Compartir

ตอนที่ 5

last update Fecha de publicación: 2026-05-22 20:45:40

แม้ว่าเหล่าข้าหลวงคนสนิททั้งหลายขององค์หญิงจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของดรุณีน้อย แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะกล่าวออกมา ได้แต่หวังให้องค์หญิงน้อยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ถึงอย่างไรที่นี่ก็ห่างไกลจากเมืองหลวงนับพันลี้ จะมีผู้ใดมาเฝ้าสังเกตได้ หากองค์หญิงต้องการทำสิ่งใดพวกเขาก็ล้วนยินดีสนับสนุน

ตำหนักแสงจันทร์ดำเนินไปด้วยความสงบสุขอย่างเช่นทุกวัน โดยพรุ่งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ซินเยว่เล่อจะได้ออกไปสูดอากาศนอกตำหนักเสียบ้าง

รุ่งเช้าซินเยว่เล่อยังคงตื่นเช้า ฝึกยุทธ์ และกลับเข้าเรือนอาบน้ำก่อนจะเลือกสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อดี แม้ความจริงจะต้องการสวมชุดที่ดูคล้ายจอมยุทธ์น้อยมากกว่าแม่นางน้อย แต่มองจากสายตาของแม่นมแล้วอีกฝ่ายคงมิยอมกระมัง นางจึงได้แต่ยอมๆ ไปก่อน เพื่อความสบายใจของแม่นม

รถม้าคันหรูแม้มิได้มีสัญลักษณ์ใดติดอยู่ แต่ลักษณะของตัวรถที่สั่งทำจากไม้เนื้อดีหายาก ม้าที่ดูเหมือนได้รับการดูแลอย่างดีหรือแม้กระทั่งคนบังคับม้าที่ดูภูมิฐานมากเกินกว่าจะเป็นเพียงบ่าวบังคับม้าธรรมดา ทำให้รถม้าของนางดูน่าสนใจในสายตาของคนทั่วไปไม่น้อย แต่เพราะใบหน้าอันงามล้ำแม้จะเป็นเพียงดรุณีน้อยขององค์หญิงซินเยว่เล่อผู้นี้ ทำให้ต้องสวมหมวกคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้ตลอดเวลา ซึ่งหญิงสาวคิดว่าทำเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างไรในตอนนี้นางก็เป็นเพียงแค่ดรุณีน้อยวัยสิบสามเท่านั้น

"คุณหนูสามขอรับถึงตัวเมืองจี๋หนานแล้วขอรับ ไม่ทราบว่าคุณหนูจะไปที่ใดก่อนขอรับ" หานฮุ่ยเจียงเอ่ยถามดรุณีน้อยด้านใน ที่ให้เหล่าองครักษ์และเหล่าข้าหลวงเรียกขานนางว่าคุณหนูสาม แต่ยามเรียกจริงๆ ก็ยังคงเรียกขานนางเช่นเดิม จนหญิงสาวรู้สึกอ่อนใจ ก่อนจะให้เรียกขานเช่นนี้ยามอยู่ข้างนอกก็แล้วกัน

"เช่นนั้นไปท่าเรือก่อนเถิด"

"องค์หญิง เอ่อ คุณหนูรู้จักท่าเรือด้วยหรือเจ้าคะ" ลี่อินและลี่หยางทำสีหน้าแปลกใจ ที่อยู่ๆ องค์หญิงน้อยก็รู้จักท่าเรือ

"ข้าได้ยินบรรดาองครักษ์พูดถึงน่ะ คิดอยากจะไปดูให้เห็นกับตาสักครั้ง"

รถม้าเคลื่อนตัวมาจอดเทียบยังด้านหน้าท่าเรือก่อนจะส่งให้ซินเยว่เล่อและสาวใช้ลงจากรถม้า ประกบตามด้วยหานฮุ่ยเจียงด้านหลัง หญิงสาวเดินดูสินค้าที่ชาวโพ้นทะเลนำมาขายก็ได้แต่เก็บรายละเอียดไว้ในใจ ก่อนจะยืนมองสินค้าแต่ละอย่างซึ่งล้วนเป็นสินค้าหายากทั้งสิ้น อีกทั้งเมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีในแผ่นดินนี้ก็มีขายด้วยเช่นกัน ช่างน่าสนใจนัก

เมื่อเดินดูไปเรื่อยๆ จนรู้สึกพอใจแล้ว จึงกล่าวให้องครักษ์ไปจองโรงเตี๊ยมไว้พักคืนนี้ ส่วนตนเอง สาวใช้และองครักษ์อีกคนแวะเดินเล่นแถวตลาด หญิงสาวเดินตรงเข้าไปในร้านสมุนไพรก่อนจะเดินออกมาแล้วก็เดินเข้าอีกร้านและเดินออกมา ทำเช่นนี้จนได้รู้ว่า ร้านสมุนไพรของที่นี่มีถึงห้าร้าน แต่ไม่มีร้านใดมีสมุนไพรหายากราคาแพงเลยสักร้าน ภายในใจก็ได้แต่คิดไปต่างๆ นานา ก่อนจะรู้สึกเหนื่อยและหิวยิ่งนัก

"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถิด ข้าเหนื่อยแล้วต้องการพักผ่อน"

"เช่นนั้นเรากลับที่พักกันก่อนเถิดขอรับ"

"อืม ก็ดีเหมือนกัน"

โรงเตี๊ยมที่นางพักนั้นเป็นกิจการของสำนักพยัคฆ์หมื่นเมฆา ก่อนหญิงสาวจะได้รับห้องพักที่ดีที่สุดคือห้องริมสุดของชั้นสาม ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นห้องที่กันไว้เฉพาะนางเมื่อครั้งยังเป็นเจียวหลิน แต่วันนี้ท่านนายใหญ่กลับสั่งให้ดรุณีน้อยผู้นี้เข้าพักได้ ทำให้หลงจู๊ที่ดูแลที่นี่มากว่ายี่สิบปีถึงกับงุนงงยิ่งนัก แต่ก็มิได้เอ่ยขัดสิ่งใด เพราะอย่างไรนายหญิงก็ตายไปแล้ว เช่นนั้นคงมิต้องเก็บห้องพักห้องนั้นไว้ให้ผู้ใดอีก

หญิงสาวเข้าพักในห้องก่อนจะอาบน้ำทานอาหารจนเรียบร้อย จึงสั่งให้สาวใช้ไปพักแต่ทั้งสองกลับลังเล ซินเยว่เล่อจึงได้แต่หว่านล้อมว่านางนอนไม่หลับหากมีคนอยู่ในห้องด้วย ซึ่งซินเยว่เล่อคนเดิมก็มีนิสัยตรงนี้ที่คล้ายคลึงกับนาง ทำให้นางกำนัลทั้งสองไม่เกิดความสงสัย

แม้ว่าหานฮุ่ยเจียงจะยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง และบริเวณโดยรอบก็มีเหล่าองครักษ์เงากว่าสามสิบชีวิต แต่หญิงสาวก็หาได้สนใจไม่ เพราะในยามนี้คงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาภายในห้องนี้อย่างแน่นอน นางเดินหายเข้าไปในมุมภาพวาดด้านในสุดของห้อง มือเล็กหมุนแจกันใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างผนังก่อนช่องทางลับจะเปิดขึ้นตรงพื้นด้านหน้าที่นางยืนอยู่ หญิงสาวเดินลงบันไดมายังห้องพักที่อยู่ชั้นสอง แน่นอนว่าห้องทั้งสองนี้เชื่อมต่อกันและถูกสร้างขึ้นให้เก็บเสียงเป็นอย่างดี

ในขณะที่ร่างของดรุณีน้อยเยื้องย่างลงมาจากบันไดห้องชั้นสาม พลันบุรุษกว่าสิบนายที่อยู่ห้องด้านล่างต่างก็รู้สึกหวั่นวิตก ไอสังหารที่แผ่ออกมาทั้งๆ ที่เจ้าตัวยังเดินลงบันไดมาได้เพียงไม่กี่ขั้นนั้น ทำให้เหล่าบุรุษในห้องถึงกับเหงื่อซึมที่ขมับ ไอสังหารรุนแรงเช่นนี้พวกเขาคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เช่นนั้นร่างนี้ก็เป็นร่างใหม่ของนายหญิงเจียวหลินมิผิดแน่

ร่างเล็กก้าวลงจากบันไดขั้นสุดท้าย ก่อนเผยให้เห็นร่างของดรุณีน้อยที่มีใบหน้าที่งามล้ำเกินจะเอื้อนเอ่ยสุดจะบรรยาย เหล่าบุรุษน้อยใหญ่ที่ยืนมองได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึก ร่างเดิมของนายหญิงเจียวหลินเดิมทีก็งามล่มเมืองอยู่แล้ว แต่ร่างใหม่นี้แม้จะยังเป็นเพียงดรุณีน้อยที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นแต่กลิ่นอายสูงส่งไม่ธรรมดาของเจ้าของร่างเดิมและใบหน้าที่งามพิสุทธิ์เช่นนี้ เห็นทีว่ามิเกินห้าปีคงได้มีข่าวคราวของเหล่าบุรุษที่เข่นฆ่ากันเพื่อช่วงชิงนางเป็นแน่

 ร่างเล็กในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดี แม้มิได้อยู่ในชุดผ้าไหมหรูหราแต่กลิ่นอายสูงศักดิ์ของร่างเดิมก็เป็นที่ยอมรับและมิอาจปฏิเสธได้ ว่าร่างนี้ช่างเหมาะสมกับหลานสาวผู้เดียวของต้าอ๋องเช่นเขายิ่งนัก

"คารวะท่านตาเจ้าค่ะ" เจียวหลินในร่างซินเยว่เล่อยอบกายคำนับต้าอ๋องหรือนายท่านเจียวเหอ ผู้มีศักดิ์เป็นท่านตาของนาง

"เจ้า คือเจียวหลินเช่นนั้นหรือ"

"เจ้าค่ะท่านตา"

"นั่ง นั่งลงก่อนเถิด เจ้าหิวหรือไม่"

"หลานทานมาแล้วเจ้าค่ะ"

"ร่างนี้..." ชายชราเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้ ไม่ต่างจากบุรุษที่เป็นองครักษ์มือดีของเขาทั้งเก้าคน

"ร่างนี้ คือองค์หญิงซินเยว่เล่อเจ้าค่ะ ธิดาอันเป็นที่รักของฮ่องเต้แคว้นเฉิงอัน" เจียวเหอที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจยิ่งนัก เป็นเหตุบังเอิญหรือสวรรค์ลิขิตแล้วกันแน่ เหตุใดหลานสาวของเขาและบุตรสาวของเขาจึงหนีไม่พ้นคนผู้นี้เสียที

"อืม เหมาะสม ถือว่าเหมาะสมกับเจ้าแล้ว กลิ่นอายสูงศักดิ์เช่นนี้ ครั้งแรกที่เห็นเหยี่ยวแดงตัวนั้นส่งป้ายหยกมาให้ที่สำนัก ตาก็พอรู้แล้วว่าเจ้าน่าจะกลับมาได้แล้วและคงจะปลอดภัยดี"

"เรียนท่านตา หลานกลับมาอย่างปลอดภัยเจ้าค่ะ เพียงแต่ร่างนี้คงมิได้ปลอดภัยอย่างที่หวังเท่าใด มีหลายคนต้องการให้นางตายและก็สมใจพวกมัน เพียงแต่พวกมันคงไม่คาดคิดว่าคนที่ฟื้นขึ้นมาจะเป็นผู้อื่นไปแล้ว"

"เช่นนั้นเจ้าก็นำคนของเรากลับไปด้วยเสียสักยี่สิบสามสิบคนเถิด" หญิงสาวส่ายหน้า ก่อนจะให้เหตุผลผู้เป็นตา

"ตอนนี้คงยังมิได้เจ้าค่ะ แม้ว่าข้าจะถูกปองร้ายแต่องครักษ์ที่ถูกส่งมาคุ้มกันก็ล้วนเป็นยอดฝีมือและก็มีมากกว่าร้อยแล้วเจ้าค่ะ หลานสำรวจแล้วทุกคนต่างไว้ใจได้เจ้าค่ะ"

"เช่นนั้น ตาจะให้คนของเราไปตั้งโรงเตี๊ยมที่ไม่ห่างจากตำหนักที่เจ้าอยู่ หากเกิดสิ่งใดขึ้นจะได้ช่วยเหลือได้ทัน"

"ขอบคุณท่านตาเจ้าค่ะ"

"เจ้ามีเรื่องอันใดจะกล่าวกับตาหรือหลินเอ๋อร์"

"เอ่อ ไม่ขอปิดบังท่านตา หลานต้องการเมล็ดพันธุ์สมุนไพรจำนวนมากเจ้าค่ะ"

"หืม"

"หลานคิดว่าจะปลูกสมุนไพรบนเขาลูกนั้นเช่นเดียวกับที่ทำที่หุบเขาเซิ่งซานเจ้าค่ะ"

"อืม เป็นความคิดที่ดี เช่นนั้นอีกเจ็ดวัน ตาจะให้คนนำของไปส่งให้เจ้าที่ตำหนักก็แล้วกัน"

"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านตา" นายท่านเจียวเหอได้แต่พินิจมองหลานสาวอันเป็นที่รักที่ตัวเขาเลี้ยงดูมากว่ายี่สิบปี หลังจากที่บุตรสาวคนเดียวของเขาจากไปตั้งแต่คลอดนางได้เพียงเจ็ดวัน เด็กสาวตรงหน้าก็เปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างของเขา เรื่องชาติกำเนิดของนางหรือแม้กระทั่งบิดาของนาง ตัวเขามิได้คิดจะปิดบัง หากแต่ในเมื่อเด็กสาวมิได้เอ่ยถาม เขาก็มิจำเป็นต้องบอกเล่าอันใด จนกระทั่งในวันที่หลานสาวเพียงคนเดียวของเขาจากไปเพราะถูกลอบสังหารจากยอดฝีมือนับร้อย หัวใจของชายชราก็เจ็บปวดราวกับกำลังแหลกสลาย เขาพร้อมจะลองทุกวิถีทางเพื่อทำให้เจียวหลินได้กลับมา และในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ แต่โชคชะตาราวกับกลั่นแกล้งหลานรัก ที่ทำให้ต้องฟื้นขึ้นมาในร่างของน้องสาวต่างมารดาเช่นนี้ สวรรค์คงกำหนดแล้วใช่หรือไม่ที่ทำให้นางได้สิ่งที่ควรเป็นของนางกลับคืนมาอยู่ในร่องในรอยเดิมของมัน ช่างเป็นเรื่องน่าตลกสิ้นดี ชายชรามิคิดจะเล่าอันใดให้หลานสาวได้รับรู้ เพราะเขามิรู้ว่าหากหญิงสาวได้รับรู้ความจริงนางจะมีความรู้สึกเช่นไร เขาหวังเพียงให้นางอยู่ดีและมีความสุข นั่นคือสิ่งที่ชายชราคาดหวังให้เกิดกับหลานสาวอันเป็นที่รักของเขา

"ท่านตาเจ้าคะ"

"ว่าอย่างไรหรือ"

"เรื่องของหลาน... อย่าพึ่งเอ่ยให้ผู้ใดรับรู้ได้หรือไม่ หลานเกรงว่า"

"จะมิมีผู้ใดล่วงรู้เรื่องของเจ้า ตารับรอง"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

"หลินเอ๋อร์ ตาดีใจที่เจ้ากลับมาและตาไม่ต้องการให้เจ้าเข้ามาวุ่นวายในสำนักอีก จงใช้ชีวิตต่อจากนี้ของเจ้าอย่างมีความสุขได้หรือไม่ เจ้าสัญญากับตาได้หรือไม่ หลานรัก"

"ท่านตา"

"..." ซินเยว่เล่อรับรู้ความหวังดีของชายชรา แต่หากให้นางทิ้งทุกคนนางก็มิอาจทำได้ ได้แต่ตอบแบบกำกวมเพื่อให้ชายชราวางใจเท่านั้น

"หลานจะใช้ชีวิตให้มีความสุขเจ้าค่ะ"

"ดี ดียิ่ง"

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 14

    หลังจากที่คนร้ายชุดดำออกไปจากห้อง เยว่เล่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปส่องดูความเคลื่อนไหวภายนอก ที่ช่องหน้าต่างที่แง้มเปิดอยู่ ด้านนอกมีคนเฝ้าประตูอยู่ถึงหกคน แต่นั่นมิใช่ปัญหาใหญ่อันใดสิ่งที่นางจำเป็นต้องทำคือ จับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้แบบตัวเป็นๆ ว่าแต่ว่าคนร้ายที่อุ้มนางเข้ามาเมื่อกี้นี้ เหตุใดจึงมีน้ำเสียงที่คุ้นหูยิ่งนัก ทั้งยังไม่มีไอสังหารแตกต่างจากนักฆ่าทั่วไป รวมถึงคำพูดที่ชายผู้นั้นกล่าวกับนางราวกับว่ารู้จักนางอย่างไรอย่างนั้น!เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!เวลาผ่านไปกว่าชั่วยามบุรุษตัวสูงผู้นั้นก็เข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ซินเยว่เล่อแกล้งนอนหลับอยู่บนเตียง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอของอีกฝ่าย"อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะทรงหลับไปถึงเมื่อใดกันพ่ะย่ะค่ะ"ซินเยว่เล่อที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มกล่าวเสียดสีจึงทำทีเป็นพึ่งรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายหญิงสาวก็ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง"นี่... นี่ท่านเองงั้นหรือ!""ยินดียิ่งนักที่องค์หญิงทรงจดจำกระหม่อมได้""เป็นท่านที่ชอบย่องเบา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 13

    แผนการลักพาตัว​"หมดหน้าที่ของพวกเจ้าแล้ว นายหญิงสั่งให้หยุดแค่นี้ก่อนกลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวงได้""หึหึ แล้วที่นายหญิงรับปากพวกข้าเรื่ององค์หญิงนั่นเล่า!""หากพวกเจ้าคิดว่ามีปัญญาจัดการนางได้ ก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงตัวนายหญิงก็พอ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเจ้า ไม่ตายดีแน่!""พวกข้ารู้แล้วน่า หึหึ องค์หญิงนั่นงดงามถึงเพียงนั้น แม้ว่าจะยังไม่พ้นวัยปักปิ่นแต่ก็ทำให้อารมณ์บุรุษเพศของข้าพุ่งสูงได้ถึงเพียงนี้ สมกับที่เล่าลือจริงๆ""หึหึ พวกเจ้าก็ระวังตัวให้ดีเถิด จะลักพาตัวสตรีผู้นั้นมิใช่ทำได้ง่ายๆ องครักษ์เกราะทองกว่าครึ่งร้อยที่คอยอารักขานางอยู่ไม่ไกล""หึหึ ท่านอย่าลืมเสีย ว่ามีคนของนายหญิงแฝงตัวอยู่ในนั้นด้วย เหตุใดต้องกลัว หากพวกข้าสามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ นายหญิงคงจะพอใจเป็นอย่างมากเป็นแน่""เอาละ เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง และข้าถือว่าเตือนพวกเจ้าแล้ว""เอาน่า... ท่านจะระแวงอันใดนักหนา แค่สตรีบอบบางเพียงคนเดียว"บุรุษทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่ลอบ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 12

    ในยามนี้คนร้ายตัวจริงได้ทำการวางยาพิษครั้งใหม่ทำให้ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งถูกพิษและกลายเป็นโรคระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีส่วนผสมของพิษค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้ง นอกจากท้องเสียท้องร่วง เป็นผดผื่นมีไข้ ซ้ำยังติดกันง่ายกว่าเดิมทางการได้รีบเร่งแยกคนไข้ที่ป่วยหนักและป่วยระยะแรกออกจากกัน เพื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง ในยามนี้ทุกคนในเมืองต่างเดือดร้อนกันโดยถ้วนหน้าเพียงไม่นานก็มีข่าวลือเกิดขึ้นทันที นั่นคือ ดวงชะตาเป็นปฏิปักษ์ขององค์หญิงซินเยว่เล่อที่ออกมาอาศัยอยู่นอกวัง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนมิรู้คือ การที่หญิงสาวอาศัยอยู่ที่เมืองจี๋หนานของพวกเขาการเกิดโรคระบาดในครั้งนี้จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาแต่กล่าวโทษหญิงสาว ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะนาง! มู่หนิงเฉิงที่ได้ยินข่าวลือเช่นนั้นก็เกิดอารมณ์โมโหสั่งให้องครักษ์ตามหาต้นตอของข่าวลือมาให้จงได้ พร้อมทั้งยังลงโทษอย่างหนักสำหรับคนที่จงใจปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จ ทำให้องค์หญิงซินเยว่เล่อต้องเสื่อมเสีย!ความวุ่นวายภายในเมืองจี๋หนาน ถูกส่งต่อเรื่องราวผ่านนกพิราบสื่อสารไปยังผู้

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 11

    "ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!""เกิดอันใดขึ้น!""ในเมืองจี๋หนานพบชาวบ้านติดโรคระบาดกันเพิ่มขึ้นอีกแล้วขอรับ แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเดิมขอรับ"มู่หนิงเฉิงและซินเยว่เล่อได้แต่หันมาสบตากันอย่างเข้าใจ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!"ท่านแม่ทัพ ท่านรีบสั่งการให้ท่านเจ้าเมืองปิดประตูเมืองก่อนเถิด หากชักช้าคนที่ติดโรคอาจจะนำโรคระบาดออกมาติดชาวบ้านที่อยู่นอกประตูเมือง!""ได้ เจ้าจงนำคำสั่งของข้าไปแจ้งแก่ท่านเจ้าเมือง สั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามคนออกจากเมืองเด็ดขาด!""ขอรับ ท่านแม่ทัพ!""โรคระบาดจะสามารถรักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่""รักษาได้เจ้าค่ะ สาเหตุเพียงเกิดจากพิษของซ่านโถว เมื่อเรารู้ต้นเหตุแล้วก็สามารถรักษาได้ในทันที เพียงแต่ต้องระวังมิให้ประชาชนออกจากประตูเมือง เพราะเกรงว่าจะนำไปติดชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงเมืองก็พอ""เหตุใดต้นไม้เพียงต้นเดียวจึงมีฤทธิ์มากมายถึงเพียงนี้กันนะ!""เป็นเพียงพิษที่ทำให้แพ้เท่านั้นเจ้าค่ะ แต่อาการกลับสามารถติดต่อกันได้ง่ายคล้ายโรคระบาด แต่หากผู้ใดที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็อา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 10

    สามวันผ่านไปจำนวนของผู้ที่ติดโรคระบาดค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ติดโรคถูกทางการแยกตัวออกไปรักษาในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันการติดต่อกัน"เรียนท่านแม่ทัพ จำนวนผู้ที่ติดโรคลดลงแล้วขอรับ ตอนนี้ทุกคนปฏิบัติตามข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดขอรับ""ดีมาก เจ้าไปได้แล้ว""ขอรับ" นายกองที่เข้ามารายงานผลถอยร่นออกไป ก่อนที่องครักษ์ของชายหนุ่มจะเข้ามาแทนที่"คารวะนายท่าน""ได้ความว่าอย่างไร""เรียนท่านแม่ทัพ องค์หญิงทรงหายดีแล้วขอรับ รอบๆ ตำหนักเต็มไปด้วยองครักษ์ ข้าน้อยไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ขอรับ""ช่างเถิด แค่รู้ว่านางสบายดีก็พอแล้ว องค์ไท่จื่อและฝ่าบาทจะได้สบายพระทัยเสียที เจ้าจงนำสารนี้ส่งให้ถึงมือองค์ไท่จื่อ""ขอรับนายท่าน"หลังจากที่องครักษ์ออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ"เจ้าหายดีแล้วพี่ก็สบายใจ"…ทางด้านตำหนักแสงจันทร์"องค์หญิงจะทรงออกไปข้างนอกจริงๆ หรือเพคะ""ใช่!""แต่ว่าด้านนอกยังมีชาวบ้านที่ติดโรคระบาดอยู่นะเพคะหากพระองค์ติดโรคระ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 9

    หลังจากที่เยว่เล่อสั่งการให้ท่านหมอฝูไปทำการรักษาเหล่าข้าหลวงในตำหนักแสงจันทร์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมาเพื่อรายงานบางอย่างแก่หญิงสาว"ทูลองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ""ได้ความว่าอย่างไรบ้างท่านหมอฝู""โรคระบาดที่ว่านั้นเกิดจากพิษของต้นซ่านโถวพ่ะย่ะค่ะ""ต้นซ่านโถว! ต้นไม้พิษน่ะหรือ""ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่เดิมมีต้นกำเนิดจากเมืองซ่านโถว เมล็ดของมันสามารถนำมาบดเป็นผงมีฤทธิ์คล้ายยาถ่าย แต่ให้ผลที่รุนแรงกว่าพ่ะย่ะค่ะ""ที่ท่านกล่าวมา หมายความว่ามีคนจงใจ ทำให้เกิดโรคระบาดเช่นนั้นหรือ""อาจจะเป็นเช่นนั้น พ่ะย่ะค่ะ""แล้วพอจะมีทางรักษาให้หายหรือไม่เล่า""ย่อมต้องมีทางรักษาให้หายอย่างแน่นอน พ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้น คงต้องรบกวนท่านหมอฝูแล้ว หากท่านต้องการสิ่งใดก็ขอให้แจ้งแก่ลู่กงกงได้เลย มิต้องเกรงใจ""พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง"เหล่าข้าหลวงภายในตำหนักแสงจันทร์ได้รับการรักษาจนกระทั่งมีอาการดีขึ้น โดยทำตามคำแนะนำของท่านหมอเทวดาคือการดื่มน้ำที่ต้มสุกเท่านั้น และหากท้องเสียจนเกิดอาการอ่อนเพลียก็สามารถแก้ไขด้วยการดื่มน้ำต้มสุกที่ผสมกับเกล

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status