Masuk"ไม่เป็นไรๆ แค่หน้ามืดนิดหน่อย"ฉีจู้เฉิงมองอย่างหมั่นไส้ เป็นลมหรือ อยู่กับเขาร้อยวันพันปีมิเคยเป็น! สตรีที่ถึกยิ่งกว่าบุรุษ ห้าวหาญยิ่งกว่าราชองครักษ์ มีหรือจะเป็นลมเพราะแค่ตีลูกขนไก่?!"ไปพักก่อนหรือไม่?""ไม่เป็นไร ขอบใจที่เป็นห่วงข้านะ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มปุเลี่ยน "มาๆ แข่งต่อ"ฉีจู้เฉิงด้วยอารามหมั่นไส้เลยหวดเต็มกำลัง ครานี้ซื่อเซี่ยยี่แกล้งพลาดรับไม่ได้"บ้าจริง แพ้เสียแล้ว" นางทำหน้าเสียดายปนเสียใจ "ขอโทษนะ ลู่เฉิน""ไม่เป็นไร ตามกฎเราต้องเขียนหน้าให้กันและกันถูกหรือไม่?"ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มคล้ายกับเขินมาก "ข้าถือจานฝนหมึกให้นะ" นางใช้สองมือถือจานฝนหมึกไว้แล้วยื่นไปให้หลิวลู่เฉิน"ไหนๆ ข้าจะเขียนอะไรให้พี่สาวดี" หลิวลู่เฉินนำพู่กันจุ่มหมึกแล้วนึก "ทำลายดอกเหมยกลางหน้าผากก็สวยดี เหมือนกัน หรือจะวาดผีเสื้อดี?""เอาดอกเหมย" นางเลือกแล้วเอ่ยกระเซ้า "วาดให้ดีนะ วาดดีอาจจะมีรางวัลก็ได้""ได้" เขาค่อยตวัดพู่กันอย่างตั้งใจ ไม่ช้าดอกเหมยกลีบงามก็ปรากฏอยู่กลางหน้าผากเนียน"มา...ข้าวาดให้เจ้าบ้าง..." ซื่อเซี่ยยี่บอกและดึงพู่กันในมือเขาไป"ไม่เอาลูกเต่านะ พี่สาว" หลิวลู่เฉินหลับตาพริ้ม"น่า...ไ
ไม่นานนักด้วยความร่วมมือของนางกับหลิวลู่เฉิน ทั้งหยอดทั้งงัดแล้วตบท้ายด้วยลูกตบรุ่นแรงจนฝ่ายตรงข้ามรับมือไม่ทัน เพราะอาจต้องพะวงกับองค์หญิงที่ยังดูงกๆ เงิ่นๆ อยู่ ทำให้ซื่อเซี่ยยี่ชนะในรอบแรกไปได้อย่างงดงามหากแทนที่นางจะเป็นฝ่ายเอาพู่กันเขียนหน้าให้ฝ่ายตรงข้ามผู้พ่ายแพ้ นางกลับส่งพู่กันกับจานฝนหมึกนั้นให้อิซึรุ ทั้งยังขยิบตาให้เขาทีหนึ่ง คล้ายกับจะบอกให้พวกเขาเขียนให้กันและกันเอาเอง"ถือว่าเป็นคำสั่งของผู้ชนะนะเพคะ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มให้เมื่อเห็นสีหน้าขัดเขินขององค์หญิง"ช..เช่นนั้นกระหม่อมขอประทานอภัย" อิซึรุว่า พลางจรดพู่กั่นวาดเป็นดอกอิงฮวาเล็กที่ปรางค์นวลขององค์หญิงซื่อเซี่ยยี่เห็นทั้งคู่สบสายตากันวูบหนึ่งแล้วต่างเบือนหน้าหนี ใบหน้าระเรื่อพอๆกัน"เอาละ คู่ต่อไป" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มยียวนมองฉีจู้เฉิงกับมัตสึโมโตะที่นั่งอยู่ข้างสนามทั้งคู่เดินเคียงกันมา แต่ซื่อเซี่ยยี่กลับรู้สึกว่ามัตสึโมโตะนั้นมีท่าทางเกรงฉีจู้เฉิงอยู่นิดๆ..."เดี๋ยวสิ พี่สาว เมื่อครู่ข้าชนะนี่ ไหนล่ะ จูบของข้า!?" หลิวลู่เฉินโวยวายราวเด็กเล็กๆ"อ่า...เกือบลืมเลย..." นางเลิกสนใจคนคู่นั้นแล้วหันกลับมาหาหลิวลู่เฉินวงแขน
เวลาผ่านไปได้ราวสองเค่อ ซื่อเซี่ยยี่ที่เปลี่ยนเป็นชุดตัวเองแทนชุดกิโมโนก็เดินทอดน่องไปยังลานที่พวกเขาจะเล่นตีลูกขนไก่กัน ระหว่างทางก็เจอกับองค์หญิงที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ทั้งคู่จึงเดินคุยกันไป"เราไม่ได้เล่นฮะเนะสึกิมานานแล้ว ดีใจจริง" พระนางเอ่ยตรัสอย่างร่าเริง "ที่จงหยวนมีการละเล่นเช่นนี้หรือไม่?""มีแต่เอาลูกขนไก่มาเตะขึ้นเตะลงเพคะ มิได้เอามาตี แต่หม่อมฉันไม่ค่อยชอบนัก สมัยเด็กหม่อมฉันชอบเล่นชู่จวี (เตะลูกหนัง) กับบรรดาทหารในค่ายฝึกมากกว่าเพคะ" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มแห้งๆ"ท่าทางเจ้าจะซุกซนยิ่ง""มากทีเดียวเพคะ" นางตอบพลางหัวเราะ"ที่วาโคเราก็มีการเตะลูกหนังเช่นกัน แต่เรียกว่า เคมาริ เราเคยเห็นแต่พวกมหาดเล็กเล่นกัน""ดียิ่งที่มีการละเล่นคล้ายกัน" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มแล้วถามต่อ "องค์หญิงอยากเล่นหรือไม่เพคะ?""เราคงต้องขอตัว เราชอบฮาเนะสึกิมากกว่า" อีกฝ่ายรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ"เช่นนั้นหม่อมฉันคงต้องขอยืมตัวองครักษ์ของพระองค์มาร่วมเล่นกับหม่อมฉันเสียแล้วนะเพคะ""...อิซึรุน่ะหรือ?" องค์หญิงเลิกคิ้วน้อยๆเป็นเชิงถาม"เพคะ" ซื่อเซี่ยยี่ทำเป็นถามไปลอยๆเพื่อลองดูปฏิกิริยาตอบกลับของอีกฝ่าย"ได้ส
"เป็นความต้องการของเราเอง" องค์หญิงตรัสยอมรับ "เราไม่รู้ว่าอิซึรุใช้วิธีใดสกัดข่าวเรื่องที่พวกเราหลงทางมาติดเกาะที่นี่ เราจึงให้เขาไปประกาศหาบัณฑิตมีความรู้มาช่วยเหลือ มิคาด...""เขาเป็นคนสังหารคนเหล่านั้นหรือเพคะ?""...คิดว่าเป็นเช่นนั้น""แล้วองค์หญิงพอจะทราบเรื่องข่าวการจับบุรุษมาบำเรอกามหรือไม่เพคะ?""นั่นก็เป็นแผนที่มัตสึโมโตะคิดขึ้น" องค์หญิงตรัสตอบ"อย่างไรเพคะ? เพื่ออะไรเพคะ?""นางแอบว่าจ้างชาวบ้านแถวนี้ให้ไปปล่อยข่าวว่ามีวาโคมาจับคนไปบำเรอกาม ด้วยหวังว่าข่าวพิลึกเช่นนี้กอปรกับมีคนหายจริงๆ จะเรียกร้องความสนใจจากราชสำนักฮั่นได้""แล้วนาง...มีความสัมพันธ์กับบุรุษเหล่านั้นหรือไม่?"ร...เรื่องนั้นเราไม่ทราบหรอก"ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้า คิดว่าตนเองได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว แต่ถึงกระนั้น การที่สองฝ่ายให้การต่างกัน ย่อมแปลว่ามีฝ่ายหนึ่งกำลังโกหก แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าฝ่ายใดโกหก ฝ่ายใดพูดความจริง"ตอนนี้หม่อมฉันได้ส่งจดหมายแจ้งให้ราชสำนักทราบแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงถึงพระเนตรพระกรรณฝ่าบาท ระหว่างนี้ขอให้พระสนมอดทน แกล้งชอบพอกับอิซึรุไปอีกสักระยะนะเพคะ"ซื่อเซี่ยยี่ในตอนนี้คิดว่า การสืบหาตัวต้นเห
นางคิดอยู่หลายตลบ ก็พบว่าตอนนี้ถึงเวลาที่นางจะต้องไปสืบพยานเสียหน่อย และแน่นอนว่าพยานซึ่งพ่วงตำแหน่งเจ้าทุกข์นั้นย่อมหมายถึงองค์หญิงโยชิโกะหลังจากไหว้วานอิซึรุให้พานางไปเข้าเฝ้าโดยอ้างว่าวันงานเลี้ยง แทนที่นางจะได้รำกระบี่ไถ่โทษ กลับเป็นฝ่ายเสียมารยาท ทำให้ห้องจัดเลี้ยงแปดเปื้อนเพราะนางไม่ยั้งมือแต่พอถึงเวลาเข้าเฝ้าจริงๆ ซื่อเซี่ยยี่กลับยืนกรานที่จะเข้าเฝ้ากับองค์หญิงเพียงลำพัง"ข้าจะสนทนาเรื่องผู้หญิง เจ้าจะมาสอดรู้เสนอหน้าอยู่ได้อย่างไร?" นางถามเสียงดุ "หรือว่าเจ้าอยากเป็นสตรี?""มิใช่สักหน่อย!" ใบหน้าของอิซึรุขึ้นสีเล็กน้อย "แล้วอย่าบังอาจทำเรื่องไม่ดีกับองค์หญิงเป็นอันขาดนะ ไม่เช่นนั้นข้ากุดหัวเจ้าแน่!""ถึงข้าจะชมชอบสตรีเช่นชมชอบบุรุษ ข้าก็ยังรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำหรอกน่า"อิซึรุฟังแล้วหน้าเขียวหน้าเหลือง สตรีผู้นี้รับมือยากจริงๆ"อ๊ะ หรือว่าจะลองกินเนื้อหงส์ฟ้าเสียหน่อย""เจ้า!""ล้อเล่นน่า" นางแลบลิ้นใส่น้อยๆ "ไปได้แล้วข้าจะได้คุยกับองค์หญิงเสียที"อิซึรุชักสีหน้า แล้วหันไปคำนับองค์หญิงก่อนจะออกจากห้องไปเมื่อได้อยู่กันสองต่อสอง ซื่อเซี่ยยี่ยื่นหน้าเข้าแนบชิดกับม่านที่กั้นกลา
ฉีจู้เฉิงเบิกตากว้างเมื่อเห็นหลิวลู่เฉินลอบขโมยจูบซื่อเซี่ยยี่ขณะที่นางนอนหลับ ร่างกายเขาแข็งทื่อ แม้แต่ลมหายใจก็สะดุด นึกอยากจะพุ่งตัวออกไปกระชากลู่เฉินมาอัดเสียให้ยับคามือแต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ทำมาทั้งหมด ถ้าเขาแสดงตัวไปตอนนี้ก็สูญเปล่า เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ตั้งจะเดินกลับไป แต่เห็นหลิวลู่เฉินถอนริมฝีปากออกแล้วจุมพิตที่แก้ม ซ้ำทำท่าจะเลยเถิดไปไกล ความคิดที่ไตร่ตรองมาก็ขาดผึงทันที"อะแฮ่ม..." เขาส่งเสียงกระแอม ก้าวเท้าออกไปเปิดเผยตนเองหลิวลู่เฉินชะงัก ก่อนหันไปมองคนตรงหน้า "มีอันใดหรือ ฉีโหวเหย๋?"ดวงตาของฉีจู้เฉิงทอประกายกราดเกรี้ยวอย่างที่สุด "อ้อ นางบอกเจ้ารึ ว่าข้าเป็นใคร และนางเป็นใคร""ข้ากับนาง เราเป็นคนๆเดียวกัน ไม่มีความลับอันใดอยู่แล้ว" ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่แยแสโหวหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะเลือนหายวับไปอย่างคล้ายจะเย้ยเยาะ "แค่นี้ก็เรียกเป็นคนๆเดียวกันได้รึ?" ทั้งคิ้วคมเลิกขึ้นเล็กๆ "ฉวยโอกาสยามนางไม่รู้ตัวเท่านี้ก็คุยโวดังคางคกขึ้นวอ""อืม...จะหยุดทำไมเล่า ลู่เฉิน ข้ากำลังเคลิ้มๆเลย" ซื่อเซี่ยยี่ปรือตามอง พลางยกมือลูบแขนแกร่งที่กางกั้นนางไว้อยู่ได้ยินเช่นนั้นหลิวลู่เฉิ
"ว่าอะไรนะ!?" ซื่อเซี่ยยี่อดฉุนไม่ได้ ลูกตายทั้งคนจะเผาศพง่ายๆเหมือนศพหมาแมวเช่นนี้ได้อย่างไร!"คนตายก็ตายไปแล้ว จะเก็บเอาไว้เงินก็ไม่งอกมาจากศพหรอกน่า" ว่าพลางโบกมือไล่ซื่อเซี่ยยี่กับฉีจู้เฉิง "ไม่มีเงินมาก็ไสหัวไป"ซื่อเซี่ยยี่กัดฟันกรอด นางล่วงรู้อุปนิสัยของคนๆนี้ดีอยู่หรอก แต่ไม่นึกว่าจิตใจจะโห
ซื่อเซี่ยยี่และลูกน้องถึงด่านส่านกวนในเวลาฟ้ามืด จากนั้นจึงแบ่งกำลังกันสำรวจพื้นที่และสถานการณ์ล่าสุดทันทีการมาคราวนี้ ซื่อเซี่ยยี่พาลูกน้องมือดีมาด้วยกันจำนวนยี่สิบสองคน ขณะที่กองกำลังผู้กระทำการปิดด่านส่านกวงมีประมาณสี่สิบคน นับว่าเพียงพอสำหรับการช่วยเหลือตัวประกันและชิงด่านส่านกวงคืน"แบ่งกำลัง
ฉีจู้เฉิงอุ้มนางมาถึงห้องนอน โชคดีที่เลือกเตียงเอาไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนบ่ายคนของร้านขายเครื่องเรือนจึงประกอบเตียงใหม่และนำเครื่องนอนมาให้แก่พวกเขาอย่างรวดเร็วทันใช้"จู้เฉิง...ข้าร้อน..."นางเอ่ยเสียงพร่าอย่างจงใจ มือบางลูบโครงหน้าเขาและยืดกายขึ้นจุมพิตที่ปลายคางนั้น "ถอดเสื้อข้าออกให้หน่อยสิ...ข้า
"ข้าจะสำลักสุราตายเพราะท่านนี่แหละ!" เขาตอบตาเขียวแค่กๆๆ"อะไรกัน อายุยังน้อย เมียก็ยังไม่ทันมี จะชิงลาโลกไปเสียแล้ว" ซื่อเซี่ยยี่ถอนใจใหญ่ "เช่นนี้ท่านลุงท่านป้าคงจะเสียใจมาก""แค่ก...ข้า...""จากนี้กิจการจะให้ใครสืบทอด? เฉี่ยวเหมยเหมยคงไม่เหมาะล่ะนะ"แค่กๆๆ!ยิ่งฟังยิ่งสำลัก คนอยู่ดีๆกลับแช่งให้






![ต้าหวางอย่ามารักข้าเลย [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
