LOGINคุณตาเจียงจากไปแล้ว ถิงถิงสวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์เพื่อไว้ทุกข์ แต่ถิงถิงไม่ได้รับอนุญาตจากลุงใหญ่เจียงอวี้ให้คุกเข่าในงานพิธีศพของคุณตาด้วยเหตุผลที่ว่า เธอไม่คู่ควร
ประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหูของถิงถิง
ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด ถิงถิงจะไม่มีวันลืม
ความรู้สึกเกลียดชังลุงใหญ่เจียงอวี้ค่อย ๆ แข็งแกร่งมากขึ้นและฝังลึกอยู่ในหัวใจเธอ
ถิงถิงคุกเข่าอยู่ด้านนอกห้องพิธีด้วยความเศร้า ในบางครั้งเธอเงยหน้ามองไปที่หน้าแท่นพิธีมองเจียงอวี่เซิงร้องไห้และเรียกคุณตาเจียงด้วยเสียงอันดัง แต่ถิงถิงร้องไห้น้อยมาก เมื่อคนตระกูลเจียงเห็นถิงถิงไม่ร้องไห้ พวกเขาต่างก็ประณามว่าถิงถิงอกตัญญู เนรคุณ
หลังจากงานศพคุณตาเจียงเสร็จสิ้น คุณยายมาล้มป่วยติดเตียง ไม่สามารถลุกขึ้นได้เช่นเดียวกับคุณตาเจียงก่อนหน้านี้แต่สิ่งที่แตกต่างคือไม่มีใครใส่ใจและเข้ามาดูแลคุณยายมาเลย
ถิงถิงทำซุปไก่ดำและนำมาป้อนคุณยายมาเหมือนที่เคยดูแลคุณตาเจียง จากนั้นก็รีบไปทำงานบ้าน ทำให้เธอไม่ได้ไปโรงเรียน
“ยายแก่ รีบออกไปจากตระกูลเจียงซะ!” เจียงอวี้ คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงเตะประตูห้องของยายมาเสียงดัง
ถิงถิงตกใจและสับสน เธอเงยหน้าขึ้นมองยายที่ในตอนนี้สะดุ้งตื่นขึ้นมาในขณะที่กำลังหลับอยู่เมื่อครู่ก่อนหน้านี้
ยายมาดูเศร้ามาก มองไปที่ประตูด้วยดวงตาเลื่อนลอยและพยายามจะลุกขึ้น “ต้าอวี้ ฉันขอร้อง ถิงถิงยังคงเด็กมาก ฉันจะไปจากที่นี่ในตอนนี้ได้อย่างไร?”
เจียงอวี้กลอกตามองอย่างหงุดหงิดและพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง “ก่อนที่คุณพ่อของฉันจะพาพวกแกเข้ามาอยู่ในบ้าน พวกแกก็อยู่มาได้นี่ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็กลับไทยไปซะ รีบเก็บข้าวของแล้วออกไปจากบ้านตระกูลเจียงซะ อย่ามาตายในบ้านฉัน!”
เจียงอวี้ได้ให้ทนายความทำเรื่องยื่นต่อศาลขอให้เขาเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว
ส่วนคุณยายมาถึงแม้คุณตาเจียงจะรักและมีความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งสองจดทะเบียนสมรสกัน แต่ก็ถูกเจียงอวี้ให้ลงชื่อในหนังสือยินยอมไม่รับทรัพย์สินมรดกใดใดของตระกูลเจียงไว้แล้ว รวมทั้งถิงถิงที่คุณตาเจียงรับเป็นบุตรบุญธรรมไว้ สำหรับเจียงอวี้แล้วตำแหน่งนั้นของถิงถิงก็ไม่มีความหมายอันใด
เจียงอวี้บังคับให้คุณยายมาและถิงถิงย้ายออกจากบ้านตระกูลเจียงทันที
“พวกแกนี่ตัวสิ้นเปลืองจริง ๆ ไม่รู้คุณพ่อฉันคิดยังไงเอาภาระอย่างพวกแกเข้ามาอยู่ในบ้าน แกมีปัญญาคืนเงินที่ได้ไปจากตระกูลเจียงบ้างหรือไม่!? เสียงดังโวยวายของเจียงอวี้ ดังก้อง ไล่หลังยายมาและถิงถิงตอนหิ้วกระเป๋าลงจากชั้นบน
ยายมาและถิงถิงย้ายออกจากบ้านตระกูลเจียงท่ามกลางอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาว
ถิงถิงไม่มีโอกาสได้พบเจียงอวี่เซิงพื่อบอกลา อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงเป็นเด็ก การพรากจากกันมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ถิงถิงรู้สึกแสบจมูก เธอรีบสูดหายใจเข้าลึก ๆ
ซองจดหมายที่ประทับตรานั้นมีน้ำหนักพอสมควร ถิงถิงเดินไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วมองดูอย่างระมัดระวัง
ถิงถิงรู้ว่ามีเอกสารอะไรอยู่ข้างในโดยไม่ต้องเปิดมัน ตระกูลเจียงเรียกร้องขอให้พวกเธอต้องจ่ายคืนค่าครองชีพของยายตอนอยู่ในตระกูลเจียงมาเป็นเวลาหลายปี
แปดปีที่อยู่ที่ตระกูลเจียง แน่นอนว่าจำนวนเงินที่ตระกูลเจียงต้องการจากพวกเธอ เป็นจำนวนที่สามารถบดขยี้ทั้งยายและเธอให้ตายได้
คุณยายมักจะสอนถิงถิงให้เป็นคนมีเมตตา ใช้ความเมตตาเพื่อพยายามแก้ไขความเกลียดชังที่เพิ่มมากขึ้นในใจของถิงถิง ไม่ให้เธอเรียกร้องหรือแย่งชิงอะไรจากตระกูลเจียง แต่คุณยายของเธอที่มีจิตใจเมตตาและใจดีมาโดยตลอดเหตุใดจึงมีชีวิตที่ลำบากยากเข็ญมากขนาดนี้
คุณยายมาของเธอสมควรมีชีวิตที่ดีซิ
ทำไม? ถิงถิงหลับตาลง ในหัวเต็มไปด้วยคำถาม อารมณ์เศร้าผสมปนเปกับความรู้สึกไม่มีทางออก พลุ่งพล่านอยู่ภายในใจ ถิงถิงพยายามสะกดกลั้นมันไว้อย่างเต็มที่
ถิงถิงสะดุ้งตื่นกลางดึก เธอจำไม่ได้ว่าเธอฝันเห็นอะไร ในฝันดูวุ่นวายไปหมด
ถิงถิงค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งและรู้สึกว่าหน้าผากของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ หลังจากสงบใจครู่หนึ่ง ถิงถิงก็หันไปมองยาย ปกติยายจะไอตลอดทั้งคืนและนอนไม่ค่อยหลับ ทำไมวันนี้ไม่มีเสียงไอของยายเลย?
“คุณยาย ดื่มน้ำหน่อยนะคะ” ถิงถิงยื่นมือน้อย ๆ ไปเขย่าหัวใหล่ยายเบา ๆ
ยายมาไม่เคยเคลื่อนไหวใด ๆ เลย ถิงถิงขมวดคิ้วและจ้องมองไปที่ยายนิ่ง
ถิงถิงค่อย ๆ วางมือเล็ก ๆ ของเธอไปที่ใต้จมูกของยาย หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ดึงมือของเธอกลับมา และขยับตัวเข้ามานั่งข้าง ๆ ยาย และค่อย ๆ โน้มตัวเข้าไปกอดยายของเธอแน่น
ฤดูหนาวที่คุณตาเจียงไม่สามารถอยู่รอดได้ คุณยายมาก็ไม่สามารถอยู่รอดได้เช่นกัน
เจียงอวี่เซิงเหยียดนิ้วมือออกมานับจำนวนวันที่เขาไม่ได้เจอน้องถิงถิงของเขา
วันนั้น เจียงอวี่เซิงกลับจากโรงเรียนและวิ่งขึ้นไปชั้นบน ตรงไปห้องของถิงถิงอย่างมีความสุข แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าในห้องว่างเปล่า ถิงถิงไม่อยู่และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเธอก็หายไปด้วย
เจียงอวี่เซิงรู้สึกตกใจมาก “น้องถิงถิงอยู่ไหน ถิงถิงอยู่ไหน? เขาตะโกนเสียงดังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน พร้อมวิ่งไปถามพ่อของเขา
เจียงอวี้กำลังยุ่งอยู่กับการคำนวณตัวเลขเงินในบัญชีของชายชราที่จากไป เขาจึงไม่มีเวลาสนใจที่จะตอบคำถามของเจียงอวี่เซิง
เจียงอวี่เซิงยืนอยู่ในห้องรอคำตอบจากพ่อของเขาเป็นเวลานานและในที่สุดก็ร้องไห้เพราะเขารู้สึกว่าต่อจากนี้ไปเขาจะไม่ได้พบน้องถิงถิงของเขาอีกแล้ว...
เจียงอวี่เซิงร้องไห้ และปฏิเสธที่จะกินหรือดื่มอะไรเลยเป็นเวลาสามวันเต็ม
เจียงอวี้ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงบอกกับเจียงอวี่เซิงว่ายายมาและถิงถิงไม่เต็มใจจะอยู่ในตระกูลเจียง และต้องการย้ายออก
“ทำไม พ่อถึงไม่บอกผม?”
“พวกเขากำชับฉันไว้ไม่ให้บอกไง” น้ำเสียงและสีหน้าที่ขึงขังของเจียงอวี้ทำให้เจียงอวี่เซิงยอมแพ้ ถิงถิงไม่ต้องการเขาแล้ว
ในตอนกลางคืน เจียงอวี่เซิงนอนไม่หลับ เขาเดินไปที่ห้องของถิงถิง และเข้าไปนั่งบนโซฟา ตัวเดิมกับที่ในอดีตเขาจะนั่งทุกครั้งที่เข้ามา ไม่ไปไหน เขาแค่มองไปที่ถิงถิง และในที่สุดเขาก็ผล็อยหลับไปในห้องของถิงถิง
เจียงอวี่เซิงยังเด็กอยู่ เขาไม่รู้ว่าความชอบหมายถึงอะไร เขาแค่อยากจะมองดูเธอ
เช้าวันรุ่งขึ้นถิงถิงเคาะประตูบ้านของย่าเหม่ยและคุกเข่าลง
“อุ๊ย ถิงถิงหนูคุกเข่าทำไม!? ย่าเหม่ยตกใจมากเมื่อเปิดประตูออกมา และรีบดึงถิงถิงให้ลุกขึ้น
ดวงตาของถิงถิงแดงก่ำ แต่สะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ใหลออกมา "คุณย่าเหม่ย...คุณยาย คุณยายจากไปแล้ว..."
เธอซึ่งเป็นเด็กอายุสิบขวบจะจัดงานศพได้อย่างไร? เธอไม่รู้จักใครเลยนอกจากตระกูลเจียง แต่เธอรู้ดีว่าตระกูลเจียงไม่มีทางให้ความช่วยเหลือ คงมีเพียงการดูถูกเหยียดหยาม ถิงถิงจึงทำได้เพียงมาขอความช่วยเหลือจากย่าเหม่ยเท่านั้น ดูเหมือนว่าเธอไม่มีอะไรเหลือแล้วจริงจริง
งานศพของคุณยายมานั้นเรียบง่ายมาก ตรงกันข้ามกับคุณตาเจียงโดยสิ้นเชิง
พิธีศพมีผู้คนจากบริเวณใกล้เคียงเข้าร่วมพอสมควรเพราะคุณย่าเหม่ยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในพื้นที่จึงมีคนเต็มใจมาร่วมพิธี
สิ่งที่ถิงถิงทำตลอดสามวันก็คือก้มหน้าอยู่เสมอ และจะคุกเข่าลงพร้อมคำนับเมื่อมีคนมา ถิงถิงมีทักษะมากในท่าคุกเข่าแบบนี้จากงานของคุณตาเจียงมาระยะหนึ่งแล้ว
ในที่สุดก็มีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นในงานพิธีวันสุดท้าย
ย่าเหม่ยรู้ดีว่านอกจากยายมาที่พาถิงถิงข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองไทยมาอยู่ที่เมืองจีนแล้ว ยังมีลูกสาวแท้ ๆ ของยายมาที่หนีมาแต่งงานใหม่กับเศรษฐีชาวจีนก่อนหน้าด้วยอีกคน
ย่าเหม่ยแก่มากแล้วจึงไม่สามารถเลี้ยงดูถิงถิงได้ ดังนั้นจึงต้องเรียกให้ เฟ่ยหลินมารดาผู้ให้กำเนิดของถิงถิงมา
ถิงถิงนำแก้วน้ำมาให้เฟ่ยหลิน เธอคุกเข่าลงจนขาของเธอชา จากนั้นค่อย ๆ เงยหน้ามองเฟ่ยหลินด้วยสายตาอ่อนล้า
ถิงถิงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเฟ่ยหลิน แม่จากเธอไปตั้งแต่เธออายุสองขวบ
เด็กอายุสองขวบจะมีความทรงจำแบบไหน?
ถิงถิงมองเฟ่ยหลินในฐานะคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง แต่หน้าตาของเธอกับเฟ่ยหลินช่างมีความคล้ายคลึงกันมาก
เฟ่ยหลินยื่นมือไปตรงหน้าถิงถิง พร้อมยิ้มกว้าง "ไปกับแม่เถอะ"
เฟ่ยหลินตกตะลึง หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอยังคงยิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับถิงถิงที่หน้าตาดูคล้ายเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกผิดของเธอเพิ่มมากขึ้น เมื่อนึกถึงวันที่เธอจากถิงถิงไปอย่างโหดร้าย เธอเป็นต้นเหตุให้ถิงถิงมีบุคลิกเช่นนี้ “ลูกดื่มนมแล้ว นอนหลับให้สบายนะ” “ค่ะ คุณก็รีบเข้านอนนะคะ” ในที่สุดเฟ่ยหลินก็ออกจากห้องของถิงถิงไป ในขณะที่ถิงถิงกำลังจะกลับไปนั่งลงบนพรมที่พื้นเหมือนเดิม เฟ่ยหลิงเหอก็เปิดประตูและเดินเข้ามา ถิงถิงมองเฟ่ยหลิงเหออย่างงุนงงและมีความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เธออยากจะนั่งใช้ความคิดเงียบ ๆ ทำไมถึงมีคนเข้ามาขัดจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าของถิงถิงจึงบึ้งตึงระคนไม่พอใจ ทำให้สายตาที่เธอมองไปที่เฟ่ยหลิงเหอจึงดูไม่ดีนัก “มีอะไรเหรอคะ?” น้ำเสียงของถิงถิงเฉยชา เฟ่ยหลิงเหอโบกมือเป็นการบอกว่าไม่มีอะไรแล้วโยนขวดสเปรย์แก้ฟกช้ำให้ถิงถิง “ใช้ยานี้ฉีดซะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ข้อเท้าเธอจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าวันนี้” หลังพูดจบเฟ่ยหลิงเหอก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องทันที ถิงถิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
ถิงถิงอยากนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ แต่ตรงนี้มีเสียงดังเหลือเกิน เฟ่ยชิงชิงนั่งอยู่ข้างเฟ่ยหลินและพูดคุยอย่างมีความสุข เธอขอให้เฟ่ยหลินทาเล็บให้ ในขณะเดียวกันก็คอยหันมามองถิงถิงพร้อมรอยยิ้มบ่อยครั้ง ถิงถิงตัดสินใจปิดหนังสือลงแล้วหยิบแก้วน้ำเพื่อนำไปเก็บในห้องครัว และถือโอกาสนี้เดินขึ้นไปชั้นบน ถิงถิงไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฟ่ยชิงชิงชอบอวดสิ่งของและสิ่งที่ทำต่อหน้าเธอ โดยเฉพาะความใกล้ชิดของเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลิน ในขณะที่ถิงถิงกำลังเดินอยู่บนทางเดินชั้นบน จู่ ๆ เฟ่ยหลิงเหอก็ยื่นมือออกมาขวางเส้นทางของถิงถิง เธอหยุดและหันหน้าไปมองเขา เฟ่ยหลิงเหอในสายตาของถิงถิงดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนระหว่างเขาเมื่อห้าปีที่แล้วกับเขาในอีกห้าปีต่อมา เขาแค่ผอมลงและสูงขึ้น ส่วนใบหน้าของเขายังคงเย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกทางสีหน้าเมื่อมองคนอื่น “เมื่อวานเธอไม่ได้ไปห้องสมุดเหรอ?” เฟ่ยหลิงเหอถาม ทันใดนั้นเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลินที่ขึ้นมาชั้นบนเช่นกันก็หยุดชะงักมองพวกเขาสองคน ถิงถิงถอยหลังเล็กน้อยเพ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อกถิงถิงหันไปมองตามเสียงเคาะประตูที่ดังอยู่ด้านนอก เสียงทะเลาะกันของเฟ่ยหลินและเฟ่ยหมิงยังคงดังลั่นคงไม่ใช่เฟ่ยหลินมาเคาะประตู แล้วเป็นใครนะ? “เข้ามาได้” น้ำเสียงของถิงถิงอ่อนล้า เฟ่ยหลิงเหอเปิดประตูเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ในมือถือแก้วนมและเดินตรงไปยื่นแก้วนมให้ตรงหน้าถิงถิง “ดื่มนมนี่ซะ แล้วเข้านอนพรุ่งนี้ยังต้องไปอ่านหนังสือกัน” ถิงถิงได้ยินสิ่งที่เฟ่ยหลิงเหอพูดแล้วถึงกับทำหน้าไม่ถูกเล็กน้อย เสียงที่ดังลั่นอยู่ข้างนอกคือคนสองคนที่กำลังทะเลาะกันเพราะเรื่องเธอส่วนเฟ่ยหลิงเหอกับบอกให้เธอดื่มนมแล้วเข้านอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ถิงถิงพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ เธอทำได้เพียงพยักหน้า จากนั้นยื่นมือขึ้นแล้วพูดว่า “พี่หลิงเหอขาของฉันชา พี่ช่วยพยุงฉันลุกขึ้นหน่อยได้ไหม?” เฟ่ยหลิงเหอวางแก้วนมไว้บนโต๊ะ แล้วเดินเข้ามาช่วยพยุงถิงถิงให้ลุกขึ้น เขารู้จักนิสัยของถิงถิงดี หากเธอขอความช่วยเหลือนั่นหมายความว่าเธอไม่สามารถยืนขึ้นได้จริง ๆ ทันใดนั้นมีเสียงเหมือนแก้วหรือกระจกแตกที่ด้านนอกดังมาก จากนั้นเสียงทุกอย่
วันรุ่งขึ้นเป็นเช้าวันเสาร์ ถิงถิงที่กว่าจะนอนหลับเมื่อคืนก็ดึกแล้ว ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเคาะประตูถิงถิงงัวเงียค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง เธอขยี้ตาและลุกขึ้นนั่งแล้วพูดด้วยเสียงแหบห้าว “เขามาได้เลยค่ะ ประตูไม่ได้ล็อค” ในใจของถิงถิงคิดว่าน่าจะเป็นแม่ของเธอเฟ่ยหลิน แต่ถิงถิงก็คาดไม่ถึงว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือเฟ่ยหลิงเหอ ถิงถิงกะพริบตามองเฟ่ยหลิงเหอแบบงุนงง หลังจากสติคืนกลับมาเต็มที่ก็นึกดีใจที่เธอสวมชุดนอนแบบคลุมยาวเรียบร้อย หลังจากเฟ่ยหลิงเหอเข้ามา เขาก็วางหนังสือกองหนาไว้บนโต๊ะของถิงถิง และปรายตามองไดอารี่ของถิงถิงที่เปิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามามองถิงถิงและพูดว่า “ขั้นตอนการโอนย้ายโรงเรียนของเธอเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอไปเรียนโรงเรียนเดียวกับฉันและหนังสือเหล่านี้ทางโรงเรียนให้มาทั้งหมด” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ถิงถิงฟังที่เฟ่ยหลิงเหอพูดอย่างตั้งใจ ในใจเธอยังคงสงสัยว่าทำไมเฟ่ยหลิงเหอต้องมาแต่เช้าเพื่อเอาหนังสือเหล่านี้มาส่งด้วย วันนี้มันเป็นเช้าวันเสาร์? ในขณะที่เธอกำลังคิดอะไรในใจอยู่ ทำให้ท่าทางของเธอดูเหม่อลอย นานทีเดียวกว่
ถิงถิงยืนอยู่ที่ห้องโถงรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเฟ่ยและมองดูคนสองคนทะเลาะกัน เธอเงียบราวกับรูปปั้น ใบหน้าของถิงถิงดูเหมือนไม่มีความรู้สึกใดใดทันใดนั้น เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็โผล่ศรีษะออกมาจากด้านหลังของทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ เมื่อเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นเห็นถิงถิงเธอก็ยิ้มกว้าง จากนั้นก็วิ่งเข้ามาจับมือของถิงถิง"เธอเป็นพี่สาวของฉันเหรอ? เยี่ยมมาก ฉันมีพี่สาวแล้ว" เด็กน้อยมองถิงถิงด้วยดวงตาเป็นประกายถิงถิงพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ เด็กผู้หญิงคนนี้คงเป็นเฟ่ยชิงชิงน้องสาวของเธอ ในความคิดของถิงถิง เฟ่ยชิงชิงเป็นคนร่าเริงยิ้มง่ายแตกต่างไปจากถิงถิงอย่างสิ้นเชิง“สวัสดี เรียกฉันว่าพี่ถิงถิง เธอคงจะเป็นชิงชิงซินะ” ถิงถิงทักทายชิงชิงด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอรู้ว่าเธอต้องทำให้คนในบ้านนี้รู้สึกดีดีกับเธอ เธอต้องยิ้ม และเธอต้องวางแผนสำหรับตัวเองในบ้านหลังนี้อยู่เสมอบรรยากาศในห้องโถงรับแขกเงียบสงบลง คนสองคนหยุดทะเลาะกัน เมื่อเห็นว่าเฟ่ยชิงชิงชอบ ถิงถิงเฟ่ยหลินยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เพราะหากลูกสาวตัวน้อยมีความสุข สามีของเธอก็ต้องเห็นด้วยกับเธอในเรื่องการรับถิงถิงเข้า
คุณตาเจียงจากไปแล้ว ถิงถิงสวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์เพื่อไว้ทุกข์ แต่ถิงถิงไม่ได้รับอนุญาตจากลุงใหญ่เจียงอวี้ให้คุกเข่าในงานพิธีศพของคุณตาด้วยเหตุผลที่ว่า เธอไม่คู่ควรประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหูของถิงถิงไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด ถิงถิงจะไม่มีวันลืมความรู้สึกเกลียดชังลุงใหญ่เจียงอวี้ค่อย ๆ แข็งแกร่งมากขึ้นและฝังลึกอยู่ในหัวใจเธอถิงถิงคุกเข่าอยู่ด้านนอกห้องพิธีด้วยความเศร้า ในบางครั้งเธอเงยหน้ามองไปที่หน้าแท่นพิธีมองเจียงอวี่เซิงร้องไห้และเรียกคุณตาเจียงด้วยเสียงอันดัง แต่ถิงถิงร้องไห้น้อยมาก เมื่อคนตระกูลเจียงเห็นถิงถิงไม่ร้องไห้ พวกเขาต่างก็ประณามว่าถิงถิงอกตัญญู เนรคุณหลังจากงานศพคุณตาเจียงเสร็จสิ้น คุณยายมาล้มป่วยติดเตียง ไม่สามารถลุกขึ้นได้เช่นเดียวกับคุณตาเจียงก่อนหน้านี้แต่สิ่งที่แตกต่างคือไม่มีใครใส่ใจและเข้ามาดูแลคุณยายมาเลยถิงถิงทำซุปไก่ดำและนำมาป้อนคุณยายมาเหมือนที่เคยดูแลคุณตาเจียง จากนั้นก็รีบไปทำงานบ้าน ทำให้เธอไม่ได้ไปโรงเรียน“ยายแก่ รีบออกไปจากตระกูลเจียงซะ!” เจียงอวี้ คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงเตะประตูห้องของยายมาเสียงดังถิงถิงตกใจและสับสน เธอเงยหน้าขึ้นมองยายที่ใ







