LOGINในขณะที่ข้ากำลังเจ็บปวดเพราะเลือดออกขณะตั้งครรภ์ ส่วนเขากลับไปพลอดรักอยู่กับรักแรก ข้าจึงตระหนักได้ชัดเจนว่า ความรักที่ข้าทุมเทให้เขาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานั้นไม่อาจสู้กับรักแรกที่หวนกลับมาซบอกเขาอีกครั้ง เมื่อท่านเลือกพานางเข้ามาข้าก็จะขอคืนตำแหน่งนี้ให้นางแล้วจากไป ทว่าในวันที่ข้าหายตัวไปเขากลับแทบคลั่ง ในเมื่อท่านรักนางมากเพียงนั้นเหตุใดต้องรั้งข้าไว้ข้างกายอีก
View Moreตอนที่ 1วัด
วัดไห่ซื่อ ภายในห้องอุโบสถที่เงียบสงบ กลิ่นธูปหอมอบอวลไปทั่บริเวณ เบื้องหน้าพระพุทธรูปสูงใหญ่มีเงาร่างของสามีภรรยาที่สูงสง่างามยืนเคียงกันอย่างรักใคร่ “ชิงชิง นี้คือยันต์คุ้มครอง เจ้ากำลังตั้งครรภ์รีบกลับไปก่อนเถิด ข้ามีเรื่องต้องไปจัดการเดี๋ยวจะตามไปทีหลัง” “เจ้าค่ะ ท่านพี่” หนิงหว่านชิงตอบรับด้วยรอยยิ้ม ซานเหนียงแม่นมผู้อยู่ข้างกายของฮูหยินเจิ้นเป่ยโหวรีบประคอง หนิงหว่านชิง ก้าวออกไปนอกอารามด้วยความระมัดระวังพร้อมกับว่านเจียงสาวใช้คนสนิท ด้านหน้าของคนทั้งสามคือรถม้าอันหรูหราของจวนเจิ้นเป่ยโหว หนิงหว่านชิงทอดสายตามองไปยังรถม้านั้นด้วยรอยยิ้ม สามปีแล้วที่นางแต่งงานกับเผยฉางอัน เขาไม่เคยทำให้นางผิดหวัง รักและทะนุถนอมนางอย่างดี หิมะตก! หนิงหว่านชิงเงยหน้าเล็กน้อยมองเกร็ดหิมะที่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาจากฝากฟ้า ในใจพลันรู้สึกกังวลขึ้นมา เพราะผู้เป็นสามีวันนี้ไม่ได้สวมเสื้อคลุม อาภรณ์ที่สวมอยู่ก็เกรงว่าจะเบาบางเกินไป หากไม่สบายขึ้นมา! จะทำอย่างไร! หนิงหว่านชิงชะงักฝีเท้าทันที แล้วหันไปสั่งแม่นมซานเหนียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “แม่นม ท่านไปหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์ของท่านพี่ในรถม้ามา ข้าจะนำไปให้เขา” แม่นมซานเหนียงที่ยืนอยู่ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตานางสั่นไหวทว่ากลับรีบเก็บสีหน้าในทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย “ฮูหยิน ท่านไม่ต้องไปหรอกเจ้าค่ะ หิมะกำลังตก ทางลื่นอัตรายยิ่งนัก เดี๋ยวบ่าวเอาไปให้เองเจ้าคะ” หนิงหว่านชิงพยักหน้ารับ ที่นางพูดมาก็มีเหตุผล มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพื่อเด็กคนนี้เขาและนางนั้นเฝ้าคอยกันอย่างยาวนาน นางต้องรักษาดวงใจน้อย ๆ ของเขาและนางเอาไว้ให้ดีที่สุด “ได้เช่นนั้นท่านก็ไปเถิด” “จะ… เจ้าค่ะ” แม่นมซานเหนียงตอบด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย บนหน้าผากมีเม็ดเหงื่อเย็นผุดขึ้นเล็กน้อย นางรีบก้าวไปหยิบเสื้อคลุมแล้วย่อกายคารวะอย่างเร่งรีบ ก่อนจะก้าวจากไปทันที “คุณหนู รีบขึ้นรถม้าเถิดเจ้าค่ะเดียวจะเป็นหวัดเอาได้” ว่านเจียงสาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงพร้อมกับประคองนางอย่างระมัดระวัง ทั้งสองก้าวขึ้นไปบนรถมม้าอย่างช้า ๆ บ่าวที่ขับรถม้าช่วยวางเก้าอี้สำหรับรองเท้าให้อย่างระมัดระวัง “คุณหนู แม่นมซานเหนียงหยิบเสื้อคลุมผิดไปหรือไม่เจ้าคะ เสื้อคลุมของท่านโหวยังวางอยู่ตรงนี้” ว่านเจียงสาวใช้เอ่ยขึ้น หนิงหว่านชิงหันไปมองตามเสียงนั้น เห็นว่าเสื้อคลุมขนสัตว์ของผู้เป็นสามียังคงวางอยู่ที่เดิม ส่วนเสื้อคลุมของตนเองนั้นหายไป แม่นมคนนี้คงแก่จนสายตาฝ้าฟางจึงได้หยิบผิดไป “เสื้อคลุมของข้าตัวเล็กนัก เขาไม่อาจใส่ได้ ไปกันข้าจะเอาเสื้อคลุมนี้ไปให้ท่านพี่เอง” “เจ้าค่ะ” ว่านเจียงตอบรับ หนิงหว่านชิงหยิบเสื้อคลุมหนาของสามีแล้วก้าวลงจากรถม้าโดยมีว่านเจียงค่อยประคองอย่างระมัดระวัง ทั้งสองก้าวกลับไปในอารามอย่างช้า ๆ หิมะที่เริ่มโปรยลงมาหนักขึ้น ทำให้บริเวณรอบ ๆ เริ่มขาวแล้ว หนิงหว่านชิงประคองเสื้อคลุมขนสัตว์ในมือแน่น นางกวาดสายตามองหาผู้เป็นสามีก่อนสายตานางจะไปหยุดอยู่ที่ สตรีคนหนึ่งในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทั้งชุด ใบหน้านางซีดเซียวเล็กน้อย ร่างกายผอมบางดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก นางกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเผยฉางอัน เจิ้นเป่ยโหว ผู้เป็นสามีของตน ใบหน้าของสตรีผู้นั้นมองเขาไม่วางตา มีหยาดน้ำตาไหลรินลงข้างแก้มอย่างน่าสงสาร ส่วนสามีนางนั้นยืนนิ่งใบหน้าเย็นชา ทว่าสิ่งที่ทำให้หนิงหว่านชิงชะงักหัวใจกระตุกวูบคือกำไลหยกในข้อมือนาง กำไลหยกพยัคฆ์พิทักษ์ กำไลหยกประจำตระกูลเผยจะถูกส่งมอบให้เพียงผู้ที่เป็นฮูหยินหรือ สตรีที่เขารัก! ในวันแต่งงานฮูหยินผู้เฒ่าเผยได้พูดถึงเรื่องนี้ออกมา ทว่าในตอนนั้น เผยฉางอันกลับบอกว่าเขาทำมันหายไป หายไป? “ชิงชิง เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่” เสียงของเผยฉางอันดังขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ แล้วหันไปมองแม่นมซานเหนียงด้วยสายตาคมกริบแวบหนึ่ง เหอหว่านชิงยกสายตามองสามีที่กำลังก้าวมาหานางด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉย นางจึงเผยรอยยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น “หิมะตกแล้ว ท่านพี่ลืมเสื้อคลุม ข้าเลยเอามาให้เจ้าค่ะ” เผยฉางอันก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหนิงหว่านชิงผู้เป็นภรรยาแล้วยื่นมือไปรับ เสื้อคลุมหนาในมือนาง ก่อนจะกางออกแล้วขยับเข้าไปสวมให้หนิงหว่านชิงผู้เป็นภรรยาอย่างอ่อนโยน “หิมะตกแล้ว เรากลับกันเถิด” น้ำเสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยดังขึ้น หนิงหว่านชิงพยักหน้าตอบอย่างช้า ๆ เผยฉางอันก้าวเข้ามาประคองนางอย่างระมัดระวัง ทั้งสองหมุนกายแล้วก้าวเดินไปได้สองก้าวน้ำเสียงของสตรีผู้น่าสงสารนั้นก็ดังขึ้น “พี่ฉางอัน…” น้ำเสียงนั้นสั่นเครือ ฟังแล้วน่าสงสารยิ่งนัก หนิงหว่านชิงหันไปมองผู้เป็นสามีที่ยังคงเดินต่อไป ทว่าในตอนนั้นนางกลับเห็นแววตาที่สั่นไหวของเขาอยู่ครู่หนึ่ง มือของเขาก็กำมือนางแน่นโดยไม่รู้ตัว “ท่านพี่ นาง…” หนิงหว่านชิงชะงักฝีเท้าแล้วเอ่ยถามเขาด้วยใบหน้าสงสัย เผยฉางอันหยุดยืนแล้วเอ่ยขึ้น “คนรู้จักเก่า ไม่ได้สำคัญอะไร เราไปกันเถิด” เผยฉางอันกล่าวจบก็ประคองหนิงหว่านชิงขึ้นรถม้าอย่างระมัดระวัง เมื่อรถม้าออกตัว สายลมพัดผ่านวูบหนึ่งจนม่านปลิวไหว ร่างบางของสตรีผู้น่าสงสารนั้นยังคงเงยหน้ามองตามไม่วางตา ร่างบอบบางท่ามกลางหิมะนั้นดูน่าสงสารยิ่งนัก ในรถม้าที่เงียบสงบ ทว่าในยามนี้ในหัวของหนิงหว่านชิงยังคงปรากฏภาพกำไลในข้อมือของสตรีผู้นั้นอยู่ ความคิดไหลย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตระกูลเผยถูกใส่ร้ายว่าแม่ทัพเผยสือจิ้งผู้เป็นบิดาของเผยฉางอันโกงเสบียงจนทำให้แพ้ศึก ทว่าในตอนนั้นเผยสือจิ้งก็ได้จากไปในสนามรบด้วย ทำให้ตระกูลเผยที่ควรได้รับยศตำแหน่งกลับถูกริบทรัพย์และกลายเป็นตระกูลตกอับ ในตอนนั้นเผยฉางอันมีคู่หมั้นวัยเยาว์คือ ไป๋ซูเหยา บุตรสาวเจ้ากรม ทั้งคู่เป็นรักวัยเยาว์เติบโตมาด้วยกันทว่า ไป๋ซูเหยากลับถอนหมั้นเขาทันทีที่รู้ว่า ตระกูลเผยถูกริบทรัพย์และมีคดีติดตัว ในตอนนั้นคนเขาลือกันทั่วเมืองหลวงว่าเผยฉางอันคุกเข่าขอร้องนางอยู่ท่ามกลางสายฝนอยู่สามวันสามคืน ทว่า ไป๋ซูเหยากลับไม่ยอมออกมาพบเขาเลย ที่แท้ กำไลนั้นก็ไม่ได้หายไป เพียงแต่มีคนกำลังสวมใส่มันอยู่ ….. ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะตอนที่ 20 รอข้าจวนเจิ้นเป่ยโหว“ท่านโหว ไว้ชีวิตด้วย! โปรดไว้ชีวิตด้วย!” เสียงร้องขอชีวิตของเหล่าบ่าวไพร่ทั้งชายและหญิงที่ถูกคุมตัวมาคุกเข่าอยู่กลางห้องโถงเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเบื้องบนเผยฉางอันในอาภรณ์สีครามเข้มนั่งอยู่ตำแหน่งบนสุดกลางห้องโถงใหญ่ด้วยท่วงท่าน่าเกรงขาม ใบหน้าของเขามืดมนยิ่งนัก สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังหลักฐานที่มู่หวังเพิ่งยื่นให้ เขาดูอย่างละเอียด“ปล่อยข้านะ เหตุใดต้องคุมตัวข้าด้วย คุณหนูช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”น้ำเสียงตื่นตระหนกของแม่นมซานเหนียงเอ่ยขึ้น ขณะที่องครักษ์สองนายกำลังคุมตัวนางเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา ด้านหลังพวกเขาคือ ไป๋ซูเหยาที่วิ่งตามมาด้วยใบหน้าไม่พอใจเมื่อนางเห็นเผยฉางอันที่นั่งอยู่จึงมองจ้องเขม็งไปยังองครักษ์สองนายนั้นแล้วก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังเผยฉางอันที่นั่งอยู่เบื้องบนด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ “พี่ฉางอัน นี่มันอะไรกัน ท่านให้คนมาจับตัวซานเหนียงทำไม นางทำอะไรผิด”น้ำเสียงของไป๋ซูเหยาดังขึ้นเมื่อร่างบอบบางก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเผยฉางอัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาใสซื่อนั้นเริ่มแดงระเรื่อ เผยฉางอันไม่ได้สนใจนาง ราวกับคำพูดของนางเป็นเพียงสายลมพัดผ่
ภายในห้องโถงเรือนใหญ่ของตระกูลซู ฮูหยินบ้านรองผู้เป็นภรรยาของน้องชายผู้เฒ่าซู น้องชายเขานั้นไม่ค่อยเก่งเรื่องค้าขายจึงได้หันไปสอบ บัณฑิต จนตอนนี้ก็เป็นได้เพียง ผู้ช่วยนายอำเภอ เขามีบุตรชายที่ไม่เอาไหน มากรักรับอนุภรรยามาถึงสี่คน ทว่ากลับได้แต่หลานสาวทั้งสี่คน ไม่มีบุตรชายสืบทอดเมื่อได้ยินว่า หนิงหว่านชิงกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดจึงอยากจะมาตีสนิท หวังจะขอให้ บิดานางที่เป็นถึงเสนาบดีช่วยให้บุตรชายเขาได้รับตำแหน่ง และให้หลานเขยที่เป็นถึงท่านโหวนั้นช่วยหาสามี ดี ๆ ให้หลานสาวของพวกเขาทั้งสี่ “ท่านแม่ ทำไมจวนท่านปู่ใหญ่ นั้นใหญ่โตกว่าท่านปู่ของเราเสียอีก ทั้ง ๆ ที่ท่านปู่ของเขาเป็นถึงผู้ช่วยนายอำเภอ”ฮูหยินบ้านรองถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วเอ่ยกระซิบ“ต้องโทษ พ่อเจ้าที่ไม่ได้เรื่อง สอบบัณฑิตก็ไม่ผ่าน ค้าขายก็ไม่มีกำไร ดูสิเนี่ยเราเลยต้องแบกหน้ามาตีสนิทหนิงหว่านชิงอยู่นี่”ลูกสาวทั้งสองของนางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ท่านแม่ ข้าเคยได้ยินว่า ท่านโหวรูปงามยิ่งนัก ท่านช่วยอ้อนวอนพี่สาวให้รับข้าเป็นอนุภรรยาหน่อย อยู่ในจวนโหวเสพสุขไปชั่วชีวิต”ฮูหยินบ้านรองตีม
ตอนที่ 18 บ้านรองซูโจวภายในจวนตระกูลซูที่เงียบสงบ หนิงหว่านชิงหลังตื่นนอนจากการพักผ่อนแล้วก็ลุกขึ้นมาเดินเล่นอยู่ในสวนดอกท้อ ท้องของนางนูนใหญ่ขึ้นมากจึงทำให้ต้องใช้สาวใช้หลายคนช่วยกันดูแลภายในศาลากลางสวนดอกท้อแสงแดดอ่อนสาดต้องร่างบอบบางที่นั่งอยู่ในศาลา ใบหน้านางดูสดใสขึ้น อาจเพราะว่าช่วงนี้มีสิ่งสำคัญมากที่ทำให้นางรู้สึกเบิกบานมือเรียวยกขึ้นลูบไล้หน้าท้องที่ค่อย ๆ นูนขึ้นค่อยข้างใหญ่ของนาง นางรับรู้ถึงหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังจะเกิดมา ดวงตาก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความตื้นตัน“ชิงเอ๋อร์… ”น้ำเสียงแหบแห้งของผู้เฒ่าซูดังขึ้น พร้อมกับร่างชายชราในอาภรณ์สีม่วงเข้ม ผมของเขาขาวโพน ใบหน้าแม้เหยี่ยวย่นตามกาลเวลาทว่ากลับดูเมตตายิ่งนักผู้เฒ่าซูก้าวเข้ามานั่งลงเคียงข้างหลานสาวของตนเอง มองนางที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู แม้นางจะไม่ได้บอกถึงเหตุผลที่มาพักที่นี่แต่เพียงมองใบหน้าที่ดูทุกข์ใจนี้ เขาก็รู้แล้วว่าที่จวนโหวคงเกิดเรื่องขึ้นชิงเอ๋อร์ เป็นหลานสาวที่เขามักจะเอ็นดูที่สุด เหล่าบรรดาญาติ ๆ ที่หวังสมบัติของเขาเมื่อเห็น ชิงเอ๋อร์มาพักอาศัยนานเป็นเดือนเช่นนี้ ต่างก็ไม่พอใจ ต่างแวะเวียนเข้ามาถามไ
ตอนที่17ข้าผิดไปแล้วจวนเจิ้นเป่ยโหวเผยฉางอันค้นหาร่องรอยของหนิงหว่านชิงอยู่ตลอดหลายวันจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน นางที่กำลังตั้งครรภ์จะหนีไปไหนได้แถมยังมีเลือดออกอีก ความกังวลและกระวนกระวายใจ ทำให้เขาแทบคลั่งร่างสูงโปร่งเดินวนไปมาอยู่ในห้องหนังสือเพื่อพยายามหาเบาะแสว่าหนิงหว่านชิงภรรยาของเขาตามตำราและบรรทึกเก่าของนาง“ท่านโหว”น้ำเสียงขององครักษ์มู่หวังดังขึ้น พร้อมร่างสูงโปร่งในอาภรณ์องครักษ์ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา แล้วประสานมือพูดรายงานน้ำเสียงหนักแน่น“มือสังหารวันนั้นจับตัวได้แล้วขอรับ และพวกมันยอมสารภาพผู้ที่อยู่เบื้องหลังออกมาแล้วขอรับ”องครักษ์มู่หวังกล่าวจบก็ยื่นกระดาษที่ถูกเขียนคำสารภาพให้เจ้านายของตนเองเผยฉางอันรับกระดาษคำสารภาพมาอ่านอย่างละเอียด คิ้วเข้มขมวดแน่น แววตามืดมนขึ้นมาทันที มือใหญ่กำแน่นขึ้นมาด้วยความโกรธเคือง แล้วก้าวออกจากห้องหนังสือไปอย่างรวดเร็วเผยฉางอันก้าวตรงมายังเรือนพักของ ไป๋ซูเหยา ด้วยท่าทางสงบนิ่ง ทว่าในใจกลับรู้สึกหัวเราะเยาะตนเองที่ถูกนางหลอกปั่นหัวเล่นเช่นนี้ภายในห้องกว้างไป๋ซูเหยานั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ใบหน้าดูสดใส ข้าง ๆ นางมีแ











