Share

ตอนที่ 9 ภาพอดีต 1.1

last update Last Updated: 2026-02-02 21:15:52

ทันใดนั้นเอง

 กรี้ดดดดดด!!! เสียงกรีดร้องดังกึกก้องออกมาจากเรือนนอนของพระชายาผู้วายชนม์ ติดตามด้วยร่างของแม่นมและบ่าวรับใช้ทั้งสองนางต่างวิ่งออกมาจากเรือนนอนของเว่ยหลิงเหลียน แต่ละคนหน้าตาตื่นตระหนกไปตามๆ กัน

 “ค...คะ...คุณหนู! ศะ..ศพของคุณหนูเดินได้!!!”แม่นมที่เลี้ยงเว่ยหลิงเหลียนมาตั้งแต่แบเบาะตะโกนก้องออกมาจนได้ยินไปทั่วบริเวณในขณะที่บ่าวรับใช้คนสนิททั้งสองนางก็ได้แต่นั่งกอดกันจนตัวกลมด้วยความหวาดกลัวเป็นที่สุด

 รอยยิ้มเหยียดของเว่ยอี้ปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้าเมื่อได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ก่อนจะเหลือบสายตามองไปทางรัชทายาทแห่งต้าโจวที่กำลังตั้งใจฟังอยู่ในขณะนั้นเช่นกัน

 “หลินเอ๋อหาเวลาได้เหมาะเจาะจริงๆ”ราชครูรำพึงอยู่ภายในใจ

 ร่างสันทัดของเว่ยอี้ทำทีรีบผละออกจากองค์รัชทายาทเดินตรงไปที่ร่างของแม่นมและบ่าวทั้งสอง พร้อมสุรเสียงตะโกนก้องของรัชทายาทหนุ่มดังตามไล่หลังมาติดๆ

 “ท่านอาจารย์ข้าไปด้วย”รัชทายาทแห่งต้าโจวรับสั่งพลางรีบลุกพรวดพราดจากพื้นวิ่งตามหลังราชครูไปติดๆ

 ทันทีที่เว่ยอี้เดินมาถึงร่างของบ่าวทั้งสามที่กำลังพูดจาไม่รู้เรื่องอยู่ในขณะนั้น

 “นี่พวกเจ้าเป็นบ้าอะไรกันขึ้นมา! เหตุใดจึงกล่าวถึงลูกของข้าเช่นนี้!”เว่ยอี้ตวาดเสียงกร้าว

 หมับ! มือทั้งสองข้างของแม่นมที่เลี้ยงเว่ยหลิงเหลียนตรงเข้ากอดขาราชครูเอาไว้โดยพลันด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีดกับสิ่งที่นางได้พานพบเมื่อครู่ที่ผ่านมา

 “นายท่าน! นายท่านเจ้าคะ! ค...คะ...คุณหนู...ศะ...ศพ...ศพของคุณหนู...เดินได้เจ้าคะ”แม่นมคนดังกล่าวบอกเสียงสั่น

 “ว่าอะไรนะ!”เสียงอุทานดังออกมาทันทีหากแต่กลับอยู่ทางด้านหลังของราชครูเว่ยอี้ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่รัชทายาทแห่งต้าโจวนั่นเอง 

 ในขณะที่ราชครูแสร้งทำยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น สายตากระทบเข้ากับร่างระหงของธิดาคนงามซึ่งเป็นแฝดพี่เว่ยหลินหลางกำลังก้าวเดินออกมาจากห้องนอนอย่างช้าๆ ดวงตาสบประสานกับบุตรสาวที่มองตรงมาพร้อมใบหน้าของคนเป็นพ่อพยักขึ้นลงอย่างพึงพอใจ พร้อมละครชุดใหญ่เกิดขึ้นตามมาทันใด

 “หลิงเอ๋อ!”เสียงของราชครูตะโกนก้องร้องเรียกชื่อของบุตรสาวฝาแฝดคนน้องเพื่อความแนบเนียน

 ในขณะที่เว่ยหลินหลางทำทีเดินอ่อนระโหยโรยแรง ก่อนจะแสร้งผวาเข้ากอดเสาเรือนยึดเหนี่ยวร่างของนางเอาไว้พลางรูดกายทรุดลงนั่งกับพื้นตรงหน้าห้องนอน

 “ท่านพ่อ!”เว่ยหลินหลางเรียกชื่อของบิดาพร้อมรอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นติดตามด้วยความโกลาหลบังเกิดขึ้นมาทันที

 “ลูกข้ายังไม่ตาย! นางยังไม่ตาย! รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!”เว่ยอี้ตั้งใจตะโกนออกมาเช่นนั้นจนทั่วทั้งบริเวณพากันตื่นตะลึงไปทั่วทั้งจวน

 “คุณหนูยังไม่ตายหรือนี่! คุณหนูของพวกเรายังไม่ตายจริงๆ”บ่าวไพร่ที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันพูดต่อๆ กันไปเป็นทอดๆ

 ท่ามกลางเสียงเอ็ดอึงโจษขานกันไปทั่วทั้งจวน ร่างสูงใหญ่ขององค์ชายรัชทายาทรีบวิ่งตัดหน้าราชครูเว่ยอี้เข้าไปหาพระชายาของพระองค์อย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจว่าพ่อตาจะรู้สึกอย่างไร แต่ที่แน่นอนใบหน้าของเว่ยอี้บ่งบอกถึงความพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัดที่ตระกูลเว่ยเป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์กลับคืนมาได้

 และทันทีที่รัชทายาหนุ่มเสด็จวิ่งมาถึงพระชายาของพระองค์ที่กำลังนั่งกอดเสาเรือนและพิงหน้าผากของนางไปกับตัวเสาอยู่ในขณะนั้น พระเนตรที่บ่งบอกว่าทรงรักสตรีตรงหน้าเหนือยิ่งกว่าสิ่งใดปรากฏให้เห็นอย่างหมดเปลือก

 “หลิงเหลียน!”สุรเสียงรับสั่งชื่อของพระชายา

 ใบหน้างามที่กำลังพิงหน้าผากอยู่กับเสาเรือนในขณะนั้นค่อยๆ หันกลับมามองเสียงที่กำลังเรียกชื่อน้องสาวฝาแฝดของนางอย่างช้าๆ ก่อนจะเห็นพระพักตร์คมคายของรัชทายาทแห่งต้าโจวในวัย 20 พระชันษาพร้อมเหตุการณ์ในอดีตเมื่อห้าปีก่อนที่เคยพบกันครั้งแรกปรากฏขึ้นในความทรงจำของนางขึ้นมาทันที

เหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน

 ในเวลานั้นรัชทายาทโจวหยางเย่ว เจริญพระชันษาเข้าสู่ปีที่ 15 ได้ร่วมเสด็จประพาสในการล่าสัตว์กับพระบิดารวมไปถึงบรรดาเชื้อพระวงศ์ชายองค์อื่นๆ ซึ่งมีทั้งพระเชษฐาและพระอนุชาร่วมเสด็จในการประพาสครั้งนี้ด้วย 

 ในครั้งนั้นอาชาส่วนพระองค์ถูกวางยาจนวิ่งหนีเตลิดเข้าไปในป่าลึกพร้อมองครักษ์ที่เฝ้าคอยอารักขา แต่แล้วองครักษ์ที่ติดตามเสด็จมาโดยตลอดกลับทรยศบังคับม้าที่นำพระองค์เสด็จหนีมานั้นทำให้องค์ชายรัชทายาทผลัดตกจากหน้าผาสูงของเทือกเขาหวงซาน

 ฟิ้ววว!!! ทั้งม้าทั้งคนร่วงตกจากหน้าผาสูงชันลงไปในหุบเหวนรกที่ไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิต ม้าตัวมหึมาร่วงลงไปในหุบเหวอย่างรวดเร็ว ติดตามด้วยร่างขององค์ชายรัชทายาทร่วงหล่นตามลงไป

 ท่ามกลางรอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าขององครักษ์ที่เฝ้าคอยถวายการรับใช้ข้างกาย ยืนมองอย่างใจเย็นจนแน่ใจว่ารัชทายาทแห่งต้าโจวฝังร่างลงสู่ก้นเหวลึกอย่างแน่นอนก่อนจะรีบทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บด้วยการหักแขนและขาของตัวเองเพื่อให้ทั่วร่างเกิดอุบัติเหตุสาเหตุมาจากผลัดตกจากที่สูงนั้นเอง

 กรอบบบ! กรอบ!! เสียงกระกดูกขาและแขนหักอันเกิดจากพลังยุทธ์ใช้ทำร้ายตัวเองเพื่อให้แนบเนียนไม่มีผู้ใดจับได้ว่ารัชทายาทแห่งต้าโจวแท้จริงแล้วถูกลอบปลงพระชนม์พร้อมดึงพลุไฟออกจากสาบเสื้อส่งสัญญาณแจ้งเบาะแสให้ขบวนเสด็จได้ล่วงรู้

 ฟิ้วววว!!! พลุไฟทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแตกตัวส่งเสียงดังกระหึ่มในเวลาต่อมา

 ปัง!!! เสียงพลุไฟส่งสัญญาณให้ขบวนเสด็จในการออกประพาสล่าสัตว์ของฮ่องเต้ต้าโจวให้ล่วงรู้ ก่อนจะสกัดจุดของตัวเองให้หมดสติลงไปตรงบริเวณหน้าผาดังกล่าวเพื่อให้แนบเนียนไร้สิ้นผู้ใดสงสัย

 ในขณะเดียวกัน

 ร่างขององค์ชายรัชทายาทร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวมาอย่างรวดเร็ว พระวรกายลอยเคว้งคว้างผ่านแนวขุนเขาลงสู่เบื้องล่างไปอย่างไร้จุดหมายและน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่งยวด วรยุทธ์ของพระองค์ในเวลานั้นยังไม่แข็งแกร่งเท่าใดนักแต่ก็สามารถใช้กำลังภายในซัดฝ่ามือเพื่อเรียกเถาวัลย์ที่ขนานไปกับความสูงของขุนเขาให้เข้ามารัดพระวรกายเอาไว้ไม่ให้ร่วงหล่นตกไปยังพื้นเบื้องล่าง

 ฟิ้วววว!!! เถาวัลย์มากมายที่พาดอยู่ตามแนวเทือกเขาพุ่งทะยานเข้ารัดร่างของโจวหยางเย่วเอาไว้อย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างที่กำลังร่วงหล่นลงสู่ก้นเหวลึกชะลอตัวลงก่อนจะหยุดชะงักอย่างรวดเร็ว

 ตึก! ร่างห้อยโหนอยู่กลางอากาศในขณะที่เบื้องล่างเต็มไปด้วยหมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ แรงโหนของรัชทายาทเพื่อใช้เถาวัลย์พันเอาไว้โดยรอบทำให้พระวรกายของพระองค์กระแทกไปกับแนวขุนเขาเข้าให้อย่างจัง

 พลั่ก!!!! พระวรกายกระแทกไปกับแนวหินผาพร้อมพระเศียรกระทบกับชะง่อนหินที่ยื่นออกมา

 โป๊ก!!! พระเศียรกระแทกกับชะง่อนหินเข้าให้อย่างจัง แรงกระแทกรุนแรงจนทำให้องค์ชายรัชทายาทจนพระเศียรแตกสลบเหมือดไปทันที เป็นเหตุให้ร่างห้อยโหนเหวี่ยงไปมาคาอยู่ต้องชะง่อนผาอยู่เช่นนั้นไร้สิ้นผู้ใดพานพบ 

 กรอบบบ!!!! พระวรกายกระแทกกับชะง่อนผาอย่างแรง และผลจากการได้รับบาดเจ็บดังกล่าวทำให้โจวหยางเย่วไม่ได้สติติดต่อกันถึงสามวันสามคืนเลยทีเดียว อีกทั้งขาและแขนหักเกิดขึ้นพร้อมกันทันที

 แต่แล้วดั่งสวรรค์เข้าข้างเมื่อบังเอิญมีสายตาคู่หนึ่งได้มาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบว่าพะรองค์ถูกกระทำอย่างไรบ้าง ร่างของโจวหยางเย่วในขณะนี้กำลังจะร่วงหล่นออกจากเถาวัลย์ที่ใช้นำมายึดเหนี่ยวของตัวเอง 

 “ไปช่วยคุณชายท่านนั้นเร็วเข้า ดูท่าจะได้รับบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่น้อย นำมารักษาที่หอดวงดาวของเรา”เสียงของเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดปีบอกกับบรรดาผู้ติดตามที่คอยรับใช้อยู่ภายในที่พำนักกลางหุบเขาลึกซึ่งอยู่ในเขตแดนแคว้นต้าฉี

 “รับทราบขอรับ!”บรรดาผู้ติดตามขานรับคำสั่งพร้อมเพรียง

 ผู้ติดตามจำนวนสองคนใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงไต่หน้าผาก่อนจะโจนทะยานใช้เถาวัลย์นำพาร่างของตนห้อยโหนตรงเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่กำลังหมดสติอยู่ในเวลานั้น และช่วยกันนำมาที่หอดวงดาวที่อยู่บนเทือกเขาตรงกันข้ามกับที่องค์ชายรัชทายาทถูกทำให้ผลัดตกลงมา สภาพในเวลานั้นบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 51 เหยียบแผ่นดินต้าโจว 1.1

    ห้องทรงงานเพล้ง!!!! ถ้วยชาที่กำลังยกขึ้นเสวยร่วงหล่นจากพระหัตถ์อย่างไม่รู้สาเหตุ ท่ามกลางความแปลกพระทัยของฮ่องเต้ลี่หยวนเมื่อทรงทอดพระเนตรเหตุการณ์ที่ปรากฏออกมาเช่นนั้นรวมไปถึง หลี่ต๋าก็ด้วยเช่นกัน“ฝ่าบาททรงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าทรงเกิดประชวรขึ้นมา”หลี่ต๋าถามด้วยความเป็นห่วงในขณะที่คนถูกถามกำลังนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมาพลางยกพระหัตถ์ทั้งสองข้างขึ้นทอดพระเนตร“เหตุใดถ้วยชาจึงหล่นไปจากมือของข้าได้เองแบบนี้นะ มือของข้าก็ปกติดีทุกอย่างไม่มีอาการอะไรบ่งบอกแม้แต่น้อย”รับสั่งครุ่นคิดภายในส่วนลึกของจิตใจเริ่มมีความกังวลจนบอกไม่ถูกมิรู้ว่ามาเป็นเพราะสาเหตุใด“ฝ่าบาทให้ท่านหมอมาตรวจดูอาการจะดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หลี่ต๋าทูลถามด้วยความเป็นห่วงหากแต่ลี่หยวนกลับส่ายพระพักตร์ไปมาเป็นการปฏิเสธ“ไม่ต้องให้หลินเอ๋อมาตรวจอาการของข้าหรอก ข้าล่วงรู้ตัวเองดีว่าร่างกายของข้าเป็นอย่างไร ไปตามนางให้มาตรวจอาการของข้าจะพาลทำให้นางตกอกตกใจไปเสียเปล่าๆ ค

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 50 หวนคืนชำระแค้น 1.4

    ระเบียงห้องดื่มชา ภายในบริเวณห้องดื่มชาในเวลานี้คนงามกำลังนำกลีบกุหลาบที่ผ่านการคัดและตากตลอดจนนำมาอบแห้งจนกลายเป็นใบชาเพื่อเปลี่ยนรสชาติในการดื่มชา มาดื่มชาจากดอกไม้แทนบ้าง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากยอดน้ำค้างที่นำมาชงชาผสมผสานกับกลีบกุหลาบทำให้รสชาตินุ่มลิ้นและหอมกรุ่นชื่นใจ “หลินเอ๋อ! หลินเอ๋อ!!!”สุรเสียงรับสั่งหาคนรักดังกึกก้องไปทั่วทั้งพระตำหนักเย่วเชียง ในขณะที่คนถูกเรียกกำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างละเมียดละไมอยู่ในขณะนั้น ถึงกับสำลึกออกมาทันที พรืดด!!! เว่ยหลินหลางสำลักน้ำชาที่กำลังดื่มเข้าไปทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของคนรัก “พี่หยางหนีงานมาอีกแล้วหรือนี่! จริงๆ เลย”นางบ่นพึมพำพร้อมเสียงของคนรักดังก้องไม่คลาดครา “หลินเอ๋อ!”รับสั่งหาคนงามไปทั่วบริเวณก่อนจะสะดุดลงเมื่อเสด็จมาที่ห้องดื่มชา พร้อมทอดพระเนตรคนงามกำลังนั่งหน้าตูมอยู่ในขณะนั้น

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 49 หวนคืนชำระแค้น 1.3

    วันรุ่งขึ้นห้องทรงงาน “หลี่ต๋า!”สุรเสียงรับสั่งหาคนสนิทดังเอ็ดอึงไปทั่วห้องทรงงานเลยทีเดียว เพียงครู่เสียงฝีเท้าของคนกำลังเดินตรงมาที่ห้องทรงงาน พร้อมร่างสันทัดของหลี่ต๋าก้าวเข้ามาในพระตำหนัก พร้อมหีบใบย่อมที่ถือติดมือมาด้วย “เจ้าไปไหนมาข้าเรียกหาตั้งนาน”รับสั่งถาม หลี่ต๋าที่กำลังยืนหายใจจนตัวหอบโยนยกชายแขนเสื้อของตัวเองขึ้นซับเหงื่อบนใบหน้าจนจางหายไปพร้อมกราบทูล “กระหม่อมบังเอิญไปพบหีบใส่ของใช้ส่วนตัวของท่านหมอน้อยติดไปกับหีบฉลองพระองค์ของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ จำได้ว่าเป็นของท่านหมอจึงตั้งใจจะนำไปให้นางพ่ะย่ะค่ะ”หลี่ต๋ากราบทูลกลับไป คำกราบทูลของหลี่ต๋าทำให้ฮ่องเต้ลี่หยวนย้อนคิดถึงวันแรกที่พานพบคนรักขึ้นมาได้ “จริงสิข้าลืมไปเสียสนิท

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 48 หวนคืนชำระแค้น 1.2

    ห้องบรรทมทิศเหนือ ห้องบรรทมทางทิศเหนือมีระเบียงยื่นออกมาอย่างกว้างขวางสร้างอยู่เหนือสระน้ำ ด้านล่างเต็มไปด้วยดอกบัวและตัวปลาแหวกว่ายไปมามากมายตามพระบัญชาของลี่หยวนด้วยต้องการนอนชมดวงดาวในยามกลางคืนร่วมกับคนรักของพระองค์ ตลอดระยะเวลาสิบเดือนที่ผ่านมาทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายในตำหนักเย่วเชียงแห่งนี้อย่างมีความสุขตามประสาคนรัก ลี่หยวนเฝ้าทะนุถนอมคนรักของพระองค์เป็นยิ่งนัก ทรงให้เกียรติและไม่เคยบังคับให้มีความสัมพันธ์ทางกายด้วยกันแม้แต่ครั้งเดียวถึงแม้ว่าธรรมชาติในวัยหนุ่มฉกรรจ์จะเรียกร้องมากมายเพียงใดแต่พระองค์ก็ทรงอดพระทัยเอาไว้ได้อยู่เสมอรอคอยให้นางเต็มใจและพร้อมที่จะเป็นของพระองค์โดยไม่รู้สึกกลัวหรือหวาดหวั่น เมื่อใดที่พิธีอภิเษกมาถึงเว่ยหลินหลางก็จะเป็นของพระองค์ตลอดไปและตลอดกาล “ดวงดาวคืนนี้เต็มท้องฟ้าสวยจัง”เสียงของสตรีสาวนางหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบภายในบริเวณดังกล่าว

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 47 หวนคืนชำระแค้น 1.1

    สิบเดือนผ่านไป แคว้นเทียนอวี๋ในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยความสงบสุขไปทั่วทุกหย่อมหญ้า นับตั้งแต่ฮ่องเต้ลี่หยวนเสด็จกลับจากการออกล่าดินแดนและเริ่มวางแผนปกครองแคว้นอย่างจริงจัง ชาวเมืองเทียนอวี๋ร่วมไปถึงชาวเมืองจากแคว้นอื่นๆ ที่ถูกต้อนมาในฐานะผู้พ่ายแพ้สงครามรวมแล้วมีมากมายนับหลานแสนคนเลยทีเดียว ลี่หยวนฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีของประชาชนเป็นเวลาห้าปี มีเพียงชนชั้นขุนนางและคหบดีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้กับราชสำนักเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นการจ่ายภาษีก็จ่ายเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้นเพื่อเกิดความให้ยุติธรรมและให้แจกจ่ายที่ดินทำกินให้กับทุกครัวเรือน เพิ่มเบี้ยหวัดให้แก่ทหารในกองทัพเพื่อมีเงินส่งให้กับทางบ้านเกิดรวมไปถึงแจกจ่ายข้าวและอาหารให้แก่ชาวเมืองเป็นประจำทุกเดือนเพื่อไม่ให้เกิดความอดอยาก ฮ่องเต้ลี่หยวนใช้บทลงโทษที่รุนแรงยิ่งนักสำหรับผู้กระทำความผิด หากผู้ใดฉวยโอกาสขึ้นราคาข้าวและของแห้งซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการแลกเปลี่ยนสินค

  • ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต   ตอนที่ 46 ตำหนักรัก 1.3

    หา! เจ้าหอคนงามอุทานออกมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง “นะ..นี่ท่านไม่ได้พูดหยอกเย้าข้าอย่างนั้นเหรอท่านแม่ทัพ”นางถามย้ำกลับไป “เจ้าคิดว่าคนเช่นข้าพูดเล่นอย่างนั้นเหรอ ที่ข้าพูดกับเจ้าเมื่อครู่ล้วนจริงจังและจริงใจต่อเจ้าทั้งสิ้น”รับสั่งย้ำเตือนสุรเสียงเน้นหนักและชัดเจนสร้างอาการตื่นตะลึงและตกใจอยู่ไม่น้อยบังเกิดขึ้นกับเว่ยหลินหลางขึ้นมาทันใด “นี่ท่านพูดจริงเหรอท่านแม่ทัพ ท่านไม่กลัวครอบครัวและวงศ์ตระกูลได้รับความอับอายเพราะข้ามีใบหน้าอัปลักษณ์เข่นนี้เลยเหรอ”นางถามกลับไป “ข้าไม่สนใจ!” “ข้าไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเอง ไม่มีรู้ว่าเป็นใครมาจากไหนไร้สิ้นตระกูลใหญ่ค้ำจุน” “ข้าไม่สน” “ข้ากินจุมากเลยนะ ท่านเลี้ยงไหวเหรอ”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status