Compartir

ตอนที่ 3

last update Fecha de publicación: 2026-05-21 21:10:41

เจียวหลินที่ตื่นขึ้นมาในร่างขององค์หญิงซินเยว่เล่อ เมื่อสำรวจความแข็งแรงของร่างนี้ก็พบว่าหญิงสาวมีกำลังภายในแม้ไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ก็ถือว่าพอถูไถไปได้ทำให้ร่างกายแข็งแรงพอที่เจียวหลินจะฟื้นฟูวรยุทธ์ของนางได้ไม่ยาก ทั้งรูปโฉมขององค์หญิงผู้นี้ช่างงดงามล่มเมืองยิ่งนัก ใบหน้าเรียวเล็กได้รูปรับกับจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากรูปกระจับ แก้มใสที่แดงเรื่ออมชมพูอย่างสุขภาพดี ราวกับหญิงสาวไม่ได้นอนนิ่งป่วยอยู่บนเตียงตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมา หรือว่า...

นางไม่ใช่แค่ถูกพิษ แต่ป่วยเป็นโรคร้ายด้วยสินะ

พอคิดว่าชีวิตของตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นานจึงได้ตัดสินใจทำเช่นนี้ เหตุใดสาวน้อยผู้หนึ่งที่เกิดมาสูงศักดิ์จึงได้อาภัพถึงเพียงนี้ ต่อไปนี้ร่างกายของท่านข้าจะดูแลมันเป็นอย่างดี

ซินเยว่เล่อคนใหม่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะค้นหาอาภรณ์ที่ทะมัดทะแมงแต่กลับพบแค่อาภรณ์ที่กรุยกรายอลังการ ก็คงเป็นเช่นนั้นเพราะนางเป็นถึงองค์หญิงที่ฮ่องเต้รักใคร่ สิ่งของทุกอย่างก็คงต้องดีที่สุดอยู่แล้ว

ก่อนจะจบลงตรงชุดที่ธรรมดาที่สุด ชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีเรียบถูกสวมบนร่างกายของดรุณีน้อยก่อนจะก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับกระบี่ขององครักษ์ผู้หนึ่งที่นางขอยืมมา ผมยาวที่ถูกมัดม้วนเป็นจุกทั้งสองข้างถูกหญิงสาวพังออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นมัดรวบง่ายๆ ราวกับจอมยุทธ์หญิง ซินเยว่เล่อเดินตรงไปยังสวนหินกว้างที่อยู่กลางตำหนักใหญ่ ก่อนจะเริ่มต้นฝึกวรยุทธ์อย่างที่นางเคยชินยามที่ยังเป็น เจียวหลิน เจ้าหอแห่งสำนักพยัคฆ์หมื่นเมฆา

ท่วงท่างดงาม แข็งแรง ทำให้เหล่าองครักษ์ทั้งหลายถึงกับงุนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปขององค์หญิงน้อย นอกจากจะหายดีแล้ว ยังแข็งแรงถึงเพียงนี้ หินเล็กก้อนหนึ่งถูกดีดส่งไปยังหานฮุ่ยเจียง หัวหน้าองครักษ์ที่ถูกแต่งตั้งโดยฝ่าบาทเพื่อให้มาดูแลองค์หญิง ชายหนุ่มที่อายุเพียงยี่สิบปี กับความสามารถอันล้นเหลือพร้อมทั้งฝีมืออันเก่งกาจทำให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ได้โดยไม่ยาก ชายหนุ่มที่เห็นสัญญาณท้าทายที่องค์หญิงส่งมาให้ตนถึงกับเลิกคิ้วสูง ก่อนจะทะยานตัวลงไปด้านล่าง

ซินเยว่เล่อไม่พูดพร่ำทำเพลง นางกระโจนเข้าใส่ร่างใหญ่ ก่อนที่คนทั้งคู่จะทำการต่อสู้กันอย่างดุเดือด เรี่ยวแรงในการฟาดฟันทั้งรุนแรงราวกับคนตรงหน้ามิใช่องค์หญิงผู้บอบบาง แต่เป็นจอมยุทธ์หญิงผู้เก่งกาจ สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มเช่นเขาถึงกับคิ้วกระตุก ฝ่าบาทได้บอกความลับแก่เขาเรื่องหนึ่งคือร่างเล็กตรงหน้านั้นพอมีวรยุทธ์อยู่บ้าง แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเพราะคิดว่าคงมีแค่พอสามารถปกป้องตนเองได้ในระดับหนึ่ง แต่จากการปะทะฝีมือของเขากับองค์หญิงในตอนนี้ทำให้เขารับรู้ว่า องค์หญิงช่างร้ายกาจนัก

ร่างเล็กของซินเยว่เล่อเห็นท่าทางลังเลขององครักษ์หนุ่มจึงใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นสูงแล้วทิ้งดิ่งลงมาพร้อมกับดาบที่พุ่งตรงมายังร่างของชายหนุ่ม โชคดีที่หานฮุ่ยเจียงหลบรัศมีของดาบได้ทัน มิเช่นนั้นเห็นทีคงเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เสียแล้ว เหล่าองครักษ์เงาที่แอบดูอยู่ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพร้อมเพรียงกัน พลางคิดในใจว่า

องค์หญิงเก่งกาจถึงเพียงนี้คงไม่จำเป็นจะต้องมีพวกเขาแล้วกระมัง เพราะยามนั้นก็ไม่แน่ใจว่าผู้ใดจะปกป้องผู้ใดกันแน่ ก่อนพวกเขาจะกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เห็นทีจะตกงานก็คราวนี้แหละหนา...

"องค์หญิง"

"ท่านองครักษ์ขอบคุณที่ยั้งมือ" หานฮุ่ยเจียงถึงกับคิ้วกระตุกกับคำกล่าวของหญิงสาว เห็นได้ชัดว่าเป็นองค์หญิงเองที่ทรงไว้มือให้เขาอยู่หลายส่วน เหตุใดดรุณีน้อยวัยเพียงสิบสามจึงได้เก่งกล้ากว่าเขาที่เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์ แล้วเช่นนี้เขายังคู่ควรที่จะปกป้องคุ้มครององค์หญิงอยู่อีกหรือ?

"ขออภัยที่ล่วงเกินองค์หญิงแล้ว"

"ท่านอย่าได้คิดมากเลย ฝีมือหากฝึกฝนบ่อยๆ ก็จะเกิดความชำนาญเองในที่สุด"

ภายในห้องบรรทมขององค์หญิง ลี่จินและลี่จู เดินเข้ามาเพื่อปรนนิบัติองค์หญิงน้อยอย่างเช่นทุกวัน แต่วันนี้เมื่อเข้ามาภายในห้อง บนเตียงกลับว่างเปล่า ไร้ร่างขององค์หญิงน้อย ทำให้นางกำนัลทั้งสองตกใจราวกับจะสิ้นสติไปเสียตรงนั้น องค์หญิงป่วยหนักจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แล้วจะลุกจากเตียงเองได้อย่างไร จะต้องมีคนเข้ามาลักพาตัวองค์หญิงไปอย่างแน่นอน!

"แย่แล้ว! องค์หญิงหายตัวไป" ลี่จินเอ่ยขึ้น

"หรือว่าจะมีคนลักพาตัวองค์หญิง!" ลี่จูกล่าวขึ้น

"เจ้ารีบไปบอกท่านฮุ่ยเจียงเร็ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว" ลี่จินลนลาน ก่อนจะบอกให้ลี่จูรีบไปบอกเหล่าองครักษ์ให้เร่งตามหาองค์หญิง ขณะที่ลี่จูกำลังจะวิ่งออกไปแจ้งข่าวแก่ท่านองครักษ์ก็พบกับร่างเล็กขององค์หญิงยืนอยู่หน้าประตู พร้อมกับร่างของท่านฮุ่ยเจียงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ลี่จูตกใจดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากเล็กยังอ้าค้าง

ซินเยว่เล่อเห็นท่าทางของนางกำนัลคนสนิทก็ได้แต่ขบขันออกมา เสียงของนางไพเราะ แม้แต่เสียงหัวเราะยังน่าฟัง ทำเอาหานฮุ่ยเจียงได้แต่ยกยิ้มกับตัวเองเบาๆ

"องค์หญิง!" ลี่จูได้แต่เอ่ยเรียกซินเยว่เล่อเสียงดัง จะไม่ให้นางตกใจได้อย่างไร ก็มิใช่ว่าองค์หญิงป่วยหนักจนไม่อาจลุกขึ้นได้เองหรอกหรือ แล้วเหตุใดในตอนนี้องค์หญิงจึงดูไม่เหมือนกับคนเจ็บป่วยเลยเล่า ตรงกันข้ามกลับดูแข็งแรงกว่าเดิมเสียอีก

"อันใดของเจ้ากันลี่จู ข้ารู้แล้วว่าองค์หญิงหายไป เจ้ารีบไปแจ้งแก่ท่านฮุ่ยเจียงเร็วเข้า!" ลี่จินที่รีบเดินตามมาก่อนจะหยุดอ้าปากค้างตาโตไม่ต่างจากลี่จู เมื่อพบกับองค์หญิงที่ยืนอยู่หน้าประตู

"องค์หญิง! องค์หญิงเพคะ!"

"ข้าเอง! เหตุใดจึงทำหน้าอย่างกับเห็นผีเช่นนั้นเล่า"

"องค์หญิง ตัวจริงเลยหรือเพคะ"

"เอ๊ะ! ก็ข้าตัวจริงน่ะสิ หาใช่วิญญาณเร่ร่อนไม่ ไม่เชื่อพวกเจ้าก็จับตัวข้าดูเสีย"

นางกำนัลทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ร่างเล็กอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสกับแขนขององค์หญิงก็พบว่าร่างกายขององค์หญิงนั้นอุ่นเหมือนกับร่างของคนธรรมดา ทำให้นางกำนัลทั้งสองคุกเข่าลงกอดขาร่างเล็กของซินเยว่เล่อแล้วร่ำไห้เสียงดัง และเมื่อลี่อินกับลี่หยาง ได้ยินเสียงร่ำไห้เสียงดังของทั้งสองก็ต้องตกใจ ก่อนจะนึกไปถึงเรื่องอัปมงคล ลี่หมัวมัวและกงกงทั้งสองเดินเข้ามาทำหน้าตาตื่นตกใจไม่ต่างกัน ก่อนคนทั้งหมดจะตรงไปยังห้องบรรทมขององค์หญิง

ก็พบร่างของนางกำนัลทั้งสองกำลังกอดขาขององค์หญิงร่ำไห้จนน้ำตาเป็นเผาเต่า แต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่คือองค์หญิงน้อยจริงๆ ทั้งยังส่งยิ้มมาให้พวกเขาเช่นนี้ องค์หญิงทรงหายป่วยแล้วหรือ? เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซินเยว่เล่อยังไม่ทันได้เอ่ยอันใด เหล่านางกำนัลต่างก็ส่งเสียงร่ำไห้แข่งกันเสียงดังระงมไปหมด ซินเยว่เล่อได้แต่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

นี่ข้าคงทำให้พวกนางขวัญเสียกันไม่น้อย!

ซินเยว่เล่อต้องใช้เวลาปลอบใจเหล่าข้าหลวงและนางกำนัลคนสนิทอยู่นานสองนานนับชั่วยาม กว่าจะหยุดร้องก็ทำเอานางเสียพลังงานไปมากทีเดียว

"องค์หญิงของบ่าว บ่าวดีใจยิ่งนัก สวรรค์ช่างเมตตาให้องค์หญิงหายดีเช่นนี้"

"ขอบใจทุกคนมากที่ดีกับข้าถึงเพียงนี้"

"องค์หญิง!" เหล่านางกำนัลต่างขานเรียกหญิงสาวพร้อมกันก่อนจะหลั่งน้ำตาอีกครั้ง แต่ถูกซินเยว่เล่อห้ามไว้เสียก่อน

"หยุดร้องไห้ได้แล้ว หากพวกเจ้าไม่หยุด ข้าจะคิดว่าพวกเจ้ากำลังแช่งข้า"

"องค์หญิงพวกเราไม่ร้องแล้วเพคะ" เหล่าสาวๆ นางกำนัลต่างพากันประสานเสียงก่อนจะส่งยิ้มให้กัน

"แม่นมท่านก็อย่าร้องไห้อีกเลย วันนี้เรามาเลี้ยงฉลองกันดีหรือไม่"

"เช่นนั้นบ่าวจะไปแจ้งให้ข้าหลวงโรงครัวจัดการให้เพคะ"

"ท่านสั่งให้ทำออกมาเยอะๆ เถิด ประเดี๋ยวให้องครักษ์ไปล่าสัตว์มาหลายๆ ตัวเสียหน่อย"

"เพคะองค์หญิง"

งานเลี้ยงฉลองถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซินเยว่เล่ออนุญาตให้ข้าหลวงที่ติดตามมาทุกคนเข้าร่วมงานเลี้ยง กินดื่มกันอย่างเต็มที่ อย่าได้ถือยศศักดิ์ให้คิดเสียว่าทุกคนคือคนในครอบครัวเดียวกัน เหล่าบรรดาข้าหลวงและองครักษ์ที่ติดตามมา ต่างพากันปลื้มปีติยินดีที่ได้ติดตามรับใช้เจ้านายที่มีความเมตตาถึงเพียงนี้ องค์หญิงช่างเปลี่ยนไปมากนัก แม้ว่าแต่ก่อนองค์หญิงจะทรงดีกับเหล่าข้าหลวงมากเท่าใดแต่เส้นกั้นระหว่างฐานะก็ยังขวางกั้นอยู่ตามเดิม ต่างกับตอนนี้ที่ดรุณีน้อยราวกับเติบโตขึ้นมาเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากนอนป่วยอยู่นานร่วมเดือน

ซินเยว่เล่อที่นั่งอยู่ตำแหน่งสูงที่สุด ถือจอกสุราผลไม้แล้วลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินตรงมายังพื้นที่ตรงกลาง ท่ามกลางองครักษ์และข้าหลวงกว่าสองร้อยชีวิต ก่อนจะกล่าวสิ่งหนึ่งขึ้นด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวดรุณีน้อยทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัด เกิดเป็นความน่ากริ่งเกรงขึ้นโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

"ตัวข้าซินเยว่เล่อกงจู่ ถูกเนรเทศให้มาอยู่ ณ ตำหนักแห่งนี้ ซึ่งต่อไปนี้ข้าจะเรียกที่นี่ว่า ตำหนักแสงจันทร์ และที่นี่จะเป็นบ้านของข้าและพวกท่านทุกคน ในเมื่อที่นั่นไม่มีผู้ใดต้องการข้า พวกเราก็มาอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไปเถิด ต่อไปนี้ที่นี่จะไม่มีซินเยว่เล่อกงจู่อีกต่อไป แต่ที่นี่จะมีเพียงคุณหนูสามซินเยว่เล่อ เท่านั้น! เชิญพวกท่านดื่มกินกันอย่างมีความสุข ไว้พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา นับว่าชีวิตใหม่ของพวกเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ดื่ม!"

"ดื่ม!" กงจู่จะรู้หรือไม่ว่าคำพูดปลุกใจของดรุณีน้อยเช่นนาง จะสามารถทำให้หลายคนเกิดประกายความคิดอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตที่ดี อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดดังเช่นตอนที่อยู่ในวังหลวง ก่อนจะส่งเสียงยกย่ององค์หญิงน้อยไม่ขาดสาย

ซินเยว่เล่อที่เมื่อกล่าวจบก็เดินกลับมานั่งที่นั่งของตนเอง ท่ามกลางสายตาของเหล่าองครักษ์ที่รู้สึกชื่นชมในความเข้มแข็งของดรุณีน้อย ขณะเดียวกันหานฮุ่ยเจียงก็มองกงจู่น้อยแตกต่างออกไป สายตาที่เขามองมายังเด็กสาวช่างเป็นสายตาที่ไม่อาจคาดเดาสิ่งใดได้เลย

โดยซินเยว่เล่อเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมา แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่เห็นไปเสีย จะได้ไม่สร้างข้อกังขาให้อีกฝ่ายไปมากกว่านี้ ถึงอย่างไรร่างนี้ก็อายุเพียงสิบสามหนาวเท่านั้น อายุเท่ากับเจียวเหมยน้องสาวบุญธรรมของนางเลยสินะ

ก่อนจะนึกไปถึงท่านตาและน้องสาวบุญธรรม ป่านนี้จะได้รับสารจากนางแล้วหรือยังนะ...

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 14

    หลังจากที่คนร้ายชุดดำออกไปจากห้อง เยว่เล่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปส่องดูความเคลื่อนไหวภายนอก ที่ช่องหน้าต่างที่แง้มเปิดอยู่ ด้านนอกมีคนเฝ้าประตูอยู่ถึงหกคน แต่นั่นมิใช่ปัญหาใหญ่อันใดสิ่งที่นางจำเป็นต้องทำคือ จับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้แบบตัวเป็นๆ ว่าแต่ว่าคนร้ายที่อุ้มนางเข้ามาเมื่อกี้นี้ เหตุใดจึงมีน้ำเสียงที่คุ้นหูยิ่งนัก ทั้งยังไม่มีไอสังหารแตกต่างจากนักฆ่าทั่วไป รวมถึงคำพูดที่ชายผู้นั้นกล่าวกับนางราวกับว่ารู้จักนางอย่างไรอย่างนั้น!เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!เวลาผ่านไปกว่าชั่วยามบุรุษตัวสูงผู้นั้นก็เข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ซินเยว่เล่อแกล้งนอนหลับอยู่บนเตียง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอของอีกฝ่าย"อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะทรงหลับไปถึงเมื่อใดกันพ่ะย่ะค่ะ"ซินเยว่เล่อที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มกล่าวเสียดสีจึงทำทีเป็นพึ่งรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายหญิงสาวก็ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง"นี่... นี่ท่านเองงั้นหรือ!""ยินดียิ่งนักที่องค์หญิงทรงจดจำกระหม่อมได้""เป็นท่านที่ชอบย่องเบา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 13

    แผนการลักพาตัว​"หมดหน้าที่ของพวกเจ้าแล้ว นายหญิงสั่งให้หยุดแค่นี้ก่อนกลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวงได้""หึหึ แล้วที่นายหญิงรับปากพวกข้าเรื่ององค์หญิงนั่นเล่า!""หากพวกเจ้าคิดว่ามีปัญญาจัดการนางได้ ก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงตัวนายหญิงก็พอ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเจ้า ไม่ตายดีแน่!""พวกข้ารู้แล้วน่า หึหึ องค์หญิงนั่นงดงามถึงเพียงนั้น แม้ว่าจะยังไม่พ้นวัยปักปิ่นแต่ก็ทำให้อารมณ์บุรุษเพศของข้าพุ่งสูงได้ถึงเพียงนี้ สมกับที่เล่าลือจริงๆ""หึหึ พวกเจ้าก็ระวังตัวให้ดีเถิด จะลักพาตัวสตรีผู้นั้นมิใช่ทำได้ง่ายๆ องครักษ์เกราะทองกว่าครึ่งร้อยที่คอยอารักขานางอยู่ไม่ไกล""หึหึ ท่านอย่าลืมเสีย ว่ามีคนของนายหญิงแฝงตัวอยู่ในนั้นด้วย เหตุใดต้องกลัว หากพวกข้าสามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ นายหญิงคงจะพอใจเป็นอย่างมากเป็นแน่""เอาละ เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง และข้าถือว่าเตือนพวกเจ้าแล้ว""เอาน่า... ท่านจะระแวงอันใดนักหนา แค่สตรีบอบบางเพียงคนเดียว"บุรุษทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่ลอบ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 12

    ในยามนี้คนร้ายตัวจริงได้ทำการวางยาพิษครั้งใหม่ทำให้ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งถูกพิษและกลายเป็นโรคระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีส่วนผสมของพิษค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้ง นอกจากท้องเสียท้องร่วง เป็นผดผื่นมีไข้ ซ้ำยังติดกันง่ายกว่าเดิมทางการได้รีบเร่งแยกคนไข้ที่ป่วยหนักและป่วยระยะแรกออกจากกัน เพื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง ในยามนี้ทุกคนในเมืองต่างเดือดร้อนกันโดยถ้วนหน้าเพียงไม่นานก็มีข่าวลือเกิดขึ้นทันที นั่นคือ ดวงชะตาเป็นปฏิปักษ์ขององค์หญิงซินเยว่เล่อที่ออกมาอาศัยอยู่นอกวัง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนมิรู้คือ การที่หญิงสาวอาศัยอยู่ที่เมืองจี๋หนานของพวกเขาการเกิดโรคระบาดในครั้งนี้จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาแต่กล่าวโทษหญิงสาว ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะนาง! มู่หนิงเฉิงที่ได้ยินข่าวลือเช่นนั้นก็เกิดอารมณ์โมโหสั่งให้องครักษ์ตามหาต้นตอของข่าวลือมาให้จงได้ พร้อมทั้งยังลงโทษอย่างหนักสำหรับคนที่จงใจปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จ ทำให้องค์หญิงซินเยว่เล่อต้องเสื่อมเสีย!ความวุ่นวายภายในเมืองจี๋หนาน ถูกส่งต่อเรื่องราวผ่านนกพิราบสื่อสารไปยังผู้

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 11

    "ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!""เกิดอันใดขึ้น!""ในเมืองจี๋หนานพบชาวบ้านติดโรคระบาดกันเพิ่มขึ้นอีกแล้วขอรับ แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเดิมขอรับ"มู่หนิงเฉิงและซินเยว่เล่อได้แต่หันมาสบตากันอย่างเข้าใจ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!"ท่านแม่ทัพ ท่านรีบสั่งการให้ท่านเจ้าเมืองปิดประตูเมืองก่อนเถิด หากชักช้าคนที่ติดโรคอาจจะนำโรคระบาดออกมาติดชาวบ้านที่อยู่นอกประตูเมือง!""ได้ เจ้าจงนำคำสั่งของข้าไปแจ้งแก่ท่านเจ้าเมือง สั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามคนออกจากเมืองเด็ดขาด!""ขอรับ ท่านแม่ทัพ!""โรคระบาดจะสามารถรักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่""รักษาได้เจ้าค่ะ สาเหตุเพียงเกิดจากพิษของซ่านโถว เมื่อเรารู้ต้นเหตุแล้วก็สามารถรักษาได้ในทันที เพียงแต่ต้องระวังมิให้ประชาชนออกจากประตูเมือง เพราะเกรงว่าจะนำไปติดชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงเมืองก็พอ""เหตุใดต้นไม้เพียงต้นเดียวจึงมีฤทธิ์มากมายถึงเพียงนี้กันนะ!""เป็นเพียงพิษที่ทำให้แพ้เท่านั้นเจ้าค่ะ แต่อาการกลับสามารถติดต่อกันได้ง่ายคล้ายโรคระบาด แต่หากผู้ใดที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็อา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 10

    สามวันผ่านไปจำนวนของผู้ที่ติดโรคระบาดค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ติดโรคถูกทางการแยกตัวออกไปรักษาในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันการติดต่อกัน"เรียนท่านแม่ทัพ จำนวนผู้ที่ติดโรคลดลงแล้วขอรับ ตอนนี้ทุกคนปฏิบัติตามข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดขอรับ""ดีมาก เจ้าไปได้แล้ว""ขอรับ" นายกองที่เข้ามารายงานผลถอยร่นออกไป ก่อนที่องครักษ์ของชายหนุ่มจะเข้ามาแทนที่"คารวะนายท่าน""ได้ความว่าอย่างไร""เรียนท่านแม่ทัพ องค์หญิงทรงหายดีแล้วขอรับ รอบๆ ตำหนักเต็มไปด้วยองครักษ์ ข้าน้อยไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ขอรับ""ช่างเถิด แค่รู้ว่านางสบายดีก็พอแล้ว องค์ไท่จื่อและฝ่าบาทจะได้สบายพระทัยเสียที เจ้าจงนำสารนี้ส่งให้ถึงมือองค์ไท่จื่อ""ขอรับนายท่าน"หลังจากที่องครักษ์ออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ"เจ้าหายดีแล้วพี่ก็สบายใจ"…ทางด้านตำหนักแสงจันทร์"องค์หญิงจะทรงออกไปข้างนอกจริงๆ หรือเพคะ""ใช่!""แต่ว่าด้านนอกยังมีชาวบ้านที่ติดโรคระบาดอยู่นะเพคะหากพระองค์ติดโรคระ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 9

    หลังจากที่เยว่เล่อสั่งการให้ท่านหมอฝูไปทำการรักษาเหล่าข้าหลวงในตำหนักแสงจันทร์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมาเพื่อรายงานบางอย่างแก่หญิงสาว"ทูลองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ""ได้ความว่าอย่างไรบ้างท่านหมอฝู""โรคระบาดที่ว่านั้นเกิดจากพิษของต้นซ่านโถวพ่ะย่ะค่ะ""ต้นซ่านโถว! ต้นไม้พิษน่ะหรือ""ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่เดิมมีต้นกำเนิดจากเมืองซ่านโถว เมล็ดของมันสามารถนำมาบดเป็นผงมีฤทธิ์คล้ายยาถ่าย แต่ให้ผลที่รุนแรงกว่าพ่ะย่ะค่ะ""ที่ท่านกล่าวมา หมายความว่ามีคนจงใจ ทำให้เกิดโรคระบาดเช่นนั้นหรือ""อาจจะเป็นเช่นนั้น พ่ะย่ะค่ะ""แล้วพอจะมีทางรักษาให้หายหรือไม่เล่า""ย่อมต้องมีทางรักษาให้หายอย่างแน่นอน พ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้น คงต้องรบกวนท่านหมอฝูแล้ว หากท่านต้องการสิ่งใดก็ขอให้แจ้งแก่ลู่กงกงได้เลย มิต้องเกรงใจ""พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง"เหล่าข้าหลวงภายในตำหนักแสงจันทร์ได้รับการรักษาจนกระทั่งมีอาการดีขึ้น โดยทำตามคำแนะนำของท่านหมอเทวดาคือการดื่มน้ำที่ต้มสุกเท่านั้น และหากท้องเสียจนเกิดอาการอ่อนเพลียก็สามารถแก้ไขด้วยการดื่มน้ำต้มสุกที่ผสมกับเกล

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status