Share

ตำหนักแสงจันทร์
ตำหนักแสงจันทร์
Author: มิณิณ/ชงฉีป๋อซาน

ตอนที่ 1

last update publish date: 2026-05-21 21:09:45

ในสมัยรัชศก ซินเยว่ที่สาม ฮองเฮามู่หรงอันหรง พระมารดาขององค์ไท่จื่อซินเยว่เฟยหลงและองค์หญิงซินเยว่เล่อ ถูกวางยาพิษจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา ในครั้งนั้นองค์รัชทายาทชันษาเพียงสามขวบปี และขนิษฐาที่มีชันษาได้เพียงขวบปี ทั้งสองพระองค์ต้องมาสูญเสียพระมารดาอย่างไม่อาจฟื้นคืนตลอดกาล

สิบสองปีต่อมาในแคว้นเฉิงอันประสบภัยพิบัติ ข้าวยากหมากแพง ทั้งเกิดภัยแล้งรุนแรงที่สุด มีนักพรตผู้หนึ่งได้ให้คำทำนายอันน่ากลัวไว้ว่า ในราชวงศ์มีสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งมีดวงชะตาต้องสาป หญิงสาวจะนำมาซึ่งความโชคร้ายมาสู่แคว้น ทั้งยังมีดวงชะตาที่เป็นภัยต่อยอดบุรุษแห่งแคว้นทุกคน เรียกได้ว่าสตรีผู้นั้นคือดาวหายนะอย่างแท้จริง จำเป็นต้องให้หญิงสาวออกไปอยู่นอกวังเป็นการแก้คำสาปให้แก่แว่นแคว้น โดยสตรีผู้นั้นมีดวงเกิดตรงกับองค์หญิง หรือ ซินเยว่เล่อกงจู่ องค์หญิงผู้เป็นที่รักขององค์ฮ่องเต้ เมื่อฝ่าบาทได้ยินคำทำนายนั้นถึงกับกริ้วอย่างหนัก ก่อนจะสั่งให้ตามหาผู้ที่ทำนายเรื่องเหลวไหลเช่นนั้นมาลงโทษให้ได้

คำทำนายนั้นแพร่สะพัดไปทั่วทุกหนทุกแห่งของแคว้นอย่างไม่อาจห้ามได้ ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านและขับไล่ ดรุณีน้อยวัยเพียงสิบสาม ถูกคนทั้งแคว้นตราหน้าว่าเป็นสตรีต้องคำสาป ซินเยว่เล่อได้ยินข่าวลือของตนนางทำได้เพียงแต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เด็กน้อยที่ถูกกล่าวหาในเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ ถึงกับล้มป่วยลงในทันที

บรรดาเหล่าขุนนางทั้งหลายได้ทำการถวายฎีกาแก่ฝ่าบาท เพื่อให้ฮ่องเต้ทรงพิจารณาส่งองค์หญิงน้อยไปอยู่ ณ ตำหนักนอกวังอันห่างไกล

ท่ามกลางกระแสเสียงที่ถกเถียงกันไม่เลิกอยู่นั้น ร่างเล็กของดรุณีน้อยวัยสิบสามปี ที่มีรูปหน้างดงามราวกับเทพเซียน แม้ชันษาเพียงสิบสาม แต่ก็ส่องแสงประกายความงามล่มเมือง มิต้องบอกก็พอรู้ว่าหากองค์หญิงน้อยเติบโตขึ้นนั้นความงามจะเลื่องชื่อเพียงใด เช่นนี้ ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความวุ่นวายเสียแล้ว มีที่ใดบ้างเล่าที่มีสตรีงามล่มเมืองแล้วจะมิเกิดหายนะ เพราะความงามและดวงชะตาเป็นเหตุโดยแท้ ช่างน่าเห็นใจองค์หญิงน้อยยิ่งนัก

เหล่าขุนนางที่สนับสนุนฝ่ายองค์ไท่จื่อซินเยว่เฟยหลง นั่นคือตระกูลมู่หรงอันยิ่งใหญ่ มีท่านตาขององค์หญิงน้อยที่เป็นถึงอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ได้แต่มองหลานสาวผู้มีใบหน้าที่เหมือนกับบุตรสาวของเขาถึงแปดส่วน ต้องระหกระเหินเร่ร่อนออกไปอยู่ ณ ตำหนักนอกวัง เช่นนี้ ผู้เป็นตาอย่างเขาจะทนได้อย่างไร

"ฝ่าบาท ได้โปรดเมตตาองค์หญิงน้อยยังทรงเล็กนัก" มู่หรงซือเจี้ยนคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้

"ท่านตารีบลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ"

"องค์หญิง" ซินเยว่เล่อส่งยิ้มให้กับชายชราผู้มีศักดิ์เป็นท่านตาของตน ก่อนจะหันมาทำความเคารพเสด็จพ่ออย่างอ่อนหวาน ตามที่ถูกฝึกฝนอบรมมาอย่างดี

"ซินเยว่เล่อ ถวายบังคมเสด็จพ่อเพคะ ขอจงทรงอายุยืนหมื่นปี หมื่นๆ ปี"

"อาเล่อ เจ้าลุกขึ้นเถิด" ซินเยว่เล่อไม่ยอมทำตามคำของบิดา เด็กสาวยังคงก้มหน้าก่อนจะกล่าวถึงเจตนาของนางในวันนี้ต่อหน้าธารกำนัลทั้งหลาย

"ทูลเสด็จพ่อ ลูกยินดีย้ายออกไปอยู่ตำหนักนอกวัง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายเพคะ"

"ไร้สาระ! บิดาเช่นข้าจะทำเช่นนั้นกับบุตรของตนได้อย่างไร เจ้าเป็นสตรี ให้ออกไปอยู่นอกวังเช่นนั้น มิเท่ากับว่าเนรเทศเจ้าโดยไร้ความผิดหรอกหรือ"

"ขอเสด็จพ่อโปรดเมตตา ดวงชะตาของลูกที่เกิดเป็นคนในราชวงศ์ ชีวิตย่อมต้องทำเพื่อประชาชน สิ่งใดที่เป็นการแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อได้ ตัวลูกล้วนยินดี ขอเสด็จพ่อได้โปรดพิจารณาด้วยเพคะ"

"ขอฝ่าบาททรงพิจารณาด้วย พ่ะย่ะค่ะ"

ทันใดนั้นกลุ่มขุนนางที่สนับสนุนให้เด็กสาวออกไปอยู่นอกวังต่างก็พากันคุกเข่าร้องขอต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้ทันที เกือบครึ่งของท้องพระโรงคือฝ่ายสนับสนุนเรื่องเช่นนี้ ท่ามกลางสายตาของคนอีกครึ่งที่เป็นฝ่ายสนับสนุนของท่านตา ต่างพากันมิเห็นด้วยกับคำทำนายอันเลื่อนลอยเช่นนั้น

"อาเล่อ! เจ้า!"

"เสด็จพ่อ ลูกเป็นลูกที่อกตัญญูยิ่งนัก ลูกไม่อาจให้ผู้ใดว่ากล่าวหรือครหาราชวงศ์ของเราว่าเห็นแก่ส่วนตัวได้เพคะ และไม่อาจให้ผู้ใดกล่าวหาเสด็จพ่อของลูกได้เช่นกัน"

ฮ่องเต้ซินเยว่เฟย ได้แต่หลับตากล้ำกลืนความอัปยศนี้ลงคออย่างฝืดเคือง พระธิดาผู้เป็นยอดดวงใจของเขาและภรรยา ในตอนนี้นอกจากจะถูกรังแกแล้ว เขาผู้เป็นถึงฮ่องเต้ก็ยังไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยบุตรสาวของตนได้ ทำได้เพียงก้มลงมองใบหน้างดงามราวกับพระจันทร์ยามค่ำคืนของเด็กสาวตรงหน้า

ซินเยว่เล่อรับรู้ว่าเสด็จพ่อของนางทนฟังเสียงฎีกาที่ยื่นขึ้นมาถวายอยู่นานนับเดือน พระองค์ทรงพยายามปกป้องนางอย่างดีที่สุด แต่นางที่เป็นลูกจะไม่ทำสิ่งใดเพื่อพระองค์เลยหรือ ทั้งยังมีเสด็จพี่ของนางที่มีตำแหน่งเป็นถึงองค์ไท่จื่อ หากยามนี้นางเสียสละตัวเองเพื่อคนทั้งคู่ นางย่อมยินดีและเสด็จแม่ย่อมต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่นางกระทำอย่างแน่นอน

ราชโองการประกาศให้ซินเยว่เล่อกงจู่ เสด็จออกไปพัก ณ ตำหนักนอกวัง บนหุบเขาซือหลุน ตำหนักอันห่างไกลจากเมืองหลวงเฉิงอันนับพันลี้ โดยมีกำหนดการเสด็จออกเดินทางภายในเจ็ดวัน

ราชโองการถูกประกาศออกมาท่ามกลางกระแสเสียงที่โหมกระหน่ำ ของประชาชน ทุกฝ่ายต่างเชิดชูองค์ฮ่องเต้ที่ยอมเสียสละพระธิดาอันเป็นที่รักเพื่อความสงบสุขของชาวประชา แต่ท่ามกลางเสียงสรรเสริญนั้น ใครเลยจะล่วงรู้ถึงความเจ็บปวดภายในใจของผู้เป็นบิดา

ข้าวของถูกจัดเตรียมจนเพียบพร้อมภายในเจ็ดวัน ขบวนวันออกเดินทางไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะเด็กสาวต้องการความเรียบง่าย จึงมีเพียงนางกำนัลคนสนิททั้งสี่คน หมัวมัวและกงกงทั้งสอง ทุกคนล้วนเป็นคนสนิทของพระมารดาทั้งสิ้น ไท่จื่อซินเยว่เฟยหลงควบม้าออกมาส่งขบวนรถม้าของน้องสาวอันเป็นที่รัก มือหนากำจนแน่นใต้ชายเสื้อ ชายหนุ่มสาบานกับตนเองว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำน้องน้อยกลับมาเมืองหลวง ก่อนจะส่งองครักษ์ฝีมือล้ำเลิศให้น้องน้อยถึงห้าสิบนาย นอกจากนั้นมู่หรงซือเจี้ยนผู้เป็นตา ยังขอพระราชทานอนุญาตเดินทางไปส่งหลานสาวด้วยตัวเอง แต่เพราะร่างกายที่แก่ชรา มู่หรงเจียหนิง ญาติผู้พี่ขององค์หญิง ที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองแม่ทัพจึงขออาสา นำขบวนรักษาความปลอดภัยให้องค์หญิงด้วยตนเอง

ฮ่องเต้ซินเยว่เฟยได้ส่งมอบองครักษ์เกราะทองส่วนพระองค์ให้กับพระธิดาถึงห้าสิบนาย เพื่อดูแลและอารักขาหญิงสาวให้ปลอดภัยจนกว่าเขาจะหาวิธีนำลูกน้อยกลับเมืองหลวงได้ในสักวัน

ซินเยว่เล่อมองเห็นความห่วงใยของทุกคนก็ได้แต่ส่งยิ้ม ให้กำลังใจ ก่อนจะหันกลับมาในรถม้าตามเดิม การเดินทางใช้เวลาร่วมสองเดือน โดยที่หุบเขาซือหลุนนั้น อยู่ในเขตหนานจิง ห่างจากชายแดนแคว้นเฉียนเหลียงราวสองร้อยลี้ อากาศที่ไม่หนาวและไม่ร้อนมากจนเกินไป นับว่าดีต่อร่างกาย ทั้งเขาซือหลุนคือหุบเขาที่มีพื้นที่สูงที่สุด และตำหนักนี้ก็อยู่บนยอดเขาสูงสุด ทำให้นอกจากจะมองเห็นทัศนียภาพทั่วทั้งแคว้นแล้วยังสามารถมองเห็นพระจันทร์ได้ดวงโตที่สุดในแผ่นดินเฉิงอันอีกด้วย

ตลอดการเดินทางกว่าสองเดือน ซินเยว่เล่อมีอาการเจ็บป่วยออดแอดไม่สู้ดีนัก ทั้งหมอหลวงที่ร่วมเดินทางมาด้วยนั้นก็ทำได้เพียงพยุงอาการให้ดีขึ้นได้เพียงเล็กน้อย ก่อนจะลงความเห็นว่าร่างกายขององค์หญิงทรงบอบบาง แต่กลับต้องมาเดินทางระหกระเหิน นอนกลางดินกินกลางทรายเช่นนี้เป็นธรรมดาที่ต้องบาดเจ็บล้มป่วยได้ง่าย

หลังจากที่ใช้เวลาร่วมสองเดือนขบวนขององค์หญิงก็เดินทางมาถึงตำหนักบนหุบเขาซือหลุนเสียที หากแต่เจ้าของตำหนักกลับล้มป่วยหนักจนกระทั่งร่างเล็กของนางมิอาจฝืนตัวให้ลุกขึ้นมาได้อีก หลังจากมาถึงตำหนักแห่งนี้ ก็ล่วงเลยเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่เด็กสาวล้มป่วยถึงกับนอนนิ่งบนเตียง เหล่านางกำนัลคนสนิทและหมัวมัวที่รักและเอ็นดูองค์หญิงยิ่งกว่าสิ่งใด ได้แต่ซับน้ำตาให้กับความอาภัพอับโชคของดรุณีน้อย ที่ต้องถูกขับไล่ออกจากวังเช่นนี้

ทางด้านฮ่องเต้ ซินเยว่เฟยที่ได้รับข่าวว่า พระธิดาอันเป็นที่รักล้มป่วยด้วยความลำบากที่ดรุณีน้อยไม่เคยได้รับ เพราะตั้งแต่เด็กองค์หญิงก็ถูกดูแลประคบประหงมราวกับไข่ในหิน ทำให้หัวใจของผู้เป็นบิดาแทบแตกสลาย ได้แต่สั่งการให้หมอหลวงเร่งเดินทางมายังหุบเขาซือหลุนเพื่อรักษาอาการขององค์หญิงน้อย โดยมีคำสั่งเด็ดขาดว่า หากรักษาองค์หญิงไม่หายก็ไม่ต้องโผล่หัวกลับมาให้เห็นหน้าเด็ดขาด!

ตำหนัก ณ หุบเขาซือหลุน

"องค์หญิงของบ่าว ได้โปรดรับสั่งอันใดกับบ่าวบ้างเถิดเพคะ ฮือๆ" ลี่หมัวมัวหรือแม่นมลี่ของซินเยว่เล่อ ได้แต่พร่ำเรียกชื่อหญิงสาวในทุกๆ ชั่วยาม ก่อนหน้านี้ดรุณีน้อยตอบสนองต่อการกระทำของนางได้มาก แต่พอนานวันเข้าก็ทำได้เพียงกะพริบตาเท่านั้น ทุกคนต่างรับรู้ดีว่าสิ่งนี้หาใช่อาการเจ็บป่วยธรรมดาไม่ ย่อมเป็นการวางยาพิษไม่ผิดแน่ เพราะอาการเช่นนี้เคยเกิดขึ้นกับองค์ฮองเฮามาแล้วครั้งหนึ่ง เหล่าข้าหลวงได้แต่ปาดน้ำตา ด้วยความจนใจ

ทางด้านมู่หรงเจียหนิงหลังจากที่พาญาติผู้น้องที่มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงมาส่งยังหุบเขาซือหลุนแล้วดรุณีน้อยก็ล้มป่วย เขาจึงคาดการณ์ว่านางจะต้องถูกวางยาพิษ เพียงแต่หมอหลวงยังไม่สามารถตรวจหาสาเหตุได้ ทำให้ไม่สามารถรักษาอาการได้อย่างถูกต้อง ในยามที่เขาอยู่ในกองทัพเขาเองเคยได้ยินชื่อเสียงของหมอเทวดาฮุ่ยหลาน แต่ชายชรานั้นทำตัวประหลาดมักเร้นกายตามหุบเขา หากมีวาสนาจึงจักพานพบ เขาจึงได้แต่พึ่งโชคชะตาเสียแล้ว ก่อนจะออกเดินทางตามหาหมอเทวดาผู้นั้นให้พบก่อนที่จะสายเกินแก้

องค์หญิงทรงเข้มแข็งไว้ก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนพิเศษ 2

    "ท่านพี่... อ๊ะ ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ อ่า..." แท่งทวนถูกดันเข้าไปในส่วนที่อ่อนนุ่มจนกระทั่งสุดลำก่อนจะเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างเป็นจังหวะประสานกับเสียงครางหวานของคนทั้งสอง ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดสองกายแนบชิดสุดสวาท ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งช่องว่างเพื่อให้อากาศลอยผ่าน ดวงหน้าที่เย้ายวนชวนเคลิ้มฝันของผู้เป็นภรรยาทำเอาชายหนุ่มคลุ้มคลั่ง ก่อนจะเร่งแรงขยับโยกกายเข้าออกที่รุนแรงขึ้นพร้อมกับเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยราวกับกำลังอดกลั้น ก่อนจะส่งหญิงสาวมุ่งสู่ปลายฝัน แล้วพลิกร่างบางนอนคว่ำจากนั้นสอดใส่ความแข็งขืนจากด้านหลังเยว่เล่อที่เพิ่งมุ่งสู่ปลายฝันได้ไม่นานกลับถูกกะทำซ้ำที่จุดเดิม ทำให้หญิงเสียวซ่านจนร่างกายแทบอ่อนเปลี้ยไม่มีแรงที่จะขัดขืน เสียงขาเตียงเสียดสีกับพื้นห้องดังเป็นจังหวะ ชายหนุ่มกระทำอยู่ในท่วงท่าหมอบคลานได้ไม่นาน ร่างของหญิงสาวก็จิกเกร็งล่องลอยสู่ปลายฝันอีกครั้ง จึงถูกชายหนุ่มจับพลิกกายหันหน้าเข้าหาเขาในท่วงท่านั่ง ใบหน้าคมคายกดซบลงที่หน้าอกอวบใหญ่ก่อนจะดูดเล็มที่ปลายยอดถันหนักเบาสลับกัน แขนเรียวเสลาคล้องที่ลำคอของสามีปลายเล็บของนางจิกทึ้งที่หลังของเขาจนเกิดรอยเพื่อต้อง

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนพิเศษ 1

    เมื่อบุตรชายบุตรสาวอายุได้ราวหนึ่งขวบ ซินเยว่เล่อก็เดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อเยี่ยมเยือนบิดามารดา แต่เพราะเจ้าน้องสาวตัวแสบไม่คิดกลับมาที่เมืองหลวงอีก ได้แต่ฝากคำมากับนาง หญิงสาวเบื่อหน่ายกับกฎเกณฑ์ของวังหลวง อยากจะเดินทางไปศึกษาวิชาแพทย์กับท่านหมอเทวดาฝูเจียวซิน ซินเยว่เล่อเห็นว่าหญิงสาวนั้นดูแลตัวเองได้ดีทั้งยังมีลี่จินลี่จูติดตามไปด้วย นางจึงได้มอบองครักษ์มือดีที่สุดให้ไปอีกหนึ่งคน นั่นก็คือท่านหานสุ่ยเจียงโดยในตอนนี้ลี่หมัวมัวและลู่กงกงได้ย้ายกลับมาอยู่กับนางเช่นเดิมแล้ว ขบวนการเดินทางในแต่ละครั้งของนางจึงยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพราะไม่ว่าจะไปทางใดก็ล้วนขนย้ายไปพร้อมกันหมดแม้คนจะเยอะไปเสียหน่อยแต่อบอุ่นเหลือเกินการเดินทางกลับมาในครั้งนี้ใช้รถม้าถึงแปดคันหญิงสาวและสามีนั่งรถม้าคันแรก ส่วนคันที่สองเป็นของลี่หมัวมัวและลู่กงกงที่ต้องคอยดูแลเจ้าสองก้อนแป้งคันที่สามเป็นของนางกำนัลคนสนิททั้งสองและจางซีคันที่สี่และห้าเป็นของสาวใช้ทั่วไปและองครักษ์ ส่วนที่เหลือก็ใช้ขนข้าวของ เพราะซินเยว่เล่อนั้นไม่นิยมชมชอบให้ผู้ติดตามต้องลำบากฉะนั้นในขบวนเดินทางของนางจะไม่ม

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 74 2(ตอนจบ)

    "ใครใช้ให้ข้าหลงรักท่านเช่นนี้เล่า" หญิงสาวได้แต่เบือนหน้าหลบหนีด้วยความเจ็บปวด ขอบตาของนางพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นางได้แต่เงยหน้าขึ้นฟ้าเพื่อมิให้น้ำตาไหล ก่อนจะหวนคิดว่าเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วที่นางยินยอมอยู่เช่นนี้ ได้เพียงมองจากที่ไกล ๆจากด้านหลังของเขาเพียงเท่านั้น แม้รู้ว่าต้องเจ็บแต่นางก็ไม่สามารถจากไปที่ใดได้เลย ไม่ใช่ว่ารักเพียงเขาแต่เพราะรักบุตรชายหญิงของเขาราวกับเป็นบุตรแท้ๆของตนเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมานางเผลอไผลหลงลืมตัวไปเสียแล้วว่านางมิได้เป็นมารดาแท้ๆของเด็กน้อยเหล่านั้น วันเวลาช่างหมุนผ่านไปเร็วยิ่งนักซินเยว่เล่อมีอาการดีขึ้นเป็นอย่างมาก หญิงสาวสามารถออกมาเดินเล่นด้านนอกได้ตามปกติแล้ว ท่ามกลางฤดูวสันต์ที่กำลังมาเยือน ลมเย็นอ่อนๆค่อยๆโชยมาในยามเย็น หญิงสาวนั่งอยู่ในศาลากับน้องสาวฝาแฝดพร้อมกับเจ้าก้อนแป้งน้อยทั้งสอง ก่อนจะพูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระพร้อมกับระลึกความหลังครั้งก่อนกันอย่างมีความสุข หลังจากที่นางหายดีฝูเจียวซินก็ต้องขอตัวลากลับแคว้นซีฉิน เพราะต้องกลับไปดูแลโรงหมอของท่านอาจารย์ ปลายปีนี้จะมีการสอบคัดเลือกบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก ที่แคว้นซีฉิน ทำให้ซินเยว่เ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 74 1(ตอนจบ)

    หลังคลอดบุตรซินเยว่เล่อต้องทำการพักฟื้นอยู่นานนับเดือนกว่าที่ร่างกายจะดีขึ้น โดยมีท่านหมอเทวดาฝูเจียวซินอยู่ให้การดูแลเหล่าคณะหมอหลวงได้เดินทางกลับไปตั้งแต่หญิงสาวคลอดได้สามวันพร้อมกับมู๋หรงหวงกุ้ยเฟย ด้วยราชโองการของฝ่าบาททำให้นางมีความไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ไม่สามารถขัดราชโองการดังกล่าวได้ ก่อนจะจำใจขึ้นรถม้าแล้วบอกลาหลานๆที่น่ารักของตน ส่วนซินเยว่เหมยนั้นเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่านางสนิทและคุ้นเคยกับท่านหมอฝูอยู่มาก จากการรักษาใบหน้าเมื่อครั้งก่อนและหญิงสาวกมีความสามารถและทักษะการแพทย์เล็กน้อยจึงได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์ของเขา ชายหนุ่มเห็นว่าตนอาจจะไม่เหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ของอีกฝ่ายจึงได้ปฏิเสธไป ทำเอาองค์หญิงน้อยเกิดอาการงอแงขึ้นและนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นางเอาแต่ตามติดชายหนุ่มตลอดทั้งวัน ในยามที่เขาต้องการผู้ช่วยก็เป็นนางที่รีบเสนอตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีปริปากบ่นทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย "องค์หญิงอย่าได้พยายามไปมากกว่านี้เลย พ่ะย่ะค่ะ อย่างไรกระหม่อมก็มิอาจรับท่านเป็นศิษย์ของกระหม่อมได้""เพราะเหตุใดเจ้าคะ""ท่านเป็นถึงองค์หญิง เหตุใดจึงต้องหาเรื่องลำบากให้ตนเองด

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 73 2

    ซ่งเทียนเหิงก้าวเข้าไปพร้อมกับฝูเจียวซินโดยไม่สนใจคำทัดทานของผู้ใดทั้งสิ้น ก่อนจะเข้าไปโอบกระชับร่างของนางมาไว้ในอ้อมอก ฝูเจียวซินทำหน้าที่ฝังเข็มบนจุดชีพจรของหญิงสาวราว ๆครึ่งเค่อ ร่างบางก็เริ่มได้สติขึ้นมาใหม่ ก่อนที่ท่านหมอหนุ่มจะหยิบเม็ดยาบางอย่างให้นางกินลงไป ตัวยานี้เป็นยาสำหรับสตรีที่คลอดยากโดยเฉพาะที่เขามิยินยอมให้นางกินตั้งแต่แรกเพราะครรภ์ของนางแต่เดิมก็เป็นพิษอยู่แล้วและยาชนิดนี้ก็ค่อนข้างแรงอยู่มาก เขาจึงไม่กล้าเสี่ยงให้นางกินมันลงไปแต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะรู้ตัวว่าคิดผิด ที่ปล่อยให้ซินเยว่เล่อคลอดเองโดยใช้เวลานานถึงเพียงนี้ เพียงกลืนยาลงไปไม่นานหญิงสาวก็มีแรงมากขึ้นก่อนจะรู้สึกเจ็บหน่วงที่ท้องอย่างรุนแรงซ่งเทียนเหิงถูกลากออกไปพร้อมกับสหายก่อนที่รั้งรออยู่ด้านนอกประตู แล้วเดินไปเดินมาไม่หยุด ราวครึ่งชั่วยามที่ยังคงมีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลอดออกมาจากในห้องอย่างต่อเนื่องก่อนจะมีเสียงร้องของเด็กตามออกมาด้วย"คลอดแล้วๆ ""อุ๊แว๊ อุ๊แว๊""ขอแสดงความยินดีกับซ่งกั๋วกง เป็นคุณชายน้อยเจ้าค่ะ" นางกำนัลผู้ช่วยหมอทำคลอดห่อตัวเด็กน้อยด้วยผ้าก่อนจะอุ้มมาแล้วส่งให้ผู้เป็นบิดา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 73 1

    เยว่เหมยเดินทางมาถึงตำหนักแสงจันทร์พร้อมกับหมอหลวงและเสด็จแม่กุ้ยเฟย เพราะหญิงสาวอ้อนวอนบุตรสาวให้ช่วยพานางมาด้วยแม้ว่าในตอนแรกเยว่เหมยจะไม่เห็นด้วยแต่กลับเข้าใจดี สตรีผู้นี้รักนางและพี่สาวมากหากต้องให้ทำเพียงรอฟังข่าวจิตใจคงไม่อาจสงบได้ จึงได้วางแผนลักพานางหญิงสาวมาพร้อมกับนางเสียเลยถึงอย่างไร กว่าเสด็จพ่อจะรู้ตัว นางก็พาเสด็จแม่เดินทางใกล้ถึงตำหนักแสงจันทร์แล้วในวันที่คณะหมอหลวงมาถึงนั้น ฝูเจียวซินทายาทหมอเทวดาก็ได้เดินทางมาถึงก่อนหน้าแล้วราวเจ็ดวัน ภายในห้องของเยว่เล่ออบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรที่ทำให้ผ่อนคลาย หมอหลวงทั้งหมดได้ทำงานร่วมกับฝูเจียวซินได้เป็นอย่างดี ความรู้ที่มีชายหนุ่มก็ถ่ายทอดให้กับหมอหลวงเหล่านั้นโดยที่ไม่รังเกียจ ทำให้เขาเป็นที่นิยมชมชอบของเหล่าหมอหลวงยิ่งนัก เยว่เล่อต้องอดทนนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลาจนกระทั่งล่วงเลยมาจนถึงเดือนที่แปด ฝูเจียวซินนั้นคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าไม่ว่าอย่างไรหญิงสาวก็คงต้องคลอดในช่วงเวลาประมาณนี้อย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้เขาทำเพียงพยุงอาการไม่ให้นางคลอดก่อนกำหนดในช่วงอายุครรภ์ที่ยังอ่อนแอเท่านั้นเองเพราะหากเป็นเช่นนั้น แม้แต่ชีวิตของมารดาก็ไม่อ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 6

    หลังจากที่นัดหมายของนางและท่านตาจบลง หญิงสาวจึงเดินกลับมายังห้องพักก่อนจะล้มตัวลงนอน และรู้สึกตัวอีกครั้งในตอนเช้าของวันใหม่ สาวใช้ทั้งสองเข้ามาทำหน้าที่ของตน เพื่อช่วยหญิงสาวผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และล้างหน้าล้างตา"คุณหนู ท่านหิวหรือไม่เจ้าคะ""เจ้าไปเตรียมมาเถิด แม้ไม่หิวเท่าไหร่แต่ก็ต

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 5

    แม้ว่าเหล่าข้าหลวงคนสนิททั้งหลายขององค์หญิงจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของดรุณีน้อย แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะกล่าวออกมา ได้แต่หวังให้องค์หญิงน้อยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ถึงอย่างไรที่นี่ก็ห่างไกลจากเมืองหลวงนับพันลี้ จะมีผู้ใดมาเฝ้าสังเกตได้ หากองค์หญิงต้องการทำสิ่งใดพวกเขาก็ล้วนยินดีสนับสนุน

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 4

    ท่ามกลางความรื่นเริงของผู้คนในตำหนักแสงจันทร์อันห่างไกล อีกฟากฝั่งภายในเมืองหลวง สตรีผู้หนึ่งที่อยู่บนรถม้ากับสาวใช้ส่วนตัว แม้ว่าอายุจะย่างเลขสามแล้วแต่ความงามก็ยังคงตราตรึง ใบหน้างามดูอ่อนวัยราวกับหญิงสาวอายุสิบแปด รูปร่างที่เย้ายวนยังชวนให้บุรุษหลงใหลได้ไม่ยากเย็น ก่อนริมฝีปากบางจะเอ่ยกับสาวใช้ส

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 3

    เจียวหลินที่ตื่นขึ้นมาในร่างขององค์หญิงซินเยว่เล่อ เมื่อสำรวจความแข็งแรงของร่างนี้ก็พบว่าหญิงสาวมีกำลังภายในแม้ไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ก็ถือว่าพอถูไถไปได้ทำให้ร่างกายแข็งแรงพอที่เจียวหลินจะฟื้นฟูวรยุทธ์ของนางได้ไม่ยาก ทั้งรูปโฉมขององค์หญิงผู้นี้ช่างงดงามล่มเมืองยิ่งนัก ใบหน้าเรียวเล็กได้รูปรับกับจมูกโด่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status