เข้าสู่ระบบถิงถิงอยากนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ แต่ตรงนี้มีเสียงดังเหลือเกิน
เฟ่ยชิงชิงนั่งอยู่ข้างเฟ่ยหลินและพูดคุยอย่างมีความสุข เธอขอให้เฟ่ยหลินทาเล็บให้ ในขณะเดียวกันก็คอยหันมามองถิงถิงพร้อมรอยยิ้มบ่อยครั้ง
ถิงถิงตัดสินใจปิดหนังสือลงแล้วหยิบแก้วน้ำเพื่อนำไปเก็บในห้องครัว และถือโอกาสนี้เดินขึ้นไปชั้นบน
ถิงถิงไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฟ่ยชิงชิงชอบอวดสิ่งของและสิ่งที่ทำต่อหน้าเธอ โดยเฉพาะความใกล้ชิดของเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลิน
ในขณะที่ถิงถิงกำลังเดินอยู่บนทางเดินชั้นบน จู่ ๆ เฟ่ยหลิงเหอก็ยื่นมือออกมาขวางเส้นทางของถิงถิง เธอหยุดและหันหน้าไปมองเขา
เฟ่ยหลิงเหอในสายตาของถิงถิงดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนระหว่างเขาเมื่อห้าปีที่แล้วกับเขาในอีกห้าปีต่อมา เขาแค่ผอมลงและสูงขึ้น ส่วนใบหน้าของเขายังคงเย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกทางสีหน้าเมื่อมองคนอื่น
“เมื่อวานเธอไม่ได้ไปห้องสมุดเหรอ?” เฟ่ยหลิงเหอถาม
ทันใดนั้นเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลินที่ขึ้นมาชั้นบนเช่นกันก็หยุดชะงักมองพวกเขาสองคน
ถิงถิงถอยหลังเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองอยู่ใกล้เฟ่ยหลิงเหอมากเกินไป จากนั้นก็พยักหน้า “ไม่ได้ไป พอดีฉันมีแบบฝึกหัดที่ต้องทำให้เสร็จ แต่ว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเวลาทำเลย”
“เธอควรจะบอกฉัน ฉันจะสอนเธอเอง” เฟ่ยหลิงเหอพูดแล้วชักมือออกจากเบื้องหน้าถิงถิง
เฟ่ยหลินรู้สึกดีใจที่ยินว่าเฟ่ยหลิงเหอจะช่วยถิงถิงทำแบบฝึกหัด เธอมีความสุขมากที่เห็นว่าเด็ก ๆ ในบ้านเข้ากันได้ดีทุกคน เธอมักรู้สึกว่าเธอติดหนี้ถิงถิงอยากจะชดเชยความสุขให้ถิงถิงให้ดีที่สุด
“ได้ ตกลง” ถิงถิงตอบเฟ่ยหลิงเหอเสียงเบา
เป็นเวลาหลายปีตั้งแต่นั้นมาเฟ่ยหลิงเหอรอคอยให้ถิงถิงมาหาเขาเมื่อเธอต้องการความช่วยเหลือแต่ เขาก็ไม่เคยได้ยินคำขอร้องจากถิงถิงเลย บางทีในหัวใจของถิงถิง หน้าตาที่บึ้งตึงเย็นชาของเฟ่ยหลิงเหอที่ดูน่ารังเกียจอยู่เสมอคือสิ่งที่เหมาะสมกับเธอที่สุด
เขากับเธอเหมือนกันมาก
เมื่อกลับมาถึงห้อง ถิงถิงเริ่มปวดศรีษะ อาจจะเป็นเพราะท่านั่งอ่านหนังสือของเธอที่มักจะก้มศรีษะลงมากเสมอเมื่อก้มอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน เมื่อเวลาผ่านไปกระดูกส่วนคอของเธอและไหล่ก็เริ่มมีอาการเจ็บปวด ถิงถิงจะเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวทุกครั้งเมื่ออากาศเย็นลง ตอนนี้เธอรู้สึกเวียนศรีษะมาก
ถิงถิงเปิดไดอารี่ ตั้งใจว่าจะเขียนบางสิ่งในความทรงจำลงไป แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเข้านอน เธอเหลือบตามองข้อความสุดท้ายที่เธอเขียนไว้เมื่อคืนก่อน
[..ชีวิตที่ไม่สามารถลืมความเกลียดชังในตอนเด็กได้ทำให้ยังไม่สามารถปลดปล่อยตัวเองได้...ความทรงจำในวัยเด็กของเธอ ยิ่งเธอต้องการลืมมากเท่าใด มันกลับยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น]
ถิงถิงสอบเข้าเรียนได้ในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเฟ่ยหลิงเหอ แต่ต่อมาเฟ่ยชิงชิงก็ตามเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ด้วย แม้จะอยู่คนละคณะแต่ทั้งหมดมักจะมามหาวิทยาลัยพร้อมกัน
หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย เฟ่ยหลิงเหอเข้าร่วมสหภาพนักศึกษาได้สำเร็จ เขาเป็นคนที่โดดเด่นและในอนาคตคงจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสหภาพนักศึกษาอย่างแน่นอน ในขณะที่ถิงถิงไม่สนใจจะเข้าร่วม เธอแค่ต้องการเรียนอย่างเดียวเท่านั้น ปกติถิงถิงเรียนเสร็จแล้วจะรอเขาและเฟ่ยชิงชิงอยู่ในห้องสมุด
ถิงถิงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงต้องรอ
วันนี้ ในขณะที่ถิงถิงกำลังจะเดินตรงไปยังตึกเรียน จู่ ๆ เธอหยุดชะงักฝีเท้าทันที เธอจำเขาได้ทันที เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าตึกคือ เจียงอวี่เซิง ถิงถิงรีบหันหลังกลับทันที ภาวนาขอให้เขาไม่เห็นเธอหรือจำเธอไม่ได้ยิ่งดี เธอต้องรีบไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
แต่โลกนี้สิ่งต่าง ๆ มักไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ เจียงอวี่เซิงวิ่งเข้ามาคว้าข้อมือของถิงถิงไว้ และดึงให้หันหน้ามาหาเขา เขาจับข้อมือของถิงถิงไว้แน่นมากเหมือนกลัวว่าเธอจะหลุดมือไป
“ถิงถิง!” นี่เป็นครั้งแรกในเวลาหลายปีที่เธอไม่ได้ยินเสียงของเจียงอวี่เซิงเรียกชื่อของเธอ
ถิงถิงรู้สึกตื่นตระหนกและงุนงง เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าเจียงอวี่เซิงยังจำเธอได้อย่างไร เวลาผ่านไปหลายปีแล้วรูปร่างหน้าตาของเธอเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่อาศัยอยู่ที่ตระกูลเจียงอย่างมาก
ถิงถิงจำเป็นต้องหันมาเผชิญหน้ากับเจียงอวี่เซิงเพราะต้านแรงดึงข้อมือของเจียงอวี่เซิงไม่ไหว เธอเอียงศรีษะเพื่อให้ผมยาวที่กำลังปิดดวงตาของเธอออกให้พ้นตา
“เจียงอวี่เซิง คุณทำให้ฉันเจ็บ ปล่อย!” น้ำเสียงที่เคร่งขรึมของถิงถิงทำให้เจียงอวี่เซิงปล่อยข้อมือของถิงถิงให้เป็นอิสระ บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ดูอึดอัดเล็กน้อย
เฟ่ยหลิงเหอเรียนเสร็จในช่วงบ่าย เขาไม่พบถิงถิงในห้องสมุดจึงเดินมาหาถิงถิงที่คณะของเธอ เขามองไปรอบ ๆ ห้อง ไม่มีนักศึกษาคนอื่นอยู่แล้ว แต่ถิงถิงยังคงนั่งอย่างมึนงง เหม่อลอย เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังมองอะไรอยู่
เฟ่ยหลิงเหอยืนอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานแต่ถิงถิงก็ยังไม่รู้ตัว เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปเคาะโต๊ะเรียนของเธอ
“ถิงถิง เธอกำลังคิดอะไรอยู่” เฟ่ยหลิงเหอถาม
เมื่อได้ยินเสียงของเฟ่ยหลิงเหอ ถิงถิงก็ค่อย ๆ หันหน้ามามองเฟ่ยหลิงเหอด้วยสายตาว่างเปล่า เธอเปิดปากขึ้นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เหมือนจะเพิ่งจำเฟ่ยหลิงเหอได้ เธอตั้งสติทันที
“ทำไมพี่มาที่นี่เร็วจัง” ถิงถิงถามในขณะที่มือก็หยิบหนังสือเก็บใส่กระเป๋า แล้วลุกขึ้นยืน เฟ่ยหลิงเหอสังเกตว่าเธอยืนได้ไม่มั่นคง เขาขมวดคิ้วและคุกเข่าลงเพื่อดูข้อเท้าของถิงถิง เขาพบว่ามีรอยแดงและบวมที่ข้อเท้าของถิงถิง
“ข้อเท้าเธอแพลง ทำไมไม่ไปห้องพยาบาลของคณะล่ะ?”
ถิงถิงยิ้มบาง ๆ ให้เฟ่ยหลิงเหอแล้วดึงให้เขาลุกขึ้นมา “ไม่เป็นไร ฉันแค่ประมาทล้ม เดี๋ยวกลับไปกินยาที่บ้านคืนนี้ รีบไปกันเถอะเดี๋ยวคุณลุงจะโกรธ หากกลับช้า”
เฟ่ยหมิงมักจะอารมณ์เสียทุกครั้งที่เธอกลับบ้านช้า เพราะหมายความว่าเขาต้องรอรับประทานอาหารเย็นพร้อมหน้ากัน ทั้ง ๆ ที่กลับช้าสามคน แต่เฟ่ยหมิงก็เจาะจงโกรธและหงุดหงิดใส่เธอเพียงคนเดียว
อันที่จริงถิงถิงอยากจะบอกเฟ่ยหมิงว่า คุณสามารถกินข้าวได้เลยไม่ต้องรอ เธออยากจะกินข้าวคนเดียวยังดีกว่าต้องเจอเขา แต่เธอไม่ได้พูดออกไป เพื่อลดปัญหา
“ชิงชิงทำเธอหกล้มหรือเปล่า” เฟ่ยหลิงเหอถามขึ้น
“เปล่า ฉันประมาทเอง” ถิงถิงตอบเสียงเบา
ถิงถิงรู้ว่าเฟ่ยหลิงเหอก็สังเกตเห็นเช่นเดียวกับเธอว่า เฟ่ยชิงชิงมักจะเข้ามายุ่งกับกิจกรรมของถิงถิงทุกเรื่องและบ่อยครั้งที่จะทำให้ถิงถิงมีบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นและเพราะถิงถิงเป็นคนไม่ถือสาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ดังนั้นเธอจึงเพิกเฉยต่อการกระทำของเฟ่ยชิงชิง จึงยิ่งทำให้เฟ่ยชิงชิงได้ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
มีครั้งหนึ่งเฟ่ยชิงชิงเกือบทำให้ถิงถิงตกบันไดในมหาวิทยาลัย หากเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอไม่ช่วยเธอไว้ ถิงถิงคงต้องเข้าโรงพยาบาล ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเฟ่ยชิงชิงมักทำให้ถิงถิงรู้สึกเครียดและขนลุกอยู่เสมอ
ถิงถิงปิดผนึกหัวใจของเธอไว้อย่างแน่นหนาเสมอ เธอจึงไม่เล่าเรื่องอะไรให้ใครฟังแม้กระทั่งเฟ่ยหลิน และแน่นอนว่าเรื่องที่วันนี้เธอได้พบกับ เจียงอวี่เซิง เธอก็จะไม่บอกใคร
ในตระกูลเฟ่ยไม่มีใครรู้เกี่ยวกับชีวิตหลายปีก่อนหน้านี้ของถิงถิงในตระกูลเจียง และก็ไม่เคยมีใครถามเธอเลยซักคน
หลังจากที่ถิงถิงอาบน้ำ เธอก็นั่งลงบนพรมในห้องนอน กอดเข่า นี่เป็นท่าทางที่ทำให้ถิงถิงรู้สึกปลอดภัยที่สุด การนั่งแบบนี้มันเหมือนกับทำให้เธอสบายใจขึ้น ดังนั้นไม่ว่าฤดูกาลไหนก็จะนั่งแบบนี้คนเดียวเป็นประจำ
ทำไมวันนี้เธอถึงอยากหนีจากเขา?
หลังจากเจียงอวี่เซิงปล่อยมือออกจากข้อมือเธอ เธอก็วิ่งหนีเขาทันที วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นจากเขา เจียงอวี่เซิงตามเธอไม่ทัน เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้อเท้าเธอแพลงตอนไหน
ถิงถิงรู้สึกปวดศรีษะอย่างมากจนต้องใช้นิ้วกดนวดหว่างคิ้วตัวเอง
ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามาได้” ถิงถิงพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้น
เฟ่ยหลินเปิดประตู ในมือถือแก้วนมมาด้วย เมื่อเห็นถิงถิงนั่งอยู่บนพรมก็รีบเดินเข้ามาหาทันที “ทำไมนั่งที่พื้น รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า” เฟ่ยหลินพูดพลางดึงถิงถิงให้ลุกขึ้น
ถิงถิงไม่อยากลุกขึ้นเลยแต่เธอก็ไม่สามารถขัดได้ มีปัญหาให้น้อยที่สุดคือสิ่งที่ดีที่สุด
ถิงถิงลุกขึ้นและรับแก้วนมจากเฟ่ยหลิน
“ทำไมลูกถึงนั่งบนพื้น อากาศเย็นมาก ลูกจะป่วยได้นะ”
ถิงถิงวางแก้วนมบนโต๊ะ แล้วหันมาพูดกับเฟ่ยหลินว่า “หนูเคยนั่งบนพื้นในบ้านที่เก่าทรุดโทรมกับคุณยาย หนูไม่ป่วยง่าย ๆ หรอก”
เฟ่ยหลินถึงกับชะงักไปทันทีที่ได้ยิน หัวใจของเธอเจ็บปวด
เธอจะใช้หนี้ลูกสาวคนนี้อย่างไรดี
เฟ่ยหลินตกตะลึง หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอยังคงยิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับถิงถิงที่หน้าตาดูคล้ายเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกผิดของเธอเพิ่มมากขึ้น เมื่อนึกถึงวันที่เธอจากถิงถิงไปอย่างโหดร้าย เธอเป็นต้นเหตุให้ถิงถิงมีบุคลิกเช่นนี้ “ลูกดื่มนมแล้ว นอนหลับให้สบายนะ” “ค่ะ คุณก็รีบเข้านอนนะคะ” ในที่สุดเฟ่ยหลินก็ออกจากห้องของถิงถิงไป ในขณะที่ถิงถิงกำลังจะกลับไปนั่งลงบนพรมที่พื้นเหมือนเดิม เฟ่ยหลิงเหอก็เปิดประตูและเดินเข้ามา ถิงถิงมองเฟ่ยหลิงเหออย่างงุนงงและมีความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เธออยากจะนั่งใช้ความคิดเงียบ ๆ ทำไมถึงมีคนเข้ามาขัดจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าของถิงถิงจึงบึ้งตึงระคนไม่พอใจ ทำให้สายตาที่เธอมองไปที่เฟ่ยหลิงเหอจึงดูไม่ดีนัก “มีอะไรเหรอคะ?” น้ำเสียงของถิงถิงเฉยชา เฟ่ยหลิงเหอโบกมือเป็นการบอกว่าไม่มีอะไรแล้วโยนขวดสเปรย์แก้ฟกช้ำให้ถิงถิง “ใช้ยานี้ฉีดซะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ข้อเท้าเธอจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าวันนี้” หลังพูดจบเฟ่ยหลิงเหอก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องทันที ถิงถิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
ถิงถิงอยากนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ แต่ตรงนี้มีเสียงดังเหลือเกิน เฟ่ยชิงชิงนั่งอยู่ข้างเฟ่ยหลินและพูดคุยอย่างมีความสุข เธอขอให้เฟ่ยหลินทาเล็บให้ ในขณะเดียวกันก็คอยหันมามองถิงถิงพร้อมรอยยิ้มบ่อยครั้ง ถิงถิงตัดสินใจปิดหนังสือลงแล้วหยิบแก้วน้ำเพื่อนำไปเก็บในห้องครัว และถือโอกาสนี้เดินขึ้นไปชั้นบน ถิงถิงไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฟ่ยชิงชิงชอบอวดสิ่งของและสิ่งที่ทำต่อหน้าเธอ โดยเฉพาะความใกล้ชิดของเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลิน ในขณะที่ถิงถิงกำลังเดินอยู่บนทางเดินชั้นบน จู่ ๆ เฟ่ยหลิงเหอก็ยื่นมือออกมาขวางเส้นทางของถิงถิง เธอหยุดและหันหน้าไปมองเขา เฟ่ยหลิงเหอในสายตาของถิงถิงดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนระหว่างเขาเมื่อห้าปีที่แล้วกับเขาในอีกห้าปีต่อมา เขาแค่ผอมลงและสูงขึ้น ส่วนใบหน้าของเขายังคงเย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกทางสีหน้าเมื่อมองคนอื่น “เมื่อวานเธอไม่ได้ไปห้องสมุดเหรอ?” เฟ่ยหลิงเหอถาม ทันใดนั้นเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลินที่ขึ้นมาชั้นบนเช่นกันก็หยุดชะงักมองพวกเขาสองคน ถิงถิงถอยหลังเล็กน้อยเพ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อกถิงถิงหันไปมองตามเสียงเคาะประตูที่ดังอยู่ด้านนอก เสียงทะเลาะกันของเฟ่ยหลินและเฟ่ยหมิงยังคงดังลั่นคงไม่ใช่เฟ่ยหลินมาเคาะประตู แล้วเป็นใครนะ? “เข้ามาได้” น้ำเสียงของถิงถิงอ่อนล้า เฟ่ยหลิงเหอเปิดประตูเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ในมือถือแก้วนมและเดินตรงไปยื่นแก้วนมให้ตรงหน้าถิงถิง “ดื่มนมนี่ซะ แล้วเข้านอนพรุ่งนี้ยังต้องไปอ่านหนังสือกัน” ถิงถิงได้ยินสิ่งที่เฟ่ยหลิงเหอพูดแล้วถึงกับทำหน้าไม่ถูกเล็กน้อย เสียงที่ดังลั่นอยู่ข้างนอกคือคนสองคนที่กำลังทะเลาะกันเพราะเรื่องเธอส่วนเฟ่ยหลิงเหอกับบอกให้เธอดื่มนมแล้วเข้านอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ถิงถิงพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ เธอทำได้เพียงพยักหน้า จากนั้นยื่นมือขึ้นแล้วพูดว่า “พี่หลิงเหอขาของฉันชา พี่ช่วยพยุงฉันลุกขึ้นหน่อยได้ไหม?” เฟ่ยหลิงเหอวางแก้วนมไว้บนโต๊ะ แล้วเดินเข้ามาช่วยพยุงถิงถิงให้ลุกขึ้น เขารู้จักนิสัยของถิงถิงดี หากเธอขอความช่วยเหลือนั่นหมายความว่าเธอไม่สามารถยืนขึ้นได้จริง ๆ ทันใดนั้นมีเสียงเหมือนแก้วหรือกระจกแตกที่ด้านนอกดังมาก จากนั้นเสียงทุกอย่
วันรุ่งขึ้นเป็นเช้าวันเสาร์ ถิงถิงที่กว่าจะนอนหลับเมื่อคืนก็ดึกแล้ว ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเคาะประตูถิงถิงงัวเงียค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง เธอขยี้ตาและลุกขึ้นนั่งแล้วพูดด้วยเสียงแหบห้าว “เขามาได้เลยค่ะ ประตูไม่ได้ล็อค” ในใจของถิงถิงคิดว่าน่าจะเป็นแม่ของเธอเฟ่ยหลิน แต่ถิงถิงก็คาดไม่ถึงว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือเฟ่ยหลิงเหอ ถิงถิงกะพริบตามองเฟ่ยหลิงเหอแบบงุนงง หลังจากสติคืนกลับมาเต็มที่ก็นึกดีใจที่เธอสวมชุดนอนแบบคลุมยาวเรียบร้อย หลังจากเฟ่ยหลิงเหอเข้ามา เขาก็วางหนังสือกองหนาไว้บนโต๊ะของถิงถิง และปรายตามองไดอารี่ของถิงถิงที่เปิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามามองถิงถิงและพูดว่า “ขั้นตอนการโอนย้ายโรงเรียนของเธอเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอไปเรียนโรงเรียนเดียวกับฉันและหนังสือเหล่านี้ทางโรงเรียนให้มาทั้งหมด” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ถิงถิงฟังที่เฟ่ยหลิงเหอพูดอย่างตั้งใจ ในใจเธอยังคงสงสัยว่าทำไมเฟ่ยหลิงเหอต้องมาแต่เช้าเพื่อเอาหนังสือเหล่านี้มาส่งด้วย วันนี้มันเป็นเช้าวันเสาร์? ในขณะที่เธอกำลังคิดอะไรในใจอยู่ ทำให้ท่าทางของเธอดูเหม่อลอย นานทีเดียวกว่
ถิงถิงยืนอยู่ที่ห้องโถงรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเฟ่ยและมองดูคนสองคนทะเลาะกัน เธอเงียบราวกับรูปปั้น ใบหน้าของถิงถิงดูเหมือนไม่มีความรู้สึกใดใดทันใดนั้น เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็โผล่ศรีษะออกมาจากด้านหลังของทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ เมื่อเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นเห็นถิงถิงเธอก็ยิ้มกว้าง จากนั้นก็วิ่งเข้ามาจับมือของถิงถิง"เธอเป็นพี่สาวของฉันเหรอ? เยี่ยมมาก ฉันมีพี่สาวแล้ว" เด็กน้อยมองถิงถิงด้วยดวงตาเป็นประกายถิงถิงพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ เด็กผู้หญิงคนนี้คงเป็นเฟ่ยชิงชิงน้องสาวของเธอ ในความคิดของถิงถิง เฟ่ยชิงชิงเป็นคนร่าเริงยิ้มง่ายแตกต่างไปจากถิงถิงอย่างสิ้นเชิง“สวัสดี เรียกฉันว่าพี่ถิงถิง เธอคงจะเป็นชิงชิงซินะ” ถิงถิงทักทายชิงชิงด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอรู้ว่าเธอต้องทำให้คนในบ้านนี้รู้สึกดีดีกับเธอ เธอต้องยิ้ม และเธอต้องวางแผนสำหรับตัวเองในบ้านหลังนี้อยู่เสมอบรรยากาศในห้องโถงรับแขกเงียบสงบลง คนสองคนหยุดทะเลาะกัน เมื่อเห็นว่าเฟ่ยชิงชิงชอบ ถิงถิงเฟ่ยหลินยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เพราะหากลูกสาวตัวน้อยมีความสุข สามีของเธอก็ต้องเห็นด้วยกับเธอในเรื่องการรับถิงถิงเข้า
คุณตาเจียงจากไปแล้ว ถิงถิงสวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์เพื่อไว้ทุกข์ แต่ถิงถิงไม่ได้รับอนุญาตจากลุงใหญ่เจียงอวี้ให้คุกเข่าในงานพิธีศพของคุณตาด้วยเหตุผลที่ว่า เธอไม่คู่ควรประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหูของถิงถิงไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด ถิงถิงจะไม่มีวันลืมความรู้สึกเกลียดชังลุงใหญ่เจียงอวี้ค่อย ๆ แข็งแกร่งมากขึ้นและฝังลึกอยู่ในหัวใจเธอถิงถิงคุกเข่าอยู่ด้านนอกห้องพิธีด้วยความเศร้า ในบางครั้งเธอเงยหน้ามองไปที่หน้าแท่นพิธีมองเจียงอวี่เซิงร้องไห้และเรียกคุณตาเจียงด้วยเสียงอันดัง แต่ถิงถิงร้องไห้น้อยมาก เมื่อคนตระกูลเจียงเห็นถิงถิงไม่ร้องไห้ พวกเขาต่างก็ประณามว่าถิงถิงอกตัญญู เนรคุณหลังจากงานศพคุณตาเจียงเสร็จสิ้น คุณยายมาล้มป่วยติดเตียง ไม่สามารถลุกขึ้นได้เช่นเดียวกับคุณตาเจียงก่อนหน้านี้แต่สิ่งที่แตกต่างคือไม่มีใครใส่ใจและเข้ามาดูแลคุณยายมาเลยถิงถิงทำซุปไก่ดำและนำมาป้อนคุณยายมาเหมือนที่เคยดูแลคุณตาเจียง จากนั้นก็รีบไปทำงานบ้าน ทำให้เธอไม่ได้ไปโรงเรียน“ยายแก่ รีบออกไปจากตระกูลเจียงซะ!” เจียงอวี้ คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงเตะประตูห้องของยายมาเสียงดังถิงถิงตกใจและสับสน เธอเงยหน้าขึ้นมองยายที่ใ







