เข้าสู่ระบบต่อมา ราวฟ้าเมมตา นางได้ยินข่าวว่า เผยฉางอันถูกปฏิเสธและถอนหมั้น ในยามนั้นนางมีความหวังสุด ๆ ไม่ยอมเชื่อฟังคำคัดค้านของบิดา ตระกูลเผยตกต่ำ เผยฉางอันต้องเข้ากองทัพไม่มีสตรีนางใดยอมแต่งกับเขา เพราะกลัวเป็นหม้าย
ทว่านางกลับเต็มใจและยินดี อยู่เคียงข้างเขา เขาให้คำมั่นสัญญากับนาง จนต่อมาเขาก็ทำสำเร็จ และกลับมารับตำแหน่งท่านโหวแล้วก็แต่งงานกับนางอย่างสมเกียรติ “คุณหนู อาหารพร้อมแล้วเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของว่านเจียงดังขึ้นข้าง ๆ นาง หนิงหว่านชิงพยักหน้ารับ แล้วคีบอาหารเข้าปาก แม้นางจะเสียใจมากแค่ไหนแต่ความเป็นแม่ยังคงทำให้นางมีแรงที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ตั้งแต่ที่ ไป๋ซูเหยา ปรากฏตัว เผยฉางอันก็แทบไม่ได้กลับจวนเลย นางรอเขาจนหลับไป พอตื่นมาก็เช้า เขาก็ยังไม่ปรากฏกาย หนิงหว่านชิงยกมือคีบอาหารเข้าปากเพียงสองสามคำก็รู้สึกว่าไม่อยากอาหารแล้ว ในใจไม่สงบเพราะหลายวันมานี้ เจิ้นเป่ยโหวผู้เป็นสามีนั้นไม่กลับจวนเกรงว่าจะได้รับอัตราย “ว่านเจียง ข้างนอกมีข่าวอะไรหรือไม่” ว่านเจียงที่ยืนอยู่เคียงหนิงหว่านชิง มีสีหน้ากังวลปนกับลังเลเล็กน้อย เพราะด้านนอกมีข่าวลือว่า เจิ้นเป้ยโหวนั้นมีเรือนเล็กหลังวัดซื่อไห่ เขาอยู่กับรักแรกทุกวันไม่ยอมออกไปไหน ยาบำรุงชั้นเลิศในจวนโหวก็ถูกส่งไปยังเรือนนั้นไม่ขาดสาย ว่านเจียงพยักหน้าช้า ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก นางพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “มีข่าวลือกันว่า ท่านโหว ท่านโหวอยู่กับแม่นางไป๋ซูเหยาทั้งวันทั้งคืนเจ้าค่ะ ยาบำรุงชั้นเลิศของจวนก็ถูกส่งออกไปแทบทุกวัน” หนิงหว่านชิงชะงักมือที่กำลังคีบอาหารเล็กน้อย ในใจแม้รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องกลับไปหานาง ทว่าพอได้ยินเช่นนั้นจริง ๆ กลับรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก มือเรียวเผลอปล่อยตะเกียบหล่นจากมืออย่างไม่ตั้งใจ “คุณหนู” ว่านเจียงอุทานออกมาอย่างรู้สึกผิด เมื่อเห็นใบหน้าของคุณหนูของนางซีดเซียวนางก็รีบก้าวเข้าไปใกล้และยกมือขึ้นหมายจะช่วยประคองร่างบอบบางของหนิงหว่านชิง หนิงหว่านชิงยกมือขึ้นห้ามแล้ว ข่มจิตใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา “ข้าอิ่มแล้ว ที่ตลาดวันนี้คงจะมีผลไม้อบแห้งมาเพิ่ม เราไปดูกันหน่อยเถิด” “เจ้าค่ะ” ว่านเจียงเอ่ยขึ้น ก่อนจะหมุนกายก้าวไปหยิบเสื้อคลุมหนาออกแล้วกางออกคลุมให้ร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงอย่างระมัดระวัง “คุณหนู ท่านออกไปข้างนอกหนาวนัก ท่านสวมไว้จะได้ไม่เป็นหวัดนะเจ้าค่ะ” หนิงหว่านชิงพยักหน้ารับเล็กน้อย เมื่อสาวใช้คนสนิทจัดอาภรณ์ให้นางเรียบร้อยแล้วนางก็ก้าวเท้าออกไปอย่างนิ่ง ๆ สายลมเย็นด้านนอกพัดเข้ามาต้องอาภรณ์นางให้ปลิวไหวเบา ๆ ว่านเจียงสาวใช้ประจำกายก้าวอยู่ด้านหลังอย่างใกล้ชิด เมื่อทั้งสองก้าวออกมาจากจวน รถม้าคันหรูประจำจวนโหวก็จอดรออยู่ด้านหน้าประตูจวนแล้ว บ่าวรับใช้และสาวใช้ช่วยกันประคองหนิงหว่านชิงที่กำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ ขึ้นรถม้าอย่างระมัดระวัง รถม้าคันหรูเคลื่อนที่ออกจากจวน เจิ้นเป่ยโหว อย่างช้า ๆ มุ่งหน้าไปยังตลาดเมืองหลวง ในตลาดเมืองหลวงคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย เสียงพูดคุยปนเปไปกับเสียงตะโกนเรียกลูกค้าของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ข้างทางมีแผงขายสิ่งของมากมาย เรียงกันอยู่เต็มข้างถนน หนิงหว่านชิงลงจากรถม้าโดยมีหว่านเจียงค่อยประคองนางอย่างใกล้ชิด ทั้งสองเดินเลือกซื้อของตามข้างทางอย่างอารมณ์ดี ด้านหลังมียังมีบ่าวรับใช้อีกหนึ่งคนที่ช่วยถือของให้ หนิงหว่านชิงเดินเลือกซื้อผลไม้อบแห้งจนนางเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า สายตาคู่สวยพลันสบเข้ากับร้านขายโยเกิร์ตด้านหน้า นางกลืนน้ำลายเล็กน้อยรู้สึกอยากขึ้นมา “ว่านเจียง เราไปนั่งพักร้านข้างหน้าเถิด” “เจ้าค่ะ” ว่านเจียงตอบก่อนจะหันไปส่งของในมือของนางให้บ่าวรับใช้ผู้นั้นแล้วเอ่ยขึ้น “เจ้านำของพวกนี้ไปที่รถม้าก่อน ข้ากับฮูหยินจะนั่งพักรออยู่ที่ร้านด้านหน้า” “ขอรับ” บ่าวรับใช้เอ่ยขึ้นก่อนจะรับเอาสิ่งของมากมายนั้นมาประคองไว้อย่างระมัดระวังแล้วหมุนกายก้าวจากไป ว่านเจียงกล่าวจบก็รีบเดินตามคุณหนูของตนเองไปในทันที หนิงหว่านชิงและว่านเจียงเดินเข้ามานั่งลงบนโต๊ะไม้เล็ก พร้อมสั่งโยเกิร์ตผลไม้สดสองถ้วย เมื่อโยเกิร์ตผลไม้สดมาส่ง หนิงหว่านชิงก็ตักชิมอย่างช้า ๆ รสชาติเปรี้ยวหวานนั้นทำให้นางรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย ความอร่อยตรงหน้าทำให้ใบหน้างดงามนั้นมีรอยยิ้มอีกครั้ง ทว่าความสุขใจกลับอยู่ได้ไม่นาน ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้น “พี่หญิง” หนิงหว่านชิงชะงักมือที่ถือช้อนอยู่เล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้า ดวงตาหน้างดงามนั้นแย้มยิ้มบาง ๆ ทว่ากลับดูใสซื่อบริสุทธิ์ยิ่งนัก ไป๋ซูเหยาย่อกายเล็กน้อยคารวะนางอย่างนอบน้อม เผยรอยยิ้มบาง ดวงตาสดใส เมื่อเห็นว่าหนิงหว่านชิงเงียบไปนาน นางก็เอ่ยขึ้นเสียเอง “พี่หญิง ต้องขอโทษด้วย ช่วงนี้ท่านโหวพักอยู่กับข้าทุกวันทุกคืนจึงไม่ได้กลับจวนโหว ช่วงนี้ข้าเองก็กำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ท่านโหวเลยต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ พี่หญิงอย่าได้ถือสาท่านโหวเลยนะเจ้าค่ะ” น้ำเสียงนางอ่อนโยน ดวงตาคู่สวยพลันแดงระเรื่อ มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่แบนราบของนาง นางหลุบตาลงเล็กน้อย ท่าทางของนางช่างน่าสงสาร จนโต๊ะรอบข้างต่างหันมามองด้วยสายตาเดียวกัน ราวกับเรื่องสนุกกำลังจะเริ่มขึ้น เสียงซุบซิบดังแผ่ว ในหมู่ชาวบ้านที่หันมามองอย่างสนใจ ว่านเจียงกำมือแน่น คิ้วเรียวขมวดแน่นอย่างไม่พอใจ ดวงตานาจ้องเขม็งไปยัง ไป๋ซูเหยาที่กำลังยิ้มระรื่นอยู่ นางไม่อาจทนไหวพูดขึ้นด้วยความโมโห “นี่เจ้า—” ทว่ายังไม่ได้เอ่ยคำใด หนิงหว่านชิงก็พลันยกมือขึ้นเล็กน้อยห้ามปราบสาวใช้คนสนิทของตนเอาไว้เสียก่อน ดวงตาคู่สวยยกขึ้นมองใบหน้าที่ยิ้มระรื่นของไป๋ซูเหยา ในแววตาของไป๋ซูเหยานั้นมีแววเย้ยหยันที่ปรากฏขึ้นมาแวบหนึ่งอย่างชัดเจน ไป๋ซูเหยายกแขนเรียวขึ้น แล้วลูบไล้กำไลหยกพยัคฆ์พิทักษ์อย่างจงใจให้นางเห็นชัด ๆ เพราะกำไลหยกชิ้นนี้ใครก็รู้ว่าต้องเป็นภรรยาเอกของตระกูลเผยเท่านั้นถึงจะได้สวมใส่มัน เมื่อกำไลถูกเปิดเผยต่อสายตามวลชนที่นั่งดูเรื่องสนุกอยู่ ต่างคนต่างซุบซิบขึ้นแผ่วเบา ทั้งหัวเราะเยาะเย้ยและส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสนใจมาที่ทั้งสอง …ตอนพิเศษ 5 ความสุขหนึ่งปีผ่านไปในเมืองหลวงมีฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ทำให้เมืองหลวงเริ่มสงบสุขจวนเจิ้นเป่ยโหวภายในสวนด้านหลังจวนโหวยามบ่าย แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านกิ่งหลิวที่เอนล้อตามสายลม กลีบดอกไม้หลากสีโปรยปรายลงบนทางเดินหินราวพรมธรรมชาติ กลิ่นหอมของมวลบุปผา อบอวลไปทั่วใต้ศาลาไม้ริมสระบัว เด็กชายตัวน้อยวัยหนึ่งขวบนั่งอยู่บนผืนผ้าปักลายเมฆมงคล แก้มกลมแดงระเรื่อ ดวงตาดำขลับเป็นประกาย เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของเขาดังขึ้นใสกังวาน พลางพยายามก้าวเท้าสั้น ๆ ไปหาบิดาที่นั่งย่อตัว อ้าแขนรออยู่ไม่ไกลเจิ้นเป่ยโหวเผยฉางอันในชุดขุนนางเต็มยศ เขาเพิ่งกลับมาจากประชุมเช้า คิดถึงเจ้าก้อนแป้งน้อยจนทนแทบไม่ไหว ลงจากรถม้าได้ก็รีบตรงมาหาแม่ลูก ที่นั่งเล่นอยู่ที่สวนทันทีเจิ้นเป่ยโหวในชุดขุนนางนั้น กลับละทิ้งความน่าเกรงขามที่ผู้คนคุ้นเคย เหลือเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนของผู้เป็นบิดา ดวงตาคมที่เคยเย็นชาและดุดันกลับอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขายื่นมือออกไปรับร่างอ้วนกลมของบุตรชายตัวน้อยที่โผเข้าหา ก่อนจะอุ้มขึ้นสูง จนเด็กน้อยหัวเราะชอบใจไม่หยุด“เสี่ยวเป่าน้อย วันนี้ช่างอารมณ์ดียิ่งนัก”เสียงหัวเราะ
เมื่อดวงตาคมเห็นร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงนอนอยู่บนเตียง ใบหน้านางซีดเผือด เขาชะงักเล็กน้อย มือใหญ่กำแน่นด้วยความกังวลหนิงหว่านชิงเห็นเจิ้นเป่ยโหวผู้เป็นสามี นางก็เผยรอยยิ้มบางให้เขา ราวกับรู้ว่าเขากำลังกังวลใจอยู่“ท่านโหว ลูกของเราน่ารักมากเลยเจ้าค่ะ”เผยฉางอันก้าวเข้าไปนั่งลงข้างเตียง เขามองดูเด็กน้อยตัวอ้วนกลมในห่อผ้าข้างกายหนิงหว่านชิงผู้เป็นภรรยา ในใจเต็มไปด้วยความปีติยินดี มือใหญ่ยกขึ้นกุมมือเรียวเล็กของหนิงหว่านชิงไว้แน่น “ขอบคุณมากชิงชิง ลำบากเจ้าแล้ว”หนิงหว่านชิงยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย ใบหน้างดงามนั้นยังคงมีหยาดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมเล็กน้อย เผยฉางอันยกมือขึ้นหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในอกของตนเองออกมาซับให้นางอย่างใส่ใจหนิงหว่านชิงมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ในใจก็พลันปลื้มปีติขึ้นมา นางไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะยังเก็บมันไว้อีก “ท่านพี่ นี่ท่าน… ”เผยฉางอันเมื่อเห็นนางจ้องผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือเขา ริมฝีปากหนาก็พลันปรากฏรอยยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น“ผ้าเช็ดหน้าของเจ้า ข้าเก็บเอาไว้ทุกชิ้น รวมถึงชิ้นนี้ด้วย”หนิงหว่านชิงมองผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนปักชื่อนางอยู่มุมบนด้านขวา เป็นผ้าเช็ดหน้าที
ตอนพิเศษ 4 ยอมทำตามใจตัวเองจวนตระกูลซูภายในสวนดอกท้อที่กำลังบานสะพรั่ง กลีบดอกท้อร่วงหล่นลงมาบนไหล่บางของหนิงหว่านชิงที่กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อ เคียงข้างนางคือเผยฉางอันที่นั่งอยู่ด้วยสายตาของทั้งคู่สบกันเป็นระยะ ๆ หนิงหว่านชิงยกมือเรียวขึ้นลูบไล้หน้าท้องที่นูนออกมามาก นางเองก็พลันรู้สึกเหนื่อย ทว่าแม้ร่างกายเหน็ดเหนื่อย ทว่าในใจกลับมีความสุขยิ่งนักเพราะใกล้ถึงเวลาที่เจ้าตัวน้อยจะได้ออกมาแล้ว สิ่งของมากมายจากจวนโหว ถูกส่งมาเพื่อต้อนรับหลานน้อยไม่หยุด เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเผยรู้ว่าหนิงหว่านชิงพำนักอยู่ที่เมืองซูโจว นางก็ได้ส่งยาบำรุงครรภ์รวมถึงของมีค่ามากมายมาให้ ก่อนจะกำชับลงมาว่ารอคลอดแล้วค่อยเดินทางกลับ เนื่องจากการเดินทาง ไม่เหมาะกับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์แก่ ๆ อยู่ เผยฉางอันขยับเข้ามาใกล้หนิงหว่านชิง เขาวางมือลงบนหน้าท้องที่นูนใหญ่ของนางแล้วเอ่ยขึ้น“เด็กดี รีบ ๆ ออกมานะ พ่อกับแม่เจ้ารอเจ้าอยู่”หนิงหว่านชิงเงยหน้าเล็กน้อย สบตาเขาอย่างลึกซึ้งพลันเผยรอยยิ้มหวานเผยฉางอันยกมือขึ้นปัดปอยผมข้างแก้มนวลของนางออกแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้น“เหนื่อยหรือไม่”หนิงหว่านชิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนตอบก
ตอนพิเศษ 3 คู่ชีวิตร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงก้าวออกจากห้องไปอย่าง นิ่ง ๆ แผ่นหลังบาง ๆ นั้นห่างออกไปเรื่อย ๆ จากสายตาเผยฉางอัน ในใจเขาบีบรัดเจ็บปวด จนไม่อาจอธิบายได้ “ท่านโหว… ”องครักษ์มู่หวังเอ่ยขึ้น พร้อมกับพยุงร่างของเผยฉางอันให้ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง“ฮูหยินอาจต้องการเวลาสักพัก จริง ๆ แล้วนางยังคงรักท่านมาก ช่วงเวลาที่ท่านหมดสติ นางอยู่ด้วยตลอดเวลาขอรับ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจของเผยฉางอันก็พลันมีความหวังขึ้นเล็กน้อย เขายอมลุกขึ้นตามที่องครักษ์นำพา แล้วนอนลงบนเตียงเพื่อพักฟื้นร่างกาย เขาต้องหายดีในเร็ววัน เพราะยังมีภรรยาและลูกอยู่ ที่เขาต้องตามง้อหนิงหว่านชิงก้าวออกมาจากห้องด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย นางเองยังคงหลงเหลือความรู้สึกกับเขาอยู่ แต่ก็ไม่อาจยอมรับได้ เพราะกลัวว่าหัวใจจะเจ็บอีกครั้งหนิงหว่านชิงทอดสายตามองทิวทัศน์ข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นท้อ ดอกท้อเบ่งบานสะพรั่งงดงามราวภาพวาด ขณะนั้นสายตานางก็พลันเห็นเงาร่างที่คุ้นตายืนอยู่ใต้ต้นท้อต้นหนึ่งหนิงหว่านชิงหยุดเล็กน้อย แล้วก้าวเข้าไปหาผู้เฒ่าซูที่ยืนอยู่ใต้ต้นท้อใหญ่ ด้วยท่าทางนิ่ง ๆ“ท่านต
โทษข้าที่ไม่อธิบายกับเจ้าดี ๆ ตอนนั้นข้ามีเรื่องมากมายต้องจัดการเวลากระชั้นชิด ข้าทำผิดต่อเจ้า เจ้าไม่ยกโทษให้ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าทิ้งข้าไปเลยนะ ครั้งนี้ข้าเสียเจ้าไปไม่ได้จริง ๆ ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะไม่มีเรื่องเช่นนี้อีก ข้าสัญญา” เผยฉางอันกล่าวอย่างอ่อนโยนและรู้สำนึกผิดหนิงหว่านชิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองใบหน้าคมที่มีหยดน้ำตาไหลรินออกมา ก่อนจะเอ่ยออกมา“ท่านพักผ่อนเถิด”ในใจนางยังคงสับสนเล็กน้อย เรื่องราวมากมาย นางปะติดปะต่อกันไปมา อาจเป็นนางเองที่ผิด เพราะไม่ฟังคำอธิบายของเขา ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา เขามักเป็นเช่นนี้เสมอ พูดอธิบายไม่ค่อยเก่งนัก เพราะเป็นคนเย็นชา แต่ครั้งนี้เขากลับพูดออกมามากมายเผยฉางอันส่ายหัวเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่ ข้ายังอยากมองเจ้าอีกสักพัก อยากพูดกับเจ้าให้เข้าใจ คนที่ข้ารักมีเพียงเจ้า ส่วน ไป๋ซูเหยานางอาจยังเข้าใจผิด เพราะเมื่อก่อนข้ามอบกำไลประจำตระกูลให้นาง ต่อมาเกิดเรื่องมากมายจนทำให้ข้าเรื่องนี้ลืมไป แต่ที่ข้ามอบให้นาง ก็เพราะท่านย่าและท่านแม่บอก บอกว่ากำไลนี้ต้องให้นาง เพราะนางคือภรรยาในอนาคตของข้า ตอนนั้นข้ายังไม่รู้จักความรักจริง เพียงเชื่อฟังผู้ใ
ตอนพิเศษ 2 ขอโอกาสจวนตระกูลซูภายในห้องที่เงียบสงบ กลิ่นยาสมุนไพรอ่อนลอยอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ สายลมเย็นพัดต้องผ้าม่านสีอ่อนให้ปลิวไหวเบา ๆ เผยฉางอันนั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าคมหันไปตามเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้น ร่างที่ปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าคมคายนั้นเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว”ท่านโหว อาการดีขึ้นแล้วหรือ”น้ำเสียงที่เขารอคอยนั้น ทำให้เผยฉางอันร้อนผ่าวที่ดวงตา เขาจ้องนางทุกการกระทำ ราวกับกลัวว่าหากละสายตาไป จะทำให้นางสลายหายไปหนิงหว่านชิงในอาภรณ์สีเขียวอ่อน ใบหน้างดงามยามต้องแสงแดดอ่อน ๆ มือเรียวเล็กยกขึ้นประคองท้องที่นูนขึ้นมาของตนเอง แล้วก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงของเผยฉางอัน ด้านหลังนางคือว่านเจียง ที่ยืนประคองถ้วยยาสมุนไพร อุ่น ๆ ว่านเจียงยื่นถ้วยยาสมุนไพรให้หนิงหว่านชิงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะประคองให้หนิงหว่านชิงที่กำลังตั้งครรภ์ให้นั่งลงบนเตียงหนิงหว่านชิงประคองถ้วยยาสมุนไพรในมือ แล้วเงยหน้าเล็กน้อยมองผู้เป็นสามีตรงหน้า แววตาสับสนเล็กน้อย ทว่านางคงจะใจดำกับเขาไม่ลง เพราะเขาที่ช่วยชีวิตนางกับลูกเอาไว้นางยื่นถ้วยยาออกไปให้เขาด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ดวงตาก้มลงเล็กน้อย ไม่อยากให้เขาสังเ
เผยฉางอันถอนหายใจแผ่ว มือใหญ่ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างบอบบางนั้นอย่างใส่ใจก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วก็หมุนกายกำลังจะก้าวออกไป ทว่ามือเรียวของไป๋ซูเหยากลับคว้าแขนเสื้อเขาไว้แน่น“พี่ฉางอัน…”น้ำเสียงนางแผ่วเบานักราวสายลมเผยฉางอันชะงักแล้วหันกลับไปทรุดกายลงนั่งลงข้างกายนาง ดวงตาคมจ้องมองใบหน้างดงามตรงหน้าที่
ตอนที่ 8ปลอดภัยแล้วเผยฉางอันรีบอุ้มร่างบอบบางของไป๋ซูเหยาก้าวยาว ๆ เข้ามาในห้อง เขายกเท้าถีบประตูห้องด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะอุ้มร่างบางของไป๋ซูเหยาตรงไปยังเตียงนอน แล้ววางนางลงบนเตียงนุ่มอย่างระมัดระวังหมอหลวงก็พลันวิ่งตามมาติด ๆ เขาวางกล่องยาแล้วเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม“ท่านโหว ฝ่าบาทให้กระหม่อมมารั
ตอนที่7จวนเจิ้นเป่ยโหวเวลาล่วงเลยมาหลายวันแล้ว ทว่ายังไม่มีแม้แต่เงาของเผยฉางอันปรากฏขึ้นในจวน เขากลับหายไปไร้ข่าวสารภายในเรือนที่เงียบงัน สายลมเย็นพัดเข้ามาแผ่วเบาต้องอาภรณ์เบาบางของหนิงหว่านชิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยลูบไล้แผ่วเบา นางยกสายตาขึ้นเล็กน้อ
“พี่หญิง นี่ก็คือกำไลหยกพยัคฆ์พิทักษ์ พี่ฉางอันมอบให้ข้าเพื่อจะได้มอบต่อให้บุตรชายของข้า”นางยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วยกมือลูบไล้หน้าท้องของตนเอง ก่อนจะเอ่ยต่อ“แต่พี่หญิงก็อย่าเสียใจไป ข้าบอกพี่ฉางอันแล้ว ว่าขอเพียงได้อยู่กับเขา ข้าขอเป็นเพียงอนุภรรยา หรือ ภรรยาลับ ข้าก็ยินดี ขอเพียงให้เขามาหาข้าบ้างก็เ







