Compartir

ตำหนักแสงจันทร์
ตำหนักแสงจันทร์
Autor: มิณิณ/ชงฉีป๋อซาน

ตอนที่ 1

last update Fecha de publicación: 2026-05-21 21:09:45

ในสมัยรัชศก ซินเยว่ที่สาม ฮองเฮามู่หรงอันหรง พระมารดาขององค์ไท่จื่อซินเยว่เฟยหลงและองค์หญิงซินเยว่เล่อ ถูกวางยาพิษจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา ในครั้งนั้นองค์รัชทายาทชันษาเพียงสามขวบปี และขนิษฐาที่มีชันษาได้เพียงขวบปี ทั้งสองพระองค์ต้องมาสูญเสียพระมารดาอย่างไม่อาจฟื้นคืนตลอดกาล

สิบสองปีต่อมาในแคว้นเฉิงอันประสบภัยพิบัติ ข้าวยากหมากแพง ทั้งเกิดภัยแล้งรุนแรงที่สุด มีนักพรตผู้หนึ่งได้ให้คำทำนายอันน่ากลัวไว้ว่า ในราชวงศ์มีสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งมีดวงชะตาต้องสาป หญิงสาวจะนำมาซึ่งความโชคร้ายมาสู่แคว้น ทั้งยังมีดวงชะตาที่เป็นภัยต่อยอดบุรุษแห่งแคว้นทุกคน เรียกได้ว่าสตรีผู้นั้นคือดาวหายนะอย่างแท้จริง จำเป็นต้องให้หญิงสาวออกไปอยู่นอกวังเป็นการแก้คำสาปให้แก่แว่นแคว้น โดยสตรีผู้นั้นมีดวงเกิดตรงกับองค์หญิง หรือ ซินเยว่เล่อกงจู่ องค์หญิงผู้เป็นที่รักขององค์ฮ่องเต้ เมื่อฝ่าบาทได้ยินคำทำนายนั้นถึงกับกริ้วอย่างหนัก ก่อนจะสั่งให้ตามหาผู้ที่ทำนายเรื่องเหลวไหลเช่นนั้นมาลงโทษให้ได้

คำทำนายนั้นแพร่สะพัดไปทั่วทุกหนทุกแห่งของแคว้นอย่างไม่อาจห้ามได้ ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านและขับไล่ ดรุณีน้อยวัยเพียงสิบสาม ถูกคนทั้งแคว้นตราหน้าว่าเป็นสตรีต้องคำสาป ซินเยว่เล่อได้ยินข่าวลือของตนนางทำได้เพียงแต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เด็กน้อยที่ถูกกล่าวหาในเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ ถึงกับล้มป่วยลงในทันที

บรรดาเหล่าขุนนางทั้งหลายได้ทำการถวายฎีกาแก่ฝ่าบาท เพื่อให้ฮ่องเต้ทรงพิจารณาส่งองค์หญิงน้อยไปอยู่ ณ ตำหนักนอกวังอันห่างไกล

ท่ามกลางกระแสเสียงที่ถกเถียงกันไม่เลิกอยู่นั้น ร่างเล็กของดรุณีน้อยวัยสิบสามปี ที่มีรูปหน้างดงามราวกับเทพเซียน แม้ชันษาเพียงสิบสาม แต่ก็ส่องแสงประกายความงามล่มเมือง มิต้องบอกก็พอรู้ว่าหากองค์หญิงน้อยเติบโตขึ้นนั้นความงามจะเลื่องชื่อเพียงใด เช่นนี้ ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความวุ่นวายเสียแล้ว มีที่ใดบ้างเล่าที่มีสตรีงามล่มเมืองแล้วจะมิเกิดหายนะ เพราะความงามและดวงชะตาเป็นเหตุโดยแท้ ช่างน่าเห็นใจองค์หญิงน้อยยิ่งนัก

เหล่าขุนนางที่สนับสนุนฝ่ายองค์ไท่จื่อซินเยว่เฟยหลง นั่นคือตระกูลมู่หรงอันยิ่งใหญ่ มีท่านตาขององค์หญิงน้อยที่เป็นถึงอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ได้แต่มองหลานสาวผู้มีใบหน้าที่เหมือนกับบุตรสาวของเขาถึงแปดส่วน ต้องระหกระเหินเร่ร่อนออกไปอยู่ ณ ตำหนักนอกวัง เช่นนี้ ผู้เป็นตาอย่างเขาจะทนได้อย่างไร

"ฝ่าบาท ได้โปรดเมตตาองค์หญิงน้อยยังทรงเล็กนัก" มู่หรงซือเจี้ยนคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้

"ท่านตารีบลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ"

"องค์หญิง" ซินเยว่เล่อส่งยิ้มให้กับชายชราผู้มีศักดิ์เป็นท่านตาของตน ก่อนจะหันมาทำความเคารพเสด็จพ่ออย่างอ่อนหวาน ตามที่ถูกฝึกฝนอบรมมาอย่างดี

"ซินเยว่เล่อ ถวายบังคมเสด็จพ่อเพคะ ขอจงทรงอายุยืนหมื่นปี หมื่นๆ ปี"

"อาเล่อ เจ้าลุกขึ้นเถิด" ซินเยว่เล่อไม่ยอมทำตามคำของบิดา เด็กสาวยังคงก้มหน้าก่อนจะกล่าวถึงเจตนาของนางในวันนี้ต่อหน้าธารกำนัลทั้งหลาย

"ทูลเสด็จพ่อ ลูกยินดีย้ายออกไปอยู่ตำหนักนอกวัง เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายเพคะ"

"ไร้สาระ! บิดาเช่นข้าจะทำเช่นนั้นกับบุตรของตนได้อย่างไร เจ้าเป็นสตรี ให้ออกไปอยู่นอกวังเช่นนั้น มิเท่ากับว่าเนรเทศเจ้าโดยไร้ความผิดหรอกหรือ"

"ขอเสด็จพ่อโปรดเมตตา ดวงชะตาของลูกที่เกิดเป็นคนในราชวงศ์ ชีวิตย่อมต้องทำเพื่อประชาชน สิ่งใดที่เป็นการแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อได้ ตัวลูกล้วนยินดี ขอเสด็จพ่อได้โปรดพิจารณาด้วยเพคะ"

"ขอฝ่าบาททรงพิจารณาด้วย พ่ะย่ะค่ะ"

ทันใดนั้นกลุ่มขุนนางที่สนับสนุนให้เด็กสาวออกไปอยู่นอกวังต่างก็พากันคุกเข่าร้องขอต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้ทันที เกือบครึ่งของท้องพระโรงคือฝ่ายสนับสนุนเรื่องเช่นนี้ ท่ามกลางสายตาของคนอีกครึ่งที่เป็นฝ่ายสนับสนุนของท่านตา ต่างพากันมิเห็นด้วยกับคำทำนายอันเลื่อนลอยเช่นนั้น

"อาเล่อ! เจ้า!"

"เสด็จพ่อ ลูกเป็นลูกที่อกตัญญูยิ่งนัก ลูกไม่อาจให้ผู้ใดว่ากล่าวหรือครหาราชวงศ์ของเราว่าเห็นแก่ส่วนตัวได้เพคะ และไม่อาจให้ผู้ใดกล่าวหาเสด็จพ่อของลูกได้เช่นกัน"

ฮ่องเต้ซินเยว่เฟย ได้แต่หลับตากล้ำกลืนความอัปยศนี้ลงคออย่างฝืดเคือง พระธิดาผู้เป็นยอดดวงใจของเขาและภรรยา ในตอนนี้นอกจากจะถูกรังแกแล้ว เขาผู้เป็นถึงฮ่องเต้ก็ยังไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยบุตรสาวของตนได้ ทำได้เพียงก้มลงมองใบหน้างดงามราวกับพระจันทร์ยามค่ำคืนของเด็กสาวตรงหน้า

ซินเยว่เล่อรับรู้ว่าเสด็จพ่อของนางทนฟังเสียงฎีกาที่ยื่นขึ้นมาถวายอยู่นานนับเดือน พระองค์ทรงพยายามปกป้องนางอย่างดีที่สุด แต่นางที่เป็นลูกจะไม่ทำสิ่งใดเพื่อพระองค์เลยหรือ ทั้งยังมีเสด็จพี่ของนางที่มีตำแหน่งเป็นถึงองค์ไท่จื่อ หากยามนี้นางเสียสละตัวเองเพื่อคนทั้งคู่ นางย่อมยินดีและเสด็จแม่ย่อมต้องเห็นด้วยกับสิ่งที่นางกระทำอย่างแน่นอน

ราชโองการประกาศให้ซินเยว่เล่อกงจู่ เสด็จออกไปพัก ณ ตำหนักนอกวัง บนหุบเขาซือหลุน ตำหนักอันห่างไกลจากเมืองหลวงเฉิงอันนับพันลี้ โดยมีกำหนดการเสด็จออกเดินทางภายในเจ็ดวัน

ราชโองการถูกประกาศออกมาท่ามกลางกระแสเสียงที่โหมกระหน่ำ ของประชาชน ทุกฝ่ายต่างเชิดชูองค์ฮ่องเต้ที่ยอมเสียสละพระธิดาอันเป็นที่รักเพื่อความสงบสุขของชาวประชา แต่ท่ามกลางเสียงสรรเสริญนั้น ใครเลยจะล่วงรู้ถึงความเจ็บปวดภายในใจของผู้เป็นบิดา

ข้าวของถูกจัดเตรียมจนเพียบพร้อมภายในเจ็ดวัน ขบวนวันออกเดินทางไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะเด็กสาวต้องการความเรียบง่าย จึงมีเพียงนางกำนัลคนสนิททั้งสี่คน หมัวมัวและกงกงทั้งสอง ทุกคนล้วนเป็นคนสนิทของพระมารดาทั้งสิ้น ไท่จื่อซินเยว่เฟยหลงควบม้าออกมาส่งขบวนรถม้าของน้องสาวอันเป็นที่รัก มือหนากำจนแน่นใต้ชายเสื้อ ชายหนุ่มสาบานกับตนเองว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำน้องน้อยกลับมาเมืองหลวง ก่อนจะส่งองครักษ์ฝีมือล้ำเลิศให้น้องน้อยถึงห้าสิบนาย นอกจากนั้นมู่หรงซือเจี้ยนผู้เป็นตา ยังขอพระราชทานอนุญาตเดินทางไปส่งหลานสาวด้วยตัวเอง แต่เพราะร่างกายที่แก่ชรา มู่หรงเจียหนิง ญาติผู้พี่ขององค์หญิง ที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองแม่ทัพจึงขออาสา นำขบวนรักษาความปลอดภัยให้องค์หญิงด้วยตนเอง

ฮ่องเต้ซินเยว่เฟยได้ส่งมอบองครักษ์เกราะทองส่วนพระองค์ให้กับพระธิดาถึงห้าสิบนาย เพื่อดูแลและอารักขาหญิงสาวให้ปลอดภัยจนกว่าเขาจะหาวิธีนำลูกน้อยกลับเมืองหลวงได้ในสักวัน

ซินเยว่เล่อมองเห็นความห่วงใยของทุกคนก็ได้แต่ส่งยิ้ม ให้กำลังใจ ก่อนจะหันกลับมาในรถม้าตามเดิม การเดินทางใช้เวลาร่วมสองเดือน โดยที่หุบเขาซือหลุนนั้น อยู่ในเขตหนานจิง ห่างจากชายแดนแคว้นเฉียนเหลียงราวสองร้อยลี้ อากาศที่ไม่หนาวและไม่ร้อนมากจนเกินไป นับว่าดีต่อร่างกาย ทั้งเขาซือหลุนคือหุบเขาที่มีพื้นที่สูงที่สุด และตำหนักนี้ก็อยู่บนยอดเขาสูงสุด ทำให้นอกจากจะมองเห็นทัศนียภาพทั่วทั้งแคว้นแล้วยังสามารถมองเห็นพระจันทร์ได้ดวงโตที่สุดในแผ่นดินเฉิงอันอีกด้วย

ตลอดการเดินทางกว่าสองเดือน ซินเยว่เล่อมีอาการเจ็บป่วยออดแอดไม่สู้ดีนัก ทั้งหมอหลวงที่ร่วมเดินทางมาด้วยนั้นก็ทำได้เพียงพยุงอาการให้ดีขึ้นได้เพียงเล็กน้อย ก่อนจะลงความเห็นว่าร่างกายขององค์หญิงทรงบอบบาง แต่กลับต้องมาเดินทางระหกระเหิน นอนกลางดินกินกลางทรายเช่นนี้เป็นธรรมดาที่ต้องบาดเจ็บล้มป่วยได้ง่าย

หลังจากที่ใช้เวลาร่วมสองเดือนขบวนขององค์หญิงก็เดินทางมาถึงตำหนักบนหุบเขาซือหลุนเสียที หากแต่เจ้าของตำหนักกลับล้มป่วยหนักจนกระทั่งร่างเล็กของนางมิอาจฝืนตัวให้ลุกขึ้นมาได้อีก หลังจากมาถึงตำหนักแห่งนี้ ก็ล่วงเลยเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่เด็กสาวล้มป่วยถึงกับนอนนิ่งบนเตียง เหล่านางกำนัลคนสนิทและหมัวมัวที่รักและเอ็นดูองค์หญิงยิ่งกว่าสิ่งใด ได้แต่ซับน้ำตาให้กับความอาภัพอับโชคของดรุณีน้อย ที่ต้องถูกขับไล่ออกจากวังเช่นนี้

ทางด้านฮ่องเต้ ซินเยว่เฟยที่ได้รับข่าวว่า พระธิดาอันเป็นที่รักล้มป่วยด้วยความลำบากที่ดรุณีน้อยไม่เคยได้รับ เพราะตั้งแต่เด็กองค์หญิงก็ถูกดูแลประคบประหงมราวกับไข่ในหิน ทำให้หัวใจของผู้เป็นบิดาแทบแตกสลาย ได้แต่สั่งการให้หมอหลวงเร่งเดินทางมายังหุบเขาซือหลุนเพื่อรักษาอาการขององค์หญิงน้อย โดยมีคำสั่งเด็ดขาดว่า หากรักษาองค์หญิงไม่หายก็ไม่ต้องโผล่หัวกลับมาให้เห็นหน้าเด็ดขาด!

ตำหนัก ณ หุบเขาซือหลุน

"องค์หญิงของบ่าว ได้โปรดรับสั่งอันใดกับบ่าวบ้างเถิดเพคะ ฮือๆ" ลี่หมัวมัวหรือแม่นมลี่ของซินเยว่เล่อ ได้แต่พร่ำเรียกชื่อหญิงสาวในทุกๆ ชั่วยาม ก่อนหน้านี้ดรุณีน้อยตอบสนองต่อการกระทำของนางได้มาก แต่พอนานวันเข้าก็ทำได้เพียงกะพริบตาเท่านั้น ทุกคนต่างรับรู้ดีว่าสิ่งนี้หาใช่อาการเจ็บป่วยธรรมดาไม่ ย่อมเป็นการวางยาพิษไม่ผิดแน่ เพราะอาการเช่นนี้เคยเกิดขึ้นกับองค์ฮองเฮามาแล้วครั้งหนึ่ง เหล่าข้าหลวงได้แต่ปาดน้ำตา ด้วยความจนใจ

ทางด้านมู่หรงเจียหนิงหลังจากที่พาญาติผู้น้องที่มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงมาส่งยังหุบเขาซือหลุนแล้วดรุณีน้อยก็ล้มป่วย เขาจึงคาดการณ์ว่านางจะต้องถูกวางยาพิษ เพียงแต่หมอหลวงยังไม่สามารถตรวจหาสาเหตุได้ ทำให้ไม่สามารถรักษาอาการได้อย่างถูกต้อง ในยามที่เขาอยู่ในกองทัพเขาเองเคยได้ยินชื่อเสียงของหมอเทวดาฮุ่ยหลาน แต่ชายชรานั้นทำตัวประหลาดมักเร้นกายตามหุบเขา หากมีวาสนาจึงจักพานพบ เขาจึงได้แต่พึ่งโชคชะตาเสียแล้ว ก่อนจะออกเดินทางตามหาหมอเทวดาผู้นั้นให้พบก่อนที่จะสายเกินแก้

องค์หญิงทรงเข้มแข็งไว้ก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ...

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 14

    หลังจากที่คนร้ายชุดดำออกไปจากห้อง เยว่เล่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปส่องดูความเคลื่อนไหวภายนอก ที่ช่องหน้าต่างที่แง้มเปิดอยู่ ด้านนอกมีคนเฝ้าประตูอยู่ถึงหกคน แต่นั่นมิใช่ปัญหาใหญ่อันใดสิ่งที่นางจำเป็นต้องทำคือ จับตัวคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้แบบตัวเป็นๆ ว่าแต่ว่าคนร้ายที่อุ้มนางเข้ามาเมื่อกี้นี้ เหตุใดจึงมีน้ำเสียงที่คุ้นหูยิ่งนัก ทั้งยังไม่มีไอสังหารแตกต่างจากนักฆ่าทั่วไป รวมถึงคำพูดที่ชายผู้นั้นกล่าวกับนางราวกับว่ารู้จักนางอย่างไรอย่างนั้น!เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!เวลาผ่านไปกว่าชั่วยามบุรุษตัวสูงผู้นั้นก็เข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ซินเยว่เล่อแกล้งนอนหลับอยู่บนเตียง จนกระทั่งได้ยินเสียงกระแอมไอของอีกฝ่าย"อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าองค์หญิงจะทรงหลับไปถึงเมื่อใดกันพ่ะย่ะค่ะ"ซินเยว่เล่อที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มกล่าวเสียดสีจึงทำทีเป็นพึ่งรู้สึกตัว ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายหญิงสาวก็ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง"นี่... นี่ท่านเองงั้นหรือ!""ยินดียิ่งนักที่องค์หญิงทรงจดจำกระหม่อมได้""เป็นท่านที่ชอบย่องเบา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 13

    แผนการลักพาตัว​"หมดหน้าที่ของพวกเจ้าแล้ว นายหญิงสั่งให้หยุดแค่นี้ก่อนกลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวงได้""หึหึ แล้วที่นายหญิงรับปากพวกข้าเรื่ององค์หญิงนั่นเล่า!""หากพวกเจ้าคิดว่ามีปัญญาจัดการนางได้ ก็แล้วแต่พวกเจ้า แต่อย่าให้เรื่องมันสาวมาถึงตัวนายหญิงก็พอ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของพวกเจ้า ไม่ตายดีแน่!""พวกข้ารู้แล้วน่า หึหึ องค์หญิงนั่นงดงามถึงเพียงนั้น แม้ว่าจะยังไม่พ้นวัยปักปิ่นแต่ก็ทำให้อารมณ์บุรุษเพศของข้าพุ่งสูงได้ถึงเพียงนี้ สมกับที่เล่าลือจริงๆ""หึหึ พวกเจ้าก็ระวังตัวให้ดีเถิด จะลักพาตัวสตรีผู้นั้นมิใช่ทำได้ง่ายๆ องครักษ์เกราะทองกว่าครึ่งร้อยที่คอยอารักขานางอยู่ไม่ไกล""หึหึ ท่านอย่าลืมเสีย ว่ามีคนของนายหญิงแฝงตัวอยู่ในนั้นด้วย เหตุใดต้องกลัว หากพวกข้าสามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ นายหญิงคงจะพอใจเป็นอย่างมากเป็นแน่""เอาละ เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง และข้าถือว่าเตือนพวกเจ้าแล้ว""เอาน่า... ท่านจะระแวงอันใดนักหนา แค่สตรีบอบบางเพียงคนเดียว"บุรุษทั้งสามพูดคุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่ลอบ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 12

    ในยามนี้คนร้ายตัวจริงได้ทำการวางยาพิษครั้งใหม่ทำให้ชาวเมืองกลุ่มหนึ่งถูกพิษและกลายเป็นโรคระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีส่วนผสมของพิษค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้ง นอกจากท้องเสียท้องร่วง เป็นผดผื่นมีไข้ ซ้ำยังติดกันง่ายกว่าเดิมทางการได้รีบเร่งแยกคนไข้ที่ป่วยหนักและป่วยระยะแรกออกจากกัน เพื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง ในยามนี้ทุกคนในเมืองต่างเดือดร้อนกันโดยถ้วนหน้าเพียงไม่นานก็มีข่าวลือเกิดขึ้นทันที นั่นคือ ดวงชะตาเป็นปฏิปักษ์ขององค์หญิงซินเยว่เล่อที่ออกมาอาศัยอยู่นอกวัง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนมิรู้คือ การที่หญิงสาวอาศัยอยู่ที่เมืองจี๋หนานของพวกเขาการเกิดโรคระบาดในครั้งนี้จึงทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาแต่กล่าวโทษหญิงสาว ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะนาง! มู่หนิงเฉิงที่ได้ยินข่าวลือเช่นนั้นก็เกิดอารมณ์โมโหสั่งให้องครักษ์ตามหาต้นตอของข่าวลือมาให้จงได้ พร้อมทั้งยังลงโทษอย่างหนักสำหรับคนที่จงใจปล่อยข่าวลืออันเป็นเท็จ ทำให้องค์หญิงซินเยว่เล่อต้องเสื่อมเสีย!ความวุ่นวายภายในเมืองจี๋หนาน ถูกส่งต่อเรื่องราวผ่านนกพิราบสื่อสารไปยังผู้

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 11

    "ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!""เกิดอันใดขึ้น!""ในเมืองจี๋หนานพบชาวบ้านติดโรคระบาดกันเพิ่มขึ้นอีกแล้วขอรับ แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าเดิมขอรับ"มู่หนิงเฉิงและซินเยว่เล่อได้แต่หันมาสบตากันอย่างเข้าใจ เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!"ท่านแม่ทัพ ท่านรีบสั่งการให้ท่านเจ้าเมืองปิดประตูเมืองก่อนเถิด หากชักช้าคนที่ติดโรคอาจจะนำโรคระบาดออกมาติดชาวบ้านที่อยู่นอกประตูเมือง!""ได้ เจ้าจงนำคำสั่งของข้าไปแจ้งแก่ท่านเจ้าเมือง สั่งปิดประตูเมืองทุกบาน ห้ามคนออกจากเมืองเด็ดขาด!""ขอรับ ท่านแม่ทัพ!""โรคระบาดจะสามารถรักษาได้จริงๆ ใช่หรือไม่""รักษาได้เจ้าค่ะ สาเหตุเพียงเกิดจากพิษของซ่านโถว เมื่อเรารู้ต้นเหตุแล้วก็สามารถรักษาได้ในทันที เพียงแต่ต้องระวังมิให้ประชาชนออกจากประตูเมือง เพราะเกรงว่าจะนำไปติดชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงเมืองก็พอ""เหตุใดต้นไม้เพียงต้นเดียวจึงมีฤทธิ์มากมายถึงเพียงนี้กันนะ!""เป็นเพียงพิษที่ทำให้แพ้เท่านั้นเจ้าค่ะ แต่อาการกลับสามารถติดต่อกันได้ง่ายคล้ายโรคระบาด แต่หากผู้ใดที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็อา

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 10

    สามวันผ่านไปจำนวนของผู้ที่ติดโรคระบาดค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ติดโรคถูกทางการแยกตัวออกไปรักษาในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันการติดต่อกัน"เรียนท่านแม่ทัพ จำนวนผู้ที่ติดโรคลดลงแล้วขอรับ ตอนนี้ทุกคนปฏิบัติตามข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดขอรับ""ดีมาก เจ้าไปได้แล้ว""ขอรับ" นายกองที่เข้ามารายงานผลถอยร่นออกไป ก่อนที่องครักษ์ของชายหนุ่มจะเข้ามาแทนที่"คารวะนายท่าน""ได้ความว่าอย่างไร""เรียนท่านแม่ทัพ องค์หญิงทรงหายดีแล้วขอรับ รอบๆ ตำหนักเต็มไปด้วยองครักษ์ ข้าน้อยไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ขอรับ""ช่างเถิด แค่รู้ว่านางสบายดีก็พอแล้ว องค์ไท่จื่อและฝ่าบาทจะได้สบายพระทัยเสียที เจ้าจงนำสารนี้ส่งให้ถึงมือองค์ไท่จื่อ""ขอรับนายท่าน"หลังจากที่องครักษ์ออกไปจากห้องแล้ว ชายหนุ่มได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ"เจ้าหายดีแล้วพี่ก็สบายใจ"…ทางด้านตำหนักแสงจันทร์"องค์หญิงจะทรงออกไปข้างนอกจริงๆ หรือเพคะ""ใช่!""แต่ว่าด้านนอกยังมีชาวบ้านที่ติดโรคระบาดอยู่นะเพคะหากพระองค์ติดโรคระ

  • ตำหนักแสงจันทร์   ตอนที่ 9

    หลังจากที่เยว่เล่อสั่งการให้ท่านหมอฝูไปทำการรักษาเหล่าข้าหลวงในตำหนักแสงจันทร์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมาเพื่อรายงานบางอย่างแก่หญิงสาว"ทูลองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ""ได้ความว่าอย่างไรบ้างท่านหมอฝู""โรคระบาดที่ว่านั้นเกิดจากพิษของต้นซ่านโถวพ่ะย่ะค่ะ""ต้นซ่านโถว! ต้นไม้พิษน่ะหรือ""ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่เดิมมีต้นกำเนิดจากเมืองซ่านโถว เมล็ดของมันสามารถนำมาบดเป็นผงมีฤทธิ์คล้ายยาถ่าย แต่ให้ผลที่รุนแรงกว่าพ่ะย่ะค่ะ""ที่ท่านกล่าวมา หมายความว่ามีคนจงใจ ทำให้เกิดโรคระบาดเช่นนั้นหรือ""อาจจะเป็นเช่นนั้น พ่ะย่ะค่ะ""แล้วพอจะมีทางรักษาให้หายหรือไม่เล่า""ย่อมต้องมีทางรักษาให้หายอย่างแน่นอน พ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้น คงต้องรบกวนท่านหมอฝูแล้ว หากท่านต้องการสิ่งใดก็ขอให้แจ้งแก่ลู่กงกงได้เลย มิต้องเกรงใจ""พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง"เหล่าข้าหลวงภายในตำหนักแสงจันทร์ได้รับการรักษาจนกระทั่งมีอาการดีขึ้น โดยทำตามคำแนะนำของท่านหมอเทวดาคือการดื่มน้ำที่ต้มสุกเท่านั้น และหากท้องเสียจนเกิดอาการอ่อนเพลียก็สามารถแก้ไขด้วยการดื่มน้ำต้มสุกที่ผสมกับเกล

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status