LOGINบ่าวสาวดื่มสุรามงคลกันเรียบร้อยแล้วก็มองหน้ากันด้วยความเขินอาย “เอ่อ” ไป๋หลานเอ่ยเพียงเท่านี้แล้วก็เงียบไป “เราต้องเข้าหอกันแล้วใช่หรือไม่” อาไช่ถาม เอื้อมมือสั่นเทาไปปลดเสื้อผ้าของภรรยาตัวน้อยอย่างเงอะงะ ไป๋เหลียนถอดเครื่องประดับศีรษะของตนเองออก แล้วนั่งเฉยๆ ให้เขาถอดเสื้อผ้าของตน อาไช่ถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวเสร็จก็ถอดของตนจนเปลือยกายอยู่บนเตียงทั้งคู่ ต่างคนต่างมองรูปร่างของอีกฝ่ายอย่างไม่วางสายตา
เมื่อซ่างเทียนรุ่ยและจิ่งเซี่ยวหรานกลับถึงตงชวน ภายในวังหลวงและจวนตระกูลจิ่งก็วุ่นวายอลหม่านเป็นเวลาหลายวัน ฮ่องเต้ซ่างเทียนรุ่ยและตุลาการศาลต้าหลี่จิ่งเซี่ยวหรานพาสตรีซีหลานกลับมาพร้อมกับบอกว่าเป็นฮูหยินที่ตบแต่งแล้ว ทำให้บรรดาญาติพี่น้องและผู้ที่ทราบเรื่องต่างตกใจมิใช่น้อย หนึ่งในนั้นก็คือจวิ้นอ๋องซ่างเทียนหรู! “บัดซบสิ้นดี ปล่อยข้าทำงานทุกวัน” ซ่างเทียนหรูโมโหจนตบโต๊ะเสียงดัง ซ่างเทียนรุ่ยเดินเข้ามาในตำหนักที่ซ่างเทียนหรูพักพอดี เขาได้ยินเข้าก็สะดุ้งเสียวสันหลังวาบ พลันนึกถึงฝันร้ายตอนที่อยู่&nbs
หลังจากบรรดาสามีหนีออกจากพรรคมารไปอย่างเงียบเชียบแล้ว เหล่าภรรยาตัวน้อยก็มาสุมหัวประชุมกันอย่างลับๆ ภายในห้องพักของตนเอง “เราต้องหาหลักฐานที่อ๋องชั่วกับพรรคมารนั่นทำไว้ ทั้งขายผู้หญิง แอบทำเหมือง ถ้าได้หลักฐานที่ว่าจะยึดตงชวนกับซีหลานโทษก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น” เหอฮุ่ยน่าเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำงาน “แล้วเราจะทำอย่างไรดี” ชิวหลิงหยุนคิ้วขมวด สมองกำลังครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง “รมยาทั้งพรรคเลย แน่นอน ปลอดภัย” ลู่ซินหลินทำท่าชื่นชมความคิดของตนเอง“รมยาอะไร ปลอดภัยแน่นะ”ลู่ซินหลินมองค้อนใส่ผู้ถาม “ทีท่านวางยาทหารและท่านพี่จิ่งจนใช้วรยุทธไม่ได้ นั่นปลอดภัยไหมเจ้าคะ”
รักษาประมุขพรรคมารจนอาการดีขึ้นมาก คนของพรรคมารจึงไม่ค่อยมาสอดแนมพวกลู่ซินหลินบ่อยนัก จึงทำให้มีเวลาไปทำก่อเรื่องตามแผนที่ตั้งใจไว้ ลู่ซินหลินแสร้งทำเป็นไปสำรวจยาสมุนไพร ต้นไม้ใบหญ้าตามแต่ละแห่งภายในอาณาเขตของพรรคมาร นางชะเง้อมองดู ลู่เสี่ยวลี่กับเยี่ยนจิงหนิงก่อนกลับมารายงานเหอฮุ่ยน่า “ยิ่งพวกนางพยายามแก่งแย่งชิงดีกัน ก็ยิ่งทำให้แผนของเราสำเร็จได้มากขึ้น” เหอฮุ่ยน่าบรรจงหยิบของที่ต้องใช้มาห่อบนผ้าแพรอย่างดี “จะทำตามแผนเมื่อไหร่เจ้าคะ” ลู่ซินหลินถามน้ำเสียงตื่นเต้น “ตอนนี้เลย” ชิวห
รุ่งสางวันต่อมา พวกคนพรรคมารตื่นขึ้นโดยที่ยังงัวเงียไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ต่อมาไม่กี่อึดใจก็มีเสียงดังเอะอะโวยวายมาจากสถานที่คุมขังนักโทษ“นักโทษหลบหนีๆ” เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วบริเวณลู่ซินหลินลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อฟังเสียงจากภายนอกก็พลิกตัวลงนอนต่อ นางพูดเบาๆ ให้เหอฮุ่ยน่ากับชิวหลิงหยุนได้ยิน“ไม่ต้องรีบตื่น นอนเยอะๆ จะได้แนบเนียน”หญิงสาวทั้งสองได้ยินก็หลับตานอนอย่างขี้เกียจต่อไปอีกสักพักหาวันที่จะได้นอนยาวๆ เช่นนี้ได้ยากนักเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ก็ได้ยินเสียงวิ่งของคนจำนวนมากผ่านไปมาหน้าเรือน“สามีคงจะมาล้อมจับแล้วกระมัง” เหอฮุ่ยน่าบิดขี้เกียจก่อนจะลุกมาล้างหน้าล้างตาลู่ซินหลินก็ตื่นขึ้น ทำธุระส่วนตัวจนเ
ผ่านพ้นอาหารมื้อเย็นไปด้วยความราบรื่น พวกลู่ซินหลินก็เข้าที่พักด้วยความเหนื่อยล้า รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็เป็นเวลาเกือบรุ่งเช้า ลู่ซินหลินลุกขึ้นจากเตียงแล้วหยิบหน้ากากหนังมนุษย์มาสวมอย่างระมัดระวัง เหอฮุ่ยน่าและชิวหลิงหยุนก็ตื่นตาม พวกนางต่างทำเช่นเดียวกัน และพากันเดินออกมาชมบรรยากาศยามเช้า เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สตรีอีกสองนางกำลังยืนประสานสายตา ท่าทางราวกับพร้อมจะลงไม้ลงมือกันได้ทุกเมื่อ “เอ๊ะ” ลู่ซินหลินอุทานพร้อมทำท่าจะเดินหนี นางรู้จักสตรีนางหนึ่งเป็นอย่างดี แต่อีกนางหนึ่งแม้ไม่เคยพบเจอตัวเป็นๆ แต่ก็เคยเห็นจากรูปวาดว่าสตรีนางนี้เป็นผู้บงการให้ชายในตลาดมืดลักพาตัวนางไปขาย ยังดีที่สุดท้าย ท่านพี่หานช่วยนางกลับจวนอ๋องได้อย่างปลอดภัย เห็นลู่ซินหลินชะงักฝีเท้า สตรีสองนางที่เดินตามหลังก็ชะเง้อคอมองภาพตรงหน้า “น้องสาว เจ้ารู้จักพวกนางหรือ” เหอฮุ่ยน่าเปลี่ยนสรรพนามเรียกไม่ให้ผู้ใดสงสัย “พวกสตรีที่ติดตามหนานหยางอ๋องมาเจ้าค่ะ” ลู่ซินหลิน ปรับน้ำเสียง แล้วทำท่าเป็นไม่ใส่ใจ วางแผนจะเดินผ







