INICIAR SESIÓNสามวันผ่านไป
ซินเยว่เล่อได้สั่งให้มีการแบ่งกลุ่มของทหารองครักษ์ที่มีหน้าที่ดูแลจวนออกเป็นห้ากลุ่ม ก่อนจะแบ่งพื้นที่ให้ทุกๆ คนถางพื้นที่เอาต้นหญ้าออกให้หมดตามจุดที่หญิงสาววางเอาไว้ เพื่อเตรียมปลูกสมุนไพรและส่วนที่อยู่ใกล้พื้นที่ตำหนักที่สุดก็ปลูกผัก ทุกคนจะได้มีพืชผักไว้กินกันโดยไม่ต้องอดอยาก ใช้เวลาถึงเจ็ดวันพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายก็ถูกจัดการจนเสร็จเรียบร้อย ท่ามกลางความปลาบปลื้มของหญิงสาว
หลังจากนั้นจึงได้มีการลงมือปลูกสมุนไพรที่ส่งมอบให้ปลูกในแต่ละจุด ก่อนหญิงสาวจะเรียกตัวลู่กงกงเพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าในการสร้างกำแพงรอบตำหนัก
โดยมีการสร้างกำแพงจำนวนสองชั้น เป็นกำแพงชั้นนอกสุดเพื่อเฝ้าระวังการเข้าออกของบุคคลภายนอก และกำแพงชั้นในที่สร้างเพื่อล้อมรอบตำหนักส่วนในที่เป็นส่วนของที่พัก ในส่วนของที่พักนั้นหญิงสาวได้สั่งการให้สร้างเรือนที่พักเพิ่มเติมจากเดิมในส่วนของตำหนักชั้นในและชั้นนอกที่อยู่ติดกับกำแพงชั้นนอกเพื่อให้เหล่าองครักษ์ได้เอาไว้ใช้พักผ่อนให้สบายขึ้น
ในส่วนของเรือนชั้นในด้านซ้ายจะเป็นเรือนที่พักของเหล่าข้าหลวง เรือนหลักหรือตำหนักใหญ่ตรงกลางเป็นที่พักของนางและข้าหลวงคนสนิทเพื่อสะดวกต่อการรับใช้ และด้านขวาคือเรือนสมุนไพร ถัดไปจึงเป็นแปลงผักขนาดใหญ่ที่เอาไว้หล่อเลี้ยงทุกคน
ลู่กงกงหลังจากรับคำสั่งจากองค์หญิงก็จัดการให้ช่างเข้ามาทำการสร้างเรือนและกำแพงในทันที โดยกำหนดระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายในสามเดือน โดยในระหว่างนี้คนงานทุกคนจะถูกดูแลเป็นอย่างดีโดยองครักษ์เพื่อป้องกันเหตุที่ไม่คาดฝันและคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อนาง
"ถวายพระพรองค์หญิงเพคะ"
"ว่าอย่างไรหรือ"
"ทางด้านแปลงสมุนไพร บ่าวรับใช้ทำการเตรียมดินเสร็จเรียบร้อยแล้วเพคะ องค์หญิงจะทรงเสด็จไปดูหรือไม่เพคะ" ซินเยว่เล่อที่กำลังเช็ดทำความสะอาดกระบี่ เมื่อได้ยินว่าดินถูกเตรียมเสร็จแล้ว ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างอย่างยินดี ในการลงมือปลูกสมุนไพรหรือแม้กระทั่งแปลงผักแปลงดอกไม้ หญิงสาวจะทำการสั่งกำชับให้นางกำนัลมาแจ้งแก่นางทุกครั้ง เพราะซินเยว่เล่อต้องการมีส่วนร่วมกับทุกๆ คน ในทุกเรื่อง ทุกวันจะเป็นเช่นนี้เสมอ เหล่าข้าหลวงในคราแรกต่างก็พากันเอ่ยคัดค้าน แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลขององค์หญิงก็ต้องเปลี่ยนความคิด องค์หญิงน้อยของพวกเขาโตขึ้นมากจริงๆ หญิงสาวต้องการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง นางให้เหตุผลว่าต้องการเพียงแค่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ หากต้องให้อยู่เฉยๆ สักวันนางอาจต้องกลายเป็นหญิงพิการเป็นแน่ ครั้งแรกที่ได้ยินองค์หญิงกล่าวเช่นนั้นเหล่าข้าหลวงต่างพากันเข่าทรุดเสียงดังสนั่น ก่อนหน้าผากของทุกคนจะโขกกับพื้นอย่างแรง หญิงสาวก็พลันหัวเราะเสียงดังก่อนจะสั่งให้ทุกคนลุกขึ้น แล้วต่อไปก็จงปฏิบัติกับนางตามปกติ มิต้องยึดถือธรรมเนียมเคร่งครัดเช่นอยู่ในรั้วพระราชวัง ถึงอย่างไรทุกคนที่เดินทางมาที่นี่ก็ไม่ต่างจากคนในครอบครัวของนาง
เมื่อเหล่าข้าหลวงและองครักษ์ที่ได้ยินเช่นนั้นต่างก็พากันตื้นตันในความเมตตาขององค์หญิง ก่อนจะลงมือช่วยกันปลุกพืชผักอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน
"องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ ผักกาดจะปลูกไว้บริเวณใดดีพ่ะย่ะค่ะ" เสียงจางกงกง ขันทีน้อยคนสนิทของหญิงสาวเอ่ยถามหญิงสาวขึ้น ก่อนหญิงสาวจะทำท่าครุ่นคิดเพียงครู่
"ตรงกลางเถิดจางกงกง เพราะผักกาดนั้นแมลงจะชอบมากัดแทะ แล้วค่อยไปปลูกผักที่มีกลิ่นฉุนล้อมรอบ จะได้ป้องกันแมลง"
"พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงช่างเก่งกาจยิ่งนัก" ซินเยว่เล่อถึงกับหลุดเสียงหัวเราะ เมื่อจางกงกงเอ่ยชมนางซึ่งๆ หน้า ก่อนหญิงสาวจะเอ่ยหยอกเย้าคนสนิทกลับไปบ้าง
"พูดถูกใจ วันนี้ข้าจะเพิ่มเนื้อสัตว์ให้เจ้าอีกหนึ่งถ้วยใหญ่" หลังจากที่ซินเยว่เล่อเอ่ยจบก็มีเสียงหัวเราะของเหล่าข้าหลวงดังขึ้นจนทั่วบริเวณ จางกงกงที่ถูกองค์หญิงเล่นงาน ถึงกับยิ้มเขินหน้าแดง
"องค์หญิงทำเช่นนั้น พวกหม่อมฉันก็ผอมแย่สิเพคะ" นางกำนัลลี่จิน เอ่ยขึ้น
"พวกเจ้ามิควรกินเยอะเพราะจะทำให้อ้วนประเดี๋ยวจะไม่มีผู้ใดมาสู่ขอออกเรือน แต่จางกงกงต้องอยู่กับข้าไปทั้งชีวิต จำเป็นต้องบำรุงให้มากหน่อย" ยิ่งพูดจบ เสียงหัวเราะก็ยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิม ทำเอาคนถูกแซวเช่นขันทีน้อยถึงกับไปไม่เป็น
"เช่นนั้นพวกหม่อมฉันจะขออยู่กับองค์หญิงไปตลอดชีวิตดีกว่าเพคะ" ลี่จู เอ่ยขึ้นบ้าง ทำให้ซินเยว่เล่อหยุดมือที่กำลังปลูกผักก่อนจะลุกพรวดขึ้น แล้วแกล้งทำเสียงดุใส่นางกำนัลคนสนิท
"บังอาจ! ลี่จูเจ้ากำลังหลอกกินเนื้อสัตว์ของข้าอยู่ใช่หรือไม่!"
"หม่อมฉันมิกล้าเพคะ องค์หญิง"
"ชิชะ เห็นอยู่ว่าพวกเจ้ากำลังจะหลอกกินเนื้อสัตว์ของข้า!" เหล่าข้าหลวงต่างขบขันในท่าทีโกรธเคืองแบบไม่จริงจังขององค์หญิง ตั้งแต่ที่องค์หญิงน้อยของพวกนางฟื้นจากอาการป่วย นางก็เปลี่ยนไปจากองค์หญิงผู้สง่างาม เงียบขรึม กลายเป็นดรุณีน้อยที่มีแต่เสียงหัวเราะและอารมณ์ขัน กลายเป็นที่ชื่นชอบของพวกนางยิ่งนัก อย่างน้อยยามที่องค์หญิงรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาเช่นนั้น มิต้องเก็บความเสียใจไว้แต่เพียงผู้เดียวเช่นแต่เก่าก่อน
ในขณะที่นางและคนของนางกำลังหัวเราะกันอยู่อย่างสดใสร่าเริง บนต้นไม้ไม่ไกลจากจุดที่นางอยู่กลับปรากฏเงาร่างของคนผู้หนึ่งกำลังยกยิ้มกับตัวเองเบาๆ
"นางช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจจริงๆ"
ในขณะนั้นเองลี่หมัวมัวก็เดินเข้ามาพอดี
"องค์หญิงเพคะ พอเพียงเท่านี้ก่อนเถิดเพคะ แดดร้อนมากนัก"
"อืม หมัวมัวท่านให้นางกำนัลเตรียมน้ำเถิด ข้าอยากอาบน้ำยิ่งนัก"
"เพคะองค์หญิง"
ในขณะที่หญิงสาวกำลังลุกขึ้นปัดดินที่เปื้อนมือ เสียงที่ได้ยินจากบนต้นไม้ไม่ไกลจากจุดที่นางอยู่ ทำให้นางรู้ว่ามีผู้บุกรุก ก่อนจะปาอาวุธลับออกไป พร้อมกับส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาได้รู้
"ใครน่ะ!" เมื่อสิ้นเสียงองค์หญิงเหล่าบรรดาองครักษ์เงาก็เคลื่อนไหวไปทางด้านที่องค์หญิงปาอาวุธลับไปในทันที ชายหนุ่มที่เฝ้ามองอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่งถูกอาวุธลับของนางเฉียดเข้าที่ใบหน้าเล็กน้อย ส่งผลให้มีเลือดซึมออกมา
"หึหึ ยังฝีมือดีไม่เปลี่ยน ขนาดเปลี่ยนมาเป็นร่างที่งดงามถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงได้เป็นสตรีใจดำเช่นเดิมได้เล่า" เมื่อกล่าวจบชายลึกลับผู้นั้นก็หายลับไป แม้กระทั่งองครักษ์เงาที่เก่งกาจที่สุด ยังไม่สามารถจับสายเงาของเขาได้ ทำให้หานฮุ่ยเจียงที่เป็นหัวหน้าองครักษ์มีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ที่อยู่ๆ มีผู้บุกรุกเข้ามาถึงที่นี่ได้ หากว่าองค์หญิงมิใช่สตรีร้ายกาจ มิใช่ว่าจะถูกสังหารไปแล้วหรือ หากเป็นเช่นนั้น ต่อให้มีสิบหัวก็คงจะมิพอเป็นแน่
ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ร่างบางของดรุณีน้อย ก่อนจะคุกเข่าลงเสียงดังเพื่อขอรับโทษทัณฑ์
"ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ คนผู้นั้นหนีไปได้" เยว่เล่อได้แต่ถอนหายใจ ถึงอย่างไรองครักษ์ของนางก็มิใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นั้น ฝีมือร้ายกาจเช่นนั้น แม้แต่องครักษ์เป็นร้อยยังไม่สามารถตรวจจับความผิดปกติได้ ก็นับว่าฝีมือร้ายกาจไม่น้อย
"ช่างเถอะ! อย่างไรมันก็ผ่านไปแล้ว อย่าให้มีครั้งหน้าอีก"
"พ่ะย่ะค่ะ" หานฮุ่ยเจียงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะแทบกระอักเลือดกับคำกล่าวต่อมาขององค์หญิงน้อย
"หากมีครั้งหน้า ข้าคงจะต้องคิดว่าจะเลือกควักลูกตาพวกท่านหรือตัดหูของพวกท่านดี"
"พ่ะ...พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทราบแล้ว และจะระวังให้มากขึ้น"
"ท่านออกไปเถอะ ข้าจะพักผ่อน"
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทูลลา" เยว่เล่อยกยิ้มขบขันกับท่าทางตื่นตระหนกของอีกฝ่าย เมื่อยามที่ถูกนางพูดจาข่มขู่ เยว่เล่อละความสนใจก่อนจะถอดอาภรณ์แล้วลงแช่ในน้ำร้อนที่นางกำนัลเตรียมไว้ให้
ดวงตากลมค่อยๆ ปิดลงก่อนจะรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของนาง
"น่ารำคาญยิ่งนัก เหตุใดจึงไม่ไปอีก ท่านเป็นวิญญาณหรืออย่างไร จึงชอบเข้าออกพื้นที่ผู้อื่นโดยที่เจ้าของมิอนุญาต"
"หึหึ"
"หึ ไม่ทราบว่าท่านเองก็คงเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักย่องเบาแล้วกระมัง"
"จุๆ ปากคอเราะราย บาดใจข้ายิ่งนัก"
"เลิกเสแสร้งแล้วออกไปเสีย น่ารำคาญจริง" ใบหน้างามล้ำของเยว่เล่อหันไปปะทะกับดวงตาราวกับหยกสลักของชายหนุ่ม ที่พอจะรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้งดงามราวกับเทพเซียนในยามที่มองจากไกลๆ แต่ไม่คิดว่าเมื่อได้มองใกล้ๆ จะทำให้หัวใจกระตุกได้ถึงเพียงนี้ เพราะเหตุนี้ซินะ ที่ทำให้นางถูกนำมาซ่อนไว้ในที่ห่างไกลเช่นนี้! เสียดายที่เจ้าของร่างไม่อยู่แล้ว ทั้งยังมีดวงวิญญาณของเจ้าวายร้ายตัวแสบมาอยู่แทน แม้ว่าร่างเดิมของเจียวหลินจะงดงามไม่ต่างจากสตรีผู้นี้เท่าใดนัก แต่คนตรงหน้ากลับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เมื่อได้เห็น แทบจะหยุดหายใจเช่นนี้ ชายหนุ่มหยุดต่อปากต่อคำ ก่อนจะยักไหล่แล้วหายลับไปในทันที
"เจ้าคนไร้มารยาท!"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"องค์หญิงเพคะ"
"ว่ามา"
"คุณชายเจียหนิงกลับมาแล้วเพคะ" เจียหนิงญาติผู้พี่ขององค์หญิงซินเยว่เล่อซินะ
"ให้ญาติผู้พี่รอที่ห้องรับรอง เดี๋ยวข้าตามออกไป"
"เพคะ"
หลังจากที่เวลาผ่านไปไม่นาน เยว่เล่อก็เดินตามออกมายังบริเวณห้องรับรอง เจียหนิงที่เห็นว่าญาติผู้น้องหายดีแล้วก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาใช้เวลาเกือบสองเดือนในการตามหาหมอเทวดา และเมื่อเจอก็ยังต้องเสียเวลาเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย แต่ก็ยังไม่สำเร็จ สุดท้ายเพราะความพยายามจึงได้ตัวทายาทของหมอเทวดามาแทน
"ถวายบังคมองค์หญิง"
"ญาติผู้พี่อย่าได้มากพิธีเลยเจ้าค่ะ" เจียหนิงรู้สึกประหลาดใจยิ่งนักที่ญาติผู้น้องของเขาค่อนข้างเปลี่ยนไปอย่างมากในความรู้สึกของเขา แม้ว่าจะยังงดงามเช่นเดิม แต่ความรู้สึกสูงส่งกว่าที่เคยเป็น ทั้งความเข้มแข็งรวมถึงไอสังหารที่แผ่ขยายอยู่รอบๆ ตัวนั่นอีก มันคืออันใดกัน
"พ่ะย่ะค่ะ"
"เอ่อ ท่านผู้นี้คือ"
"ท่านผู้นี้คือคุณชายฝู ทายาทของท่านหมอเทวดาฝูฮุ่ยหลาน กระหม่อมเห็นร่างกายขององค์หญิงไม่สู้ดี เลยเฝ้าตามหาท่านหมอเพื่อมารักษาองค์หญิง แต่มาวันนี้เห็นว่าองค์หญิงดีขึ้นแล้ว กระหม่อมยินดียิ่งนัก หากท่านปู่ทราบเรื่องนี้ต้องดีใจมากเป็นแน่"
"ถวายพระพรองค์หญิง ข้าน้อยมีนามว่าฝูเจียวซิน พ่ะย่ะค่ะ"
"ยินดีที่ได้พบคุณชายฝูเจ้าค่ะ เชิญท่านตามสบายเถิด อย่าได้มากพิธีเลยเจ้าค่ะ ขอบคุณญาติผู้พี่ที่เป็นห่วงข้ายิ่งนัก ตอนนี้ข้าดีขึ้นมากแล้วจริงๆ แต่ในเมื่อท่านหมอมาแล้วก็ช่วยตรวจดูเสียหน่อยเถิดจะได้ไม่ถือว่าเสียเที่ยว เจ้าค่ะ"
"ล่วงเกินองค์หญิงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" นางกำนัลนำผ้าแพรผืนบางมาวางที่ข้อมือองค์หญิง ก่อนที่ท่านหมอฝูจะทำการตรวจชีพจรร่างกายให้หญิงสาว แต่ก็ต้องประหลาดใจยิ่งนัก ที่ภายในร่างกายของนางแข็งแรงมาก แต่หากสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือพิษที่อยู่ในร่างกายของนางไม่สามารถทำอันตรายนางได้เลย นับว่าร่างนี้ค่อนข้างพิเศษยิ่งนัก
"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ"
"กราบทูลองค์หญิง ภายในร่างกายของท่านมีพิษอยู่หลายชนิดซ่อนอยู่ หากแต่ว่าไม่สามารถทำอันใดท่านได้ ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก"
"เป็นเช่นนั้นเองหรือ" ครั้งแรกที่นางเข้ามาอยู่ในร่างกายนี้ก็พอทราบดีอยู่แล้ว ว่าองค์หญิงน้อยผู้นี้ถูกวางยาพิษมาเป็นเวลานาน เพียงแต่สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกแปลกใจไม่น้อยคือ พิษนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้องค์หญิงซินเยว่เล่อสิ้นใจ แต่เป็นเพราะนางป่วยเป็นโรคร้ายมานาน ซึ่งเรื่องนี้ดรุณีน้อยก็รู้ตัวมานานแล้วเช่นกัน นับว่าร่างใหม่ของนางมีลักษณะที่พิเศษเช่นที่ท่านหมอฝูกล่าวมาจริงๆ
"แล้วจะเป็นอันตรายหรือไม่ท่านหมอ!"
"เพื่อไม่ประมาท กระหม่อมจะทำการถอนพิษที่อยู่ในร่างกายขององค์หญิงออกมาให้หมดพ่ะย่ะค่ะ"
"ท่านทำได้จริงๆ ใช่หรือไม่ท่านหมอ ต้องขออภัย ข้ามิได้ตั้งใจจะดูถูกท่านเพียงแต่เป็นห่วงองค์หญิงเท่านั้น" เจียหนิงกล่าวขึ้นอย่างร้อนใจ
"คุณชายมู่หรงอย่าได้กังวล ที่ท่านเข้าใจน่ะถูกต้องแล้ว หากเป็นหมอธรรมดาย่อมไม่สามารถที่จะรักษาพิษในร่างกายขององค์หญิงได้อย่างแน่นอน เพราะพิษแต่ละตัวนั้นค่อนข้างร้ายแรงและยากต่อการรักษาจริงๆ เพียงแต่ตำรับยาในการรักษาของตระกูลข้านั้น ย่อมไม่เหมือนใครและสามารถรักษาองค์หญิงได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า..."
"เพียงแต่ว่าอันใดหรือท่านหมอ"
"เชิญท่านหมอกล่าวมาเถิดเจ้าค่ะ"
"ข้าอาจจะต้องใช้เวลา คงต้องขอรบกวนองค์หญิงสักพักใหญ่ๆ"
"เรื่องเพียงเท่านี้เอง อย่าได้เกรงใจเลยเจ้าค่ะ เป็นข้าต่างหากที่ต้องรู้สึกเกรงใจท่านที่ต้องรั้งให้ท่านอยู่รักษาข้าจนกว่าจะหายเช่นนี้ ลำบากคุณชายแล้วเจ้าค่ะ"
ฝูเจียวซินมองใบหน้าของดรุณีน้อยที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่น ก่อนจะพินิจว่าหากนางเติบโตขึ้นมาคงจะเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในใต้หล้าเป็นแน่ ทั้งนิสัยใจคอก็มิได้ถือยศถือศักดิ์แม้แต่น้อย
"พวกท่านเดินทางมาเหนื่อยๆ ข้าจะให้ข้าหลวงรับรองพวกท่านอย่างดีเจ้าค่ะ"
"ลี่จินลี่จู สั่งให้ข้าหลวงพาคุณชายทั้งสองไปพักผ่อน รับรองให้ดีเล่า"
"เพคะ องค์หญิง"
ชายหนุ่มทั้งสองคำนับหญิงสาวก่อนจะเดินตามนางกำนัลกลับไปพักยังเรือนรับรองที่ห่างออกไปไม่ไกล
หลังจากที่คนร้ายชุดดำออกไปจากห้อง เยว่เล่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปส่องดูความเคลื่อนไหวภายนอก ที่ช่องหน้าต่างที่แง้มเปิดอยู่ ด้านนอกมีคนเฝ้าประตูอยู่ถึงหกคน แต่นั่นมิใช่ปัญหาใหญ่อันใดสิ่งที่นางจำเป็นต้องทำคือ จับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้แบบตัวเป็นๆ ว่าแต่ว่าคนร้ายที่อุ้มนางเข้ามาเมื่อกี้นี้ เหตุใดจึงมีน้ำเสียงที่คุ้นหูยิ่งนัก ทั้งยังไม่มีไอสังหารแตกต่างจากนักฆ่าทั่วไป รวมถึงคำพูดที่ชายผู้นั้นกล่าวกับนางราวกับว่ารู้จักนางอย่างไรอย่างนั้น!เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!เวลาผ่านไปกว่าชั่วยามบุรุษตัวสูงผู้นั้นก็เข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ซินเยว่เล่อแกล้งนอนหลับอยู่บนเตียง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอของอีกฝ่าย"อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะทรงหลับไปถึงเมื่อใดกันพ่ะย่ะค่ะ"ซินเยว่เล่อที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มกล่าวเสียดสีจึงทำทีเป็นพึ่งรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายหญิงสาวก็ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง"นี่... นี่ท่านเองงั้นหรือ!""ยินดียิ่งนักที่องค์หญิงทรงจดจำกระหม่อมได้""เป็นท่านที่ชอบย่องเบา
แผนการลักพาตัว"หมดหน้าที่ของพวกเจ้าแล้ว นายหญิงสั่งให้หยุดแค่นี้ก่อนกลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวงได้""หึหึ แล้วที่นายหญิงรับปากพวกข้าเรื่ององค์หญิงนั่นเล่า!""หากพวกเจ้าคิดว่ามีปัญญาจัดการนางได้ ก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงตัวนายหญิงก็พอ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเจ้า ไม่ตายดีแน่!""พวกข้ารู้แล้วน่า หึหึ องค์หญิงนั่นงดงามถึงเพียงนั้น แม้ว่าจะยังไม่พ้นวัยปักปิ่นแต่ก็ทำให้อารมณ์บุรุษเพศของข้าพุ่งสูงได้ถึงเพียงนี้ สมกับที่เล่าลือจริงๆ""หึหึ พวกเจ้าก็ระวังตัวให้ดีเถิด จะลักพาตัวสตรีผู้นั้นมิใช่ทำได้ง่ายๆ องครักษ์เกราะทองกว่าครึ่งร้อยที่คอยอารักขานางอยู่ไม่ไกล""หึหึ ท่านอย่าลืมเสีย ว่ามีคนของนายหญิงแฝงตัวอยู่ในนั้นด้วย เหตุใดต้องกลัว หากพวกข้าสามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ นายหญิงคงจะพอใจเป็นอย่างมากเป็นแน่""เอาละ เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง และข้าถือว่าเตือนพวกเจ้าแล้ว""เอาน่า... ท่านจะระแวงอันใดนักหนา แค่สตรีบอบบางเพียงคนเดียว"บุรุษทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่ลอบ
ในยามนี้คนร้ายตัวจริงได้ทำการวางยาพิษครั้งใหม่ทำให้ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งถูกพิษและกลายเป็นโรคระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีส่วนผสมของพิษค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้ง นอกจากท้องเสียท้องร่วง เป็นผดผื่นมีไข้ ซ้ำยังติดกันง่ายกว่าเดิมทางการได้รีบเร่งแยกคนไข้ที่ป่วยหนักและป่วยระยะแรกออกจากกัน เพื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง ในยามนี้ทุกคนในเมืองต่างเดือดร้อนกันโดยถ้วนหน้าเพียงไม่นานก็มีข่าวลือเกิดขึ้นทันที นั่นคือ ดวงชะตาเป็นปฏิปักษ์ขององค์หญิงซินเยว่เล่อที่ออกมาอาศัยอยู่นอกวัง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนมิรู้คือ การที่หญิงสาวอาศัยอยู่ที่เมืองจี๋หนานของพวกเขาการเกิดโรคระบาดในครั้งนี้จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาแต่กล่าวโทษหญิงสาว ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะนาง! มู่หนิงเฉิงที่ได้ยินข่าวลือเช่นนั้นก็เกิดอารมณ์โมโหสั่งให้องครักษ์ตามหาต้นตอของข่าวลือมาให้จงได้ พร้อมทั้งยังลงโทษอย่างหนักสำหรับคนที่จงใจปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จ ทำให้องค์หญิงซินเยว่เล่อต้องเสื่อมเสีย!ความวุ่นวายภายในเมืองจี๋หนาน ถูกส่งต่อเรื่องราวผ่านนกพิราบสื่อสารไปยังผู้
"ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!""เกิดอันใดขึ้น!""ในเมืองจี๋หนานพบชาวบ้านติดโรคระบาดกันเพิ่มขึ้นอีกแล้วขอรับ แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเดิมขอรับ"มู่หนิงเฉิงและซินเยว่เล่อได้แต่หันมาสบตากันอย่างเข้าใจ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!"ท่านแม่ทัพ ท่านรีบสั่งการให้ท่านเจ้าเมืองปิดประตูเมืองก่อนเถิด หากชักช้าคนที่ติดโรคอาจจะนำโรคระบาดออกมาติดชาวบ้านที่อยู่นอกประตูเมือง!""ได้ เจ้าจงนำคำสั่งของข้าไปแจ้งแก่ท่านเจ้าเมือง สั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามคนออกจากเมืองเด็ดขาด!""ขอรับ ท่านแม่ทัพ!""โรคระบาดจะสามารถรักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่""รักษาได้เจ้าค่ะ สาเหตุเพียงเกิดจากพิษของซ่านโถว เมื่อเรารู้ต้นเหตุแล้วก็สามารถรักษาได้ในทันที เพียงแต่ต้องระวังมิให้ประชาชนออกจากประตูเมือง เพราะเกรงว่าจะนำไปติดชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงเมืองก็พอ""เหตุใดต้นไม้เพียงต้นเดียวจึงมีฤทธิ์มากมายถึงเพียงนี้กันนะ!""เป็นเพียงพิษที่ทำให้แพ้เท่านั้นเจ้าค่ะ แต่อาการกลับสามารถติดต่อกันได้ง่ายคล้ายโรคระบาด แต่หากผู้ใดที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็อา
สามวันผ่านไปจำนวนของผู้ที่ติดโรคระบาดค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ติดโรคถูกทางการแยกตัวออกไปรักษาในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันการติดต่อกัน"เรียนท่านแม่ทัพ จำนวนผู้ที่ติดโรคลดลงแล้วขอรับ ตอนนี้ทุกคนปฏิบัติตามข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดขอรับ""ดีมาก เจ้าไปได้แล้ว""ขอรับ" นายกองที่เข้ามารายงานผลถอยร่นออกไป ก่อนที่องครักษ์ของชายหนุ่มจะเข้ามาแทนที่"คารวะนายท่าน""ได้ความว่าอย่างไร""เรียนท่านแม่ทัพ องค์หญิงทรงหายดีแล้วขอรับ รอบๆ ตำหนักเต็มไปด้วยองครักษ์ ข้าน้อยไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ขอรับ""ช่างเถิด แค่รู้ว่านางสบายดีก็พอแล้ว องค์ไท่จื่อและฝ่าบาทจะได้สบายพระทัยเสียที เจ้าจงนำสารนี้ส่งให้ถึงมือองค์ไท่จื่อ""ขอรับนายท่าน"หลังจากที่องครักษ์ออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ"เจ้าหายดีแล้วพี่ก็สบายใจ"…ทางด้านตำหนักแสงจันทร์"องค์หญิงจะทรงออกไปข้างนอกจริงๆ หรือเพคะ""ใช่!""แต่ว่าด้านนอกยังมีชาวบ้านที่ติดโรคระบาดอยู่นะเพคะหากพระองค์ติดโรคระ
หลังจากที่เยว่เล่อสั่งการให้ท่านหมอฝูไปทำการรักษาเหล่าข้าหลวงในตำหนักแสงจันทร์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมาเพื่อรายงานบางอย่างแก่หญิงสาว"ทูลองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ""ได้ความว่าอย่างไรบ้างท่านหมอฝู""โรคระบาดที่ว่านั้นเกิดจากพิษของต้นซ่านโถวพ่ะย่ะค่ะ""ต้นซ่านโถว! ต้นไม้พิษน่ะหรือ""ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่เดิมมีต้นกำเนิดจากเมืองซ่านโถว เมล็ดของมันสามารถนำมาบดเป็นผงมีฤทธิ์คล้ายยาถ่าย แต่ให้ผลที่รุนแรงกว่าพ่ะย่ะค่ะ""ที่ท่านกล่าวมา หมายความว่ามีคนจงใจ ทำให้เกิดโรคระบาดเช่นนั้นหรือ""อาจจะเป็นเช่นนั้น พ่ะย่ะค่ะ""แล้วพอจะมีทางรักษาให้หายหรือไม่เล่า""ย่อมต้องมีทางรักษาให้หายอย่างแน่นอน พ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้น คงต้องรบกวนท่านหมอฝูแล้ว หากท่านต้องการสิ่งใดก็ขอให้แจ้งแก่ลู่กงกงได้เลย มิต้องเกรงใจ""พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง"เหล่าข้าหลวงภายในตำหนักแสงจันทร์ได้รับการรักษาจนกระทั่งมีอาการดีขึ้น โดยทำตามคำแนะนำของท่านหมอเทวดาคือการดื่มน้ำที่ต้มสุกเท่านั้น และหากท้องเสียจนเกิดอาการอ่อนเพลียก็สามารถแก้ไขด้วยการดื่มน้ำต้มสุกที่ผสมกับเกล







