Share

ตอนที่ 3

last update publish date: 2026-05-21 21:10:41

เจียวหลินที่ตื่นขึ้นมาในร่างขององค์หญิงซินเยว่เล่อ เมื่อสำรวจความแข็งแรงของร่างนี้ก็พบว่าหญิงสาวมีกำลังภายในแม้ไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ก็ถือว่าพอถูไถไปได้ทำให้ร่างกายแข็งแรงพอที่เจียวหลินจะฟื้นฟูวรยุทธ์ของนางได้ไม่ยาก ทั้งรูปโฉมขององค์หญิงผู้นี้ช่างงดงามล่มเมืองยิ่งนัก ใบหน้าเรียวเล็กได้รูปรับกับจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากรูปกระจับ แก้มใสที่แดงเรื่ออมชมพูอย่างสุขภาพดี ราวกับหญิงสาวไม่ได้นอนนิ่งป่วยอยู่บนเตียงตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมา หรือว่า...

นางไม่ใช่แค่ถูกพิษ แต่ป่วยเป็นโรคร้ายด้วยสินะ

พอคิดว่าชีวิตของตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นานจึงได้ตัดสินใจทำเช่นนี้ เหตุใดสาวน้อยผู้หนึ่งที่เกิดมาสูงศักดิ์จึงได้อาภัพถึงเพียงนี้ ต่อไปนี้ร่างกายของท่านข้าจะดูแลมันเป็นอย่างดี

ซินเยว่เล่อคนใหม่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะค้นหาอาภรณ์ที่ทะมัดทะแมงแต่กลับพบแค่อาภรณ์ที่กรุยกรายอลังการ ก็คงเป็นเช่นนั้นเพราะนางเป็นถึงองค์หญิงที่ฮ่องเต้รักใคร่ สิ่งของทุกอย่างก็คงต้องดีที่สุดอยู่แล้ว

ก่อนจะจบลงตรงชุดที่ธรรมดาที่สุด ชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีเรียบถูกสวมบนร่างกายของดรุณีน้อยก่อนจะก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับกระบี่ขององครักษ์ผู้หนึ่งที่นางขอยืมมา ผมยาวที่ถูกมัดม้วนเป็นจุกทั้งสองข้างถูกหญิงสาวพังออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นมัดรวบง่ายๆ ราวกับจอมยุทธ์หญิง ซินเยว่เล่อเดินตรงไปยังสวนหินกว้างที่อยู่กลางตำหนักใหญ่ ก่อนจะเริ่มต้นฝึกวรยุทธ์อย่างที่นางเคยชินยามที่ยังเป็น เจียวหลิน เจ้าหอแห่งสำนักพยัคฆ์หมื่นเมฆา

ท่วงท่างดงาม แข็งแรง ทำให้เหล่าองครักษ์ทั้งหลายถึงกับงุนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปขององค์หญิงน้อย นอกจากจะหายดีแล้ว ยังแข็งแรงถึงเพียงนี้ หินเล็กก้อนหนึ่งถูกดีดส่งไปยังหานฮุ่ยเจียง หัวหน้าองครักษ์ที่ถูกแต่งตั้งโดยฝ่าบาทเพื่อให้มาดูแลองค์หญิง ชายหนุ่มที่อายุเพียงยี่สิบปี กับความสามารถอันล้นเหลือพร้อมทั้งฝีมืออันเก่งกาจทำให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ได้โดยไม่ยาก ชายหนุ่มที่เห็นสัญญาณท้าทายที่องค์หญิงส่งมาให้ตนถึงกับเลิกคิ้วสูง ก่อนจะทะยานตัวลงไปด้านล่าง

ซินเยว่เล่อไม่พูดพร่ำทำเพลง นางกระโจนเข้าใส่ร่างใหญ่ ก่อนที่คนทั้งคู่จะทำการต่อสู้กันอย่างดุเดือด เรี่ยวแรงในการฟาดฟันทั้งรุนแรงราวกับคนตรงหน้ามิใช่องค์หญิงผู้บอบบาง แต่เป็นจอมยุทธ์หญิงผู้เก่งกาจ สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มเช่นเขาถึงกับคิ้วกระตุก ฝ่าบาทได้บอกความลับแก่เขาเรื่องหนึ่งคือร่างเล็กตรงหน้านั้นพอมีวรยุทธ์อยู่บ้าง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเพราะคิดว่าคงมีแค่พอสามารถปกป้องตนเองได้ในระดับหนึ่ง แต่จากการปะทะฝีมือของเขากับองค์หญิงในตอนนี้ทำให้เขารับรู้ว่า องค์หญิงช่างร้ายกาจนัก

ร่างเล็กของซินเยว่เล่อเห็นท่าทางลังเลขององครักษ์หนุ่มจึงใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นสูงแล้วทิ้งดิ่งลงมาพร้อมกับดาบที่พุ่งตรงมายังร่างของชายหนุ่ม โชคดีที่หานฮุ่ยเจียงหลบรัศมีของดาบได้ทัน มิเช่นนั้นเห็นทีคงเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เสียแล้ว เหล่าองครักษ์เงาที่แอบดูอยู่ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพร้อมเพรียงกัน พลางคิดในใจว่า

องค์หญิงเก่งกาจถึงเพียงนี้คงไม่จำเป็นจะต้องมีพวกเขาแล้วกระมัง เพราะยามนั้นก็ไม่แน่ใจว่าผู้ใดจะปกป้องผู้ใดกันแน่ ก่อนพวกเขาจะกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เห็นทีจะตกงานก็คราวนี้แหละหนา...

"องค์หญิง"

"ท่านองครักษ์ขอบคุณที่ยั้งมือ" หานฮุ่ยเจียงถึงกับคิ้วกระตุกกับคำกล่าวของหญิงสาว เห็นได้ชัดว่าเป็นองค์หญิงเองที่ทรงไว้มือให้เขาอยู่หลายส่วน เหตุใดดรุณีน้อยวัยเพียงสิบสามจึงได้เก่งกล้ากว่าเขาที่เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์ แล้วเช่นนี้เขายังคู่ควรที่จะปกป้องคุ้มครององค์หญิงอยู่อีกหรือ?

"ขออภัยที่ล่วงเกินองค์หญิงแล้ว"

"ท่านอย่าได้คิดมากเลย ฝีมือหากฝึกฝนบ่อยๆ ก็จะเกิดความชำนาญเองในที่สุด"

ภายในห้องบรรทมขององค์หญิง ลี่จินและลี่จู เดินเข้ามาเพื่อปรนนิบัติองค์หญิงน้อยอย่างเช่นทุกวัน แต่วันนี้เมื่อเข้ามาภายในห้อง บนเตียงกลับว่างเปล่า ไร้ร่างขององค์หญิงน้อย ทำให้นางกำนัลทั้งสองตกใจราวกับจะสิ้นสติไปเสียตรงนั้น องค์หญิงป่วยหนักจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แล้วจะลุกจากเตียงเองได้อย่างไร จะต้องมีคนเข้ามาลักพาตัวองค์หญิงไปอย่างแน่นอน!

"แย่แล้ว! องค์หญิงหายตัวไป" ลี่จินเอ่ยขึ้น

"หรือว่าจะมีคนลักพาตัวองค์หญิง!" ลี่จูกล่าวขึ้น

"เจ้ารีบไปบอกท่านฮุ่ยเจียงเร็ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว" ลี่จินลนลาน ก่อนจะบอกให้ลี่จูรีบไปบอกเหล่าองครักษ์ให้เร่งตามหาองค์หญิง ขณะที่ลี่จูกำลังจะวิ่งออกไปแจ้งข่าวแก่ท่านองครักษ์ก็พบกับร่างเล็กขององค์หญิงยืนอยู่หน้าประตู พร้อมกับร่างของท่านฮุ่ยเจียงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ลี่จูตกใจดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากเล็กยังอ้าค้าง

ซินเยว่เล่อเห็นท่าทางของนางกำนัลคนสนิทก็ได้แต่ขบขันออกมา เสียงของนางไพเราะ แม้แต่เสียงหัวเราะยังน่าฟัง ทำเอาหานฮุ่ยเจียงได้แต่ยกยิ้มกับตัวเองเบาๆ

"องค์หญิง!" ลี่จูได้แต่เอ่ยเรียกซินเยว่เล่อเสียงดัง จะไม่ให้นางตกใจได้อย่างไร ก็มิใช่ว่าองค์หญิงป่วยหนักจนไม่อาจลุกขึ้นได้เองหรอกหรือ แล้วเหตุใดในตอนนี้องค์หญิงจึงดูไม่เหมือนกับคนเจ็บป่วยเลยเล่า ตรงกันข้ามกลับดูแข็งแรงกว่าเดิมเสียอีก

"อันใดของเจ้ากันลี่จู ข้ารู้แล้วว่าองค์หญิงหายไป เจ้ารีบไปแจ้งแก่ท่านฮุ่ยเจียงเร็วเข้า!" ลี่จินที่รีบเดินตามมาก่อนจะหยุดอ้าปากค้างตาโตไม่ต่างจากลี่จู เมื่อพบกับองค์หญิงที่ยืนอยู่หน้าประตู

"องค์หญิง! องค์หญิงเพคะ!"

"ข้าเอง! เหตุใดจึงทำหน้าอย่างกับเห็นผีเช่นนั้นเล่า"

"องค์หญิง ตัวจริงเลยหรือเพคะ"

"เอ๊ะ! ก็ข้าตัวจริงน่ะสิ หาใช่วิญญาณเร่ร่อนไม่ ไม่เชื่อพวกเจ้าก็จับตัวข้าดูเสีย"

นางกำนัลทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ร่างเล็กอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสกับแขนขององค์หญิงก็พบว่าร่างกายขององค์หญิงนั้นอุ่นเหมือนกับร่างของคนธรรมดา ทำให้นางกำนัลทั้งสองคุกเข่าลงกอดขาร่างเล็กของซินเยว่เล่อแล้วร่ำไห้เสียงดัง และเมื่อลี่อินกับลี่หยาง ได้ยินเสียงร่ำไห้เสียงดังของทั้งสองก็ต้องตกใจ ก่อนจะนึกไปถึงเรื่องอัปมงคล ลี่หมัวมัวและกงกงทั้งสองเดินเข้ามาทำหน้าตาตื่นตกใจไม่ต่างกัน ก่อนคนทั้งหมดจะตรงไปยังห้องบรรทมขององค์หญิง

ก็พบร่างของนางกำนัลทั้งสองกำลังกอดขาขององค์หญิงร่ำไห้จนน้ำตาเป็นเผาเต่า แต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่คือองค์หญิงน้อยจริงๆ ทั้งยังส่งยิ้มมาให้พวกเขาเช่นนี้ องค์หญิงทรงหายป่วยแล้วหรือ? เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซินเยว่เล่อยังไม่ทันได้เอ่ยอันใด เหล่านางกำนัลต่างก็ส่งเสียงร่ำไห้แข่งกันเสียงดังระงมไปหมด ซินเยว่เล่อได้แต่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

นี่ข้าคงทำให้พวกนางขวัญเสียกันไม่น้อย!

ซินเยว่เล่อต้องใช้เวลาปลอบใจเหล่าข้าหลวงและนางกำนัลคนสนิทอยู่นานสองนานนับชั่วยาม กว่าจะหยุดร้องก็ทำเอานางเสียพลังงานไปมากทีเดียว

"องค์หญิงของบ่าว บ่าวดีใจยิ่งนัก สวรรค์ช่างเมตตาให้องค์หญิงหายดีเช่นนี้"

"ขอบใจทุกคนมากที่ดีกับข้าถึงเพียงนี้"

"องค์หญิง!" เหล่านางกำนัลต่างขานเรียกหญิงสาวพร้อมกันก่อนจะหลั่งน้ำตาอีกครั้ง แต่ถูกซินเยว่เล่อห้ามไว้เสียก่อน

"หยุดร้องไห้ได้แล้ว หากพวกเจ้าไม่หยุด ข้าจะคิดว่าพวกเจ้ากำลังแช่งข้า"

"องค์หญิงพวกเราไม่ร้องแล้วเพคะ" เหล่าสาวๆ นางกำนัลต่างพากันประสานเสียงก่อนจะส่งยิ้มให้กัน

"แม่นมท่านก็อย่าร้องไห้อีกเลย วันนี้เรามาเลี้ยงฉลองกันดีหรือไม่"

"เช่นนั้นบ่าวจะไปแจ้งให้ข้าหลวงโรงครัวจัดการให้เพคะ"

"ท่านสั่งให้ทำออกมาเยอะๆ เถิด ประเดี๋ยวให้องครักษ์ไปล่าสัตว์มาหลายๆ ตัวเสียหน่อย"

"เพคะองค์หญิง"

งานเลี้ยงฉลองถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซินเยว่เล่ออนุญาตให้ข้าหลวงที่ติดตามมาทุกคนเข้าร่วมงานเลี้ยง กินดื่มกันอย่างเต็มที่ อย่าได้ถือยศศักดิ์ให้คิดเสียว่าทุกคนคือคนในครอบครัวเดียวกัน เหล่าบรรดาข้าหลวงและองครักษ์ที่ติดตามมา ต่างพากันปลื้มปีติยินดีที่ได้ติดตามรับใช้เจ้านายที่มีความเมตตาถึงเพียงนี้ องค์หญิงช่างเปลี่ยนไปมากนัก แม้ว่าแต่ก่อนองค์หญิงจะทรงดีกับเหล่าข้าหลวงมากเท่าใดแต่เส้นกั้นระหว่างฐานะก็ยังขวางกั้นอยู่ตามเดิม ต่างกับตอนนี้ที่ดรุณีน้อยราวกับเติบโตขึ้นมาเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากนอนป่วยอยู่นานร่วมเดือน

ซินเยว่เล่อที่นั่งอยู่ตำแหน่งสูงที่สุด ถือจอกสุราผลไม้แล้วลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินตรงมายังพื้นที่ตรงกลาง ท่ามกลางองครักษ์และข้าหลวงกว่าสองร้อยชีวิต ก่อนจะกล่าวสิ่งหนึ่งขึ้นด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวดรุณีน้อยทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัด เกิดเป็นความน่ากริ่งเกรงขึ้นโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

"ตัวข้าซินเยว่เล่อกงจู่ ถูกเนรเทศให้มาอยู่ ณ ตำหนักแห่งนี้ ซึ่งต่อไปนี้ข้าจะเรียกที่นี่ว่า ตำหนักแสงจันทร์ และที่นี่จะเป็นบ้านของข้าและพวกท่านทุกคน ในเมื่อที่นั่นไม่มีผู้ใดต้องการข้า พวกเราก็มาอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไปเถิด ต่อไปนี้ที่นี่จะไม่มีซินเยว่เล่อกงจู่อีกต่อไป แต่ที่นี่จะมีเพียงคุณหนูสามซินเยว่เล่อ เท่านั้น! เชิญพวกท่านดื่มกินกันอย่างมีความสุข ไว้พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา นับว่าชีวิตใหม่ของพวกเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ดื่ม!"

"ดื่ม!" กงจู่จะรู้หรือไม่ว่าคำพูดปลุกใจของดรุณีน้อยเช่นนาง จะสามารถทำให้หลายคนเกิดประกายความคิดอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตที่ดี อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดดังเช่นตอนที่อยู่ในวังหลวง ก่อนจะส่งเสียงยกย่ององค์หญิงน้อยไม่ขาดสาย

ซินเยว่เล่อที่เมื่อกล่าวจบก็เดินกลับมานั่งที่นั่งของตนเอง ท่ามกลางสายตาของเหล่าองครักษ์ที่รู้สึกชื่นชมในความเข้มแข็งของดรุณีน้อย ขณะเดียวกันหานฮุ่ยเจียงก็มองกงจู่น้อยแตกต่างออกไป สายตาที่เขามองมายังเด็กสาวช่างเป็นสายตาที่ไม่อาจคาดเดาสิ่งใดได้เลย

โดยซินเยว่เล่อเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมา แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นไปเสีย จะได้ไม่สร้างข้อกังขาให้อีกฝ่ายไปมากกว่านี้ ถึงอย่างไรร่างนี้ก็อายุเพียงสิบสามหนาวเท่านั้น อายุเท่ากับเจียวเหมยน้องสาวบุญธรรมของนางเลยสินะ

ก่อนจะนึกไปถึงท่านตาและน้องสาวบุญธรรม ป่านนี้จะได้รับสารจากนางแล้วหรือยังนะ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนพิเศษ 2

    "ท่านพี่... อ๊ะ ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ อ่า..." แท่งทวนถูกดันเข้าไปในส่วนที่อ่อนนุ่มจนกระทั่งสุดลำก่อนจะเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างเป็นจังหวะประสานกับเสียงครางหวานของคนทั้งสอง ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดสองกายแนบชิดสุดสวาท ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งช่องว่างเพื่อให้อากาศลอยผ่าน ดวงหน้าที่เย้ายวนชวนเคลิ้มฝันของผู้เป็นภรรยาทำเอาชายหนุ่มคลุ้มคลั่ง ก่อนจะเร่งแรงขยับโยกกายเข้าออกที่รุนแรงขึ้นพร้อมกับเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยราวกับกำลังอดกลั้น ก่อนจะส่งหญิงสาวมุ่งสู่ปลายฝัน แล้วพลิกร่างบางนอนคว่ำจากนั้นสอดใส่ความแข็งขืนจากด้านหลังเยว่เล่อที่เพิ่งมุ่งสู่ปลายฝันได้ไม่นานกลับถูกกะทำซ้ำที่จุดเดิม ทำให้หญิงเสียวซ่านจนร่างกายแทบอ่อนเปลี้ยไม่มีแรงที่จะขัดขืน เสียงขาเตียงเสียดสีกับพื้นห้องดังเป็นจังหวะ ชายหนุ่มกระทำอยู่ในท่วงท่าหมอบคลานได้ไม่นาน ร่างของหญิงสาวก็จิกเกร็งล่องลอยสู่ปลายฝันอีกครั้ง จึงถูกชายหนุ่มจับพลิกกายหันหน้าเข้าหาเขาในท่วงท่านั่ง ใบหน้าคมคายกดซบลงที่หน้าอกอวบใหญ่ก่อนจะดูดเล็มที่ปลายยอดถันหนักเบาสลับกัน แขนเรียวเสลาคล้องที่ลำคอของสามีปลายเล็บของนางจิกทึ้งที่หลังของเขาจนเกิดรอยเพื่อต้อง

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนพิเศษ 1

    เมื่อบุตรชายบุตรสาวอายุได้ราวหนึ่งขวบ ซินเยว่เล่อก็เดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อเยี่ยมเยือนบิดามารดา แต่เพราะเจ้าน้องสาวตัวแสบไม่คิดกลับมาที่เมืองหลวงอีก ได้แต่ฝากคำมากับนาง หญิงสาวเบื่อหน่ายกับกฎเกณฑ์ของวังหลวง อยากจะเดินทางไปศึกษาวิชาแพทย์กับท่านหมอเทวดาฝูเจียวซิน ซินเยว่เล่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นดูแลตัวเองได้ดีทั้งยังมีลี่จินลี่จูติดตามไปด้วย นางจึงได้มอบองครักษ์มือดีที่สุดให้ไปอีกหนึ่งคน นั่นก็คือท่านหานสุ่ยเจียงโดยในตอนนี้ลี่หมัวมัวและลู่กงกงได้ย้ายกลับมาอยู่กับนางเช่นเดิมแล้ว ขบวนการเดินทางในแต่ละครั้งของนางจึงยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพราะไม่ว่าจะไปทางใดก็ล้วนขนย้ายไปพร้อมกันหมดแม้คนจะเยอะไปเสียหน่อยแต่อบอุ่นเหลือเกินการเดินทางกลับมาในครั้งนี้ใช้รถม้าถึงแปดคันหญิงสาวและสามีนั่งรถม้าคันแรก ส่วนคันที่สองเป็นของลี่หมัวมัวและลู่กงกงที่ต้องคอยดูแลเจ้าสองก้อนแป้งคันที่สามเป็นของนางกำนัลคนสนิททั้งสองและจางซีคันที่สี่และห้าเป็นของสาวใช้ทั่วไปและองครักษ์ ส่วนที่เหลือก็ใช้ขนข้าวของ เพราะซินเยว่เล่อนั้นไม่นิยมชมชอบให้ผู้ติดตามต้องลำบากฉะนั้นในขบวนเดินทางของนางจะไม่ม

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 74 2(ตอนจบ)

    "ใครใช้ให้ข้าหลงรักท่านเช่นนี้เล่า" หญิงสาวได้แต่เบือนหน้าหลบหนีด้วยความเจ็บปวด ขอบตาของนางพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นางได้แต่เงยหน้าขึ้นฟ้าเพื่อมิให้น้ำตาไหล ก่อนจะหวนคิดว่าเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วที่นางยินยอมอยู่เช่นนี้ ได้เพียงมองจากที่ไกล ๆจากด้านหลังของเขาเพียงเท่านั้น แม้รู้ว่าต้องเจ็บแต่นางก็ไม่สามารถจากไปที่ใดได้เลย ไม่ใช่ว่ารักเพียงเขาแต่เพราะรักบุตรชายหญิงของเขาราวกับเป็นบุตรแท้ๆของตนเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมานางเผลอไผลหลงลืมตัวไปเสียแล้วว่านางมิได้เป็นมารดาแท้ๆของเด็กน้อยเหล่านั้น วันเวลาช่างหมุนผ่านไปเร็วยิ่งนักซินเยว่เล่อมีอาการดีขึ้นเป็นอย่างมาก หญิงสาวสามารถออกมาเดินเล่นด้านนอกได้ตามปกติแล้ว ท่ามกลางฤดูวสันต์ที่กำลังมาเยือน ลมเย็นอ่อนๆค่อยๆโชยมาในยามเย็น หญิงสาวนั่งอยู่ในศาลากับน้องสาวฝาแฝดพร้อมกับเจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งสอง ก่อนจะพูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระพร้อมกับระลึกความหลังครั้งก่อนกันอย่างมีความสุข หลังจากที่นางหายดีฝูเจียวซินก็ต้องขอตัวลากลับแคว้นซีฉิน เพราะต้องกลับไปดูแลโรงหมอของท่านอาจารย์ ปลายปีนี้จะมีการสอบคัดเลือกบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก ที่แคว้นซีฉิน ทำให้ซินเยว่เ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 74 1(ตอนจบ)

    หลังคลอดบุตรซินเยว่เล่อต้องทำการพักฟื้นอยู่นานนับเดือนกว่าที่ร่างกายจะดีขึ้น โดยมีท่านหมอเทวดาฝูเจียวซินอยู่ให้การดูแลเหล่าคณะหมอหลวงได้เดินทางกลับไปตั้งแต่หญิงสาวคลอดได้สามวันพร้อมกับมู๋หรงหวงกุ้ยเฟย ด้วยราชโองการของฝ่าบาททำให้นางมีความไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ไม่สามารถขัดราชโองการดังกล่าวได้ ก่อนจะจำใจขึ้นรถม้าแล้วบอกลาหลานๆที่น่ารักของตน ส่วนซินเยว่เหมยนั้นเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่านางสนิทและคุ้นเคยกับท่านหมอฝูอยู่มาก จากการรักษาใบหน้าเมื่อครั้งก่อนและหญิงสาวกมีความสามารถและทักษะการแพทย์เล็กน้อยจึงได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์ของเขา ชายหนุ่มเห็นว่าตนอาจจะไม่เหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ของอีกฝ่ายจึงได้ปฏิเสธไป ทำเอาองค์หญิงน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นและนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นางเอาแต่ตามติดชายหนุ่มตลอดทั้งวัน ในยามที่เขาต้องการผู้ช่วยก็เป็นนางที่รีบเสนอตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีปริปากบ่นทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย "องค์หญิงอย่าได้พยายามไปมากกว่านี้เลย พ่ะย่ะค่ะ อย่างไรกระหม่อมก็มิอาจรับท่านเป็นศิษย์ของกระหม่อมได้""เพราะเหตุใดเจ้าคะ""ท่านเป็นถึงองค์หญิง เหตุใดจึงต้องหาเรื่องลำบากให้ตนเองด

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 73 2

    ซ่งเทียนเหิงก้าวเข้าไปพร้อมกับฝูเจียวซินโดยไม่สนใจคำทัดทานของผู้ใดทั้งสิ้น ก่อนจะเข้าไปโอบกระชับร่างของนางมาไว้ในอ้อมอก ฝูเจียวซินทำหน้าที่ฝังเข็มบนจุดชีพจรของหญิงสาวราว ๆครึ่งเค่อ ร่างบางก็เริ่มได้สติขึ้นมาใหม่ ก่อนที่ท่านหมอหนุ่มจะหยิบเม็ดยาบางอย่างให้นางกินลงไป ตัวยานี้เป็นยาสำหรับสตรีที่คลอดยากโดยเฉพาะที่เขามิยินยอมให้นางกินตั้งแต่แรกเพราะครรภ์ของนางแต่เดิมก็เป็นพิษอยู่แล้วและยาชนิดนี้ก็ค่อนข้างแรงอยู่มาก เขาจึงไม่กล้าเสี่ยงให้นางกินมันลงไปแต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรู้ตัวว่าคิดผิด ที่ปล่อยให้ซินเยว่เล่อคลอดเองโดยใช้เวลานานถึงเพียงนี้ เพียงกลืนยาลงไปไม่นานหญิงสาวก็มีแรงมากขึ้นก่อนจะรู้สึกเจ็บหน่วงที่ท้องอย่างรุนแรงซ่งเทียนเหิงถูกลากออกไปพร้อมกับสหายก่อนที่รั้งรออยู่ด้านนอกประตู แล้วเดินไปเดินมาไม่หยุด ราวครึ่งชั่วยามที่ยังคงมีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลอดออกมาจากในห้องอย่างต่อเนื่องก่อนจะมีเสียงร้องของเด็กตามออกมาด้วย"คลอดแล้วๆ ""อุ๊แว๊ อุ๊แว๊""ขอแสดงความยินดีกับซ่งกั๋วกง เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ" นางกำนัลผู้ช่วยหมอทำคลอดห่อตัวเด็กน้อยด้วยผ้าก่อนจะอุ้มมาแล้วส่งให้ผู้เป็นบิดา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 73 1

    เยว่เหมยเดินทางมาถึงตำหนักแสงจันทร์พร้อมกับหมอหลวงและเสด็จแม่กุ้ยเฟย เพราะหญิงสาวอ้อนวอนบุตรสาวให้ช่วยพานางมาด้วยแม้ว่าในตอนแรกเยว่เหมยจะไม่เห็นด้วยแต่กลับเข้าใจดี สตรีผู้นี้รักนางและพี่สาวมากหากต้องให้ทำเพียงรอฟังข่าวจิตใจคงไม่อาจสงบได้ จึงได้วางแผนลักพานางหญิงสาวมาพร้อมกับนางเสียเลยถึงอย่างไร กว่าเสด็จพ่อจะรู้ตัว นางก็พาเสด็จแม่เดินทางใกล้ถึงตำหนักแสงจันทร์แล้วในวันที่คณะหมอหลวงมาถึงนั้น ฝูเจียวซินทายาทหมอเทวดาก็ได้เดินทางมาถึงก่อนหน้าแล้วราวเจ็ดวัน ภายในห้องของเยว่เล่ออบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรที่ทำให้ผ่อนคลาย หมอหลวงทั้งหมดได้ทำงานร่วมกับฝูเจียวซินได้เป็นอย่างดี ความรู้ที่มีชายหนุ่มก็ถ่ายทอดให้กับหมอหลวงเหล่านั้นโดยที่ไม่รังเกียจ ทำให้เขาเป็นที่นิยมชมชอบของเหล่าหมอหลวงยิ่งนัก เยว่เล่อต้องอดทนนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลาจนกระทั่งล่วงเลยมาจนถึงเดือนที่แปด ฝูเจียวซินนั้นคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าไม่ว่าอย่างไรหญิงสาวก็คงต้องคลอดในช่วงเวลาประมาณนี้อย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้เขาทำเพียงพยุงอาการไม่ให้นางคลอดก่อนกำหนดในช่วงอายุครรภ์ที่ยังอ่อนแอเท่านั้นเองเพราะหากเป็นเช่นนั้น แม้แต่ชีวิตของมารดาก็ไม่อ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 58

    หลังจากที่ซ่งเทียนเหิงหายไปราวสองชั่วยาม เวลาต่อมาก็มีรถม้าเคลื่อนมาจอดยังบริเวณด้านหน้าจวน พร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ยืนรอภรรยาอยู่ด

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 41

    ซินเยว่เล่อกลับมาถึงจวนด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก มีเพียงซินเยว่เหมยที่เห็นถึงความผิดปกตินี้ ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง"พี่หญิง ท่านมิเป็นอันใดใช่หรือไม่"ซินเยว่เล่อเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวของตนก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยกถ้วยชาขึ้นดื่ม ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกด้วยความอยากรู้เ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 15

    ในช่วงเวลาเช้าตรู่ พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นจากขอบฟ้า คนร้ายทั้งห้าคนก็ถูกจับมัดแขนมัดขา ก่อนจะโยนมาไว้ยังบริเวณด้านหน้าเรือนที่ซินเยว่เล่อพักอยู่ เสียงด่าทอดังขึ้นเป็นระยะ โดยไม่มีเสียงตอบโต้จากอีกฝ่ายซินเยว่เล่อที่เมื่อคืนกินอิ่มนอนหลับอย่างสบายใจ งัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของคนเหล่านั้น&nb

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 7

    สามวันผ่านไปซินเยว่เล่อได้สั่งให้มีการแบ่งกลุ่มของทหารองครักษ์ที่มีหน้าที่ดูแลจวนออกเป็นห้ากลุ่ม ก่อนจะแบ่งพื้นที่ให้ทุกๆ คนถางพื้นที่เอาต้นหญ้าออกให้หมดตามจุดที่หญิงสาววางเอาไว้ เพื่อเตรียมปลูกสมุนไพรและส่วนที่อยู่ใกล้พื้นที่ตำหนักที่สุดก็ปลูกผัก ทุกคนจะได้มีพืชผักไว้กินกันโดยไม่ต้องอดอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status