Masukซิน เยว่เล่อรักษาพิษที่อยู่ในร่างกาย โดยมีท่านหมอฝูให้การดูแลเป็นอย่างดี ร่วมสามเดือนที่หญิง
หลังจากที่คนร้ายชุดดำออกไปจากห้อง เยว่เล่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปส่องดูความเคลื่อนไหวภายนอก ที่ช่องหน้าต่างที่แง้มเปิดอยู่ ด้านนอกมีคนเฝ้าประตูอยู่ถึงหกคน แต่นั่นมิใช่ปัญหาใหญ่อันใดสิ่งที่นางจำเป็นต้องทำคือ จับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้แบบตัวเป็นๆ ว่าแต่ว่าคนร้ายที่อุ้มนางเข้ามาเมื่อกี้นี้ เหตุใดจึงมีน้ำเสียงที่คุ้นหูยิ่งนัก ทั้งยังไม่มีไอสังหารแตกต่างจากนักฆ่าทั่วไป รวมถึงคำพูดที่ชายผู้นั้นกล่าวกับนางราวกับว่ารู้จักนางอย่างไรอย่างนั้น!เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!เวลาผ่านไปกว่าชั่วยามบุรุษตัวสูงผู้นั้นก็เข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ซินเยว่เล่อแกล้งนอนหลับอยู่บนเตียง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอของอีกฝ่าย"อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะทรงหลับไปถึงเมื่อใดกันพ่ะย่ะค่ะ"ซินเยว่เล่อที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มกล่าวเสียดสีจึงทำทีเป็นพึ่งรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายหญิงสาวก็ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง"นี่... นี่ท่านเองงั้นหรือ!""ยินดียิ่งนักที่องค์หญิงทรงจดจำกระหม่อมได้""เป็นท่านที่ชอบย่องเบา
แผนการลักพาตัว"หมดหน้าที่ของพวกเจ้าแล้ว นายหญิงสั่งให้หยุดแค่นี้ก่อนกลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวงได้""หึหึ แล้วที่นายหญิงรับปากพวกข้าเรื่ององค์หญิงนั่นเล่า!""หากพวกเจ้าคิดว่ามีปัญญาจัดการนางได้ ก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงตัวนายหญิงก็พอ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเจ้า ไม่ตายดีแน่!""พวกข้ารู้แล้วน่า หึหึ องค์หญิงนั่นงดงามถึงเพียงนั้น แม้ว่าจะยังไม่พ้นวัยปักปิ่นแต่ก็ทำให้อารมณ์บุรุษเพศของข้าพุ่งสูงได้ถึงเพียงนี้ สมกับที่เล่าลือจริงๆ""หึหึ พวกเจ้าก็ระวังตัวให้ดีเถิด จะลักพาตัวสตรีผู้นั้นมิใช่ทำได้ง่ายๆ องครักษ์เกราะทองกว่าครึ่งร้อยที่คอยอารักขานางอยู่ไม่ไกล""หึหึ ท่านอย่าลืมเสีย ว่ามีคนของนายหญิงแฝงตัวอยู่ในนั้นด้วย เหตุใดต้องกลัว หากพวกข้าสามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ นายหญิงคงจะพอใจเป็นอย่างมากเป็นแน่""เอาละ เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง และข้าถือว่าเตือนพวกเจ้าแล้ว""เอาน่า... ท่านจะระแวงอันใดนักหนา แค่สตรีบอบบางเพียงคนเดียว"บุรุษทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่ลอบ
ในยามนี้คนร้ายตัวจริงได้ทำการวางยาพิษครั้งใหม่ทำให้ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งถูกพิษและกลายเป็นโรคระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีส่วนผสมของพิษค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้ง นอกจากท้องเสียท้องร่วง เป็นผดผื่นมีไข้ ซ้ำยังติดกันง่ายกว่าเดิมทางการได้รีบเร่งแยกคนไข้ที่ป่วยหนักและป่วยระยะแรกออกจากกัน เพื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง ในยามนี้ทุกคนในเมืองต่างเดือดร้อนกันโดยถ้วนหน้าเพียงไม่นานก็มีข่าวลือเกิดขึ้นทันที นั่นคือ ดวงชะตาเป็นปฏิปักษ์ขององค์หญิงซินเยว่เล่อที่ออกมาอาศัยอยู่นอกวัง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนมิรู้คือ การที่หญิงสาวอาศัยอยู่ที่เมืองจี๋หนานของพวกเขาการเกิดโรคระบาดในครั้งนี้จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาแต่กล่าวโทษหญิงสาว ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะนาง! มู่หนิงเฉิงที่ได้ยินข่าวลือเช่นนั้นก็เกิดอารมณ์โมโหสั่งให้องครักษ์ตามหาต้นตอของข่าวลือมาให้จงได้ พร้อมทั้งยังลงโทษอย่างหนักสำหรับคนที่จงใจปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จ ทำให้องค์หญิงซินเยว่เล่อต้องเสื่อมเสีย!ความวุ่นวายภายในเมืองจี๋หนาน ถูกส่งต่อเรื่องราวผ่านนกพิราบสื่อสารไปยังผู้
"ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!""เกิดอันใดขึ้น!""ในเมืองจี๋หนานพบชาวบ้านติดโรคระบาดกันเพิ่มขึ้นอีกแล้วขอรับ แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเดิมขอรับ"มู่หนิงเฉิงและซินเยว่เล่อได้แต่หันมาสบตากันอย่างเข้าใจ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!"ท่านแม่ทัพ ท่านรีบสั่งการให้ท่านเจ้าเมืองปิดประตูเมืองก่อนเถิด หากชักช้าคนที่ติดโรคอาจจะนำโรคระบาดออกมาติดชาวบ้านที่อยู่นอกประตูเมือง!""ได้ เจ้าจงนำคำสั่งของข้าไปแจ้งแก่ท่านเจ้าเมือง สั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามคนออกจากเมืองเด็ดขาด!""ขอรับ ท่านแม่ทัพ!""โรคระบาดจะสามารถรักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่""รักษาได้เจ้าค่ะ สาเหตุเพียงเกิดจากพิษของซ่านโถว เมื่อเรารู้ต้นเหตุแล้วก็สามารถรักษาได้ในทันที เพียงแต่ต้องระวังมิให้ประชาชนออกจากประตูเมือง เพราะเกรงว่าจะนำไปติดชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงเมืองก็พอ""เหตุใดต้นไม้เพียงต้นเดียวจึงมีฤทธิ์มากมายถึงเพียงนี้กันนะ!""เป็นเพียงพิษที่ทำให้แพ้เท่านั้นเจ้าค่ะ แต่อาการกลับสามารถติดต่อกันได้ง่ายคล้ายโรคระบาด แต่หากผู้ใดที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็อา
สามวันผ่านไปจำนวนของผู้ที่ติดโรคระบาดค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ติดโรคถูกทางการแยกตัวออกไปรักษาในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันการติดต่อกัน"เรียนท่านแม่ทัพ จำนวนผู้ที่ติดโรคลดลงแล้วขอรับ ตอนนี้ทุกคนปฏิบัติตามข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดขอรับ""ดีมาก เจ้าไปได้แล้ว""ขอรับ" นายกองที่เข้ามารายงานผลถอยร่นออกไป ก่อนที่องครักษ์ของชายหนุ่มจะเข้ามาแทนที่"คารวะนายท่าน""ได้ความว่าอย่างไร""เรียนท่านแม่ทัพ องค์หญิงทรงหายดีแล้วขอรับ รอบๆ ตำหนักเต็มไปด้วยองครักษ์ ข้าน้อยไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ขอรับ""ช่างเถิด แค่รู้ว่านางสบายดีก็พอแล้ว องค์ไท่จื่อและฝ่าบาทจะได้สบายพระทัยเสียที เจ้าจงนำสารนี้ส่งให้ถึงมือองค์ไท่จื่อ""ขอรับนายท่าน"หลังจากที่องครักษ์ออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ"เจ้าหายดีแล้วพี่ก็สบายใจ"…ทางด้านตำหนักแสงจันทร์"องค์หญิงจะทรงออกไปข้างนอกจริงๆ หรือเพคะ""ใช่!""แต่ว่าด้านนอกยังมีชาวบ้านที่ติดโรคระบาดอยู่นะเพคะหากพระองค์ติดโรคระ
หลังจากที่เยว่เล่อสั่งการให้ท่านหมอฝูไปทำการรักษาเหล่าข้าหลวงในตำหนักแสงจันทร์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมาเพื่อรายงานบางอย่างแก่หญิงสาว"ทูลองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ""ได้ความว่าอย่างไรบ้างท่านหมอฝู""โรคระบาดที่ว่านั้นเกิดจากพิษของต้นซ่านโถวพ่ะย่ะค่ะ""ต้นซ่านโถว! ต้นไม้พิษน่ะหรือ""ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่เดิมมีต้นกำเนิดจากเมืองซ่านโถว เมล็ดของมันสามารถนำมาบดเป็นผงมีฤทธิ์คล้ายยาถ่าย แต่ให้ผลที่รุนแรงกว่าพ่ะย่ะค่ะ""ที่ท่านกล่าวมา หมายความว่ามีคนจงใจ ทำให้เกิดโรคระบาดเช่นนั้นหรือ""อาจจะเป็นเช่นนั้น พ่ะย่ะค่ะ""แล้วพอจะมีทางรักษาให้หายหรือไม่เล่า""ย่อมต้องมีทางรักษาให้หายอย่างแน่นอน พ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้น คงต้องรบกวนท่านหมอฝูแล้ว หากท่านต้องการสิ่งใดก็ขอให้แจ้งแก่ลู่กงกงได้เลย มิต้องเกรงใจ""พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง"เหล่าข้าหลวงภายในตำหนักแสงจันทร์ได้รับการรักษาจนกระทั่งมีอาการดีขึ้น โดยทำตามคำแนะนำของท่านหมอเทวดาคือการดื่มน้ำที่ต้มสุกเท่านั้น และหากท้องเสียจนเกิดอาการอ่อนเพลียก็สามารถแก้ไขด้วยการดื่มน้ำต้มสุกที่ผสมกับเกล







