Mag-log inไม่เพียงแค่สองแฝดที่เซ็งจัด ณิชาเองก็ไม่ต่าง ในใจพร่ำบ่นก่นร้องว่า ไม่ ไม่ ไม่ และไม่! ปฏิเสธการเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษให้กับแฝดนรก ที่เธอไม่ชอบขี้หน้ามาตั้งแต่เด็ก
บรื๋อ...แค่นึกถึงหน้าจิ้งเหลนยาวๆ ของสองคนนั้นก็อยากเบือนหน้าหนีไปทางทิศตรงข้ามแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งเสียงโทรศัพท์ที่ดังถี่ราวกับไซเรนรถกู้ภัย ทั้งข้อความอ้อนวอนปนขู่เข็ญจากนิรมลดังเข้าหูไม่เว้นแต่ละชั่วโมง เสียงร้องขอที่เริ่มจากอ่อนหวาน ค่อยๆ ขยับไปจนเป็นการวางหมากทางอารมณ์ขั้นสูง รุกเร้าจนเธอแทบจะจนมุม ไม่มีช่องให้หนีไปไหนได้
แรงตื๊อของนิรมลจัดว่าเข้าขั้นมือโปร ยิ่งพ่วงกับความเป็นคุณแม่สายเปย์ระดับท็อป เงินหลายหมื่นถูกโอนเข้าบัญชีณิชาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว พอเปิดแอปธนาคารดู ยังไม่ทันเช็กยอดดี ข้อความแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นว่านี่คือ ‘เงินมัดจำ’ พร้อมโทรย้ำด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้เลยว่า ไม่มีทางปฏิเสธได้อีกต่อไป หนนี้...ณิชาต้องยอมจำนนโดยไม่มีข้อแม้
[ถือว่าแม่ขอนะณิชา แม่รู้ว่าลูกไม่อยากเจอ ไม่อยากสอนเด็กพวกนั้น แต่ ป้าสุดาแกไม่มีใครให้พึ่งแล้วจริงๆ อีกอย่าง...ป้าสุดาแกฝากความหวังไว้กับเรา แม่รู้ว่าลูกไม่ใช่คนใจดำ เอาหน่า...แค่เดือนสองเดือนเอง]
หญิงสาวได้แต่นั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับจะถอนเอาความอดทนทั้งหมดในชีวิตออกไปจากร่าง สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนต่อสถานการณ์ที่บีบรัดราวกับกำลังถูกต้อนให้จนมุม เธอจึงตอบกลับด้วยเสียงที่ยังเจือความไม่เต็มใจนัก
“เฮ้อออ แม่นะแม่ งั้นก็ช่วยไม่ได้ ให้สองคนนั้นมาติวกับหนูที่คาเฟ่ข้างๆ คอนโดก็แล้วกันนะคะ หนูไม่สะดวกเดินทางไปบ้านพวกเขาหรอก มันอยู่อีกฟากของเมือง ขึ้นรถไฟฟ้าก็ต้องเปลี่ยนสาย ลงแท็กซี่ก็ติดไฟแดงอีกหลายแยก หนูไม่อยากเสียเวลาค่ะ เดี๋ยวหนูส่งโลเคชั่นให้ แม่ก็ส่งต่อไปให้ป้าสุดา แล้วก็ช่วยย้ำกับสองคนนั่นด้วยนะคะว่า ห้ามมาสายเด็ดขาด”
แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะยังคงรักษาไว้ซึ่งมารยาทพื้นฐานของคนพูดจาดี แต่ใครที่ได้ยินก็ย่อมจับสัมผัสได้ถึงแรงอัดอั้นที่ไหลเวียนอยู่ในทุกถ้อยคำ ราวกับว่าทุกพยางค์คือการฝืนกลืนก้อนขมกลืนใจลงคอไปพร้อมกัน
ณิชาไม่แม้แต่จะพยายามปิดบังความรู้สึกเบื่อหน่ายของตนเอง ใบหน้าหวานที่แม้จะสงบนิ่ง แต่แววตากลับเปล่งประกายชัดเจนว่า เธออยากให้เรื่องทั้งหมดนี้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คล้ายภารกิจนี้คือฝันร้ายที่แค่ทำให้มันจบๆ ไป
กระทั่งถึงวันนัด สองแฝดก็ยังคงไม่ยอมลดล่ะความเจ้าเล่ห์ จ้านเป็นคนเปิดบทสนทนาขึ้นก่อนระหว่างเดินไปยังคาเฟ่ตามโลเคชั่น
“ไอ้จ๋าย มึงว่าไง ถ้าเราจะต่อรองกับเจ๊แก” เขาวางแผนพลางยักคิ้วข้างหนึ่งขึ้นอย่างมีเลศนัย
“ต่อรอง? ต่อรองอะไรวะ?” จ๋ายขมวดคิ้วถามกลับ แม้จะเดาได้คร่าวๆ แต่ก็ยังอยากฟังแผนการเต็มๆ จากปากน้องชายแฝด
“ก็แบบ...” จ้านโน้มตัวเข้าใกล้ลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน “เราบอกเจ๊แกไปเลยว่าไม่ต้องสอนก็ได้ ไม่ต้องติว ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่ช่วยทำทีว่าเราติวกันแล้วจริงๆ เวลาป๊าม้าถามก็แกล้งตอบไปตามน้ำ ส่วนเงินที่เจ๊แกได้ ก็ถือว่าเป็นค่าปิดปากไป”
จ๋ายหัวเราะพรืดออกมาทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ค่าปิดปาก’ ก่อนพยักหน้าหงึกๆ เห็นชอบตาม
“แผนมึงแม่งดีว่ะ กูชอบ กูเอาด้วย”
กระทั่งพวกเขาเดินเข้ามาในคาเฟ่ สายตาทั้งคู่เริ่มสอดส่ายไปรอบร้าน มองหาหญิงสาวรูปร่างอ้วนท้วมตามภาพจำที่เคยมีในหัวตั้งแต่สมัยเด็กๆ ทันใดนั้น สายตาของจ๋ายก็หยุดอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง ใกล้กับกระจกหน้าร้าน ที่มีสาวร่างอวบคนหนึ่งนั่งอยู่กับเพื่อนสาวอีกคน ทั้งสองสวมชุดนักศึกษาคลุมทับด้วยเสื้อคลุมบางๆ กำลังหัวเราะคิกคัก ท่าทางดูผ่อนคลาย จ้านเห็นดังนั้นก็สะกิดแขนน้องชายทันที
“นั่นไงๆ มึงว่าใช่เจ๊แกปะวะ” เขาพูดเสียงเบาราวกระซิบ ก่อนจะเดินนำเข้าไปแบบไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ จากน้องชาย
“เดี๋ยว ไอ้จ้าน แต่เจ๊แกเรียนจบแล้-” จ๋ายท้วงไปไม่ทันจบประโยค ทว่าคู่แฝดของตนเดินดุ่มเข้าไปทักหญิงสาวร่างอวบคนนั้นเรียบร้อยแล้ว
“เจ๊ณิชาใช่ปะ?” จ๋ายลองเรียกด้วยสรรพนามที่คุ้นเคย พร้อมรอยยิ้มติดมุมปากแบบที่คิดว่าดูเป็นมิตรที่สุด
ทว่าหญิงสาวร่างท้วมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า
“อะ...เอ่อ...ไม่ใช่ค่ะ หนูว่าพี่น่าจะจำคนผิดแล้ว”
หากแต่เพื่อนสาวอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกันกลับยิ้มกรุ้มกริ่มกว่าคนปฏิเสธ เธอเอนตัวเล็กน้อยมาใกล้กับชายหนุ่ม พร้อมส่งสายตาที่ไม่ต้องแปลก็รู้ว่าเชิญชวนเต็มขั้น
“แต่ถ้าพวกพี่จะนั่งด้วยกัน ก็ได้นะคะ เชิญค่ะ” เสียงหวานเอ่ยอย่างตั้งใจ พร้อมปรายตามองจ้านสลับกับจ๋ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
เสียงหัวเราะคิกคักของโต๊ะข้างๆ ที่ดังแทรกขึ้นมากลบเสียงเอฟเฟกต์ของฉากบู๊ในซีรีส์จีนแนวตั้งที่ณิชากำลังอินจัด กลับกลายเป็นเสียงรบกวนที่น่ารำคาญหน่อยๆ แม้จะสวมใส่หูฟังครอบหูอย่างดี แต่เสียงเอะอะนั้นก็ยังดังทะลุเข้ามารบกวนโสตประสาท จนเธอต้องละสายตาจากหน้าจอไอแพดอย่างเสียไม่ได้
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตกวาดมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่โต๊ะ และเพียงแค่ชำเลืองผ่าน เหงื่อเย็นๆ ก็ซึมขึ้นมาที่ฝ่ามือโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นกระตุกเป็นจังหวะแปลกประหลาดเหมือนกำลังเจออะไรบางอย่างที่ไม่คาดฝัน
และเธอก็ไม่จำเป็นต้องเดาให้เสียเวลาแม้เสี้ยววินาทีเดียว เพราะภาพตรงหน้านั้นมันชัดเจนเกินกว่าจะสับสน
นั่นน่ะ...แฝดนรกคู่ปรับของเธอแน่ๆ
“ชอบไหมครับ เจ้” จ้านถามเสียงแหบพร่าท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่ของทั้งสามณิชาหลับตาแน่น ก่อนจะพยักหน้ารับทั้งที่ยังหอบหายใจไม่ทัน ดวงหน้าแดงก่ำเพราะความเสียวที่ยังไม่จางหาย“อื้อ...ชอบมาก…มากจนแทบไม่ไหวแล้ว” เธอกระซิบตอบเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเขาทั้งสองอย่างแผ่วเบา ก่อนถามกลับเสียงอ่อนระโหย “แล้ว...พวกนายล่ะ พอใจกับของขวัญวันเกิดไหมที่ฉันให้ไหม”“พอใจสิครับเจ้…มันดีที่สุดในโลกเลย” จ๋ายตอบเสียงสั่นเครือ“ไม่มีอะไรดีไปกว่าเจเจ้ของพวกเราอีกแล้ว” จ้านเสริมก่อนจะประกบปากจูบเธออย่างดูดดื่มเมื่อความเสียวซ่านทะยานสูง พวกเขาเร่งจังหวะการกระแทกอย่างพร้อมเพรียง แรงกระแทกที่ถาโถมใส่จากทั้งสองทางทำให้ณิชาสมองขาวโพลน ร่างเกร็งกระตุก น้ำหูน้ำตาไหลพราก หูอื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงใดอีก“อื้อออ...ฉันจะ...จะเสร็จแล้ว...เอาแรงกว่านี้อีกได้ไหม...ฉันชอบแบบนี้จัง”“ได้เลยครับ เมียคนสวยของจ๋าย” แฝดคนน้องกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู ก่อนจะเร่งจังหวะเอวไม่ยั้ง จังหวะกระแทกถี่ยิบจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสลับกับเสียงครางของเธอที่ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ“จัดให้ครับ เมียที่รักของจ้าน” แฝดคนพี่เองก็กระซิบเสียงพร่
และเมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากเธอ สองหนุ่มก็แทบจะรอไม่ไหว จ๋ายเป็นคนเอ่ยขออย่างอ้อนวอนว่าเขาขอเป็นคนเปิดซิงด้านหลังของเธอก่อน เพราะเขาเป็นคนเสนอความคิดนี้ขึ้นมาเป็นคนแรก จ้านไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแต่พยักหน้ายิ้มให้น้องชายและพี่สาวสุดที่รัก ก่อนจะขยับตัวนอนราบกับพื้นโดยไม่ต้องมีใครบอก“คร่อมบนตัวไอ้จ้านเลยนะเจ้ จะได้ประคองกันได้ง่ายๆ” จ๋ายพูดเสียงทุ้มพร่า ขณะที่สองมือประคองสะโพกของเธอให้ขยับมาทาบลงบนร่างของผู้เป็นพี่ชายณิชาในตอนนี้ใบหน้าแดงซ่าน ดวงตาพร่าเลือนด้วยแรงอารมณ์ที่ทะยานสูง เธอทำตามอย่างว่าง่าย นั่งคร่อมบนร่างของจ้านช้าๆ จนรู้สึกถึงความแข็งขืนที่ถูไถไปตามหลืบร่องช่องทางด้านหน้า ก่อนจะค่อยๆ สอดใส่เข้าไปทีละนิดส่วนจ๋ายค่อยๆ บีบเจลหล่อลื่นสีม่วงใสลงบนร่องจีบด้านหลังของเธอ ปลายนิ้ววนเบาๆ เพื่อให้เนื้อเยื่ออ่อนนุ่มคุ้นชินกับสัมผัสแปลกใหม่ ก่อนจะบีบเจลลงบนเอ็นอวบของตัวเองด้วยความตื่นเต้นเมื่อชโลมจนทั่ว เขาจับมันเข้าประชิดตรงกับรูจีบสีหวานที่กำลังเต้นตุบขมิบเข้าออกด้วยความตื่นเต้น แล้วค่อยๆ ดันมันเข้าไปอย่างช้าๆ ทีละนิด จนกลีบเนื้อด้านหลังเริ่มยอมเปิดรับความแข็งขืนของเขาทีละเซนติเม
ทั้งสองไม่ปล่อยให้เวลาไหลเรื่อยผ่านไป ต่างคนต่างพุ่งเข้าหาเธอราวกับนักล่าที่พบเหยื่อในฤดูผสมพันธุ์ แขนแกร่งโอบกระชับร่างเล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะช่วยกันดึงกิโมโนที่ปิดบังผิวเนื้อขาวละมุนออกด้วยท่าทีรีบร้อน เสียงผ้าดังขลุกขลักขณะมันไหลลื่นลงมากองที่ปลายเท้า เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าที่กำลังสะท้านไหวจ้านโน้มตัวเข้าหาเธออย่างหิวกระหาย ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้หน้าอกอิ่มกลมกลึง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นเลียดูดหัวนมสีอ่อนด้วยท่าทางตะกละตะกลาม ในขณะที่จ๋ายทรุดตัวลงเบื้องล่าง ลิ้นอุ่นแตะต้องเม็ดเสียวของเธอ ตวัดไล้โลมเลียแหย่เย้า พร้อมกับปลายนิ้วที่แทรกเข้าหาด้วยจังหวะที่คุ้นเคย“อื้อ...พวก...พวกนาย...ชอบเซอร์ไพรส์นี้ไหม” เธอถามพลางหอบหายใจด้วยความเสียวซ่าน“ชอบสิครับ... ชอบจนอยากจะกินเจ้เข้าไปทั้งตัวเลย” จ้านผงกหัวขึ้นจากหน้าอก ยิ้มพราวตอบเสียงพร่า“นี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเราเลยนะเจ้ ขอบคุณนะครับ” จ๋ายเองก็เงยหน้าขึ้นตอบจากหว่างขาเธอเช่นกันเธอหัวเราะเสียงกระเส่าเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของที่ซ่อนไว้ใต้หมอน แล้วชูขึ้นให้ทั้งคู่ดู“เซอร์ไพรส์ไม่ได้มีแค่นี้นะ” เธอว่าพลางยื่นขวดเจลหล่อลื่นสีม่วงใส
เมื่อทุกอย่างเป็นอันตกลงกันเรียบร้อย ถัดมาอีกไม่กี่วัน ณิชาก็พาสองแฝดออกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว มุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยมีจุดหมายปลายทางคือชายฝั่งเงียบสงบของสัตหีบ เส้นทางที่ทอดยาวผ่านวิวสองข้างทางอันเขียวชอุ่มและกลิ่นทะเลจางๆ ที่เริ่มลอยมาตามสายลมเงินค่าติวที่แม่ของเธอเคยโอนให้ ถูกเปลี่ยนเป็นการจองพูลวิลล่าสไตล์ญี่ปุ่น ภายในเน้นโทนไม้และแสงธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่เต็มด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายญี่ปุ่นโบราณบริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยกอไผ่เขียวชอุ่มที่ไหวเอนตามแรงลมเย็น เสียงคลื่นเบาๆ ซัดกระทบชายฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ช่วยขับกล่อมให้บรรยากาศสงบและผ่อนคลายราวอยู่ในรีสอร์ตลับริมทะเลหลังจากเช็กอินเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ออกไปเดินเล่นริมชายหาด ทอดสายตาไปไกลสุดขอบฟ้า ก่อนจะพากันลงเล่นน้ำทะเลหน้าที่พัก เสียงหัวเราะและหยอกล้อกันท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายสะท้อนเงาบนผืนน้ำ กลายเป็นภาพความทรงจำอีกหนึ่งช่วงเวลาที่แสนพิเศษและเมื่อถึงช่วงค่ำ ณิชาจัดการสั่งอาหารญี่ปุ่นนานาชนิดมาเต็มโต๊ะไม้เตี้ยกลางห้องพักที่ตกแต่งในสไตล์เรียวกัง ทั้งซูชิเรียงราย ซาชิมิสดใหม่วางคู่กับวาซาบิหอมฉุย เทมปุระ
บรรยากาศในค่ำคืนนี้เงียบงันผิดปกติ เมื่อสองหนุ่มนั่งหน้าหม่นคล้ายลูกหมาโดนดุ ดวงตาทั้งคู่ฉายแววผิดหวังอย่างชัดเจน หลังได้ยินประโยคจากปากเธอที่เปรียบเสมือนค้อนหนักๆ ทุบลงกลางความหวังที่พวกเขาสร้างไว้ในใจเธอสัมผัสได้ชัดเจนจากสีหน้าท่าทางของพวกเขาทั้งคู่ว่าคำพูดของเธอได้สร้างบาดแผลเล็กๆ ไว้ในใจ เพราะมันคล้ายกับการปฏิเสธแบบอ้อมๆ แม้ไม่ได้กล่าวตรงๆ แต่ความเงียบในห้องและดวงตาเศร้าสร้อยของพวกเขาก็ฟ้องทุกอย่างแทนคำพูดกระนั้นก่อนที่พวกเขาจะกลับ ณิชาตัดสินใจเอ่ยบางอย่างเพื่อไม่ให้บรรยากาศจบลงด้วยความหม่นหมอง เธอยิ้มบางๆ พลางพูดเสียงอ่อน“เรื่องที่จะคบกันหรือจะเป็นแค่แบบที่เป็นอยู่ เอาเป็นว่าฉันขอกลับไปคิดดูก่อนนะ”นั่นทำให้สองหนุ่มเผยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะกระโจนเข้ามากอดเธอแน่นราว ผลัดกันหอมแก้มเธอซ้ายขวาสลับกันอย่างมันเขี้ยว จนใบหน้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำลายจากความดีใจที่ล้นทะลักเกินจะควบคุม“เจ้ ผมดีใจที่สุดเลย” จ้านโพล่งเสียงดัง พร้อมกับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก“อย่างน้อยก็ยังมีความหวัง” จ๋ายเอ่ยด้วยเสียงนุ่มทุ้มพลางยิ้มตาหวานกระทั่งช่วงเย็นของวันถัดมา กล่องพัสดุปริศนาถูกส่งมาถึ
“ไม่เอาเด็ดขาด ถ้าพวกนายยังอยากมาติวที่ห้องฉัน ก็เลิกคิดเรื่องนี้ไปได้เลย” เธอตัดบทอย่างเด็ดขาด น้ำเสียงของเธอที่แข็งกร้าวขึ้นทันที ทำเอาสองหนุ่มถึงกับชะงัก สีหน้าเจื่อนลงราวกับเด็กถูกผู้ปกครองดุ จ๋ายเบะปากอย่างขัดใจ ก่อนจะหันไปกระซิบกับฝาแฝดพี่ของตนเบาๆ“เห็นไหมล่ะ กูว่าแล้วว่าเจ้ไม่มีทางยอมแน่ๆ” เขาเอ่ยพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะโยนความผิดให้จ้านเต็มที่“ไอ้จ๋าย อย่ามาโยนขี้ให้กูคนเดียวดิ มึงก็เห็นดีเห็นงามด้วยไม่ใช่เหรอไง” จ้านหันขวับกลับมาทันทีด้วยสีหน้าไม่ยอมแพ้ ก่อนจะรีบเอ่ยขอโทษหญิงสาวข้างๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “พวกเราขอโทษนะครับเจ้ ถ้าเจ้ไม่โอเคก็ไม่เป็นไรเลยจริงๆ คือ...พวกเรามันก็แค่เด็กหนุ่มที่ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้ อยากลอง อยากรู้ อยากทำอะไรที่มันแปลกใหม่ก็แค่นั้นเองครับ”“ฉันให้พวกนายมากพอแล้วนะ อย่ามาเพ้อเจ้อหวังเรื่องแบบนั้นอีกเลย ฝันไปเถอะย่ะ น่าโมโหจริงๆ” เธอแกล้งทำเสียงเข้ม น้ำเสียงขุ่นขึ้งปนดุเล็กน้อย ขณะเลิกคิ้วทำหน้างอใส่สองหนุ่ม“โธ่…เจ้คร้าบบบ อย่าโกรธพวกเราเลยน้าาา...” จ๋ายรีบอ้อนเสียงอ่อยทันควัน จากนั้นทั้งสองก็เอาคางมาเกยไหล่เธอคนละข้าง







