Compartir

ตอนที่ 4

last update Fecha de publicación: 2026-05-21 21:11:12

ท่ามกลางความรื่นเริงของผู้คนในตำหนักแสงจันทร์อันห่างไกล อีกฟากฝั่งภายในเมืองหลวง สตรีผู้หนึ่งที่อยู่บนรถม้ากับสาวใช้ส่วนตัว แม้ว่าอายุจะย่างเลขสามแล้วแต่ความงามก็ยังคงตราตรึง ใบหน้างามดูอ่อนวัยราวกับหญิงสาวอายุสิบแปด รูปร่างที่เย้ายวนยังชวนให้บุรุษหลงใหลได้ไม่ยากเย็น ก่อนริมฝีปากบางจะเอ่ยกับสาวใช้ส่วนตัว

"มีข่าวแจ้งมาบ้างหรือไม่"

"แจ้งมาเมื่อเช้านี้เจ้าค่ะ คาดว่าองค์หญิงคงจะมีอายุที่ไม่ยืนยาวเสียแล้ว เพราะนอกจากจะไม่สามารถลุกจากเตียงได้ ยังทานอาหารได้น้อยลง"

"เช่นนั้นหรือ"

"นายหญิงจะให้เพิ่มยาพิษลงไปหรือไม่"

"ไม่ต้องแล้ว... ให้นางค่อยๆ ตาย หากตายเร็วเกินไปจะเป็นที่สงสัยได้"

"เจ้าค่ะ"

"เมื่อไหร่จะถึงเสียที"

"อีกราวชั่วยามเจ้าค่ะ"

"อ่า ซี้ด" มือเล็กกอบกุมหน้าอกอวบก่อนจะค่อยๆ บีบเคล้นเบาๆ แล้วส่งเสียงครางออกมา นางถูกวางยาพิษหมื่นราตรีมาหลายปี ในทุกๆ วันจะต้องปลดปล่อยอารมณ์กำหนัด ทำให้ในตอนนี้แม้พิษจะไม่กำเริบแต่นางก็รู้สึกเสพติดการเสพสังวาสจนต้องให้สาวใช้ส่วนตัวไปซื้อบ่าวรับใช้ในตลาดค้าทาสมาไว้ที่เรือนทั้งสตรีและบุรุษ เพื่อเป็นเครื่องบำบัดอารมณ์กำหนัดให้นางในทุกๆ วัน

"อ่า ข้าอยากยิ่งนัก ซี้ด เมื่อไหร่จะถึงสักที"

"นายหญิงจะให้บ่าวเรียกเจิ้งซีหรือไม่เจ้าคะ" เจิ้งซีที่สาวใช้ส่วนตัวนางเอ่ยถึงคือบ่าวบังคับม้า

"เรียกเข้ามา อ่า" นางใช้นิ้วเสียดสีกับร่องรักที่เปียกชื้นไปด้วยความใคร่ เจิ้งซีบ่าวรับใช้คนพิเศษที่นางซื้อตัวมาจากตลาดค้าทาส ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาสุภาพ ผิวที่กร้านแดดเล็กน้อยทำให้ดูมีเสน่ห์ เขายอมขายตัวเป็นทาสเพื่อหาเงินรักษามารดาที่ป่วย ก่อนจะกลายเป็นทาสบำเรอกามให้นายหญิง ซึ่งเขาก็มิได้รู้สึกแย่ตรงกันข้ามกลับชื่นชอบให้นายหญิงเรียกใช้งานอยู่ในทุกวันเสียด้วยซ้ำ ยอมเป็นทาสรับใช้ติดตามหญิงสาวไปในทุกที่ เพื่อว่าหากนายหญิงเรียกใช้งาน เขาเองก็พร้อมที่จะปรนเปรอหญิงสาวตลอดเวลา

เมื่อเจิ้งซีเข้ามาสาวใช้ส่วนตัวของนางก็ออกไปนั่งเคียงคู่กับบ่าวบังคับม้าด้านหน้า นางชื่นชอบลีลากามของชายหนุ่มยิ่งนัก เพราะความที่ชายหนุ่มพูดน้อยแต่ยามกระแทกกระทั้นร่องรักกลับเร่าร้อนและแข็งแรงราวกับม้าศึก เจิ้งซีจึงถูกนางเรียกใช้งานบ่อยกว่าใคร เรียกว่าแทบจะทุกวันเลยก็ว่าได้

"อ่า ซี้ด เจ้ามาแล้วหรือ อ่า เลียให้ข้าที"

"ขอรับนายหญิง" ร่างสูงคุกเข่าลงกับพื้นรถม้า ก่อนจะถลกกระโปรงของหญิงสาวขึ้นไปกองบนเอวคอดแล้วถอดกางเกงชั้นในของนางออกจนปรากฏให้เห็นบุปผาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานที่เปียกชุ่มไปทั่วหน้าขา

ร่างสูงก้มหน้าลงจุมพิตที่หน้าขาด้านในจนนางต้องส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ด้วยความเสียวซ่าน ก่อนใบหน้านิ่งจะเลื่อนเข้าไปใกล้บุปผาอันชุ่มฉ่ำ ลมหายใจรดกลีบงาม ทำให้นางรู้สึกขนลุก ก่อนจะกระดกสะโพกให้ร่องรักสัมผัสกับใบหน้าของชายหนุ่มอย่างแนบชิด เจิ้งซีที่เห็นอาการกระหายอยากของนายหญิงที่มีเพิ่มมากขึ้นจึงไม่รอช้า ลงมือเขี่ยที่เกสรเบาๆ แล้วครอบครองกลีบบุปผาด้วยริมฝีปากแล้วดูดเลียจนทั่ว ก่อนจะแทรกลิ้นเข้าไปยังร่องรัก ชักเข้าชักออกเป็นจังหวะเนิบนาบทำให้หญิงสาวแทบจะคลุ้มคลั่งด้วยความกระหายอยาก จนต้องเว้าวอนให้ชายหนุ่มจัดการแทรกลำร้อนเข้ามาในร่างของนางเสียที

"ซี้ด อ่า นำแท่งหยกของเจ้ากระแทกข้าเสียที อ่าา ข้าไม่ไหวแล้ว ซี้ด"

เมื่อเห็นนายหญิงเว้าวอนขอร้องด้วยแววตาฉ่ำเยิ้มชายหนุ่มก็มิรอช้า ทำการกดกระแทกเอ็นร้อนลำเขื่องเข้าใส่ร่องรักที่เปียกชุ่มในทันที ภายในรูที่คับแน่นและนุ่มลื่นทำให้ชายหนุ่มส่งเสียงครางกระเส่าออกมาเป็นระยะ ก่อนเอวสอบจะทำหน้าที่ของมันเป็นอย่างดี ลำแท่งที่ถูกซอยรัวเข้าออกเป็นจังหวะเร่งเร้า ถูกกระแทกรัวจนแทบลืมหายใจ มือเรียวกำชายเสื้อหน้าอกของชายหนุ่มจนแน่น ใบหน้าเหยเกสุขสมยามที่ร่างกายถูกกระแทกจนหัวสั่นคลอน นางครางแทบไม่เป็นภาษา ช่วงจังหวะสุดท้ายจึงได้กรีดร้องออกมาอย่างสุขสมพร้อมกับชายหนุ่มที่ฉีดน้ำรักเข้าสู่ภายในของนางความรู้สึกอุ่นซ่านที่ได้รับทำให้อารมณ์ของนางเริ่มเกิดขึ้นอีก ก่อนจะถูกชายหนุ่มจับพลิกคว่ำพลิกหงายกระแทกจนน้ำวสันต์เปียกชื้นไปจนทั่วรถม้า สาแก่ใจนางยิ่งนัก...

ทางด้านซินเยว่เล่อหญิงสาวตื่นแต่เช้าเพื่อมาฝึกยุทธ ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วเดินสำรวจให้ทั่วหุบเขาซือหลุนกับเหล่าองครักษ์ นางสังเกตว่าที่นี่นอกจากอากาศดีแล้วยังอยู่ในทำเลที่เหมาะสม สามารถมองเห็นพื้นที่ได้โดยรอบจากตำหนักแสงจันทร์ของนางที่อยู่พื้นที่สูงสุด ก่อนจะสังเกตอีกว่าแถบนี้ไม่มีบ้านเรือนของชาวบ้านเลยแม้แต่สักหลัง เมื่อสอบถามจึงได้ความว่า เนื่องจากเป็นตำหนักของทางราชวงศ์ภายในระยะสิบลี้จึงไม่มีบ้านเรือนของชาวบ้าน ซินเยว่เล่อพยักหน้าอย่างเข้าใจได้ อย่างไรคนในราชวงศ์ก็มักเห็นแก่ความปลอดภัยของตนเป็นหลักสำคัญ และมองว่าชาวบ้านตาดำๆ นั้นเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นเท่านั้น หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ร่างเล็กที่เดินสำรวจไปทางด้านนั้นทีด้านนี้ที ก็อดทำให้เหล่าองครักษ์รู้สึกแปลกใจไม่ได้

ในตอนแรกที่หญิงสาวกล่าวว่าต้องการสำรวจพื้นที่ พวกเขาคาดว่าพอเหนื่อยเดี๋ยวองค์หญิงก็คงจะหยุดไปเอง แต่ตลอดสามวันที่ผ่านมาก็ทำให้พวกเขารู้แล้วว่า พวกเขาคิดผิด เพราะนอกจากหญิงสาวจะไม่เคยเอ่ยปากบ่นว่าเหนื่อยหรือร้อนแล้ว ยังตั้งคำถามอย่างสนใจใคร่รู้กับหัวหน้าองครักษ์ หานฮุ่ยเจียง แทบจะตลอดเวลา

สามวันผ่านไป

ซินเยว่เล่อที่ออกสำรวจพื้นที่จนทั่วจึงเรียกลู่กงกงและลี่หมัวมัว ให้เข้ามาหา ก่อนทั้งสองจะทำสีหน้าสงสัยว่าองค์หญิงต้องการสิ่งใด

"ถวายพระพรองค์หญิง"

"ข้ามีเรื่องอยากจะรบกวนพวกท่านสักเล็กน้อย"

"เรื่องอันใดหรือเพคะ"

"ท่านกงกง ข้าอยากจะรู้ว่า ข้ามีเงินอยู่มากน้อยเท่าใด"

"องค์หญิงได้โปรดรอสักครู่"

ลู่กงกงเดินตรงออกไปที่ห้องทำงาน ก่อนจะเดินกลับมายังห้องบรรทมขององค์หญิงพร้อมกับสมุดบัญชีหลายเล่ม เขาชี้แจงถึงรายได้ และรายจ่าย และจำนวนเงินเก็บที่มีทั้งหมดให้หญิงสาวฟังอย่างละเอียด ทำให้ซินเยว่เล่อรู้ว่าตนเองนั้นร่ำรวยเพียงใด เนื่องจากอดีตฮองเฮาหรือพระมารดาของซินเยว่เล่อนั้นมีกิจการในเมืองหลวงมากมาย และแต่ละร้านก็มีกำไรต่อเดือนหักส่วนแบ่งให้นางและพี่ชายคนละครึ่ง รวมๆ ต่อเดือนก็ราวๆ สามหมื่นตำลึงทอง โดยรายได้ต่อปีรวมราวๆ สามแสนถึงห้าแสนตำลึงทอง นับว่านางและพี่ชายค่อนข้างร่ำรวยมากทีเดียว และยังมีในส่วนที่เสด็จพ่อมอบให้นางใช้จ่ายทุกเดือน เดือนละห้าร้อยตำลึงทอง นับว่านางคือคนในราชวงศ์เพียงคนเดียวที่มีเงินเดือนเยอะที่สุดเพราะเป็นลูกรัก ชายผู้นั้นรักองค์หญิงมากทีเดียว

เมื่อทราบตัวเลขคร่าวๆ ของจำนวนเงินที่มีแล้ว หญิงสาวจึงบอกถึงความต้องการของตน ในตอนนี้เส้นทางขึ้นมาสู่ตำหนักแสงจันทร์นั้น มีกำแพงเพียงชั้นเดียว หญิงสาวต้องการให้ทำกำแพงสูงรอบบริเวณตีนเขาอีกหนึ่งชั้น ซึ่งลู่กงกงแจ้งว่าไม่มีปัญหาและสามารถทำได้ หญิงสาวจึงได้มอบหมายงานให้ลู่กงกงเป็นผู้ไปจัดการ หาช่างมาทำกำแพงชั้นนอก

"องค์หญิงเหตุใดจึงต้องทำกำแพงชั้นนอกเพคะ"

"แม่นมไม่กลัวผู้ใดจะลอบเข้ามาทำร้ายข้าอีกหรือ"

"กลัวเพคะ เช่นนั้น..."

"ข้าจะสร้างที่นี่ให้เป็นอาณาจักรของพวกเราเอง และข้าจะทำการค้า"

"ทำการค้าหรือเพคะ"

"ใช่... คนของเรามีมากนัก อย่างไรรายจ่ายก็ต้องมากตาม ข้าจะไม่ยอมให้คนที่ติดตามข้ามาต้องลำบากรวมทั้งแม่นมด้วยเข้าใจหรือไม่"

"โธ่ องค์หญิงของบ่าว แล้วองค์หญิงต้องการจะทำสิ่งใดเพคะ"

"ข้าต้องการเข้าไปเที่ยวชมในเมืองสักครั้ง แล้วค่อยตัดสินใจ"

"องค์หญิงจะทรงเสด็จเมื่อใดเพคะ บ่าวจะได้สั่งให้เหล่าข้าหลวงเตรียมตัว"

"ไม่ต้องนำคนไปเยอะ เดี๋ยวจะเป็นที่สังเกตข้าจะไปกับท่านองครักษ์หานและจางซี ส่วนนางกำนัล ก็เป็น ลี่อินและลี่หยางก็แล้วกัน"

"เพคะ บ่าวจะได้แจ้งพวกนางให้เตรียมตัว องค์หญิงจะเสด็จเมื่อใดเพคะ"

"พรุ่งนี้ ยิ่งเร็วยิ่งดี"

"เพคะ"

"ท่านไปเถิด ข้าอยู่ผู้เดียวได้"

"เพคะองค์หญิง"

ห่างจากที่นี่ราวยี่สิบลี้คือเมืองเจียงซู เมืองท่าขนาดใหญ่ การค้าค่อนข้างหนาแน่น หญิงสาวได้รับสารนัดหมายกับท่านตา ให้นัดพบกันที่โรงเตี๊ยมหมื่นเมฆา ที่เป็นกิจการของสำนักพยัคฆ์หมื่นเมฆาในอีกสองวัน

"ได้เวลากลับมาอยู่กับความเป็นจริงแล้วสินะ!"

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 14

    หลังจากที่คนร้ายชุดดำออกไปจากห้อง เยว่เล่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปส่องดูความเคลื่อนไหวภายนอก ที่ช่องหน้าต่างที่แง้มเปิดอยู่ ด้านนอกมีคนเฝ้าประตูอยู่ถึงหกคน แต่นั่นมิใช่ปัญหาใหญ่อันใดสิ่งที่นางจำเป็นต้องทำคือ จับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้แบบตัวเป็นๆ ว่าแต่ว่าคนร้ายที่อุ้มนางเข้ามาเมื่อกี้นี้ เหตุใดจึงมีน้ำเสียงที่คุ้นหูยิ่งนัก ทั้งยังไม่มีไอสังหารแตกต่างจากนักฆ่าทั่วไป รวมถึงคำพูดที่ชายผู้นั้นกล่าวกับนางราวกับว่ารู้จักนางอย่างไรอย่างนั้น!เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!เวลาผ่านไปกว่าชั่วยามบุรุษตัวสูงผู้นั้นก็เข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ซินเยว่เล่อแกล้งนอนหลับอยู่บนเตียง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอของอีกฝ่าย"อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะทรงหลับไปถึงเมื่อใดกันพ่ะย่ะค่ะ"ซินเยว่เล่อที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มกล่าวเสียดสีจึงทำทีเป็นพึ่งรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายหญิงสาวก็ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง"นี่... นี่ท่านเองงั้นหรือ!""ยินดียิ่งนักที่องค์หญิงทรงจดจำกระหม่อมได้""เป็นท่านที่ชอบย่องเบา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 13

    แผนการลักพาตัว​"หมดหน้าที่ของพวกเจ้าแล้ว นายหญิงสั่งให้หยุดแค่นี้ก่อนกลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวงได้""หึหึ แล้วที่นายหญิงรับปากพวกข้าเรื่ององค์หญิงนั่นเล่า!""หากพวกเจ้าคิดว่ามีปัญญาจัดการนางได้ ก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงตัวนายหญิงก็พอ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเจ้า ไม่ตายดีแน่!""พวกข้ารู้แล้วน่า หึหึ องค์หญิงนั่นงดงามถึงเพียงนั้น แม้ว่าจะยังไม่พ้นวัยปักปิ่นแต่ก็ทำให้อารมณ์บุรุษเพศของข้าพุ่งสูงได้ถึงเพียงนี้ สมกับที่เล่าลือจริงๆ""หึหึ พวกเจ้าก็ระวังตัวให้ดีเถิด จะลักพาตัวสตรีผู้นั้นมิใช่ทำได้ง่ายๆ องครักษ์เกราะทองกว่าครึ่งร้อยที่คอยอารักขานางอยู่ไม่ไกล""หึหึ ท่านอย่าลืมเสีย ว่ามีคนของนายหญิงแฝงตัวอยู่ในนั้นด้วย เหตุใดต้องกลัว หากพวกข้าสามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ นายหญิงคงจะพอใจเป็นอย่างมากเป็นแน่""เอาละ เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง และข้าถือว่าเตือนพวกเจ้าแล้ว""เอาน่า... ท่านจะระแวงอันใดนักหนา แค่สตรีบอบบางเพียงคนเดียว"บุรุษทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่ลอบ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 12

    ในยามนี้คนร้ายตัวจริงได้ทำการวางยาพิษครั้งใหม่ทำให้ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งถูกพิษและกลายเป็นโรคระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีส่วนผสมของพิษค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้ง นอกจากท้องเสียท้องร่วง เป็นผดผื่นมีไข้ ซ้ำยังติดกันง่ายกว่าเดิมทางการได้รีบเร่งแยกคนไข้ที่ป่วยหนักและป่วยระยะแรกออกจากกัน เพื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง ในยามนี้ทุกคนในเมืองต่างเดือดร้อนกันโดยถ้วนหน้าเพียงไม่นานก็มีข่าวลือเกิดขึ้นทันที นั่นคือ ดวงชะตาเป็นปฏิปักษ์ขององค์หญิงซินเยว่เล่อที่ออกมาอาศัยอยู่นอกวัง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนมิรู้คือ การที่หญิงสาวอาศัยอยู่ที่เมืองจี๋หนานของพวกเขาการเกิดโรคระบาดในครั้งนี้จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาแต่กล่าวโทษหญิงสาว ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะนาง! มู่หนิงเฉิงที่ได้ยินข่าวลือเช่นนั้นก็เกิดอารมณ์โมโหสั่งให้องครักษ์ตามหาต้นตอของข่าวลือมาให้จงได้ พร้อมทั้งยังลงโทษอย่างหนักสำหรับคนที่จงใจปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จ ทำให้องค์หญิงซินเยว่เล่อต้องเสื่อมเสีย!ความวุ่นวายภายในเมืองจี๋หนาน ถูกส่งต่อเรื่องราวผ่านนกพิราบสื่อสารไปยังผู้

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 11

    "ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!""เกิดอันใดขึ้น!""ในเมืองจี๋หนานพบชาวบ้านติดโรคระบาดกันเพิ่มขึ้นอีกแล้วขอรับ แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเดิมขอรับ"มู่หนิงเฉิงและซินเยว่เล่อได้แต่หันมาสบตากันอย่างเข้าใจ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!"ท่านแม่ทัพ ท่านรีบสั่งการให้ท่านเจ้าเมืองปิดประตูเมืองก่อนเถิด หากชักช้าคนที่ติดโรคอาจจะนำโรคระบาดออกมาติดชาวบ้านที่อยู่นอกประตูเมือง!""ได้ เจ้าจงนำคำสั่งของข้าไปแจ้งแก่ท่านเจ้าเมือง สั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามคนออกจากเมืองเด็ดขาด!""ขอรับ ท่านแม่ทัพ!""โรคระบาดจะสามารถรักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่""รักษาได้เจ้าค่ะ สาเหตุเพียงเกิดจากพิษของซ่านโถว เมื่อเรารู้ต้นเหตุแล้วก็สามารถรักษาได้ในทันที เพียงแต่ต้องระวังมิให้ประชาชนออกจากประตูเมือง เพราะเกรงว่าจะนำไปติดชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงเมืองก็พอ""เหตุใดต้นไม้เพียงต้นเดียวจึงมีฤทธิ์มากมายถึงเพียงนี้กันนะ!""เป็นเพียงพิษที่ทำให้แพ้เท่านั้นเจ้าค่ะ แต่อาการกลับสามารถติดต่อกันได้ง่ายคล้ายโรคระบาด แต่หากผู้ใดที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็อา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 10

    สามวันผ่านไปจำนวนของผู้ที่ติดโรคระบาดค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ติดโรคถูกทางการแยกตัวออกไปรักษาในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันการติดต่อกัน"เรียนท่านแม่ทัพ จำนวนผู้ที่ติดโรคลดลงแล้วขอรับ ตอนนี้ทุกคนปฏิบัติตามข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดขอรับ""ดีมาก เจ้าไปได้แล้ว""ขอรับ" นายกองที่เข้ามารายงานผลถอยร่นออกไป ก่อนที่องครักษ์ของชายหนุ่มจะเข้ามาแทนที่"คารวะนายท่าน""ได้ความว่าอย่างไร""เรียนท่านแม่ทัพ องค์หญิงทรงหายดีแล้วขอรับ รอบๆ ตำหนักเต็มไปด้วยองครักษ์ ข้าน้อยไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ขอรับ""ช่างเถิด แค่รู้ว่านางสบายดีก็พอแล้ว องค์ไท่จื่อและฝ่าบาทจะได้สบายพระทัยเสียที เจ้าจงนำสารนี้ส่งให้ถึงมือองค์ไท่จื่อ""ขอรับนายท่าน"หลังจากที่องครักษ์ออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ"เจ้าหายดีแล้วพี่ก็สบายใจ"…ทางด้านตำหนักแสงจันทร์"องค์หญิงจะทรงออกไปข้างนอกจริงๆ หรือเพคะ""ใช่!""แต่ว่าด้านนอกยังมีชาวบ้านที่ติดโรคระบาดอยู่นะเพคะหากพระองค์ติดโรคระ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 9

    หลังจากที่เยว่เล่อสั่งการให้ท่านหมอฝูไปทำการรักษาเหล่าข้าหลวงในตำหนักแสงจันทร์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมาเพื่อรายงานบางอย่างแก่หญิงสาว"ทูลองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ""ได้ความว่าอย่างไรบ้างท่านหมอฝู""โรคระบาดที่ว่านั้นเกิดจากพิษของต้นซ่านโถวพ่ะย่ะค่ะ""ต้นซ่านโถว! ต้นไม้พิษน่ะหรือ""ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่เดิมมีต้นกำเนิดจากเมืองซ่านโถว เมล็ดของมันสามารถนำมาบดเป็นผงมีฤทธิ์คล้ายยาถ่าย แต่ให้ผลที่รุนแรงกว่าพ่ะย่ะค่ะ""ที่ท่านกล่าวมา หมายความว่ามีคนจงใจ ทำให้เกิดโรคระบาดเช่นนั้นหรือ""อาจจะเป็นเช่นนั้น พ่ะย่ะค่ะ""แล้วพอจะมีทางรักษาให้หายหรือไม่เล่า""ย่อมต้องมีทางรักษาให้หายอย่างแน่นอน พ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้น คงต้องรบกวนท่านหมอฝูแล้ว หากท่านต้องการสิ่งใดก็ขอให้แจ้งแก่ลู่กงกงได้เลย มิต้องเกรงใจ""พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง"เหล่าข้าหลวงภายในตำหนักแสงจันทร์ได้รับการรักษาจนกระทั่งมีอาการดีขึ้น โดยทำตามคำแนะนำของท่านหมอเทวดาคือการดื่มน้ำที่ต้มสุกเท่านั้น และหากท้องเสียจนเกิดอาการอ่อนเพลียก็สามารถแก้ไขด้วยการดื่มน้ำต้มสุกที่ผสมกับเกล

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status