로그인ตอนที่7
จวนเจิ้นเป่ยโหว เวลาล่วงเลยมาหลายวันแล้ว ทว่ายังไม่มีแม้แต่เงาของเผยฉางอันปรากฏขึ้นในจวน เขากลับหายไปไร้ข่าวสาร ภายในเรือนที่เงียบงัน สายลมเย็นพัดเข้ามาแผ่วเบาต้องอาภรณ์เบาบางของหนิงหว่านชิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยลูบไล้แผ่วเบา นางยกสายตาขึ้นเล็กน้อยทอดสายตามองไปยังทิวทัศน์ที่คุ้นเคยนี้อยู่นิ่ง ๆ จนเริ่มรู้สึกว่าถึงเวลาแล้ว นางจึงก้าวกลับมานั่งลงเบื้องหน้าโต๊ะหนังสือ ว่านเจียงก้าวเข้ามาด้านใน ในมือนางถือกล่องไม้ชิ้นหนึ่ง แล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าหนิงหว่านชิงแล้วเอ่ยขึ้น “คุณหนูเราไปกันเถิด เจ้าค่ะ” หนิงหว่านชิงพยักหน้ารับช้า ๆ มือเรียวยกขึ้นจับพู่กันแล้วเขียนใบหย่าขึ้นมาฉบับหนึ่ง เมื่อเขียนเสร็จแล้วนางวางพู่กันลง ทันใดนั้นด้านนอกก็พลันมีเสียงวุ่นวายเกิดขึ้น หนิงหว่านชิงและว่านเจียงจึงก้าวออกไปนอกห้องเพื่อดูสถานการณ์ด้านนอก ทว่าภาพที่เห็นทำให้หนิงหว่านชิงกำมือแน่นเล็บนางจิกเข้าไปในเนื้อจนเลือดซิบ ทว่าความเจ็บน้อยนิดนั้นไม่อาจเทียบกับความปวดร้าวในหัวใจของนางได้เลยแม้เพียงน้อยนิด เบื้องหน้าคือร่างสูงโปร่งของเผยฉางอันผู้เป็นสามีของนางที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยความกระวนกระวาย ท่าทางร้อนรน เขาตวาดสั่งเสียงดังสนั่น “ไปตามหมอเร็วเข้า! ไปตามหมอมา!” ในอ้อมแขนของเขาโอบอุ้มร่างบอบบางของไป๋ซูเหยาไว้แน่นในอ้อมกอด ดวงตาคมจ้องร่างบอบบางในอ้อมแขนไม่วางตา แม้กระทั่งคนรอบกายเขาก็ราวกับไม่มีตัวตนอยู่เลย ตอนนี้ในสายตาของเขานั้นจับจ้องอยู่ที่นางผู้เป็นรักแรกเท่านั้น หนิงหว่านชิงยืนนิ่งอยู่กับที่ มองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ชาไปทั้งดวง ท่าทางและแววตาของเขาดูตกใจและใส่ใจนางมากเป็นพิเศษ เผยฉางอันวิ่งผ่านหน้าหนิงหว่านชิงโดยไม่ทันได้สังเกตเห็นนางเลย ในอ้อมแขนเขายังคงอุ้มร่างบอบบางของไป๋ซูเหยาไว้แน่นสีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรน “ท่านโหว ใบหย่าเจ้าค่ะ” หนิงหว่านชิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นใบหย่าให้เขาด้วยสีหน้าเย็นชา สำหรับเขานางพอแล้ว เผยฉางอันขมวดคิ้วแน่นตวาดด้วยความหงุดหงิด “ชิงชิงนางตอนนี้ซูเหยา นางบาดเจ็บเพราะช่วยชีวิตข้า! เจ้าก็อย่าก่อเรื่องวุ่นวายเลย!” หนิงหว่านชิงยืนนิ่งแล้วจ้องมองไปยังสตรีร่างบอบบาง ในอ้อมกอดเขา ใบหน้านางซีดเซียวจนน่าสงสาร นางช่วยเขา เขาต้องตอบแทนนาง ผูกพันกันไปมาไม่จบสิ้น คนที่ควรไปก็คือตัวของนางเอง ไป๋ซูเหยาที่นอนนิ่งในอ้อมกอดของเผยฉางอันเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเล็กน้อยด้วยดวงตาแดงระเรื่อที่ไม่อาจปิดซ่อนความเจ็บปวดไว้ได้ มือเรียวกดลงบนแขนแกร่งของเขาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “พี่ฉางอัน… ข้าเจ็บ…” น้ำเสียงของนางราวกำลังจะขาดใจ เผยฉางอันหันกลับมามองสตรีในอ้อมแขน เขาพยักหน้ารับแล้วกำลังจะก้าวไป ทว่าสายตากลับไปสะดุดกับใบหย่าในมือของหนิงหว่านชิง ในใจรู้สึกหงุดหงิดเขาตวาดสั่งเสียงดังสนั่น “จับตัวฮูหยินไปขังไว้ จนกว่าจะสำนึกผิด!” เขาหันไปมองหนิงหว่านชิงด้วยดวงตาแข็งกร้าวแวบหนึ่ง แล้วหันหลังให้ทันทีหวังจะรีบพาไป๋ซูเหยาไปพักที่เตียงเร็ว ๆ จู่ ๆ ความเจ็บปวดบีบรัดตรงหน้าท้องก็พลันปวดขึ้นจนขาของหลิงหว่านชิงไร้เรี่ยวแรง ร่างบางของหนิงหว่านชิงทรุดกายลงกองกับพื้นทันที ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจนนางยกมือขึ้นกุมหน้าท้อง นางสัมผัสได้ถึงเลือดที่กำลังไหลออกมาเปื้อนกระโปรงของนาง “คุณหนู!” ว่านเจียงอุทานด้วยความตกใจ นางร้องให้ออกมาจนน้ำตาอาบแก้มอ้าปากกำลังจะพูดกับบุรุษที่ยืนหันหลังนิ่งอยู่นั้น ทว่ามือเรียวของหนิงหว่านชิงจับมือนางไว้แน่น แล้วส่ายหน้าเบา ๆ เป็นสัญญาณ หนิงหว่านชิงเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังสูงโปร่งของผู้เป็นสามีอย่างสิ้นหวัง เผยฉางชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ทว่าร่างสูงนั้นกลับไม่ได้หันมามองนางเลย เขาก้าวจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานบ่าวรับใช้สองคนพร้อมกับแม่นมซานเหนียงก็ก้าวเข้ามาหาหนิงหว่านชิงพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชา “ฮูหยินเชิญเจ้าค่ะ” “คุณหนู… เราไปจากที่นี่… กันเถิดเจ้าค่ะ…” ว่านเจียงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น นางกอดหนิงหว่านชิงแน่น ทว่า แม่นมซานเหนียงก็พลันพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เหล่าบ่าวไพร่ช่วยกันลาก ว่านเจียงออกไปจากตัวหนิงหว่านชิง หนิงหว่านชิงมองว่านเจียงแล้วพยายามฝืนเอ่ยออกมาน้ำเสียงอ่อนแรง “ไป…” ว่านเจียงได้แต่พยักหน้ารับทั้งน้ำตา ร่างของนางถูกดึงออกมาจากร่างของคุณหนู นางจ้องไปยังร่างบอบบางของคุณหนูไม่วางตา รอยเลือดยังเป็นทางยาวตามร่างที่ถูกลากตัวไป หนิงหว่านชิงไม่ได้ขัดขืนปล่อยแม่นมลากนางไปยังเรือนพรรชน หนิงหว่านชิงหัวเราะเยาะตัวเอง ครั้งนี้นางเลือกคนผิดแล้วจริง ๆ รักคนผิดแล้วจริง ๆ จากนี้นางไม่ต้องการเขาอีก ร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงถูกโยนเข้าไปในเรือนบรรพชน ปัง! เสียงประตูถูกปิดดังสนั่น ความมืดและความเย็นชึ้นเข้าปกคุมทั่วบริเวณ หนิงหว่านชิงกัดฟันขยับร่างกายไปพิงกับพนังห้อง ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนเล็กน้อยของตนเอง แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง หลังจากนี้เจ้าจะมีเพียงแม่ แม่จะดูแลเจ้าเอง เจ้าอย่าได้กลัวไป นางเอ่ยขึ้นในใจขณะที่ก้มลงไปมองท้องที่นูนขึ้นมาน้อย ๆ นั้น ในวินาทีนั้นนางรู้สึกถึงหน้าท้องที่กำลังบีบรัดนางรู้สึกทรมานยิ่งนัก จนแทบทนไม่ไหว ร่างบางพยายามลุกขึ้นแล้วก้าวไปยังประตูของเรือนพรรชน “ช่วยด้วย… ช่วยด้วย…” น้ำเสียงอ่อนแรงดังแผ่ว ดวงตาของนางค่อย ๆ มืดลง ก่อนจะหมดสตินางก็พลันเห็นเงาร่างสูงโปร่งวิ่งเข้ามาหานาง น้ำเสียงของเขาดังแว่ว “หว่านชิง หว่านชิง อดทนไว้นะ” น้ำเสียงนั้นช่างเบาเหลือเกิน แล้วสตินางก็พลันดับวูบไปในทันที ….ตอนพิเศษ 5 ความสุขหนึ่งปีผ่านไปในเมืองหลวงมีฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ทำให้เมืองหลวงเริ่มสงบสุขจวนเจิ้นเป่ยโหวภายในสวนด้านหลังจวนโหวยามบ่าย แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านกิ่งหลิวที่เอนล้อตามสายลม กลีบดอกไม้หลากสีโปรยปรายลงบนทางเดินหินราวพรมธรรมชาติ กลิ่นหอมของมวลบุปผา อบอวลไปทั่วใต้ศาลาไม้ริมสระบัว เด็กชายตัวน้อยวัยหนึ่งขวบนั่งอยู่บนผืนผ้าปักลายเมฆมงคล แก้มกลมแดงระเรื่อ ดวงตาดำขลับเป็นประกาย เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของเขาดังขึ้นใสกังวาน พลางพยายามก้าวเท้าสั้น ๆ ไปหาบิดาที่นั่งย่อตัว อ้าแขนรออยู่ไม่ไกลเจิ้นเป่ยโหวเผยฉางอันในชุดขุนนางเต็มยศ เขาเพิ่งกลับมาจากประชุมเช้า คิดถึงเจ้าก้อนแป้งน้อยจนทนแทบไม่ไหว ลงจากรถม้าได้ก็รีบตรงมาหาแม่ลูก ที่นั่งเล่นอยู่ที่สวนทันทีเจิ้นเป่ยโหวในชุดขุนนางนั้น กลับละทิ้งความน่าเกรงขามที่ผู้คนคุ้นเคย เหลือเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนของผู้เป็นบิดา ดวงตาคมที่เคยเย็นชาและดุดันกลับอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขายื่นมือออกไปรับร่างอ้วนกลมของบุตรชายตัวน้อยที่โผเข้าหา ก่อนจะอุ้มขึ้นสูง จนเด็กน้อยหัวเราะชอบใจไม่หยุด“เสี่ยวเป่าน้อย วันนี้ช่างอารมณ์ดียิ่งนัก”เสียงหัวเราะ
เมื่อดวงตาคมเห็นร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงนอนอยู่บนเตียง ใบหน้านางซีดเผือด เขาชะงักเล็กน้อย มือใหญ่กำแน่นด้วยความกังวลหนิงหว่านชิงเห็นเจิ้นเป่ยโหวผู้เป็นสามี นางก็เผยรอยยิ้มบางให้เขา ราวกับรู้ว่าเขากำลังกังวลใจอยู่“ท่านโหว ลูกของเราน่ารักมากเลยเจ้าค่ะ”เผยฉางอันก้าวเข้าไปนั่งลงข้างเตียง เขามองดูเด็กน้อยตัวอ้วนกลมในห่อผ้าข้างกายหนิงหว่านชิงผู้เป็นภรรยา ในใจเต็มไปด้วยความปีติยินดี มือใหญ่ยกขึ้นกุมมือเรียวเล็กของหนิงหว่านชิงไว้แน่น “ขอบคุณมากชิงชิง ลำบากเจ้าแล้ว”หนิงหว่านชิงยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย ใบหน้างดงามนั้นยังคงมีหยาดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมเล็กน้อย เผยฉางอันยกมือขึ้นหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในอกของตนเองออกมาซับให้นางอย่างใส่ใจหนิงหว่านชิงมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ในใจก็พลันปลื้มปีติขึ้นมา นางไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะยังเก็บมันไว้อีก “ท่านพี่ นี่ท่าน… ”เผยฉางอันเมื่อเห็นนางจ้องผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือเขา ริมฝีปากหนาก็พลันปรากฏรอยยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น“ผ้าเช็ดหน้าของเจ้า ข้าเก็บเอาไว้ทุกชิ้น รวมถึงชิ้นนี้ด้วย”หนิงหว่านชิงมองผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนปักชื่อนางอยู่มุมบนด้านขวา เป็นผ้าเช็ดหน้าที
ตอนพิเศษ 4 ยอมทำตามใจตัวเองจวนตระกูลซูภายในสวนดอกท้อที่กำลังบานสะพรั่ง กลีบดอกท้อร่วงหล่นลงมาบนไหล่บางของหนิงหว่านชิงที่กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อ เคียงข้างนางคือเผยฉางอันที่นั่งอยู่ด้วยสายตาของทั้งคู่สบกันเป็นระยะ ๆ หนิงหว่านชิงยกมือเรียวขึ้นลูบไล้หน้าท้องที่นูนออกมามาก นางเองก็พลันรู้สึกเหนื่อย ทว่าแม้ร่างกายเหน็ดเหนื่อย ทว่าในใจกลับมีความสุขยิ่งนักเพราะใกล้ถึงเวลาที่เจ้าตัวน้อยจะได้ออกมาแล้ว สิ่งของมากมายจากจวนโหว ถูกส่งมาเพื่อต้อนรับหลานน้อยไม่หยุด เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเผยรู้ว่าหนิงหว่านชิงพำนักอยู่ที่เมืองซูโจว นางก็ได้ส่งยาบำรุงครรภ์รวมถึงของมีค่ามากมายมาให้ ก่อนจะกำชับลงมาว่ารอคลอดแล้วค่อยเดินทางกลับ เนื่องจากการเดินทาง ไม่เหมาะกับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์แก่ ๆ อยู่ เผยฉางอันขยับเข้ามาใกล้หนิงหว่านชิง เขาวางมือลงบนหน้าท้องที่นูนใหญ่ของนางแล้วเอ่ยขึ้น“เด็กดี รีบ ๆ ออกมานะ พ่อกับแม่เจ้ารอเจ้าอยู่”หนิงหว่านชิงเงยหน้าเล็กน้อย สบตาเขาอย่างลึกซึ้งพลันเผยรอยยิ้มหวานเผยฉางอันยกมือขึ้นปัดปอยผมข้างแก้มนวลของนางออกแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้น“เหนื่อยหรือไม่”หนิงหว่านชิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนตอบก
ตอนพิเศษ 3 คู่ชีวิตร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงก้าวออกจากห้องไปอย่าง นิ่ง ๆ แผ่นหลังบาง ๆ นั้นห่างออกไปเรื่อย ๆ จากสายตาเผยฉางอัน ในใจเขาบีบรัดเจ็บปวด จนไม่อาจอธิบายได้ “ท่านโหว… ”องครักษ์มู่หวังเอ่ยขึ้น พร้อมกับพยุงร่างของเผยฉางอันให้ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง“ฮูหยินอาจต้องการเวลาสักพัก จริง ๆ แล้วนางยังคงรักท่านมาก ช่วงเวลาที่ท่านหมดสติ นางอยู่ด้วยตลอดเวลาขอรับ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจของเผยฉางอันก็พลันมีความหวังขึ้นเล็กน้อย เขายอมลุกขึ้นตามที่องครักษ์นำพา แล้วนอนลงบนเตียงเพื่อพักฟื้นร่างกาย เขาต้องหายดีในเร็ววัน เพราะยังมีภรรยาและลูกอยู่ ที่เขาต้องตามง้อหนิงหว่านชิงก้าวออกมาจากห้องด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย นางเองยังคงหลงเหลือความรู้สึกกับเขาอยู่ แต่ก็ไม่อาจยอมรับได้ เพราะกลัวว่าหัวใจจะเจ็บอีกครั้งหนิงหว่านชิงทอดสายตามองทิวทัศน์ข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นท้อ ดอกท้อเบ่งบานสะพรั่งงดงามราวภาพวาด ขณะนั้นสายตานางก็พลันเห็นเงาร่างที่คุ้นตายืนอยู่ใต้ต้นท้อต้นหนึ่งหนิงหว่านชิงหยุดเล็กน้อย แล้วก้าวเข้าไปหาผู้เฒ่าซูที่ยืนอยู่ใต้ต้นท้อใหญ่ ด้วยท่าทางนิ่ง ๆ“ท่านต
โทษข้าที่ไม่อธิบายกับเจ้าดี ๆ ตอนนั้นข้ามีเรื่องมากมายต้องจัดการเวลากระชั้นชิด ข้าทำผิดต่อเจ้า เจ้าไม่ยกโทษให้ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าทิ้งข้าไปเลยนะ ครั้งนี้ข้าเสียเจ้าไปไม่ได้จริง ๆ ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะไม่มีเรื่องเช่นนี้อีก ข้าสัญญา” เผยฉางอันกล่าวอย่างอ่อนโยนและรู้สำนึกผิดหนิงหว่านชิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองใบหน้าคมที่มีหยดน้ำตาไหลรินออกมา ก่อนจะเอ่ยออกมา“ท่านพักผ่อนเถิด”ในใจนางยังคงสับสนเล็กน้อย เรื่องราวมากมาย นางปะติดปะต่อกันไปมา อาจเป็นนางเองที่ผิด เพราะไม่ฟังคำอธิบายของเขา ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา เขามักเป็นเช่นนี้เสมอ พูดอธิบายไม่ค่อยเก่งนัก เพราะเป็นคนเย็นชา แต่ครั้งนี้เขากลับพูดออกมามากมายเผยฉางอันส่ายหัวเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่ ข้ายังอยากมองเจ้าอีกสักพัก อยากพูดกับเจ้าให้เข้าใจ คนที่ข้ารักมีเพียงเจ้า ส่วน ไป๋ซูเหยานางอาจยังเข้าใจผิด เพราะเมื่อก่อนข้ามอบกำไลประจำตระกูลให้นาง ต่อมาเกิดเรื่องมากมายจนทำให้ข้าเรื่องนี้ลืมไป แต่ที่ข้ามอบให้นาง ก็เพราะท่านย่าและท่านแม่บอก บอกว่ากำไลนี้ต้องให้นาง เพราะนางคือภรรยาในอนาคตของข้า ตอนนั้นข้ายังไม่รู้จักความรักจริง เพียงเชื่อฟังผู้ใ
ตอนพิเศษ 2 ขอโอกาสจวนตระกูลซูภายในห้องที่เงียบสงบ กลิ่นยาสมุนไพรอ่อนลอยอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ สายลมเย็นพัดต้องผ้าม่านสีอ่อนให้ปลิวไหวเบา ๆ เผยฉางอันนั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าคมหันไปตามเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้น ร่างที่ปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าคมคายนั้นเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว”ท่านโหว อาการดีขึ้นแล้วหรือ”น้ำเสียงที่เขารอคอยนั้น ทำให้เผยฉางอันร้อนผ่าวที่ดวงตา เขาจ้องนางทุกการกระทำ ราวกับกลัวว่าหากละสายตาไป จะทำให้นางสลายหายไปหนิงหว่านชิงในอาภรณ์สีเขียวอ่อน ใบหน้างดงามยามต้องแสงแดดอ่อน ๆ มือเรียวเล็กยกขึ้นประคองท้องที่นูนขึ้นมาของตนเอง แล้วก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงของเผยฉางอัน ด้านหลังนางคือว่านเจียง ที่ยืนประคองถ้วยยาสมุนไพร อุ่น ๆ ว่านเจียงยื่นถ้วยยาสมุนไพรให้หนิงหว่านชิงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะประคองให้หนิงหว่านชิงที่กำลังตั้งครรภ์ให้นั่งลงบนเตียงหนิงหว่านชิงประคองถ้วยยาสมุนไพรในมือ แล้วเงยหน้าเล็กน้อยมองผู้เป็นสามีตรงหน้า แววตาสับสนเล็กน้อย ทว่านางคงจะใจดำกับเขาไม่ลง เพราะเขาที่ช่วยชีวิตนางกับลูกเอาไว้นางยื่นถ้วยยาออกไปให้เขาด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ดวงตาก้มลงเล็กน้อย ไม่อยากให้เขาสังเ
เผยฉางอันถอนหายใจแผ่ว มือใหญ่ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างบอบบางนั้นอย่างใส่ใจก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วก็หมุนกายกำลังจะก้าวออกไป ทว่ามือเรียวของไป๋ซูเหยากลับคว้าแขนเสื้อเขาไว้แน่น“พี่ฉางอัน…”น้ำเสียงนางแผ่วเบานักราวสายลมเผยฉางอันชะงักแล้วหันกลับไปทรุดกายลงนั่งลงข้างกายนาง ดวงตาคมจ้องมองใบหน้างดงามตรงหน้าที่
ตอนที่ 8ปลอดภัยแล้วเผยฉางอันรีบอุ้มร่างบอบบางของไป๋ซูเหยาก้าวยาว ๆ เข้ามาในห้อง เขายกเท้าถีบประตูห้องด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะอุ้มร่างบางของไป๋ซูเหยาตรงไปยังเตียงนอน แล้ววางนางลงบนเตียงนุ่มอย่างระมัดระวังหมอหลวงก็พลันวิ่งตามมาติด ๆ เขาวางกล่องยาแล้วเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม“ท่านโหว ฝ่าบาทให้กระหม่อมมารั
“พี่หญิง นี่ก็คือกำไลหยกพยัคฆ์พิทักษ์ พี่ฉางอันมอบให้ข้าเพื่อจะได้มอบต่อให้บุตรชายของข้า”นางยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วยกมือลูบไล้หน้าท้องของตนเอง ก่อนจะเอ่ยต่อ“แต่พี่หญิงก็อย่าเสียใจไป ข้าบอกพี่ฉางอันแล้ว ว่าขอเพียงได้อยู่กับเขา ข้าขอเป็นเพียงอนุภรรยา หรือ ภรรยาลับ ข้าก็ยินดี ขอเพียงให้เขามาหาข้าบ้างก็เ
ต่อมา ราวฟ้าเมมตา นางได้ยินข่าวว่า เผยฉางอันถูกปฏิเสธและถอนหมั้น ในยามนั้นนางมีความหวังสุด ๆ ไม่ยอมเชื่อฟังคำคัดค้านของบิดา ตระกูลเผยตกต่ำ เผยฉางอันต้องเข้ากองทัพไม่มีสตรีนางใดยอมแต่งกับเขา เพราะกลัวเป็นหม้ายทว่านางกลับเต็มใจและยินดี อยู่เคียงข้างเขา เขาให้คำมั่นสัญญากับนาง จนต่อมาเขาก็ทำสำเร็จ แล







