแคว้นต้าโจวและสิ้นสุดลงเมื่อ ธิดาจากสกุลเว่ยได้ตำแหน่งนี้ไปครอบครอง ท่ามกลางความดีพระทัยของรัชทายาทโจวหยางเย่ว พระโอรสเพียงหนึ่งเดียวซึ่งประสูติจากหวังฮองเฮาแต่เป็นลำดับที่ห้าจากพระโอรสและพระธิดา 10 พระองค์ด้วยกัน ซึ่งมีพระราชบิดาเดียวกันนั้นก็คือโจวหยางหลงฮ่องเต้แห่งต้าโจว ดังนั้นเมื่อทรงเป็นพระราชโอรสที่ประสูติจากหวังฮองเฮา ตำแหน่งรัชทายาทจึงเป็นขององค์ชายหนุ่มซึ่งไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหวังฮองเฮาจะสามารถตั้งพระครรภ์ได้อีก เนื่องจากพระนางแท้งมาแล้วหลายครั้งหากตั้งพระครรภ์อีกอาจถึงแก่พระชนม์ชีพได้ แต่หวังฮองเฮาก็ไม่ฟังทรงยังยืนกรานที่จะอุ้มท้องด้วยหวังว่าเด็กในครรภ์จะเป็นพระโอรสเพื่อรักษาฐานอำนาจของสกุลหวังเอาไว้ให้จงได้ และก็สมความตั้งใจเมื่อพระนางประสูติพระโอรสออกมาจริงๆ จึงทำให้ตำแหน่งรัชทายาทถูกเปลี่ยนแปลงตกมาอยู่องค์ชายโจวหยางเย่วทันที ตามความประสงค์ของหวังฮองเฮาที่ต้องการให้พระโอรสที่นางประสูติขึ้นเป็นรัชทายาท และนั่นทำให้พระเชษฐาพระองค์ใหญ่โจวลี่หยาง ซึ่งประสูติจากอันฟูเหรินพระสนมเอกและดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาทในขณะนั้น ถูกปลดออกจากตำแหน่งรัชทายาทตามกฎมณเทียรบาลของแคว้น ว่ารัชทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์จะต้องประสูติจากฮองเฮาเท่านั้น ถึงแม้จะกำหนดว่าต้องเป็นพระโอรสองค์ใหญ่ที่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ก็ตาม แต่ถ้าพระมารดาไม่ใช่ฮองเฮาก็นั่งปกครองแผ่นดินไม่ได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าฮองเฮาไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้ พระโอรสซึ่งประสูติจากพระมารดาที่มีตำแหน่งต่ำกว่าจะได้ขึ้นครองแคว้น ภายหลังที่อดีตรัชทายาทโจวลี่หยางถูกปลดจากตำแหน่งอันหนักอึ้ง ซึ่งพระองค์ไม่เคยอยากได้ครอบครองแม้แต่น้อยแม้ว่าในขณะนั้นจะทรงพระเยาว์แต่เพราะมีสติปัญญาปราดเปรื่อง และมีพื้นฐานจิตใจดีรู้สึกดีพระทัยอย่างยิ่งยวดที่ไม่ได้ครอบครองบัลลังก์แห่งต้าโจว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ช่วยอดีตรัชทายาทได้เลย พระองค์กลับถูกหวังฮองเฮาผู้หวาดระแวงกลัวโจวลี่หยางจะมาแย่งชิงบัลลังก์ของพระโอรสองค์น้อยไป ด้วยเพราะโจวหยางเย่วเพิ่งจะประสูติในขณะที่โจวลี่หยางมีพระชนมายุแปดชันษาและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเต็มไปด้วยความปราดเปรื่องมาตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ หวังฮองเฮาจึงใช้แผนชั่วให้โหรหลวงที่ถูกพระนางซื้อตัวมาเป็นฝ่ายเดียวกันทำนายทายทักโจวลี่หยาง อดีตรัชทายาทว่าเป็นดาวแห่งหายนะและเป็นกาลกิณีของแคว้นต้าโจว ให้เนรเทศไปอยู่ชายแดนและทำคุณให้แก่แผ่นดิน โดยการออกล่าดินแดนเพื่อขยายแคว้นต้าโจวให้กว้างใหญ่ หยางหลงฮ่องเต้ผู้มีความเชื่อในเรื่องของลิขิตแห่งสวรรค์และโชคชะตา หลงเชื่อคำลวงของโหรหลวงที่เป็นฝ่ายเดียวกับหวังฮองเฮาจึงทรงมีพระบัญชาเนรเทศโจวลี่หยางอดีตรัชทายาท ไปที่ชายแดนอันห่างไกลทันทีห้ามเหยียบเมืองหลวงตลอดกาล และคำสั่งดังกล่าวทำให้อันฟูเหรินพระมารดาโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นอย่างมากที่หยางหลงฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาเช่นนั้น และนั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้อันฟูเหรินทรงเสียพระทัยเป็นยิ่งนักที่ถูกพลัดพรากจากพระโอรส ซึ่งถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนในขณะที่มีพระชนมายุเพียงแปดพระชันษาเท่านั้น พระนางเริ่มล้มป่วยและรักษาพระวรกายอยู่นานก่อนจะสิ้นพระชนม์ลงอย่างสงบหลังจากที่พระโอรสถูกเนรเทศไปแล้วสิบห้าปี แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้สงสัยว่าอันฟูเหรินแท้จริงแล้วสิ้นพระชนม์ด้วยสาเหตุอื่นอย่างเป็นปริศนาหาใช่เกิดจากการจากไปเพราะโรคภัยอันมีสาเหตุมาจากที่พระโอรสทรงถูกเนรเทศแต่อย่างใด พระนางทรงเข็มแข็งมากกว่าที่คิดและรอคอยการกลับมาของพระโอรสอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกมาโดยตลอด การสิ้นพระชนม์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำของอันฟูเหรินนั้นทำให้หวังฮองเฮาดีพระทัยอย่างล้นเหลือที่สามารถกำจัดศัตรูตัวฉกาจที่เป็นภัยต่อราชบัลลังก์ของพระโอรสและศัตรูหัวใจของพระนางลงได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยเพราะอันฟูเหรินเป็นพระสนมที่หยางหลงฮ่องเต้ทรงรักอย่างจริงใจ ครั้นรัชทายาทโจวหยางเย่วมีอายุครบ 20 พระชันษาและสำเร็จศาสตร์ทั้งบู้และบุ๋นก็ถึงคราวที่จะต้องอภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี ซึ่งองค์ชายรัชทายาทพยายามบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จนกระทั่งพระชนมายุเข้าปีที่ 20 ไม่สามารถหาข้ออ้างเพื่อชะลอการอภิเษกได้อีกต่อไป จึงจำต้องตกลงเข้าพิธีอภิเษกสมรสโดยมีเงื่อนไขว่า เหล่าขุนนางจะต้องส่งบุตรีเข้าวังหลวงเพื่อคัดตัวไม่ต้องการเลือกจากสกุลใดสกุลหนึ่งที่ถูกวางตัวเอาไว้ก่อนหน้านั้น ซึ่งฮ่องเต้ต้าโจวก็ทรงเห็นชอบด้วยเช่นกันจึงทำให้เกิดการคัดเลือกพระชายารัชทายาทครั้งใหญ่เพื่อต้องการตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของแผ่นดินไว้กับสกุลของตัวเอง ด้วยเหตุนี้บุตรีของขุนนางจึงได้เข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาทเป็นครั้งแรกในแผ่นดินต้าโจว ซึ่งปกติแล้วจะถูกวางตัวเอาไว้ก่อนหน้านั้น และจะมาจากสกุลหวังทั้งสิ้นที่ครองตำแหน่งฮองเฮามาโดยตลอด และถูกเปลี่ยนมือไปอย่างน่าตกใจเมื่อองค์ชายรัชทายาททรงเลือกชื่อบุตรีของขุนนางระดับสูงผู้หนึ่งให้มายืนหนึ่งเคียงข้างกายกับพระองค์ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจกับหลายฝ่ายโดยเฉพาะหวังฮองเฮา ตระกูลเว่ยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงโชคชะตาแห่งความวุ่นวายนี้ไปได้ พระราชโองการถูกถ่ายทอดลงไปเพื่อให้เหล่าขุนนางส่งบุตรีของตัวเองเข้าร่วมการคัดเลือกดังกล่าว เป็นไปตามรายชื่อที่แจ้งทะเบียนเกิดเอาไว้และทันทีที่รายชื่อของบุตรีสกุลเว่ยได้ถูกส่งเข้ามาภายในวังหลวง เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาท องค์ชายรัชทายาททรงแอบหลงรักสตรีผู้หนึ่งมานานแสนนานแต่นางไม่เคยปรากฏตัวในหมู่ชนชั้นสูงหรือในเมืองหลวงให้ผู้ใดได้พบเห็น ด้วยนางพำนักอยู่ในหุบเขาลึกตามคำสั่งของบิดานั่นก็คือราชครูเว่ยอี้แม้ไม่ล่วงรู้นามจริงของนางก็ตาม แต่ก็ทรงล่วงรู้ว่าบิดาของนางก็คือเว่ยอี้ พระอาจารย์สอนของพระองค์นั่นเอง ด้วยธิดาจากสกุลเว่ย ได้ครอบครองหัวใจของรัชทายาทโจวหยางเย่วมาตั้งแต่พระองค์ยังมีชันษาเพียง 15 ปีเท่านั้น นางจากแคว้นต้าโจวไปพำนักอยู่กลางขุนเขาในเขตแดนของแคว้นต้าฉีตามคำสั่งของเว่ยอี้ผู้เป็นพ่อ และเพิ่งจะเดินทางกลับมาได้ไม่นาน เมื่อขุนนางน้อยใหญ่ต่างต้องส่งรายชื่อของบุตรีในสกุลเพื่อทำการคัดเลือกพระชายารัชทายาทตามราชโองการ ทันทีที่องค์รัชทายาทล่วงรู้ว่า ราชครูเว่ยอี้ได้ส่งชื่อบุตรีของตนเข้าร่วมการคัดเลือกพระชายารัชทายาทในครั้งนี้ด้วย โดยไม่เต็มใจแม้แต่น้อยแต่เพราะขัดพระราชโองการไม่ได้นั่นเอง และนั่นทำให้รัชทายาทโจวหยางเย่วไม่รีรอที่จะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป ทรงตัดสินพระทัยเลือกธิดาจากสกุลเว่ย ที่เฝ้าหลงรักมานานแสนนานเพื่อให้นางได้เป็นพระชายาเอกทันที หลังจากที่นางผ่านเข้ารอบสามคนสุดท้าย โดยที่นางยังไม่ทันจะเข้าวังเพื่อเข้ามาทำการคัดเลือกตรงพระพักตร์ของพระองค์ ขอเพียงแค่พระชายาเอกคือบุตรีของราชครูเว่ยอี้ก็พอแล้ว ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนเลยว่ารัชทายาทโจวหยางเย่วและธิดาจากสกุลเว่ยนั้น เคยพานพบหน้ากันมาแล้วจากเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์รัชทายาทเมื่อห้าปีก่อน ท่ามกลางความไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากของหวังฮองเฮาพระมารดา ที่ธิดาจากสกุลเว่ยได้ตำแหน่งพระชายารัชทายาทนี้ไป ในขณะที่หลานสาวของพระนางซึ่งมาจากสกุลหวัง ซึ่งมาจากสกุลเดียวกันกับหวังอองเฮานางได้เป็นเพียงพระชายารองและธิดาจากสกุลเหยียนและสกุลอิ๋งได้เป็นอนุชายา การคัดเลือกพระชายารัชทายาทในครั้งนี้จึงมีผู้พลาดหวังและไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะได้เอกสิทธิ์ทางกองทัพไปครอบครอง เพราะต้องถูกเปลี่ยนมือจากสกุลหวังไปสู่สกุลเว่ยแทน ซึ่งสกุลดังกล่าวครองตำแหน่งราชครูสืบทอดกันมานับรุ่นต่อรุ่น เป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่แต่ไร้สิ้นอำนาจในกำมือ เมื่อธิดาสกุลเว่ยได้ขึ้นครอบครองตำแหน่งพระชายารัชทายาทซึ่งจะได้เป็นฮองเฮาของต้าโจวสืบต่อไป ก็เท่ากับว่ากองทหารครึ่งหนึ่งของแผ่นดินได้ไปตกอยู่ในกำมือสกุลของราชครูที่ขึ้นชื่อได้ว่าปราดเปรื่องที่สุดในแผ่นดิน หากเป็นเช่นนั้นการช่วงชิงบัลลังก์ต้าโจวเห็นทีจะยากลำบากมากยิ่งขึ้นนับเท่าทวีคูณห้องทรงงานเพล้ง!!!! ถ้วยชาที่กำลังยกขึ้นเสวยร่วงหล่นจากพระหัตถ์อย่างไม่รู้สาเหตุ ท่ามกลางความแปลกพระทัยของฮ่องเต้ลี่หยวนเมื่อทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์ที่ปรากฏออกมาเช่นนั้นรวมไปถึง หลี่ต๋าก็ด้วยเช่นกัน“ฝ่าบาททรงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าทรงเกิดประชวรขึ้นมา”หลี่ต๋าถามด้วยความเป็นห่วงในขณะที่คนถูกถามกำลังนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมาพลางยกพระหัตถ์ทั้งสองข้างขึ้นทอดพระเนตร“เหตุใดถ้วยชาจึงหล่นไปจากมือของข้าได้เองแบบนี้นะ มือของข้าก็ปกติดีทุกอย่างไม่มีอาการอะไรบ่งบอกแม้แต่น้อย”รับสั่งครุ่นคิดภายในส่วนลึกของจิตใจเริ่มมีความกังวลจนบอกไม่ถูกมิรู้ว่ามาเป็นเพราะสาเหตุใด“ฝ่าบาทให้ท่านหมอมาตรวจดูอาการจะดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่ต๋าทูลถามด้วยความเป็นห่วงหากแต่ลี่หยวนกลับส่ายพระพักตร์ไปมาเป็นการปฏิเสธ“ไม่ต้องให้หลินเอ๋อมาตรวจอาการของข้าหรอก ข้าล่วงรู้ตัวเองดีว่าร่างกายของข้าเป็นอย่างไร ไปตามนางให้มาตรวจอาการของข้าจะพาลทำให้นางตกอกตกใจไปเสียเปล่าๆ ค
ระเบียงห้องดื่มชา ภายในบริเวณห้องดื่มชาในเวลานี้คนงามกำลังนำกลีบกุหลาบที่ผ่านการคัดและตากตลอดจนนำมาอบแห้งจนกลายเป็นใบชาเพื่อเปลี่ยนรสชาติในการดื่มชา มาดื่มชาจากดอกไม้แทนบ้าง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากยอดน้ำค้างที่นำมาชงชาผสมผสานกับกลีบกุหลาบทำให้รสชาตินุ่มลิ้นและหอมกรุ่นชื่นใจ “หลินเอ๋อ! หลินเอ๋อ!!!”สุรเสียงรับสั่งหาคนรักดังกึกก้องไปทั่วทั้งพระตำหนักเย่วเชียง ในขณะที่คนถูกเรียกกำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างละเมียดละไมอยู่ในขณะนั้น ถึงกับสำลึกออกมาทันที พรืดด!!! เว่ยหลินหลางสำลักน้ำชาที่กำลังดื่มเข้าไปทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของคนรัก “พี่หยางหนีงานมาอีกแล้วหรือนี่! จริงๆ เลย”นางบ่นพึมพำพร้อมเสียงของคนรักดังก้องไม่คลาดครา “หลินเอ๋อ!”รับสั่งหาคนงามไปทั่วบริเวณก่อนจะสะดุดลงเมื่อเสด็จมาที่ห้องดื่มชา พร้อมทอดพระเนตรคนงามกำลังนั่งหน้าตูมอยู่ในขณะนั้น
วันรุ่งขึ้นห้องทรงงาน “หลี่ต๋า!”สุรเสียงรับสั่งหาคนสนิทดังเอ็ดอึงไปทั่วห้องทรงงานเลยทีเดียว เพียงครู่เสียงฝีเท้าของคนกำลังเดินตรงมาที่ห้องทรงงาน พร้อมร่างสันทัดของหลี่ต๋าก้าวเข้ามาในพระตำหนัก พร้อมหีบใบย่อมที่ถือติดมือมาด้วย “เจ้าไปไหนมาข้าเรียกหาตั้งนาน”รับสั่งถาม หลี่ต๋าที่กำลังยืนหายใจจนตัวหอบโยนยกชายแขนเสื้อของตัวเองขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้าจนจางหายไปพร้อมกราบทูล “กระหม่อมบังเอิญไปพบหีบใส่ของใช้ส่วนตัวของท่านหมอน้อยติดไปกับหีบฉลองพระองค์ของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ จำได้ว่าเป็นของท่านหมอจึงตั้งใจจะนำไปให้นางพ่ะย่ะค่ะ”หลี่ต๋ากราบทูลกลับไป คำกราบทูลของหลี่ต๋าทำให้ฮ่องเต้ลี่หยวนย้อนคิดถึงวันแรกที่พานพบคนรักขึ้นมาได้ “จริงสิข้าลืมไปเสียสนิท
ห้องบรรทมทิศเหนือ ห้องบรรทมทางทิศเหนือมีระเบียงยื่นออกมาอย่างกว้างขวางสร้างอยู่เหนือสระน้ำ ด้านล่างเต็มไปด้วยดอกบัวและตัวปลาแหวกว่ายไปมามากมายตามพระบัญชาของลี่หยวนด้วยต้องการนอนชมดวงดาวในยามกลางคืนร่วมกับคนรักของพระองค์ ตลอดระยะเวลาสิบเดือนที่ผ่านมาทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายในตำหนักเย่วเชียงแห่งนี้อย่างมีความสุขตามประสาคนรัก ลี่หยวนเฝ้าทะนุถนอมคนรักของพระองค์เป็นยิ่งนัก ทรงให้เกียรติและไม่เคยบังคับให้มีความสัมพันธ์ทางกายด้วยกันแม้แต่ครั้งเดียวถึงแม้ว่าธรรมชาติในวัยหนุ่มฉกรรจ์จะเรียกร้องมากมายเพียงใดแต่พระองค์ก็ทรงอดพระทัยเอาไว้ได้อยู่เสมอรอคอยให้นางเต็มใจและพร้อมที่จะเป็นของพระองค์โดยไม่รู้สึกกลัวหรือหวาดหวั่น เมื่อใดที่พิธีอภิเษกมาถึงเว่ยหลินหลางก็จะเป็นของพระองค์ตลอดไปและตลอดกาล “ดวงดาวคืนนี้เต็มท้องฟ้าสวยจัง”เสียงของสตรีสาวนางหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบภายในบริเวณดังกล่าว
สิบเดือนผ่านไป แคว้นเทียนอวี๋ในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยความสงบสุขไปทั่วทุกหย่อมหญ้า นับตั้งแต่ฮ่องเต้ลี่หยวนเสด็จกลับจากการออกล่าดินแดนและเริ่มวางแผนปกครองแคว้นอย่างจริงจัง ชาวเมืองเทียนอวี๋ร่วมไปถึงชาวเมืองจากแคว้นอื่นๆ ที่ถูกต้อนมาในฐานะผู้พ่ายแพ้สงครามรวมแล้วมีมากมายนับหลานแสนคนเลยทีเดียว ลี่หยวนฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีของประชาชนเป็นเวลาห้าปี มีเพียงชนชั้นขุนนางและคหบดีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้กับราชสำนักเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นการจ่ายภาษีก็จ่ายเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้นเพื่อเกิดความให้ยุติธรรมและให้แจกจ่ายที่ดินทำกินให้กับทุกครัวเรือน เพิ่มเบี้ยหวัดให้แก่ทหารในกองทัพเพื่อมีเงินส่งให้กับทางบ้านเกิดรวมไปถึงแจกจ่ายข้าวและอาหารให้แก่ชาวเมืองเป็นประจำทุกเดือนเพื่อไม่ให้เกิดความอดอยาก ฮ่องเต้ลี่หยวนใช้บทลงโทษที่รุนแรงยิ่งนักสำหรับผู้กระทำความผิด หากผู้ใดฉวยโอกาสขึ้นราคาข้าวและของแห้งซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการแลกเปลี่ยนสินค
หา! เจ้าหอคนงามอุทานออกมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง “นะ..นี่ท่านไม่ได้พูดหยอกเย้าข้าอย่างนั้นเหรอท่านแม่ทัพ”นางถามย้ำกลับไป “เจ้าคิดว่าคนเช่นข้าพูดเล่นอย่างนั้นเหรอ ที่ข้าพูดกับเจ้าเมื่อครู่ล้วนจริงจังและจริงใจต่อเจ้าทั้งสิ้น”รับสั่งย้ำเตือนสุรเสียงเน้นหนักและชัดเจนสร้างอาการตื่นตะลึงและตกใจอยู่ไม่น้อยบังเกิดขึ้นกับเว่ยหลินหลางขึ้นมาทันใด “นี่ท่านพูดจริงเหรอท่านแม่ทัพ ท่านไม่กลัวครอบครัวและวงศ์ตระกูลได้รับความอับอายเพราะข้ามีใบหน้าอัปลักษณ์เข่นนี้เลยเหรอ”นางถามกลับไป “ข้าไม่สนใจ!” “ข้าไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเอง ไม่มีรู้ว่าเป็นใครมาจากไหนไร้สิ้นตระกูลใหญ่ค้ำจุน” “ข้าไม่สน” “ข้ากินจุมากเลยนะ ท่านเลี้ยงไหวเหรอ”







