เข้าสู่ระบบตอนที่ 8ปลอดภัยแล้ว
เผยฉางอันรีบอุ้มร่างบอบบางของไป๋ซูเหยาก้าวยาว ๆ เข้ามาในห้อง เขายกเท้าถีบประตูห้องด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะอุ้มร่างบางของไป๋ซูเหยาตรงไปยังเตียงนอน แล้ววางนางลงบนเตียงนุ่มอย่างระมัดระวัง หมอหลวงก็พลันวิ่งตามมาติด ๆ เขาวางกล่องยาแล้วเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม “ท่านโหว ฝ่าบาทให้กระหม่อมมารักษาคุณหนูไป๋” เผยฉางอันไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงพยักหน้ารับ แล้วถอยหลบทาง ทว่าในขณะนั้น มือเรียวเล็กของไป๋ซูเหยากลับจับแขนเสื้อของเขาไว้แน่น นางเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน “พี่ฉางอัน… พี่ช่วยอยู่กับข้าครู่เดี๋ยว… ได้หรือไม่… ข้ากลัว…” น้ำเสียงนางอ่อนแรงยิ่งนัก ราวกับจะเป็นการสั่งเสียในครั้งสุดท้าย เผยฉางอันลังเลเล็กน้อย ช่างเถิดตอนนี้ชีวิตของนางสำคัญที่สุด หลังจบเรื่องนี้แล้วเขาจะไปอธิบายกับชิงชิงเข้าใจ ชิงชิงเดิมทีนางก็เป็นคนรู้ความและใจกว้างเพียงแต่ช่วงนี้นางตั้งครรภ์อารมณ์ก็แปรปรวนไปบ้าง ปล่อยให้นางอารมณ์ดีขึ้นอีกหน่อยก่อน แววตาที่สับสนเมื่อครู่กลับมานิ่งสงบดังเดิม เขาพยักหน้าให้นาง แล้วยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไป๋ซูเหยามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ริมฝีปากยิ้มบาง น้ำตาเอ่อคลอ แล้วร่างบางก็พลันหมดสติไปทันที มือเล็กที่จับชายเสื้อเขาร่วงลงอย่างไร้เรี่ยวแรง เผยฉางอันชะงัก ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือใหญ่ยกขึ้นกุมมือเล็กของนางแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย “ซูเหยา… ซูเหยา!” ดวงตาคมของเขายกขึ้นมองหมอหลวงที่กำลังช่วยชีวิตของไป๋ซูเหยาด้วยอาการร้อนรน ดวงตาของหมอหลวงดูสับสนและกังวลไม่น้อย บาดแผลของนางลึกพอควรอยู่ ทว่าไม่ถูกจุดสำคัญ หมอหลวงหยิบผืนผ้าออกมาแล้วกางออกก่อนจะหยิบเข็มเงินออกมาเป็นช่วยรักษานาง เผยฉางอันทรุดลงเคียงข้างร่างบอบบางที่นอนอยู่บนเตียง มือใหญ่กุมมือนางไว้แน่น ในหัวใจพลันเกิดความกังวลและรู้สึกผิด เป็นเพราะเขาไม่เชื่อนางจึงทำให้นางได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ดวงตาคมที่เย็นชานั้นสั่นไหวเล็กน้อย ในใจกระวนกระวายได้แต่ขอให้นางปลอดภัย ดวงตาคมจ้องใบหน้างามนั้นนิ่งไม่วางตา เวลาล่วงเลยมาครึ่งค่อนคืน หมอหลวงปาดเหงื่ออย่างโล่งอกเมื่ออาการของ ไป๋ซูเหยาดีขึ้น หลังจากหมอหลวงรักษานางแล้วจึงได้เขียนใบสั่งยาให้เผยฉางอันแล้วเอ่ยขึ้น “ท่านโหวตอนนี้แม่นางไป๋ปลอดภัยแล้ว นี่คือตำหรับยา ต้มดื่มเช้าเย็นขอรับ” เผยฉางอันรับมาเขาไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงพยักหน้ารับหนึ่งครั้งด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มือใหญ่ที่ยังกุมมือเล็กนั้นก็พลันคลายออกอย่างโล่งอก “หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนขอรับท่านโหว” กล่าวจบ หมอหลวงก็หยิบกล่องยาขึ้นสะพายไหล่แล้วประสานมือคารวะ ก่อนจะก้าวจากไปอย่างสงบนิ่ง เผยฉางอันที่นั่งนิ่งอยู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แม่นมซานเหนียง ท่านช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” “เจ้าค่ะ” แม่นมซานเหนียงก้าวเข้ามารับใบสั่งยาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาเป็นประกาย เผยฉางอันยื่นใบสั่งยาให้แม่นมซานเหนียง แม่นมซานเหนียงก้าวออกไปนางหยุดอยู่กลางห้องมองเหล่าบ่าวรับใช้ที่ยังคงยืนประจุดอยู่ นางทำสายตาดุให้เป็นสัญญาณให้เหล่าบ่าวรับใช้นั้นออกไปจากห้อง เมื่อบ่าวรับใช้ออกจากห้องไปแล้วเหลือเพียงความเงียบงันและร่างสูงโปร่งที่นั่งจ้องมองใบหน้างดงามตรงหน้าที่ยังคงหมดสติอยู่เนิ่นนาน ดวงตาคมนั้นฉายชัดถึงความรู้สึกผิด ในสมองของเขายังคงปรากฏภาพที่นางพุ่งเข้ามารับลูกธนูนั้นแทนเขา ใบหน้างามนั้นเปรอะเปื้อนเลือด ทว่ายังคงยิ้มอย่างสุขใจเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น “พี่ปลอดภัย ข้าก็วางใจ” มือใหญ่ของเขากำแน่นขึ้นมา ด้วยความรู้สึกผิด หากเขาไมอคติต่อนางเชื่อฟังคำพูดของนาง นางคงไม่ต้องเกือบตายเช่นนี้ตอนพิเศษ 5 ความสุขหนึ่งปีผ่านไปในเมืองหลวงมีฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ทำให้เมืองหลวงเริ่มสงบสุขจวนเจิ้นเป่ยโหวภายในสวนด้านหลังจวนโหวยามบ่าย แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านกิ่งหลิวที่เอนล้อตามสายลม กลีบดอกไม้หลากสีโปรยปรายลงบนทางเดินหินราวพรมธรรมชาติ กลิ่นหอมของมวลบุปผา อบอวลไปทั่วใต้ศาลาไม้ริมสระบัว เด็กชายตัวน้อยวัยหนึ่งขวบนั่งอยู่บนผืนผ้าปักลายเมฆมงคล แก้มกลมแดงระเรื่อ ดวงตาดำขลับเป็นประกาย เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของเขาดังขึ้นใสกังวาน พลางพยายามก้าวเท้าสั้น ๆ ไปหาบิดาที่นั่งย่อตัว อ้าแขนรออยู่ไม่ไกลเจิ้นเป่ยโหวเผยฉางอันในชุดขุนนางเต็มยศ เขาเพิ่งกลับมาจากประชุมเช้า คิดถึงเจ้าก้อนแป้งน้อยจนทนแทบไม่ไหว ลงจากรถม้าได้ก็รีบตรงมาหาแม่ลูก ที่นั่งเล่นอยู่ที่สวนทันทีเจิ้นเป่ยโหวในชุดขุนนางนั้น กลับละทิ้งความน่าเกรงขามที่ผู้คนคุ้นเคย เหลือเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนของผู้เป็นบิดา ดวงตาคมที่เคยเย็นชาและดุดันกลับอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขายื่นมือออกไปรับร่างอ้วนกลมของบุตรชายตัวน้อยที่โผเข้าหา ก่อนจะอุ้มขึ้นสูง จนเด็กน้อยหัวเราะชอบใจไม่หยุด“เสี่ยวเป่าน้อย วันนี้ช่างอารมณ์ดียิ่งนัก”เสียงหัวเราะ
เมื่อดวงตาคมเห็นร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงนอนอยู่บนเตียง ใบหน้านางซีดเผือด เขาชะงักเล็กน้อย มือใหญ่กำแน่นด้วยความกังวลหนิงหว่านชิงเห็นเจิ้นเป่ยโหวผู้เป็นสามี นางก็เผยรอยยิ้มบางให้เขา ราวกับรู้ว่าเขากำลังกังวลใจอยู่“ท่านโหว ลูกของเราน่ารักมากเลยเจ้าค่ะ”เผยฉางอันก้าวเข้าไปนั่งลงข้างเตียง เขามองดูเด็กน้อยตัวอ้วนกลมในห่อผ้าข้างกายหนิงหว่านชิงผู้เป็นภรรยา ในใจเต็มไปด้วยความปีติยินดี มือใหญ่ยกขึ้นกุมมือเรียวเล็กของหนิงหว่านชิงไว้แน่น “ขอบคุณมากชิงชิง ลำบากเจ้าแล้ว”หนิงหว่านชิงยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย ใบหน้างดงามนั้นยังคงมีหยาดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมเล็กน้อย เผยฉางอันยกมือขึ้นหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในอกของตนเองออกมาซับให้นางอย่างใส่ใจหนิงหว่านชิงมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ในใจก็พลันปลื้มปีติขึ้นมา นางไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะยังเก็บมันไว้อีก “ท่านพี่ นี่ท่าน… ”เผยฉางอันเมื่อเห็นนางจ้องผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือเขา ริมฝีปากหนาก็พลันปรากฏรอยยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น“ผ้าเช็ดหน้าของเจ้า ข้าเก็บเอาไว้ทุกชิ้น รวมถึงชิ้นนี้ด้วย”หนิงหว่านชิงมองผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนปักชื่อนางอยู่มุมบนด้านขวา เป็นผ้าเช็ดหน้าที
ตอนพิเศษ 4 ยอมทำตามใจตัวเองจวนตระกูลซูภายในสวนดอกท้อที่กำลังบานสะพรั่ง กลีบดอกท้อร่วงหล่นลงมาบนไหล่บางของหนิงหว่านชิงที่กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อ เคียงข้างนางคือเผยฉางอันที่นั่งอยู่ด้วยสายตาของทั้งคู่สบกันเป็นระยะ ๆ หนิงหว่านชิงยกมือเรียวขึ้นลูบไล้หน้าท้องที่นูนออกมามาก นางเองก็พลันรู้สึกเหนื่อย ทว่าแม้ร่างกายเหน็ดเหนื่อย ทว่าในใจกลับมีความสุขยิ่งนักเพราะใกล้ถึงเวลาที่เจ้าตัวน้อยจะได้ออกมาแล้ว สิ่งของมากมายจากจวนโหว ถูกส่งมาเพื่อต้อนรับหลานน้อยไม่หยุด เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเผยรู้ว่าหนิงหว่านชิงพำนักอยู่ที่เมืองซูโจว นางก็ได้ส่งยาบำรุงครรภ์รวมถึงของมีค่ามากมายมาให้ ก่อนจะกำชับลงมาว่ารอคลอดแล้วค่อยเดินทางกลับ เนื่องจากการเดินทาง ไม่เหมาะกับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์แก่ ๆ อยู่ เผยฉางอันขยับเข้ามาใกล้หนิงหว่านชิง เขาวางมือลงบนหน้าท้องที่นูนใหญ่ของนางแล้วเอ่ยขึ้น“เด็กดี รีบ ๆ ออกมานะ พ่อกับแม่เจ้ารอเจ้าอยู่”หนิงหว่านชิงเงยหน้าเล็กน้อย สบตาเขาอย่างลึกซึ้งพลันเผยรอยยิ้มหวานเผยฉางอันยกมือขึ้นปัดปอยผมข้างแก้มนวลของนางออกแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้น“เหนื่อยหรือไม่”หนิงหว่านชิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนตอบก
ตอนพิเศษ 3 คู่ชีวิตร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงก้าวออกจากห้องไปอย่าง นิ่ง ๆ แผ่นหลังบาง ๆ นั้นห่างออกไปเรื่อย ๆ จากสายตาเผยฉางอัน ในใจเขาบีบรัดเจ็บปวด จนไม่อาจอธิบายได้ “ท่านโหว… ”องครักษ์มู่หวังเอ่ยขึ้น พร้อมกับพยุงร่างของเผยฉางอันให้ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียง“ฮูหยินอาจต้องการเวลาสักพัก จริง ๆ แล้วนางยังคงรักท่านมาก ช่วงเวลาที่ท่านหมดสติ นางอยู่ด้วยตลอดเวลาขอรับ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจของเผยฉางอันก็พลันมีความหวังขึ้นเล็กน้อย เขายอมลุกขึ้นตามที่องครักษ์นำพา แล้วนอนลงบนเตียงเพื่อพักฟื้นร่างกาย เขาต้องหายดีในเร็ววัน เพราะยังมีภรรยาและลูกอยู่ ที่เขาต้องตามง้อหนิงหว่านชิงก้าวออกมาจากห้องด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย นางเองยังคงหลงเหลือความรู้สึกกับเขาอยู่ แต่ก็ไม่อาจยอมรับได้ เพราะกลัวว่าหัวใจจะเจ็บอีกครั้งหนิงหว่านชิงทอดสายตามองทิวทัศน์ข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นท้อ ดอกท้อเบ่งบานสะพรั่งงดงามราวภาพวาด ขณะนั้นสายตานางก็พลันเห็นเงาร่างที่คุ้นตายืนอยู่ใต้ต้นท้อต้นหนึ่งหนิงหว่านชิงหยุดเล็กน้อย แล้วก้าวเข้าไปหาผู้เฒ่าซูที่ยืนอยู่ใต้ต้นท้อใหญ่ ด้วยท่าทางนิ่ง ๆ“ท่านต
โทษข้าที่ไม่อธิบายกับเจ้าดี ๆ ตอนนั้นข้ามีเรื่องมากมายต้องจัดการเวลากระชั้นชิด ข้าทำผิดต่อเจ้า เจ้าไม่ยกโทษให้ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าทิ้งข้าไปเลยนะ ครั้งนี้ข้าเสียเจ้าไปไม่ได้จริง ๆ ข้าสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะไม่มีเรื่องเช่นนี้อีก ข้าสัญญา” เผยฉางอันกล่าวอย่างอ่อนโยนและรู้สำนึกผิดหนิงหว่านชิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองใบหน้าคมที่มีหยดน้ำตาไหลรินออกมา ก่อนจะเอ่ยออกมา“ท่านพักผ่อนเถิด”ในใจนางยังคงสับสนเล็กน้อย เรื่องราวมากมาย นางปะติดปะต่อกันไปมา อาจเป็นนางเองที่ผิด เพราะไม่ฟังคำอธิบายของเขา ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา เขามักเป็นเช่นนี้เสมอ พูดอธิบายไม่ค่อยเก่งนัก เพราะเป็นคนเย็นชา แต่ครั้งนี้เขากลับพูดออกมามากมายเผยฉางอันส่ายหัวเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่ ข้ายังอยากมองเจ้าอีกสักพัก อยากพูดกับเจ้าให้เข้าใจ คนที่ข้ารักมีเพียงเจ้า ส่วน ไป๋ซูเหยานางอาจยังเข้าใจผิด เพราะเมื่อก่อนข้ามอบกำไลประจำตระกูลให้นาง ต่อมาเกิดเรื่องมากมายจนทำให้ข้าเรื่องนี้ลืมไป แต่ที่ข้ามอบให้นาง ก็เพราะท่านย่าและท่านแม่บอก บอกว่ากำไลนี้ต้องให้นาง เพราะนางคือภรรยาในอนาคตของข้า ตอนนั้นข้ายังไม่รู้จักความรักจริง เพียงเชื่อฟังผู้ใ
ตอนพิเศษ 2 ขอโอกาสจวนตระกูลซูภายในห้องที่เงียบสงบ กลิ่นยาสมุนไพรอ่อนลอยอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ สายลมเย็นพัดต้องผ้าม่านสีอ่อนให้ปลิวไหวเบา ๆ เผยฉางอันนั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าคมหันไปตามเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้น ร่างที่ปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าคมคายนั้นเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว”ท่านโหว อาการดีขึ้นแล้วหรือ”น้ำเสียงที่เขารอคอยนั้น ทำให้เผยฉางอันร้อนผ่าวที่ดวงตา เขาจ้องนางทุกการกระทำ ราวกับกลัวว่าหากละสายตาไป จะทำให้นางสลายหายไปหนิงหว่านชิงในอาภรณ์สีเขียวอ่อน ใบหน้างดงามยามต้องแสงแดดอ่อน ๆ มือเรียวเล็กยกขึ้นประคองท้องที่นูนขึ้นมาของตนเอง แล้วก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงของเผยฉางอัน ด้านหลังนางคือว่านเจียง ที่ยืนประคองถ้วยยาสมุนไพร อุ่น ๆ ว่านเจียงยื่นถ้วยยาสมุนไพรให้หนิงหว่านชิงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะประคองให้หนิงหว่านชิงที่กำลังตั้งครรภ์ให้นั่งลงบนเตียงหนิงหว่านชิงประคองถ้วยยาสมุนไพรในมือ แล้วเงยหน้าเล็กน้อยมองผู้เป็นสามีตรงหน้า แววตาสับสนเล็กน้อย ทว่านางคงจะใจดำกับเขาไม่ลง เพราะเขาที่ช่วยชีวิตนางกับลูกเอาไว้นางยื่นถ้วยยาออกไปให้เขาด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ดวงตาก้มลงเล็กน้อย ไม่อยากให้เขาสังเ
เผยฉางอันถอนหายใจแผ่ว มือใหญ่ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างบอบบางนั้นอย่างใส่ใจก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วก็หมุนกายกำลังจะก้าวออกไป ทว่ามือเรียวของไป๋ซูเหยากลับคว้าแขนเสื้อเขาไว้แน่น“พี่ฉางอัน…”น้ำเสียงนางแผ่วเบานักราวสายลมเผยฉางอันชะงักแล้วหันกลับไปทรุดกายลงนั่งลงข้างกายนาง ดวงตาคมจ้องมองใบหน้างดงามตรงหน้าที่
ตอนที่7จวนเจิ้นเป่ยโหวเวลาล่วงเลยมาหลายวันแล้ว ทว่ายังไม่มีแม้แต่เงาของเผยฉางอันปรากฏขึ้นในจวน เขากลับหายไปไร้ข่าวสารภายในเรือนที่เงียบงัน สายลมเย็นพัดเข้ามาแผ่วเบาต้องอาภรณ์เบาบางของหนิงหว่านชิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยลูบไล้แผ่วเบา นางยกสายตาขึ้นเล็กน้อ
“พี่หญิง นี่ก็คือกำไลหยกพยัคฆ์พิทักษ์ พี่ฉางอันมอบให้ข้าเพื่อจะได้มอบต่อให้บุตรชายของข้า”นางยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วยกมือลูบไล้หน้าท้องของตนเอง ก่อนจะเอ่ยต่อ“แต่พี่หญิงก็อย่าเสียใจไป ข้าบอกพี่ฉางอันแล้ว ว่าขอเพียงได้อยู่กับเขา ข้าขอเป็นเพียงอนุภรรยา หรือ ภรรยาลับ ข้าก็ยินดี ขอเพียงให้เขามาหาข้าบ้างก็เ
ต่อมา ราวฟ้าเมมตา นางได้ยินข่าวว่า เผยฉางอันถูกปฏิเสธและถอนหมั้น ในยามนั้นนางมีความหวังสุด ๆ ไม่ยอมเชื่อฟังคำคัดค้านของบิดา ตระกูลเผยตกต่ำ เผยฉางอันต้องเข้ากองทัพไม่มีสตรีนางใดยอมแต่งกับเขา เพราะกลัวเป็นหม้ายทว่านางกลับเต็มใจและยินดี อยู่เคียงข้างเขา เขาให้คำมั่นสัญญากับนาง จนต่อมาเขาก็ทำสำเร็จ แล







