LOGINเมื่อถึงวันเกิดใต้เท้าจ้าวเจินเซี่ยง ในตอนเช้าลู่เสี่ยวลี่รีบไปยังจวนชินอ๋องตั้งแต่เช้าก่อนงานเลี้ยงตอนเย็นเริ่มเป็นเวลาหลาย ชั่วยาม
“หม่อมฉันคารวะพระชายาเพคะ” ลู่เสี่ยวลี่ยอบกายคำนับอย่างมีมารยาท
ลู่ซินหลินที่ไม่ได้ติดต่อกับพี่น้องทั้งสองของตนเองเลยนับตั้งแต่แต่งงานมาก็ทำหน้าสงสัย “มาหาข้ามีธุระอะไรหรือ”
“ข้าได้ยินมาว่าที่ป่าบริเวณชานเมืองด้านตะวันออกพบเห็ดหลินจือขึ้นมากเลยเพคะ ข้าอยากจะไปเก็บแต่ก็ไม่ค่อยมีความรู้ว่าต้องเลือกอย่างไร พอดีทราบมาว่าท่านพี่ซินหลินเชี่ยวชาญเรื่องยาสมุนไพร เลยอยากชวนท่านพี่ไปด้วยกัน” ลู่เสี่ยวลี่เอ่ยปากชักชวนอย่างไหลลื่น
ลู่ซินหลินได้ยินก็สนใจ “ข้าขอไปถามท่านอ๋องก่อนนะ” พูดจบนางก็ลุกไปทางตำหนักวั่งอวิ๋นบอกกล่าวแก่พ่อบ้านฉวน สักพัก ฉวนเจี่ยนก็เดินเข้ามา
“ท่านอ๋องอนุญาตให้พระชายาเสด็จไปได้พะย่ะค่ะ แต่พระชายาห้ามไปเพียงลำพัง ต้องพาแม่นางไป๋หลานกับองครักษ์ไปด้วย เดี๋ยวข้าน้อยเลือกองครักษ์ให้พระองค์เอง”
ผ่านไปไม่นานรถม้าของจวนชินอ๋องก็ออกเดินทาง ลู่เสี่ยวลี่ก็ขึ้นรถม้าคันเดียวกัน เนื่องจากตอนที่มานางนั่งเกี้ยวมา เมื่อชินอ๋องให้รถม้านางจึงไม่ต้องย้อนกลับไปยังจวนตัวเอง
........
“หนานหยางอ๋องวางแผนไว้อย่างดีเชียว เขากลัวข้าพาเสี่ยวหลินไปงานด้วยสินะ”
ซ่างเทียนหลินมองรถม้าที่วิ่งออกไปพร้อมพูดกับฉวนเจี่ยน
“เจ้าบอกไปแล้วใช่หรือไม่ ถ้าเย็นแล้วแต่ยังไม่กลับก็ให้นางค้างคืนที่ตำหนักชิงหลาน”
“กำชับไว้แล้วพะย่ะค่ะ” ฉวนเจี่ยนตอบกลับทันที
“คืนนี้คงได้รู้ว่าพวกนั้นวางแผนอะไร” ซ่างเทียนหลินรอให้ถึงเวลาอย่างใจจดใจจ่อ
........
รถม้าของจวนชินอ๋องใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วยามครึ่งก็มาถึงป่าชานเมืองด้านตะวันออก
ลู่ซินหลินลงจากรถม้า สายตามองเข้าไปตรงทางเข้าป่า เห็นทหารเฝ้ายามอยู่สองสามคน
“ทหารของหนานหยางอ๋องเพคะ ท่านอ๋องทรงทราบว่าข้าจะมากับท่าน เลยส่งทหารมาดูแลความปลอดภัย จะได้ไม่มีคนมาแย่งหาเห็ดหลินจือกับเรา”
“อ่อ งั้นข้าเดินเข้าไปก่อนนะ” ลู่ซินหลินรีบก้าวขาเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว มีไป๋หลานสาวใช้รีบวิ่งตาม ส่วนองครักษ์ก็ตามไปติดๆ
เข้าป่าได้ระยะทางไม่ไกล ลู่ซินหลินก็พบกับสมุนไพรชีเย่อี้จือฮวาขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก นางรีบเข้าไปดูใช้นิ้วเรียวสวยนับจำนวนใบ
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด ครบ” ริมฝีปากสวยยกยิ้มพึงพอใจ จากนั้นเดินสำรวจต้นที่ขึ้นอยู่ในละแวกเดียวกัน
“ไป๋หลาน ต้นพวกนี้เก็บไปให้หมดเลยนะ” นางสั่งแล้วเดินเข้าป่าต่อ
ได้ยินไป๋หลานตะโกนถาม “เกินเจ็ดใบเก็บหรือไม่เพคะ”
ลู่ซินหลินหัวเราะก่อนตอบ “ได้สิ บางต้นมีมากถึงสิบใบ บางต้นก็สิบเอ็ดใบเชียวนะ”
นางเดินเข้าไปได้ไม่ไกลก็เห็นพุ่มดอกไม้สีม่วงอยู่ฝั่งซ้ายของป่า “นั่นม่ายตงใช่หรือไม่ ใช่แน่ๆ ไป๋หลานเสร็จแล้ววิ่งตามข้ามาด้วยนะ” นางถามเองตอบเอง แล้วก็วิ่งไปทางดอกไม้นั้นมองซ้ายมองขวาหากิ่งไม้ที่พอจะขุดได้
“กระหม่อมช่วยดีกว่าพะย่ะค่ะ” องครักษ์ที่ตามมานำมีดพกออกมาช่วยขุดต้นม่ายตง
“ขุดทั้งรากนะ สมุนไพรตัวนี้ใช้บริเวณรากมาทำยา” ลู่ซิน หลินยืนมองพร้อมกล่าวกำชับ
“พะย่ะค่ะ”
“ข้าเข้าไปหาเห็ดหลินจือก่อน” พูดจบนางก็วิ่งเข้าไปภายในป่าต่อ
ไป๋หลานวิ่งสะพายถุงใส่สมุนไพรตามหลังไปติดๆ
“นี่พระชายาหรือกระต่ายป่า วิ่งจนข้าจะตามไม่ทันอยู่แล้ว”
........
จวนสกุลจ้าว
จ้าวเจินเซี่ยงและฮูหยินทั้งสองต้อนรับแขกด้วยใบหน้ามีความสุข วันนี้ต้องเป็นวันดีของตระกูล นอกจากจะเป็นวันเกิดของเขาแล้ว วันนี้เขาต้องได้ชินอ๋องมาเกี่ยวดองเป็นเขยของตระกูลจ้าวให้ได้
“หนานหยางอ๋องเสด็จ” ผู้เฝ้าหน้าประตูจวนร้องบอกเสียงดัง
จ้าวเจินเซี่ยงและฮูหยินรีบออกมาต้อนรับที่หน้าประตูด้วยความนอบน้อม
“ใต้เท้าจ้าว นี่ของขวัญขอรับ” องครักษ์ของหนานหยางอ๋องยื่นกล่องของขวัญให้กับจ้าวเจินเซี่ยง
“เรียบร้อยดีหรือไม่” หนานหยางอ๋องเอ่ยถามเสียงไม่ดังนัก
“กระหม่อมขอบพระทัยท่านอ๋อง เรียบร้อยดีทุกอย่าง พะย่ะค่ะ” จ้าวเจินเซี่ยงพูดประโยคแรกด้วยเสียงอันดังแต่ประโยคหลังเหลือเพียงให้พอได้ยินเพียงแค่สองคน
“ดี” หนานหยางอ๋องตอบก่อนเดินเข้าไปภายในงาน
ระยะเวลาห่างกันเพียงชั่วครู่ก็มีเสียงตะโกนหน้าประตูอีกครั้ง
“ฝ่าบาทเสด็จ ชินอ๋องเสด็จ จวิ้นอ๋องเสด็จ”
บ่าวไพร่และแขกเหรื่อในจวนได้ยินดังนั้นรีบวิ่งมาน้อมรับเสด็จโดยพร้อมเพรียงกัน
“ใต้เท้าจ้าวมีบุญจริงๆ ทั้งฝ่าบาทและท่านอ๋องทั้งสองเสด็จ” เสียงกระซิบกระซาบดังเข้าหูจ้าวเจินเซี่ยง ทำให้เขาหน้าบานยิ้มแย้มตลอดเวลา
“น้อมรับเสด็จพะย่ะค่ะ ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
“ฝ่าบาท ท่านอ๋องเชิญเสด็จข้างในพะย่ะค่ะ”
จ้าวเจินเซี่ยงกระวีกระวาดเชิญฮ่องเต้และอ๋องทั้งสองเข้าไปในบริเวณงานเลี้ยงที่จัดขึ้น
เมื่อถึงบริเวณที่ประทับของฮ่องเต้และท่านอ๋อง หนาน หยางอ๋องที่ไม่ได้ออกไปรับเสด็จจึงลุกขึ้นถวายพระพรแก่ฮ่องเต้และคารวะอ๋องทั้งสอง
“ไม่ต้องมากพิธี” ฮ่องเต้เอ่ยก่อนลงตัวนั่ง มีชินอ๋องและจวิ้นอ๋องนั่งด้านข้างตามลำดับ
หลังจากนั้นไม่นาน จ้าวเจินเซี่ยงก็เดินนำฮูหยินทั้งสอง บุตรและธิดาเข้าเฝ้าเพื่อแนะนำตัว
“ฝ่าบาท ท่านอ๋อง นี่คือฮูหยินและบุตรของกระหม่อม พะย่ะค่ะ”
ฮูหยินทั้งสอง บุตรชาย และบุตรสาวคนโตนามว่าจ้าวรุ่ยถังล้วนถวายความเคารพและหลบสายตาอย่างนอบน้อม เหลือเพียงจ้าวไฉ่เจินบุตรสาวคนเล็กที่ชม้อยชะม้ายชายตาให้ฮ่องเต้ ชินอ๋องและจวิ้นอ๋อง
จ้าวเจินเซี่ยงยกมือส่งสัญญานให้สาวใช้รูปร่างหน้าตางดงามยกกาสุราเข้ามา
“ฝ่าบาท ท่านอ๋อง กระหม่อมเพิ่งได้สุราชั้นเลิศจากดินแดนทางเหนือมา ลองชิมดูนะพะย่ะค่ะ” เขาขยิบตาให้จ้าวรุ่ยถังยกสุราให้ฝ่าบาทและท่านอ๋องทั้งสาม
“สุรานี้รสชาติดีทีเดียว กระหม่อมชิมมาแล้วยังสั่งกลับจวนตั้งหลายไห” หนานหยางอ๋องบอกกับฮ่องเต้
จ้าวรุ่ยถังมัวแต่ลังเลที่จะยกจอกสุราให้ฮ่องเต้และท่านอ๋อง เมื่อวานจ้าวเจินเซี่ยงมาพูดกับนางว่าให้เป็นพระชายารองของชินอ๋อง แต่นางไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ การตบแต่งโดยที่ฝ่ายชายไม่ยินดี ฝ่ายหญิงจะมีความสุขได้อย่างไร
“ท่านพี่มักทำอะไรชักช้า หม่อมฉันยกถวายให้ดีกว่านะ เพคะ” จ้าวไฉ่เจินรีบแทรกตัวมาหยิบจอกสุราในถาดแล้วยกถวายฮ่องเต้ ชินอ๋องและจวิ้นอ๋อง
“สุรานี้รินใส่จอกก่อนยกมาหรือ” ชินอ๋องจงใจเอ่ยถามเสียงดัง
จ้าวเจินเซี่ยงตกใจเล็กน้อย “เทมาเมื่อสักครู่แล้วโรยดอก กุ้ยฮวาเพิ่มพะย่ะค่ะ สุราจะได้หอมยิ่งขึ้น ถ้าใส่ลงไปในกาสุราตั้งแต่แรกสุราจะเปลี่ยนรสได้พะย่ะค่ะ”
“อ่อ” ชินอ๋องยกจอกสุราขึ้นมาดมก่อนดื่มลงไป
“สุราดีเช่นนี้ ใต้เท้าจ้าวสั่งสุรามาเยอะหรือไม่” ชินอ๋องถามหลังจากจิบสุราลงไปแล้ว
ก่อนหน้านี้องครักษ์ได้มากระซิบบอกพวกเขาว่าดอกกุ้ยฮวาที่ใส่ลงในสุราน่าจะมีปัญหา เนื่องจากกุ้ยฮวาที่ใส่ในจอกของชินอ๋องไม่ได้มาจากถ้วยเดียวกับของฮ่องเต้และจวิ้นอ๋อง พร้อมกับนำดอก กุ้ยฮวาที่คาดว่าจะมีปัญหาดังกล่าวให้กับชินอ๋องเล็กน้อย
“พระหม่อมสั่งมาค่อนข้างเยอะพะย่ะค่ะ”
จ้าวเจินเซี่ยงตอบอย่างระมัดระวัง
“ดีๆ พวกเจ้าลองดื่มดูสิ” ชินอ๋องเทสุราใส่จอกน้ำชาที่ว่าง มือหยิบดอกกุ้ยฮวาที่อยู่ในถ้วยใส่ลงในจอกแล้วส่งให้จ้าวรุ่ยถัง ส่วนอีกจอกเขาแอบนำดอกกุ้ยฮวาที่มีปัญหาผสมลงไปแล้วส่งให้จ้าวไฉ่เจิน
จากนั้นเขาก็เปิดกาสุราหยิบดอกกุ้ยฮวาใส่ลงไปผสมก่อนที่จะถือทั้งกาเดินไปพูดคุยกับแขกเหรื่อในงาน พลางเทสุราไปพลาง
เมื่อพบกับเสิ่นป๋อคง ซื่อจื่อจวนเจิ้งกั๋วกง ผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอันธพาลแห่งเมืองหลวง เขาก็แอบใส่ดอกกุ้ยฮวาเจ้าปัญหาลงไปในสุราด้วย
“ท่านอ๋อง ทำไมสุราถึงยังไม่ออกฤทธิ์” ว่านหลีองครักษ์ข้างกายหนานหยางอ๋องกระซิบถามด้วยความสงสัย
“ไม่ต้องรีบร้อนไป เขาฝึกวรยุทธอยู่ตลอด ออกฤทธิ์ช้าไม่ใช่เรื่องแปลก”
หนานหยางอ๋องยกจอกสุรามาดื่มอย่างใจเย็น เขามองชินอ๋องที่เดินไปหาแขกทั่วบริเวณงานกับจวิ้นอ๋องแล้วก็ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนมองไปทางฮ่องเต้ที่กำลังมองท่านอ๋องทั้งสองคนเช่นกัน
“บุตรสาวเจ้าล่ะ” เขาเอ่ยถามจ้าวเจินเซี่ยงที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“รุ่ยถังพาไฉ่เจินเข้าห้องไปพักแล้วขอรับ”
เขาตกใจนิดหน่อยที่คนโดนยาเป็นจ้าวไฉ่เจินแทนที่จะเป็นจ้าวรุ่ยถัง เพราะบุตรสาวคนเล็กของเขามักสร้างเรื่องและปัญหาเป็นประจำ หากต้องแต่งเข้าจวนอ๋องเกรงว่าจะโดนทำโทษไม่เว้นแต่ละวัน
“ดูสีหน้าเจ้าสิ บุตรสาวคนไหนก็เหมือนกัน ถ้าเป็น พระชายารองก็สุขสบาย” หนานหยางอ๋องเดาใจความคิดของจ้าวเจินเซี่ยงก่อนกล่าวออกมา
“ขอรับๆ” เขาปาดเหงื่อและรับคำพลางรอดูสถานการณ์
........
“เทียนหรู พาข้าไปจากที่นี่ได้แล้ว” ซ่างเทียนหลินบอกจวิ้นอ๋องซ่างเทียนหรูที่อยู่ด้านข้าง มือของเขาเริ่มมีเหงื่อออก ร่างกายเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มอยู่ภายใน
จวิ้นอ๋องประคองซ่างเทียนหลินกลับเข้ามายังบริเวณ ที่ประทับ ส่งเสียงเรียกจ้าวเจินเซี่ยง
“ใต้เท้าจ้าว ชินอ๋องรู้สึกไม่ค่อยสบายเจ้าเรียกหมอและหาที่พักให้ด้วย”
ฮ่องเต้ทำท่าตกใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน “น้องรอง เจ้าเป็นอะไร ทหาร กักตัวทุกคนสอบสวนทันที”
“ที่พักอยู่ทางนี้พะย่ะค่ะ” จ้าวเจินเซี่ยงเดินนำอย่างวิตกกังวล ตอนแรกเขาคิดว่าจะมีเพียงชินอ๋องที่เสด็จมากลับกลายเป็นมาทั้งฮ่องเต้และจวิ้นอ๋อง
เมื่อถึงห้องพักแล้ว หนานหยางอ๋องก็ตามมาถึง
“ฝ่าบาท จวิ้นอ๋อง เชิญพักอีกห้องอีกกว่าพะย่ะค่ะ ทางนี้ให้ท่านหมอดูอาการก็น่าจะเพียงพอ”
ฮ่องเต้และจวิ้นอ๋องลอบสบสายตากันก่อนเดินตามหนาน หยางอ๋องไปอย่างง่ายดาย
องครักษ์ที่อยู่ข้างกายชินอ๋องเดินตามออกมาอยู่หน้าห้องอย่างรู้งาน
ซ่างเทียนหลินได้โอกาสจึงแอบเอายาถอนพิษรอบทิศออกมา
สักพักท่านหมอก็เดินปาดเหงื่อออกมาจากด้านในห้อง แล้วมารายงานฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“กราบทูลฝ่าบาท ท่านอ๋องได้ยาปลุกกำหนัดพะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ปรายตามองท่านหมอ “รักษาไม่ได้หรือ”
ท่านหมอรีบหมอบกราบร่างแนบพื้น “ไม่ได้พะย่ะค่ะ ยาชนิดนี้ไม่ใช่ยาพิษ จึงรักษาไม่ได้ อีกทั้งพลังหยางในร่างจะค่อยๆ ถูกนำมาใช้จนหมดสิ้นหากไม่ได้แลกเปลี่ยนพลังยิน ส่งผลต่อการมีบุตรรวมถึงอาจส่งผลต่อพระชนม์ชีพได้พะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทำสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนกล่าวกับทหารว่า
“ไปตามพระชายา หรือไม่ก็นางกำนัลที่รอคัดเลือกเป็นพระสนมในวังมาด่วน”
บ่าวสาวดื่มสุรามงคลกันเรียบร้อยแล้วก็มองหน้ากันด้วยความเขินอาย “เอ่อ” ไป๋หลานเอ่ยเพียงเท่านี้แล้วก็เงียบไป “เราต้องเข้าหอกันแล้วใช่หรือไม่” อาไช่ถาม เอื้อมมือสั่นเทาไปปลดเสื้อผ้าของภรรยาตัวน้อยอย่างเงอะงะ ไป๋เหลียนถอดเครื่องประดับศีรษะของตนเองออก แล้วนั่งเฉยๆ ให้เขาถอดเสื้อผ้าของตน อาไช่ถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวเสร็จก็ถอดของตนจนเปลือยกายอยู่บนเตียงทั้งคู่ ต่างคนต่างมองรูปร่างของอีกฝ่ายอย่างไม่วางสายตา
เมื่อซ่างเทียนรุ่ยและจิ่งเซี่ยวหรานกลับถึงตงชวน ภายในวังหลวงและจวนตระกูลจิ่งก็วุ่นวายอลหม่านเป็นเวลาหลายวัน ฮ่องเต้ซ่างเทียนรุ่ยและตุลาการศาลต้าหลี่จิ่งเซี่ยวหรานพาสตรีซีหลานกลับมาพร้อมกับบอกว่าเป็นฮูหยินที่ตบแต่งแล้ว ทำให้บรรดาญาติพี่น้องและผู้ที่ทราบเรื่องต่างตกใจมิใช่น้อย หนึ่งในนั้นก็คือจวิ้นอ๋องซ่างเทียนหรู! “บัดซบสิ้นดี ปล่อยข้าทำงานทุกวัน” ซ่างเทียนหรูโมโหจนตบโต๊ะเสียงดัง ซ่างเทียนรุ่ยเดินเข้ามาในตำหนักที่ซ่างเทียนหรูพักพอดี เขาได้ยินเข้าก็สะดุ้งเสียวสันหลังวาบ พลันนึกถึงฝันร้ายตอนที่อยู่&nbs
หลังจากบรรดาสามีหนีออกจากพรรคมารไปอย่างเงียบเชียบแล้ว เหล่าภรรยาตัวน้อยก็มาสุมหัวประชุมกันอย่างลับๆ ภายในห้องพักของตนเอง “เราต้องหาหลักฐานที่อ๋องชั่วกับพรรคมารนั่นทำไว้ ทั้งขายผู้หญิง แอบทำเหมือง ถ้าได้หลักฐานที่ว่าจะยึดตงชวนกับซีหลานโทษก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น” เหอฮุ่ยน่าเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำงาน “แล้วเราจะทำอย่างไรดี” ชิวหลิงหยุนคิ้วขมวด สมองกำลังครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง “รมยาทั้งพรรคเลย แน่นอน ปลอดภัย” ลู่ซินหลินทำท่าชื่นชมความคิดของตนเอง“รมยาอะไร ปลอดภัยแน่นะ”ลู่ซินหลินมองค้อนใส่ผู้ถาม “ทีท่านวางยาทหารและท่านพี่จิ่งจนใช้วรยุทธไม่ได้ นั่นปลอดภัยไหมเจ้าคะ”
รักษาประมุขพรรคมารจนอาการดีขึ้นมาก คนของพรรคมารจึงไม่ค่อยมาสอดแนมพวกลู่ซินหลินบ่อยนัก จึงทำให้มีเวลาไปทำก่อเรื่องตามแผนที่ตั้งใจไว้ ลู่ซินหลินแสร้งทำเป็นไปสำรวจยาสมุนไพร ต้นไม้ใบหญ้าตามแต่ละแห่งภายในอาณาเขตของพรรคมาร นางชะเง้อมองดู ลู่เสี่ยวลี่กับเยี่ยนจิงหนิงก่อนกลับมารายงานเหอฮุ่ยน่า “ยิ่งพวกนางพยายามแก่งแย่งชิงดีกัน ก็ยิ่งทำให้แผนของเราสำเร็จได้มากขึ้น” เหอฮุ่ยน่าบรรจงหยิบของที่ต้องใช้มาห่อบนผ้าแพรอย่างดี “จะทำตามแผนเมื่อไหร่เจ้าคะ” ลู่ซินหลินถามน้ำเสียงตื่นเต้น “ตอนนี้เลย” ชิวห
รุ่งสางวันต่อมา พวกคนพรรคมารตื่นขึ้นโดยที่ยังงัวเงียไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ต่อมาไม่กี่อึดใจก็มีเสียงดังเอะอะโวยวายมาจากสถานที่คุมขังนักโทษ“นักโทษหลบหนีๆ” เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วบริเวณลู่ซินหลินลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อฟังเสียงจากภายนอกก็พลิกตัวลงนอนต่อ นางพูดเบาๆ ให้เหอฮุ่ยน่ากับชิวหลิงหยุนได้ยิน“ไม่ต้องรีบตื่น นอนเยอะๆ จะได้แนบเนียน”หญิงสาวทั้งสองได้ยินก็หลับตานอนอย่างขี้เกียจต่อไปอีกสักพักหาวันที่จะได้นอนยาวๆ เช่นนี้ได้ยากนักเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ก็ได้ยินเสียงวิ่งของคนจำนวนมากผ่านไปมาหน้าเรือน“สามีคงจะมาล้อมจับแล้วกระมัง” เหอฮุ่ยน่าบิดขี้เกียจก่อนจะลุกมาล้างหน้าล้างตาลู่ซินหลินก็ตื่นขึ้น ทำธุระส่วนตัวจนเ
ผ่านพ้นอาหารมื้อเย็นไปด้วยความราบรื่น พวกลู่ซินหลินก็เข้าที่พักด้วยความเหนื่อยล้า รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาเกือบรุ่งเช้า ลู่ซินหลินลุกขึ้นจากเตียงแล้วหยิบหน้ากากหนังมนุษย์มาสวมอย่างระมัดระวัง เหอฮุ่ยน่าและชิวหลิงหยุนก็ตื่นตาม พวกนางต่างทำเช่นเดียวกัน และพากันเดินออกมาชมบรรยากาศยามเช้า เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สตรีอีกสองนางกำลังยืนประสานสายตา ท่าทางราวกับพร้อมจะลงไม้ลงมือกันได้ทุกเมื่อ “เอ๊ะ” ลู่ซินหลินอุทานพร้อมทำท่าจะเดินหนี นางรู้จักสตรีนางหนึ่งเป็นอย่างดี แต่อีกนางหนึ่งแม้ไม่เคยพบเจอตัวเป็นๆ แต่ก็เคยเห็นจากรูปวาดว่าสตรีนางนี้เป็นผู้บงการให้ชายในตลาดมืดลักพาตัวนางไปขาย ยังดีที่สุดท้าย ท่านพี่หานช่วยนางกลับจวนอ๋องได้อย่างปลอดภัย เห็นลู่ซินหลินชะงักฝีเท้า สตรีสองนางที่เดินตามหลังก็ชะเง้อคอมองภาพตรงหน้า “น้องสาว เจ้ารู้จักพวกนางหรือ” เหอฮุ่ยน่าเปลี่ยนสรรพนามเรียกไม่ให้ผู้ใดสงสัย “พวกสตรีที่ติดตามหนานหยางอ๋องมาเจ้าค่ะ” ลู่ซินหลิน ปรับน้ำเสียง แล้วทำท่าเป็นไม่ใส่ใจ วางแผนจะเดินผ







![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)