เข้าสู่ระบบ"ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก ตามสบายเถอะ" องค์หญิงยิ้มบอก แล้วหันไปทางอิซึรุ" อิซึรุ เจ้าถามแทนเราที ว่างานเลี้ยงเป็นอย่างไรบ้าง มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องหรือไม่?"อิซึรุรีบแปลให้ซื่อเซี่ยยี่ฟัง ซื่อเซี่ยยี่จึงเอ่ยตอบยิ้มๆ"งานเลี้ยงสนุกยิ่ง นานทีจะได้พบผู้รู้ใจ สนทนาเรื่องใดล้วนเจอผู้คนที่นิยมชมชอบเรื่องที่คล้ายกัน ขอบพระทัยองค์หญิงอย่างยิ่งเพคะ"พอได้ฟังที่อิซึรุแปลคำพูดของซื่อเซี่ยยี่ให้ฟัง องค์หญิงก็เบาพระทัย "ข้านึกกังวลอยู่ ด้วยภาวะเช่นนี้ แม้กระทั่งงานแสดงรื่นเริงให้พวกท่านชมก็ไม่มีสักอย่าง ข้ากลัวว่าพวกท่านจะไม่สนุกเอาซะอีก""ขอบพระทัยองค์หญิง น้ำพระทัยองค์หญิงช่างกว้างขวางนัก หม่อมฉันเองละลายใจเหลือเกินที่เมื่อวานได้กระทำการต่ำทรามลบหลู่พระองค์ไป ขอองค์หญิงพระราชทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ"ซื่อเซี่ยยี่เอ่ยพลางคุกเข่า และหมอบลงกับพื้นอิซึรุแปลความ พระนางยิ่งทำท่าเกรงอกเกรงใจจนน่าสงสาร "ไม่เป็นไรๆ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ข้าไม่โกรธเจ้าหรอก""เช่นนั้น เพื่อเป็นการไถ่โทษ หม่อมฉันจะรำกระบี่เพื่อให้บรรยากาศในงานเลี้ยงครึกครื้นดีหรือไม่เพคะ?" ซื่อเซี่ยยี่เสนอตัวด้วยรอยยิ้ม"จริงหรือ?!" องค์หญิงมีท
ด้วยฐานะของมัตสึโมโตะและอิซึรุ โต๊ะของทั้งคู่จึงอยู่รองลงมาจากองค์หญิง มัตสึโมโตะนั้นนั่งทางซ้าย ส่วนอิซึรุนั่งทางขวา ทำให้จำเป็นต้องเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างนางกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ฉีจู้เฉิงมองซื่อเซี่ยยี่ที่สวมชุดสตรีด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้ในใจจะรู้สึกขุ่นเคืองไม่น้อย ตอนนี้อยู่กับเขา นางเฝ้าปฏิเสธที่จะไม่ใส่ชุดสตรีมาตลอด แต่นี่อะไร พออยู่ห่างเขา นางกลับใส่ชุดเช่นนั้นมาพร้อมกับบุรุษขนาบข้างถึงสองคน!แม้จะบังคับสายตาตนเองไม่ให้มองไปตรงๆ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางใด ภาพนางก็ยังคงอยู่ในกรอบสายตาเสมอ"เป็นอันใด นานๆเห็นข้าแต่งตัวสวยบ้าง ถึงกับบ้าใบ้เลยหรือ ฉีจู้เฉิง?" ซื่อเซี่ยยี่หัวเราะน้อยๆเอ่ยถาม"ข้าเพียงคิดว่า ชุดอันงดงามเหล่านี้เหมาะกับสตรีผิวขาวจริงๆ"เปรียะ!จอกสุรากระเบื้องในมือนางถึงกับแหลกละเอียดคามือ"เอะอะไม่พอใจอะไรก็ทำลายข้าวของ ไม่ต่างกับตอนที่อยู่ด้วยกันสักนิด" ฉีจู้เฉิงปรายตามองยังชายหนุ่มทั้งสอง "ดอกหญ้าแม้เปลี่ยนแจกันงามเลิศเพียงใด ดอกหญ้าก็คือดอกหญ้าอยู่นั่นเอง"หลิวลู่เฉินนั้นฟังแล้วหันไปค่อยๆเอามือตนประกบมือบางของนาง แกะมันออกช้าๆอย่างถนอม ขณะที่อิซึรุช่วยหยิบเศษกระเบ
"อย่าปากพล่อยใส่องค์หญิงอีกเป็นครั้งที่สองก็แล้วกัน" อิซึรุเอ่ยเสียงขุ่น แล้วก็เงียบไปอย่างมิอยากเสวนาด้วยอีกแต่อีกฝ่ายคงถูกภูติผีเจาะปากมาตั้งแต่เกิด ยังชวนเขาคุยไม่ยอมหยุด"เจ้ามีภรรยาหรือยัง อิซึรุ?""ยัง""เจ้าเป็นพวกตัดแขนเสื้อรึ?" นางเอ่ยแล้วนึกขึ้นได้ "ข้าหมายถึงรักชอบบุรุษเหมือนกัน""เปล่า" ชายหนุ่มรู้สึกเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ"หรือเจ้าหมายเด็ดดอกฟ้า?" นางแกล้งหยอดถามลองเชิง "องค์หญิงท่านนั้นน่ะ งามมากนะ"อิซึรุไม่ตอบ แต่ซื่อเซี่ยยี่แค่ใช้หางตาก็มองเห็นว่าแววตาของชายหนุ่มตอบสนองต่อคำพูดของนางคนผู้นี้...คิดต่อกรกับฮ่องเต้ หมายครอบครององค์หญิงไว้สินะมือนางแอบยกไพล่หลัง คล้ายส่งสัญญาณให้หลิวลู่เฉิน ซึ่งอีกฝ่ายรีบเอ่ยรับทันที"อา...วันนั้นข้าเองก็ได้เห็นองค์หญิงเพียงไม่นาน ยังรู้สึกถึงความอ่อนหวานอ่อนช้อย สมกับเป็นราชนิกูล""นั่นสิ ได้ยินว่านางต้องถูกส่งไปเป็นพระสนม น่าเสียดายยิ่ง...หวงตี้นั้นชันษามากแล้ว คิดว่าคงทำให้นางมีความสุขมิได้แน่ ไหนจะต้องเจอศึกในวังหลังอีก มาอยู่ไกลบ้านเช่นนี้คงลำบากไม่น้อยทีเดียว" ซื่อเซี่ยยี่แกล้งถอนใจ "แต่ชะตากรรมของราชนิกูลก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว
ซื่อเซี่ยยี่ขึ้นเสียงเหอะ หลังจากขายืนบนพื้นได้มั่นคงแล้ว เด็กหนุ่มยังอดถามไถ่ไม่ได้"พี่สาว ไม่เป็นไรนะ""...ก็ใช่ว่าจะสบายดีนัก..." ดวงตาคู่งามหม่นแสงลงหลิวลู่เฉินเห็นแล้วก็สะเทือนใจ เขาทำเป็นยื่นหน้าไปใกล้ร่างบางจนนางเบี่ยงตัวหลบแล้วทำจมูกฟุดฟิดๆ"ทำอะไร?" นางถาม เอามือยันศีรษะเขาไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้อีก"กลิ่นตุๆ" เขาว่า"หาว่าข้าเป็นหมาหัวเน่ารึไง!?""เปล่า...คือ...พี่สาวไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวาน..." ชายหนุ่มตอบอ้อมแอ้ม..ซื่อเซี่ยยี่ย่นจมูกแล้วบอก "เจ้าก็เห็นว่าข้ายุ่งขนาดไหน จะเอาเวลาที่ไหนไปอาบน้ำเล่า?!""งั้นก็ไปอาบน้ำกัน""หา?""อาบน้ำ แต่งหน้าแต่งตัวให้สวยๆ แล้วควงชายชู้เช่นข้าไปเย้ยหมอนั่นให้กระอักกัน" เก๋อลี่ว่า "เดี๋ยวจะขอให้อิซึรุดูเสื้อผ้าใหม่ให้ท่านเอง"ซื่อเซี่ยยี่ทำท่าตรองอยู่อึดใจก็นึกเห็นด้วย "ตกลง ไปอาบน้ำกัน""อาบด้วย!" เก๋อลี่กระชากสาบเสื้อตนเองออก "ให้ข้าอาบด้วยนะ! แล้วข้าจะสระผม ขัดตัวพี่สาวให้สะอาดทุกซอกทุกมุมเลย""อย่ามาทำลามกเชียวนะ!" ซื่อเซี่ยยี่ชี้หน้าปราม "ต่างคนต่างอาบ! และเจ้าไปอาบก่อนเลย!""พี่สาวอาบก่อนเถอะ" สุดท้ายเขาก็คลายท่าทีล้อเล่นลง "ข้าจะไปบ
"พี่...พี่สาว" ลู่เฉินเข้าปลอบซื่อเซี่ยยี่ที่เริ่มทรุดร่างลงไปร้องไห้บนพื้นทรายอย่างมิอายใคร แล้วหันไปมองชายหนุ่มที่งามดังเทพเซียนแต่จิตใจชั่วช้าตรงหน้าด้วยดวงตาเกรี้ยวกราดแต่ฉีจู้เฉิงมิได้สนใจ เขายังเอ่ยต่อ "เขียนชื่อเจ้าลงไปซะ หรือจะให้ข้าบังคับให้เจ้าประทับลายนิ้วมือ"นางกำมันไว้ในมือแน่นจนเส้นเอ็นปูดชัด "เจ้าเอาอะไรมาคิดว่าข้าจะลงลายมือชื่อให้เจ้า?" เสียงนางเครียดขึ้ง เย็นชาและกระด้างสุดใจ"อย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจสิ" ชายหนุ่มถอนใจ เมื่อแล้วตรงเข้าจับนางไว้ ฉีจู้เฉิงกัดนิ้วตัวเองจนเลือดออก แล้วแนบนิ้วนั้นลงกับนิ้วหัวแม่มือ "อดีต" ภรรยา"ฉีจู้เฉิง จะทำอะไร!?" ซื่อเซี่ยยี่ดิ้นรนขัดขืนทั้งดึงมือหนี แต่ก็ทำไปอย่างสิ้นหวัง แรงของนาง เคยเอาชนะแรงเขาได้ที่ไหน "จู้เฉิง...ฮึก...ไม่เอา..." นางขืนมือหนีแต่ก็ไร้ผลถึงกับหลั่งน้ำตาอ้อนวอน แต่ชายหนุ่มกลับบีบข้อมือนางจนเจ็บแล้วกดนิ้วเปื้อนเลือดนั้นประทับลงบนกระดาษพริบตานั้นลู่เฉินก็พุ่งตัวเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกันอย่างทนดูสตรีในดวงใจถูกรังแกต่อหน้าต่อตาไม่ได้"หัวใจท่านทำด้วยอะไรถึงรังแกเมียตัวเองเช่นนี้!?" หลิวลู่เฉินตวาด พลางกอดซื่อเซี่ยยี่ที่
หลิวลู่เฉินกับซื่อเซี่ยยี่เดินกันมาถึงบริเวณที่เรือของพวกเขาจอดอยู่ ฝนหยุดตกไปแล้วพวกเขาจึงนั่งหลบแดดกันตามสุมทุมพุ่มไม้ และปล่อยให้ซื่อเซี่ยยี่เรียกนายกองประจำเรือมาเพื่อคืนป้ายคำสั่งให้ซื่อเซี่ยยี่ไม่ลืมที่จะขอกระดาษและพู่กันจากนายกองเพื่อเขียนจดหมายแจ้งให้ทางราชสำนักทราบเรื่ององค์หญิงวาโคโดยผ่านทางองค์รัชทายาท เชื่อว่าถ้ารัชทายาททรงทราบ ไม่ช้าก็จะล่วงรู้ถึงพระเนตรพระกรรณฝ่าบาทอย่างแน่นอน และเพื่อเป็นการยืนยันข้อความในจดหมาย นางได้ถอดแหวนประจำตัวแนบไปด้วยและกำชับให้นายกองดำเนินการด้วยความระมัดระวังให้มาก"ที่จริงจะให้ข้าไปด้วยก็ได้นะ ข้าไม่ไว้ใจนายกองเท่าใดนัก" หลิวลู่เฉินว่า"อย่าลืมสิ ว่าเจ้าต้องอยู่เป็นชู้รักของข้า ชู้รักกล้าหนี ข้าจะตีให้ขาหักเชียว" ซื่อเซี่ยยี่ว่ายิ้มๆ"นี่ ข้าเอาจริงนะ ถ้าท่านให้ข้าเป็นชู้รักจริงๆน่ะ" หลิวลู่เฉินว่า "รับรองว่าข้าจะรักท่าน ดูแลท่าน ไม่แพ้คนอื่นที่ท่านเคยพบมาก่อนทีเดียวซื่อเซี่ยยี่หันมาเลิกคิ้ว "เก็บอนาคตของเจ้าไว้ให้สตรีดีๆเถอะ""แล้วท่านมิใช่สตรีดีๆหรือ" เขากระพริบตาปริบๆ ใสซื่อถาม"เมื่อวานเจ้าไม่ได้ยินที่เขาว่าข้าหรือ ข้าน่ะ โมโหร้าย ใจร้อ
ซื่อเซี่ยยี่และลูกน้องถึงด่านส่านกวนในเวลาฟ้ามืด จากนั้นจึงแบ่งกำลังกันสำรวจพื้นที่และสถานการณ์ล่าสุดทันทีการมาคราวนี้ ซื่อเซี่ยยี่พาลูกน้องมือดีมาด้วยกันจำนวนยี่สิบสองคน ขณะที่กองกำลังผู้กระทำการปิดด่านส่านกวงมีประมาณสี่สิบคน นับว่าเพียงพอสำหรับการช่วยเหลือตัวประกันและชิงด่านส่านกวงคืน"แบ่งกำลัง
ฉีจู้เฉิงอุ้มนางมาถึงห้องนอน โชคดีที่เลือกเตียงเอาไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนบ่ายคนของร้านขายเครื่องเรือนจึงประกอบเตียงใหม่และนำเครื่องนอนมาให้แก่พวกเขาอย่างรวดเร็วทันใช้"จู้เฉิง...ข้าร้อน..."นางเอ่ยเสียงพร่าอย่างจงใจ มือบางลูบโครงหน้าเขาและยืดกายขึ้นจุมพิตที่ปลายคางนั้น "ถอดเสื้อข้าออกให้หน่อยสิ...ข้า
"ข้าจะสำลักสุราตายเพราะท่านนี่แหละ!" เขาตอบตาเขียวแค่กๆๆ"อะไรกัน อายุยังน้อย เมียก็ยังไม่ทันมี จะชิงลาโลกไปเสียแล้ว" ซื่อเซี่ยยี่ถอนใจใหญ่ "เช่นนี้ท่านลุงท่านป้าคงจะเสียใจมาก""แค่ก...ข้า...""จากนี้กิจการจะให้ใครสืบทอด? เฉี่ยวเหมยเหมยคงไม่เหมาะล่ะนะ"แค่กๆๆ!ยิ่งฟังยิ่งสำลัก คนอยู่ดีๆกลับแช่งให้
นึกว่าจะไม่ถามเสียแล้ว! เขาคิดแล้วตัดสินใจดึงแขนนางออกมาจากวงสุรา"เซี่ยเอ๋อร์...คือ..."ซื่อเซี่ยยี่สังหรณ์ร้ายแล่นริ้ว "หรือว่า...""ขอโทษนะ เซี่ยเอ๋อร์ ข้าทำไม่สำเร็จ" เขาแทบจะลงไปคุกเข่าตรงหน้านางอยู่แล้วนางกลับหัวเราะร่าและตบบ่าเขาแรงๆ"จู้เฉิง! เจ้าเพิ่งพบเจ้าจิ้งจอกนั่น จะพ่ายแพ้สิ้นท่าเช่น







