Masukไป๋จิ้งเหอยังคงมีสีหน้าเยือกเย็นราวกับวาจาของหลางหงเช่อไม่อาจสั่นคลอนเขาได้ เขาจงใจเลือกแทงที่ไหล่ขวา เพราะหากเขาดึงกระบี่ออกแล้ว หลางหงเช่อยังมีทางรอด ตอนนี้เขาขอเพียงให้ฉู่หลานเทียนเปิดช่องว่าง เขาก็จะสั่งการให้หน่วยลับของซื่อเซี่ยยี่เข้าโจมตีทันทีและถึงตอนนั้นจิงจื่อหนี่ที่ตามมาสมทบก็จะช่วยรักษาชีวิตของหลางหงเช่อเอาไว้ได้ เช่นนั้นแล้ว คำพูดของหลางหงเช่อย่อมไม่มีวันเป็นจริง เสวี่ยเอ๋อร์จะเป็นของเขาต่อไปทั้งกายและใจ ลูกไม้พรรค์นี้...มีหรือเขาจะดูไม่ออก หากเขาอยากสังหารหลางหงเช่อจริง ย่อมไม่เล็งเพียงไหล่ขวาเป็นแน่ "เช่นนั้น...ก็ตามแต่ใจเจ้าเถอะ" ไป๋จิ้งเหอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นจึงดึงกระบี่ออกจากไหล่ขวาหลางหงเช่อสุดแรง ร่างสูงเซไปด้านหลังจนเสียหลักร่วงหล่นจากหน้าผา ไป๋จิ้งเหอตกตะลึง เขารีบยื่นมือไปคว้าร่างของหลางหงเช่อเมื่อเห็นว่ามันผิดไปจากแผนที่เขาวางเอาไว้ ชายหนุ่มผมสีแดงลอยละลิ่วตกจากหน้าผาสูง โดยที่ไป๋จิ้งเหอได้แต่ยืนดูเพราะวิชาตัวเบาไม่อาจใช้ออก เขาจนปัญญาจะช่วยจริงๆไป๋จิ้งเหอรีบสะบัดกระบี่พุ่งเข้าโจมตีฉู่หลานเทียน แม้กำลังภายในมิอาจใช้ แต่เพลงกระ
หมิงเสวี่ยยืนกุมหัวและโวยวายออกมา หยางหมี่เฟิงบอกว่าจะพานางกลับไปส่งที่บ้านและให้คนคุ้มกันนางไว้ที่นั่นเพื่อจะได้มาช่วยคนอื่นต่อ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าพวกนางจะไปทางไหน สุดท้ายก็กลับมาตรงป่าไผ่ริมหน้าผานี่เสียทุกทีไป "นึกไม่ถึงว่าฉู่หลานเทียนจะให้ลูกน้องวางค่ายกลเอาไว้" หยางหมี่เฟิงเอ่ยเรียบๆ "ถ้าไม่ใช่ระดับท่านแม่ทัพซื่อคงไม่มีทางแก้ได้""เราต้องกลับไปสมทบกับลูกน้องข้าก่อน""เดี๋ยวก่อนๆ..." หมิงเสวี่ยหอบฮัก "ขอพักสักครู่เถอะ ข้าวิ่งจนขาแข้งสั่นไปหมดแล้ว""ต้องให้ข้าอุ้มเจ้าไปรึ?" ช่างเป็นคนที่ไม่เข้มแข็งเอาเสียเลย"แม่นางท่านตัวเล็กพอกับข้า จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาอุ้มข้ากัน...ว้าย!" หมิงเสวี่ยร้องออกมาเมื่อหยางหมี่เฟิงเดินมาอุ้มนางขึ้นจากพื้นหน้าตาเฉย "แม่นางหยางหมี่เฟิง ปล่อยข้าเถอะ ข้าเชื่อแล้วว่าท่านอุ้มข้าไหว!"หมิงเสวี่ยครวญ "ข้าเป็นสาวใช้ธรรมดา มิได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์นะ ขอเวลาให้ข้าหายใจหายคอบ้างเถอะน่า""ไม่ได้ เวลาไม่คอยท่า" นางเอ่ยเสียงขุ่น "ถ้าไม่เห็นว่าเจ้าเป็นที่ท่านแม่ทัพไหว้วานมา ข้าทิ้งเจ้าไว้นานแล้ว""เรื่องนั้นข้าเข้าใจดี...อุ๊ย!" หมิงเสวี่ยตกใจเมื่อหย
หยางหมี่เฟิงรับฟังด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยน แต่น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย "ไม่ว่าเมื่อไร ข้าก็ยังเป็นหยางหมี่เฟิง มีแต่เจ้าที่คิดว่าข้าจะเปลี่ยน"แววตาสีทับทิมของร่างสูงหม่นแสงลง ทั้งๆที่รู้ว่านางมิมีทางเปลี่ยน แต่อย่างไรเขาก็อยากเป็นเสี่ยวเสอผู้งมงายในรัก ดีกว่ายอมรับว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่มีความหมายกับนางเลยเห็นเขามัวครุ่นคิดรันทดเช่นนั้นนางก็ผลักเขาออก ปัดตัวลุกขึ้นยืน "ข้าจะไปช่วยหมิงเสวี่ย...""หากข้าตาย จะทำให้เจ้าพอใจได้บ้างหรือไม่?" เขาถามไปทั้งที่กลัวคำตอบของนางจนใจสะเทือน"ถ้าคิดว่าการตายของเจ้าทำให้ข้าพอใจล่ะก็ เจ้าก็ตายไปซะ" นางเอ่ย แล้วหันหลังให้ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงอาบแก้มแต่ถ้อยคำดังกล่าวกลับทำให้เสี่ยวเสอหัวเราะพรืดออกมา "เจ้ายังเป็นหยางหมี่เฟิงผู้แสนงอนและปากแข็งเหนือสตรีใดจริงๆ"พริบตาต่อมาร่างเขาก็ไหววูบมาหยุดที่หน้านาง ก้มลงมองหยดน้ำตาสายเล็กๆนั้นด้วยรอยยิ้มกว้างที่พึงพอใจอย่างยิ่ง"อสรพิษอย่างเจ้า ตายๆไปซะก็ดี จะอยู่ทรมานผู้อื่นเช่นนี้ต่อไปทำไม?"ยิ่งคำพูดของนางตอนนี้ยิ่งทำให้เขาใจระทวยจริงๆ "ข้าไม่อยากตายแล้ว ข้าอยากอยู่ทรมานเจ้าไปเช่นนี้ชั่วชีวิตเลย"คำพูดของเขาย
"ตอนนี้เหนียงซื่อของไป๋จิ้งเหอถูกจับตัวไป นางชื่อว่า หมิงเสวี่ย หานางให้เจอ แล้วช่วยนางไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยก่อน""รับทราบเจ้าค่ะ""จำเอาไว้ เน้นการอารักขาหมิงเสวี่ยเป็นหลัก ส่วนจะจับฉู่หลานเทียนได้หรือไม่ไม่เป็นไร" ซื่อเซี่ยยี่ย้ำ "ตอนนี้พวกมันแค่อยากจับนางไปต่อรองกับไป๋จิ้งเหอ นางน่าจะปลอดภัยดี""แล้วคุณชายไป๋ล่ะเจ้าคะ?""อืม...หมอนั่นก็มีวิชาติดตัวไม่น้อย แต่ไม่รู้ว่าถูกจับไปจะโดนอะไรบ้าง เอาเป็นว่าอารักขาเขาอีกคนก็แล้วกัน""เจ้าค่ะ" หยางหมี่เฟิงรับคำ "เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"ซื่อเซี่ยยี่พยักหน้า ก่อนมองอีกฝ่ายที่จากไปจนลับสายตา"...กระตือรือร้นจนน่าสงสัยจริงๆนั่นล่ะ เจ้าว่าไหม ฉีจู้เฉิง?""คิดมากไปแล้ว" เขายกถุงน้ำขึ้นมาดื่ม"ไม่นะ ลางสังหรณ์ข้าออกจะแม่น" ซื่อเซี่ยยี่บุ้ยปาก เอามือเท้าคาง"กลับไปเจ้าทำตามแผนนั้นนะ" นางว่า "ข้าไม่อยากให้หยางหมี่เฟิงถลำลึกไปมากกว่านี้""เข้าใจแล้ว แต่ตอนนี้ปล่อยนางไปก่อนเถอะ" ให้นางถลำลึกให้มาก ให้เสี่ยวเสอได้ปล่อยกายปล่อยใจตามนางไปให้ถึงที่สุด ยามที่ตกลงมา จะได้รวดร้าวไปถึงวิญญาณ!!"เอาล่ะ กลับฉางอันได้แล้ว" เขาลุกขึ้น แล้วจูงมือภรรยาให้ขึ้นหล
"แต่ใจหนึ่งข้าก็ห่วงสองคนนั้นนา...""ตกลงว่าจะเลือกอย่างใดกันแน่!""เช่นนั้นเจ้าล่วงหน้าไปก่อน ถ้าภารกิจครานี้สำเร็จจะตามไปสมทบเจ้าภายหลัง""จะเอาแบบนั้นก็ได้" ซื่อเซี่ยยี่ยิ้มอย่างมีนัย ก่อนแยกกับฉีจู้เฉิงที่เข้าโจมตีหลานเทียนในทันที"ฝีมือท่านตอนนี้น่าจะคว่ำข้าได้ง่ายๆ" ฉู่หลานเทียนว่าพลางใช้เพลงหมัดปัดป้องสลับโจมตีอีกฝ่ายอย่างคู่คี่ "แต่ไม่คิดว่าเพลงหมัดนี้มันเบาไปหรือ?""ข้าเองก็ไม่อยากจะเอาชนะ แต่เซี่ยเอ๋อร์ปรารถนาให้ข้าสู้ ข้าจะสู้เพื่อนาง" ฉีจู้เฉิงยิ้มบาง ก่อนเปลี่ยนเป็นเพลงเตะ ซึ่งหลานเทียนเองก็หลบได้หวุดหวิด"นายท่าน" เสี่ยวหมางผู้มีผ้าปิดตาข้างหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "จะเปลี่ยนตัวกันหรือไม่?""ไม่ต้อง เจ้ารีบพาสองคนนั้นไปก่อน แล้วข้าจะตามไป""ขอรับ"“หยุดนะ!” จิงจื่อหนี่เอาตัวเข้าบังหมิงเสวี่ย แต่ถูกฝ่ามือของอีกฝ่ายซัดเข้าใส่จนล้มลงไป"ท่าน!" หมิงเสวี่ยได้แต่ร้องอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะโดนรวบตัวหายไปไป๋จิ้งเหอได้แต่มองอย่างขุ่นแค้นที่ตอนนี้ไม่สามารถทำอันใดได้เพราะยังไม่ถูกคลายจุด เฉี่ยวเหมยรีบสาวเท้าหมายจะตามร่างหมิงเสวี่ย แต่ถูกสกัดเอาไว้โดยเสี่ยวเสอ สองร่างต่อสู้พัวพันผลัดกันรุ
"อ้อ ท่านฉู่นี่เอง ข้าน้อยคารวะท่านด้วยใจจริงๆ" หมิงเสวี่ยว่าไปนั่น ในใจนึกอยากจะเอากาน้ำชาปาใส่โทษฐานที่บังอาจมาหมายปองสามีนาง"ต้องขออภัยที่ตัดหน้าเจ้า แต่ว่าข้าหมายปองแม่นางไป๋มานานแล้ว หวังว่าเจ้าจะเห็นใจในความตั้งใจจริงของข้า...โปรดหลีกทางด้วย" แม้ใบหน้าจะยิ้มแย้ม แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม ซ้ำยังมองหมิงเสวี่ยไม่ต่างจากมองหมาแมวตัวหนึ่งเสียด้วยซ้ำ วิญญูชนจอมปลอมโดยแท้!หากคำเหล่านั้นกลับทำให้หมิงเสวี่ยยิ่งงุนงง เหตุใดอีกฝ่ายจึงกล่าวว่ารู้จักสามีนางมานานแล้ว เช่นนี้แปลว่าบุรุษผู้นี้รู้ดีว่าไป๋จิ้งเหอเป็นบุรุษ! อา...นางเจอบุรุษตัดแขนเสื้อตัวจริงเสียงจริงหรือนี่เดี๋ยว!!ฮือๆๆ นางเจอคู่ขาเก่าของเขาเช่นนี้ นางควรบอกเขาหรือไม่ว่านาง (ในร่างบุรุษ) นี้ เป็นคู่ขาคนใหม่บุรุษกระเป๋าหนักแถมยังหมายปองสามีนางเช่นนี้ นางจะเอาอะไรไปสู้กันล่ะ?"นายท่าน ต้องขออภัยที่ข้าโกหก" หมิงเสวี่ยไม่ดัดเสียงอีกต่อไป ก่อนย่อกายคารวะเขา "ที่จริงข้าเป็นภรรยาของเขา สามีข้าถูกสหายกลั่นแกล้ง ข้าจึงต้องปลอมตัวเพื่อช่วยเขา""อ้อ" อีกฝ่ายพยายามทำเสียงตกใจจนดูเสแสร้ง "เช่นนั้นต้องขออภัยแม่นางหมิงเสวี่ยแล้วที่ข้าไม่อาจปล่อย
ซื่อเซี่ยยี่รู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นหอมของวัตถุบางอย่างมาอังที่จมูก ดวงตากลมเบิกกว้าง ทว่ามองเห็นเพียงความมืดนี่ไม่ใช่ยามค่ำคืน แต่นางถูกปิดตาเอาไว้ เมื่อลองขยับมือเล็กน้อย ก็พบว่าทั้งแขนและขาก็ถูกมัดเอาไว้…//ท่านหมอ อาการแม่นางท่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง?//เสียงชายหนุ่มที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นสติที่ยังคงอ
"ใช่แล้ว ภักดี" นางว่า "ความลับที่พูดคุยกันในหอสุ่ยเซียนจะไม่มีวันแย้มพรายไปถึงผู้ใดโดยเด็ดขาด นั่นเป็นข้อที่หนึ่ง"ซื่อเซี่ยยี่มองอีกฝ่ายนิ่งจนอู๋เม่ยเหนียงประหลาดใจ "เป็นอะไรล่ะ เสี่ยวเมา ดื่มชาอีกหน่อยสิ"ซื่อเซี่ยยี่ชักสงสัยที่ถูกคะยั้นคะยอจนเกินเหตุ สัญชาตญาณระวังภัยเริ่มทำงาน จึงหันไปหยิบขนมม
"ปกติสตรีต้องดื่มแล้วเมาจนลำบากยอดบุรุษพากลับบ้านมิใช่รึ? เหตุใดข้ากลับต้องทำหน้าที่บุรุษแทนกันล่ะ?!" นางบ่นอุบขณะพยุงเขากลับจวนแม่ทัพ"นั่นสิ..." จู่ๆเขาก็สร่างเมาเมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ เขายืนตัวตรงแล้วช้อนตัวซื่อเซี่ยยี่ไว้ในอ้อมแขน "ขอบคุณที่เตือนข้า""เจ้า...!""จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ...บุรุษ""
ซื่อเซี่ยยี่ครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ว่า คนพิลึกผู้นี้เหตุใดต้องการแต่งงานกับนางเพียงนี้ฟังจากที่เขาพูด หรือนางกับเขาจะเคยมีบุญคุณความแค้นต่อกัน?อีกประการหนึ่ง เขามีบรรดาศักดิ์ถึงชั้นเลี่ยโหว ซึ่งสูงกว่านางไม่กี่ขั้น เหตุใดนางจึงไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน? ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบให







