แชร์

ตอนที่ 3 คฤหาสน์ตระกูลเฟ่ย

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-29 14:23:26

ถิงถิงยืนอยู่ที่ห้องโถงรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเฟ่ยและมองดูคนสองคนทะเลาะกัน เธอเงียบราวกับรูปปั้น ใบหน้าของถิงถิงดูเหมือนไม่มีความรู้สึกใดใด

ทันใดนั้น เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็โผล่ศรีษะออกมาจากด้านหลังของทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ เมื่อเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นเห็นถิงถิงเธอก็ยิ้มกว้าง จากนั้นก็วิ่งเข้ามาจับมือของถิงถิง

"เธอเป็นพี่สาวของฉันเหรอ? เยี่ยมมาก ฉันมีพี่สาวแล้ว" เด็กน้อยมองถิงถิงด้วยดวงตาเป็นประกาย

ถิงถิงพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ เด็กผู้หญิงคนนี้คงเป็นเฟ่ยชิงชิงน้องสาวของเธอ ในความคิดของถิงถิง เฟ่ยชิงชิงเป็นคนร่าเริงยิ้มง่ายแตกต่างไปจากถิงถิงอย่างสิ้นเชิง

“สวัสดี เรียกฉันว่าพี่ถิงถิง เธอคงจะเป็นชิงชิงซินะ” ถิงถิงทักทายชิงชิงด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอรู้ว่าเธอต้องทำให้คนในบ้านนี้รู้สึกดีดีกับเธอ เธอต้องยิ้ม และเธอต้องวางแผนสำหรับตัวเองในบ้านหลังนี้อยู่เสมอ

บรรยากาศในห้องโถงรับแขกเงียบสงบลง คนสองคนหยุดทะเลาะกัน  เมื่อเห็นว่าเฟ่ยชิงชิงชอบ      ถิงถิง

เฟ่ยหลินยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เพราะหากลูกสาวตัวน้อยมีความสุข สามีของเธอก็ต้องเห็นด้วยกับเธอในเรื่องการรับถิงถิงเข้ามาอยู่ที่นี้อย่างแน่นอน

“ให้อยู่ที่นี้ก็ได้ เธอจัดการดูแลเองก็แล้วกัน”  น้ำเสียงของเฟ่ยหมิงเย็นชา เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองหน้าของถิงถิงแม้แต่น้อย

            คฤหาสน์ตระกูลเฟ่ยมีเฟ่ยหมิงเป็นผู้นำตระกูล เมื่อหลายปีก่อนเขาเคยเดินทางไปทำธุรกิจในประเทศไทยและบังเอิญได้รู้จักกับแม่ของถิงถิงที่เป็นพนักงานเสริฟในภัตตาคารอาหารจีนแห่งหนึ่งในเยาวราช และจากนั้นต่อมาแม่ของเธอก็หายตัวไป พ่อของถิงถิงออกตามหาแต่โชคร้ายประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต

            คุณยายของถิงถิงเป็นกังวลมาก เกรงว่าแม่ของถิงถิงจะถูกหลอกไปขาย จึงสืบหาเบาะแสจนได้รู้ว่าแม่ของถิงถิงได้หนีตามเฟ่ยหมิงไป ในขณะที่ยายของถิงถิงกำลังหมดสิ้นความหวัง โชคชะตาก็ดลบันดาลให้คุณยายได้พบกับคุณตาเจียง ดังนั้นคุณยายจึงตัดสินใจพาถิงถิงมาตามหาแม่ผู้ให้กำเนิดที่ประเทศจีน โดยได้คุณตาเจียงช่วยเหลือเรื่องเอกสารทุกอย่าง 

            ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนี้ของถิงถิงเลือนรางมาก เพราะคุณยายเล่าให้ฟังในตอนที่เธอยังเด็กมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ถิงถิงจำได้อย่างชัดเจน

ในตอนนั้น เมื่อคุณยายและเธอมาถึงประเทศจีนแล้ว  วันหนึ่งคุณตาเจียงกับคุณยายมาออกไปข้างนอกทั้งวัน เมื่อคุณยายกลับมาถึงในตอนเย็น คุณยายก็เข้ามากอดเธอไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำ

“ถิงถิง ยายจะดูแลหลานเอง ยายรักถิงถิงนะ”  เสียงของคุณยายอ่อนโยน ถิงถิงโอบกอดตอบคุณยาย พร้อมทั้งใช้ฝ่ามือน้อย ๆ ตบแผ่นหลังคุณยายเบา ๆ เป็นการปลอบใจเพราะเห็นว่าคุณยายน้ำตาใหล ในวันนั้นถิงถิงไม่เข้าใจว่าคุณยายเสียใจร้องไห้เพราะอะไร แต่วันนี้เธอเข้าใจแล้ว

            คุณยายได้พบแม่ของเธอที่มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว และสามีใหม่ของแม่ไม่ยอมรับเธอ

           

ถิงถิงย้ายเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเฟ่ย โดยอาศัยอยู่บนชั้นสอง ห้องด้านในสุด และก็เช่นเดียวกับในตอนที่ถิงถิงอยู่บ้านตระกูลเจียง เธอจะเก็บตัวอยู่ในห้องเพื่ออ่านหนังสือเท่านั้น และจะออกไปข้างนอกห้องก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องออก

            ชีวิตของถิงถิงดำเนินไปแบบนี้ทุกวัน และที่ตระกูลเฟ่ยก็ไม่มีเจียงอวี่เซิงคนที่สองที่มักจะมาเคาะประตูห้องของเธอ เข้ามานั่งดูเธออ่านหนังสือทุกวัน

ส่วนเฟ่ยชิงชิงยุ่งมาก ในฐานะของลูกสาวคนเดียวของตระกูลเฟ่ย เฟ่ยชิงชิงใช้ชีวิตอย่างหรูหราร่ำรวย มีกิจกรรมมากมาย มีคนห้อมล้อมเอาอกเอาใจอยู่มากมาย จึงไม่จำเป็นต้องมายึดติดกับถิงถิงทุกวัน

            นอกจากเฟ่ยชิงชิงแล้ว คฤหาสน์ตระกูลเฟ่ยยังมีเฟ่ยหลิงเหอ หลานชายของเฟ่ยหมิงอาศัยอยู่ด้วย

            พ่อแม่ของเฟ่ยหลิงเหอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เฟ่ยหมิงจึงไปรับเฟ่ยหลิงเหอมาอยู่ด้วย เฟ่ยหมิงไม่มีลูกชาย ดังนั้นเขาจึงรักเฟ่ยหลิงเหอมาก

            “ฉันชื่อ เฟ่ยหลิงเหอ ฉันอายุมากกว่าเธอ ฉันให้เธอเรียกฉันว่าพี่ได้ อยู่ที่นี้ทำตัวดีดีและอย่าสร้างปัญหา”  น้ำเสียงของเฟ่ยหลิงเหอเรียบเรื่อย เขายิ้มให้ถิงถิงหลังพูดจบ

ในความทรงจำของถิงถิง เฟ่ยหลิงเหอเป็นพี่ชายที่ดีและอ่อนโยน แต่เขาไม่ค่อยแสดงอารมณ์ สีหน้าของเขามักจะเฉยเมย บางวันถิงถิงแทบจะไม่ได้ยินเขาพูดอะไรเลยยกเว้นหากมีความจำเป็น นี่เธอได้พบกับคนที่เป็นเช่นเดียวกับเธอแล้ว

ดังนั้นด้วยบุคลิกที่คล้ายกัน เฟ่ยหลิงเหอจึงเป็นคนเดียวที่ถิงถิงรู้สึกว่าอยู่ใกล้แล้วสบายใจที่สุดในตระกูลเฟ่ย

หลังจากที่ถิงถิงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เธอก็มานั่งอยู่หน้าโต๊ะแล้วเปิดไฟ บนโต๊ะมีสมุดบันทึกที่กางออกมีข้อความที่ถิงถิงเขียนค้างไว้ นับตั้งแต่เฟ่ยหลินพาถิงถิงเข้ามาอยู่ในตระกูลเฟ่ย เธอก็มีนิสัยชอบเขียนไดอารี่

ถิงถิงจะนั่งที่โต๊ะเป็นเวลานานทุกคืน เพื่อนึกถึงทุกรายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาของเธอในตระกูลเจียง เธอเขียนเรื่องราวความสุขและความเกลียดชังที่สะสมมาลงในไดอารี่

วันนี้จะเขียนอะไรดี?

[ …ถิงถิงเธอไม่ชอบพูดมากในขณะที่รับประทานที่ตระกูลเจียง แต่จื่อโหรวหลานสาวของคุณตาเจียงมักจะถามเธอว่าผลการเรียนเป็นอย่างไรบ้าง เรียนได้ดีหรือไม่ อยู่ที่โรงเรียนถูกเพื่อนรังแกหรือไม่ เมื่อคำถามเหล่านี้ เธอถูกถามต่อหน้าคุณตาเจียง ทำให้เธอจำเป็นต้องตอบ คุณตาเจียงจะยิ้มมีความสุขเมื่อได้ยินเธอพูดคุย คุณตาเจียงชอบเห็นลูกหลานพูดคุยและครอบครัวมีความสามัคคี

มีครั้งหนึ่ง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมีความแตกต่างเพราะเจียงอวี่เซิงไม่อยู่ที่นั่น เขาเลือกเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนต่อในช่วงเย็น เหมือนกับเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ที่มักจะเข้าร่วมกิจกรรมมากมาย แต่ใม่ใช่ ถิงถิง

ถิงถิงอยากอยู่บ้านมากกว่า เลิกเรียนแล้วเธอรีบกลับบ้านทันที แต่โต๊ะอาหารที่ไม่มีเจียงอวี่เซิงก็ทำให้เธอไม่รู้รสชาดของอาหาร ถิงถิงทำได้เพียงก้มหน้ารับประทานอาหารไปสองสามคำ

หลังจากทานข้าวเย็นแล้ว เธอขึ้นไปบนห้อง เปิดหน้าต่างออกเพื่อยืนมองท้องฟ้าที่ครึ้มลงเรื่อย ๆ และมองฝูงนกที่กำลังบินเป็นกลุ่มใหญ่บนท้องฟ้าเพื่อกลับรังของพวกมัน สิ่งเหล่านี้น่าสนใจที่สุดสำหรับเธอ

เจียงอวี่เซิงกลับมาประมาณสองทุ่มครึ่ง เธอกำลังจะเข้านอน ในขณะที่เคลิ้มจะหลับก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องเบาเบา

เธอหรี่ตามองไปทางประตูและเห็นเจียงอวี่เซิงเปิดประตู “น้องสาว” เจียงอวี่เซิงพูดเสียงเบามาก พร้อมโบกมือให้เธอ ถิงถิงโบกมือตอบให้เจียงอวี่เซิงเข้ามา

“ทำไมพี่ถึงเพิ่งกลับมา กิจกรรมน่าจะจบลงตั้งแต่หนึ่งทุ่มนะ”  เธอถามเขาเสียงเบา

 เจียงอวี่เซิงเป็นคนที่เธอพูดด้วยมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับคนอื่นในตระกูลเจียง อาจจะด้วยเพราะเรามีอายุใกล้เคียงกัน และอาจเพราะพวกเรามีหัวข้อที่พูดคุยเหมือนกันมากขึ้น

เจียงอวี่เซิงเดินตรงมาหาเธอ โดยเอามือไพล่หลัง พร้อมยิ้มให้เธอแล้วพูดว่า “พี่เข้าร่วมการแข่งขันที่โรงเรียนและชนะได้ถ้วยรางวัลมาด้วย ตอนนี้อยู่ชั้นล่าง พี่อยากให้น้องถิงถิงของพี่ได้ดู”

ต้องการที่จะโชว์ให้ฉันดู? ทำไมเขาถึงไม่หยิบถ้วยรางวัลขึ้นมาด้วยเล่าถ้าอยากให้เธอดู?

เธอลุกจากเตียงด้วยความสับสนงุนงง แต่เธอเห็นเจียงอวี่เซิงพยายามซ่อนแขนไว้ด้านหลัง เธอจึงเดินเข้าไปจับแขนของเจียงอวี่เซิงออกมาดู ก็เห็นรอยแผลและมีเลือดออกอยู่บนแขนและข้อศอกของเจียงอวี่เซิง

"เกิดอะไรขึ้น?" เธอถามเขาด้วยความเป็นกังวล

            เจียงอวี่เซิงยิ้มอย่างเขินอาย ยื่นมือยกขึ้นไปเกาศรีษะและเลื่อนสายตาไปที่โคมไฟเล็ก ๆ บนโต๊ะของถิงถิงราวกับว่าเขาไม่ต้องการจะบอกเธอว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขันมาได้อย่างไร เพราะเขาอยากจะอวดความเก่งต่อหน้าน้องถิงถิงของเขามาโดยตลอด เขาอยากเห็นถิงถิงรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขา

            เมื่อเห็นว่าเจียงอวี่เซิงไม่ตอบคำถามเธอ เธอจึงลงไปชั้นล่างเพื่อค้นหากล่องยา

            “ทำไมถึงต้องทุ่มเทจนได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ ถ้วยรางวัลกินก็ไม่ได้ เปลี่ยนเป็นเงินก็ไม่ได้...”  เธอบ่นพึมพำในขณะที่มองหากล่องยา

            เมื่อเดินมาถึงห้องนั่งเล่น เธอเห็นถ้วยรางวัลของเจียงอวี่เซิงวางอยู่บนโต๊ะ มันมีขนาดเล็ก เธอเดินเข้าไปจับถ้วยรางวัลดูใกล้ ๆ เห็นมีชื่อของเจียงอวี่เซิงอยู่ด้วย เธอรู้สึกภาคภูมิใจกับเขาด้วย

            ถิงถิงคิดว่าคงจะดีหากเธอเป็นผู้เขียนชื่อของเจียงอวี่เซิงลงไปบนถ้วยรางวัลนี้ด้วยตัวเอง

            ความคิดเล็ก ๆ นี้ผุดขึ้นมาในใจของเธอ เพราะเธอใช้เวลามากมายในการฝึกเขียนชื่อของเจียงอวี่เซิงอย่างจริงจังอย่างยิ่ง จนตอนนี้เธอสามารถเขียนตัวอักษรชื่อ เจียงอวี่เซิง ได้งดงามและคมชัดมาก

ถิงถิงคว้ากล่องยาในตู้และถือขึ้นไปชั้นบนและพูดกับเจียงอวี่เซิงว่า “ใส่ยาที่แผลคงเจ็บหน่อยนะ แผลใหญ่ตรงนี้น่าจะเจ็บแสบและปวดมาก”

            “สบายมาก พี่เป็นผู้ชายไม่กลัวความเจ็บปวด” เจียงอวี่เซิงพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ก็ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นของเจียงอวี่เซิงก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาของเธอไปได้ มันทำให้เธอถึงกับหัวเราะออกมา จากนั้นเธอก้มศรีษะลงและทายาให้เจียงอวี่เซิงอย่างมีสมาธิ และทำอย่างรวดเร็วเพราะเกรงว่าจะทำให้เจียงอวี่เซิงเจ็บปวดมากขึ้น

เด็ก ๆ จากครอบครัวที่ยากจนอย่างเธอมักจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทายาตั้งแต่เด็ก อาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้สำหรับเธอนั้นแทบจะไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับเจียงอวี่เซิงที่เป็นเด็กที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่และปกป้องอย่างดี หลังจากถูกทายาไปไม่นาน ดวงตาของเขาก็แดงก่ำ เขากัดฟันและหลั่งน้ำตาแต่ไม่พูดอะไร

            “ทำไมพี่ไม่ทำแผลมาจากที่โรงเรียนก่อนกลับมาล่ะ?” เธอถามพลางเหลือบมองเขา

            “พี่อยากกลับมาเร็ว ๆ จะได้โชว์ถ้วยรางวัลให้น้องถิงถิงดู”

            เธอชะงักไปแล้วพูดเบา ๆ “พี่เก่งมาก ฉันเห็นถ้วยรางวัลจากการทุ่มเทของพี่แล้วชอบมาก ต่อไปในอนาคตพี่ต้องเอาถ้วยรางวัลใหญ่ ๆ มาให้ฉันด้วยนะ เอาแบบใหญ่เป็นพิเศษเลย!”

            “ได้ น้องถิงถิงคอยดูได้เลย!” น้ำเสียงเบาแต่หนักแน่นของเจียงอวี่เซิง เหมือนดั่งเป็นคำสัญญา

หลังจากนั้นเจียงอวี่เซิงก็เก็บสะสมถ้วยรางวัล เมื่อเราทั้งสองคนเติบโตขึ้น ถ้วยรางวัลของเจียงอวี่เซิงก็เต็มตู้

เจียงอวี่เซิงมักจะเอาถ้วยรางวัลออกมาเช็ดทำความสะอาดเมื่อเขาว่าง เหมือนเขาจะทำโดยอัตโนมัติแบบไม่รู้ตัว  ถ้วยรางวัลของเขาไม่เคยปล่อยให้มีฝุ่นเกาะเลย เขามักจะบอกกับเธอว่า “น้องถิงถิงของเขา ชอบให้เขาเอาถ้วยรางวัลมาให้ ดังนั้นถ้วยรางวัลทุกอันต้องดูใหม่เสมอ”

            เธอรู้สึกทั้งขำทั้งซาบซึ้งกับคำพูดของเจียงอวี่เซิงมาก เธอยิ้มกว้างให้เจียงอวี่เซิง

            เธอคิดว่านั้นเป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดที่เจียงอวี่เซิงได้เคยเห็น และยังเป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดที่เธอเคยยิ้มมาเลย ]

ถิงถิงวางปากกาลงแล้วขยี้ตา ชีวิตในตระกูลเจียงน่าเบื่อมาก ไม่มีอะไรจะเขียนจริง ๆ

หลังจากที่คุณยายของเธอเสียชีวิต ถิงถิงชอบที่จะอยู่ในอาการงุนงงอยู่เสมอ เธอสามารถจ้องมองไปในความมืดของคืนที่มืดมิดนอกหน้าต่างนาน ๆ ด้วยความเหม่อลอยงุนงง เมื่อก่อนเธอชอบมองท้องฟ้านอกหน้าต่างพร้อมเพ้อฝันเกี่ยวกับน้ำทะเลสีฟ้าและท้องฟ้าสีคราม แต่ตอนนี้เธอชอบมองความมืดนอกหน้าต่างและไม่มีอะไรให้เพ้อฝัน .... คุณยายที่รักเธอที่สุดไม่อยู่แล้ว

หากคนตระกูลเจียงไม่ขับไล่คุณยายของเธอที่กำลังป่วยออกมา คุณยายคงมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นกว่านี้ เจียงอวี่เซิงเองก็เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับเธอ...เขาก็เป็นคนตระกูลเจียง

          แต่เธออายุยังน้อยนะ ...ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่สามารถลืมเลือนความเกลียดชังได้หรอกหรือ?

            ถิงถิงมองออกไปนอกหน้าต่างอีกพักหนึ่งจากนั้นก็ปิดไฟแล้วเข้านอน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ถักทอรักไว้ที่ปลายฟ้า (P.S. I miss you very much )   ตอนที่ 7 สองเทพบุตรของมหาวิทยาลัย

    เฟ่ยหลินตกตะลึง หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอยังคงยิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับถิงถิงที่หน้าตาดูคล้ายเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกผิดของเธอเพิ่มมากขึ้น เมื่อนึกถึงวันที่เธอจากถิงถิงไปอย่างโหดร้าย เธอเป็นต้นเหตุให้ถิงถิงมีบุคลิกเช่นนี้ “ลูกดื่มนมแล้ว นอนหลับให้สบายนะ” “ค่ะ คุณก็รีบเข้านอนนะคะ” ในที่สุดเฟ่ยหลินก็ออกจากห้องของถิงถิงไป ในขณะที่ถิงถิงกำลังจะกลับไปนั่งลงบนพรมที่พื้นเหมือนเดิม เฟ่ยหลิงเหอก็เปิดประตูและเดินเข้ามา ถิงถิงมองเฟ่ยหลิงเหออย่างงุนงงและมีความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เธออยากจะนั่งใช้ความคิดเงียบ ๆ ทำไมถึงมีคนเข้ามาขัดจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าของถิงถิงจึงบึ้งตึงระคนไม่พอใจ ทำให้สายตาที่เธอมองไปที่เฟ่ยหลิงเหอจึงดูไม่ดีนัก “มีอะไรเหรอคะ?” น้ำเสียงของถิงถิงเฉยชา เฟ่ยหลิงเหอโบกมือเป็นการบอกว่าไม่มีอะไรแล้วโยนขวดสเปรย์แก้ฟกช้ำให้ถิงถิง “ใช้ยานี้ฉีดซะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ข้อเท้าเธอจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าวันนี้” หลังพูดจบเฟ่ยหลิงเหอก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องทันที ถิงถิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

  • ถักทอรักไว้ที่ปลายฟ้า (P.S. I miss you very much )   ตอนที่ 6 วิ่งหนี

    ถิงถิงอยากนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ แต่ตรงนี้มีเสียงดังเหลือเกิน เฟ่ยชิงชิงนั่งอยู่ข้างเฟ่ยหลินและพูดคุยอย่างมีความสุข เธอขอให้เฟ่ยหลินทาเล็บให้ ในขณะเดียวกันก็คอยหันมามองถิงถิงพร้อมรอยยิ้มบ่อยครั้ง ถิงถิงตัดสินใจปิดหนังสือลงแล้วหยิบแก้วน้ำเพื่อนำไปเก็บในห้องครัว และถือโอกาสนี้เดินขึ้นไปชั้นบน ถิงถิงไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฟ่ยชิงชิงชอบอวดสิ่งของและสิ่งที่ทำต่อหน้าเธอ โดยเฉพาะความใกล้ชิดของเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลิน ในขณะที่ถิงถิงกำลังเดินอยู่บนทางเดินชั้นบน จู่ ๆ เฟ่ยหลิงเหอก็ยื่นมือออกมาขวางเส้นทางของถิงถิง เธอหยุดและหันหน้าไปมองเขา เฟ่ยหลิงเหอในสายตาของถิงถิงดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนระหว่างเขาเมื่อห้าปีที่แล้วกับเขาในอีกห้าปีต่อมา เขาแค่ผอมลงและสูงขึ้น ส่วนใบหน้าของเขายังคงเย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกทางสีหน้าเมื่อมองคนอื่น “เมื่อวานเธอไม่ได้ไปห้องสมุดเหรอ?” เฟ่ยหลิงเหอถาม ทันใดนั้นเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลินที่ขึ้นมาชั้นบนเช่นกันก็หยุดชะงักมองพวกเขาสองคน ถิงถิงถอยหลังเล็กน้อยเพ

  • ถักทอรักไว้ที่ปลายฟ้า (P.S. I miss you very much )   ตอนที่ 5 ห้าปีในบ้านตระกูลเฟ่ย

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อกถิงถิงหันไปมองตามเสียงเคาะประตูที่ดังอยู่ด้านนอก เสียงทะเลาะกันของเฟ่ยหลินและเฟ่ยหมิงยังคงดังลั่นคงไม่ใช่เฟ่ยหลินมาเคาะประตู แล้วเป็นใครนะ? “เข้ามาได้” น้ำเสียงของถิงถิงอ่อนล้า เฟ่ยหลิงเหอเปิดประตูเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ในมือถือแก้วนมและเดินตรงไปยื่นแก้วนมให้ตรงหน้าถิงถิง “ดื่มนมนี่ซะ แล้วเข้านอนพรุ่งนี้ยังต้องไปอ่านหนังสือกัน” ถิงถิงได้ยินสิ่งที่เฟ่ยหลิงเหอพูดแล้วถึงกับทำหน้าไม่ถูกเล็กน้อย เสียงที่ดังลั่นอยู่ข้างนอกคือคนสองคนที่กำลังทะเลาะกันเพราะเรื่องเธอส่วนเฟ่ยหลิงเหอกับบอกให้เธอดื่มนมแล้วเข้านอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ถิงถิงพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ เธอทำได้เพียงพยักหน้า จากนั้นยื่นมือขึ้นแล้วพูดว่า “พี่หลิงเหอขาของฉันชา พี่ช่วยพยุงฉันลุกขึ้นหน่อยได้ไหม?” เฟ่ยหลิงเหอวางแก้วนมไว้บนโต๊ะ แล้วเดินเข้ามาช่วยพยุงถิงถิงให้ลุกขึ้น เขารู้จักนิสัยของถิงถิงดี หากเธอขอความช่วยเหลือนั่นหมายความว่าเธอไม่สามารถยืนขึ้นได้จริง ๆ ทันใดนั้นมีเสียงเหมือนแก้วหรือกระจกแตกที่ด้านนอกดังมาก จากนั้นเสียงทุกอย่

  • ถักทอรักไว้ที่ปลายฟ้า (P.S. I miss you very much )   ตอนที่ 4 สัดส่วนของความสุข

    วันรุ่งขึ้นเป็นเช้าวันเสาร์ ถิงถิงที่กว่าจะนอนหลับเมื่อคืนก็ดึกแล้ว ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเคาะประตูถิงถิงงัวเงียค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง เธอขยี้ตาและลุกขึ้นนั่งแล้วพูดด้วยเสียงแหบห้าว “เขามาได้เลยค่ะ ประตูไม่ได้ล็อค” ในใจของถิงถิงคิดว่าน่าจะเป็นแม่ของเธอเฟ่ยหลิน แต่ถิงถิงก็คาดไม่ถึงว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือเฟ่ยหลิงเหอ ถิงถิงกะพริบตามองเฟ่ยหลิงเหอแบบงุนงง หลังจากสติคืนกลับมาเต็มที่ก็นึกดีใจที่เธอสวมชุดนอนแบบคลุมยาวเรียบร้อย หลังจากเฟ่ยหลิงเหอเข้ามา เขาก็วางหนังสือกองหนาไว้บนโต๊ะของถิงถิง และปรายตามองไดอารี่ของถิงถิงที่เปิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามามองถิงถิงและพูดว่า “ขั้นตอนการโอนย้ายโรงเรียนของเธอเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอไปเรียนโรงเรียนเดียวกับฉันและหนังสือเหล่านี้ทางโรงเรียนให้มาทั้งหมด” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ถิงถิงฟังที่เฟ่ยหลิงเหอพูดอย่างตั้งใจ ในใจเธอยังคงสงสัยว่าทำไมเฟ่ยหลิงเหอต้องมาแต่เช้าเพื่อเอาหนังสือเหล่านี้มาส่งด้วย วันนี้มันเป็นเช้าวันเสาร์? ในขณะที่เธอกำลังคิดอะไรในใจอยู่ ทำให้ท่าทางของเธอดูเหม่อลอย นานทีเดียวกว่

  • ถักทอรักไว้ที่ปลายฟ้า (P.S. I miss you very much )   ตอนที่ 3 คฤหาสน์ตระกูลเฟ่ย

    ถิงถิงยืนอยู่ที่ห้องโถงรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเฟ่ยและมองดูคนสองคนทะเลาะกัน เธอเงียบราวกับรูปปั้น ใบหน้าของถิงถิงดูเหมือนไม่มีความรู้สึกใดใดทันใดนั้น เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็โผล่ศรีษะออกมาจากด้านหลังของทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ เมื่อเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นเห็นถิงถิงเธอก็ยิ้มกว้าง จากนั้นก็วิ่งเข้ามาจับมือของถิงถิง"เธอเป็นพี่สาวของฉันเหรอ? เยี่ยมมาก ฉันมีพี่สาวแล้ว" เด็กน้อยมองถิงถิงด้วยดวงตาเป็นประกายถิงถิงพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ เด็กผู้หญิงคนนี้คงเป็นเฟ่ยชิงชิงน้องสาวของเธอ ในความคิดของถิงถิง เฟ่ยชิงชิงเป็นคนร่าเริงยิ้มง่ายแตกต่างไปจากถิงถิงอย่างสิ้นเชิง“สวัสดี เรียกฉันว่าพี่ถิงถิง เธอคงจะเป็นชิงชิงซินะ” ถิงถิงทักทายชิงชิงด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอรู้ว่าเธอต้องทำให้คนในบ้านนี้รู้สึกดีดีกับเธอ เธอต้องยิ้ม และเธอต้องวางแผนสำหรับตัวเองในบ้านหลังนี้อยู่เสมอบรรยากาศในห้องโถงรับแขกเงียบสงบลง คนสองคนหยุดทะเลาะกัน เมื่อเห็นว่าเฟ่ยชิงชิงชอบ ถิงถิงเฟ่ยหลินยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เพราะหากลูกสาวตัวน้อยมีความสุข สามีของเธอก็ต้องเห็นด้วยกับเธอในเรื่องการรับถิงถิงเข้า

  • ถักทอรักไว้ที่ปลายฟ้า (P.S. I miss you very much )   ตอนที่ 2 ฤดูหนาวที่ไม่อาจอยู่รอด

    คุณตาเจียงจากไปแล้ว ถิงถิงสวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์เพื่อไว้ทุกข์ แต่ถิงถิงไม่ได้รับอนุญาตจากลุงใหญ่เจียงอวี้ให้คุกเข่าในงานพิธีศพของคุณตาด้วยเหตุผลที่ว่า เธอไม่คู่ควรประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหูของถิงถิงไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด ถิงถิงจะไม่มีวันลืมความรู้สึกเกลียดชังลุงใหญ่เจียงอวี้ค่อย ๆ แข็งแกร่งมากขึ้นและฝังลึกอยู่ในหัวใจเธอถิงถิงคุกเข่าอยู่ด้านนอกห้องพิธีด้วยความเศร้า ในบางครั้งเธอเงยหน้ามองไปที่หน้าแท่นพิธีมองเจียงอวี่เซิงร้องไห้และเรียกคุณตาเจียงด้วยเสียงอันดัง แต่ถิงถิงร้องไห้น้อยมาก เมื่อคนตระกูลเจียงเห็นถิงถิงไม่ร้องไห้ พวกเขาต่างก็ประณามว่าถิงถิงอกตัญญู เนรคุณหลังจากงานศพคุณตาเจียงเสร็จสิ้น คุณยายมาล้มป่วยติดเตียง ไม่สามารถลุกขึ้นได้เช่นเดียวกับคุณตาเจียงก่อนหน้านี้แต่สิ่งที่แตกต่างคือไม่มีใครใส่ใจและเข้ามาดูแลคุณยายมาเลยถิงถิงทำซุปไก่ดำและนำมาป้อนคุณยายมาเหมือนที่เคยดูแลคุณตาเจียง จากนั้นก็รีบไปทำงานบ้าน ทำให้เธอไม่ได้ไปโรงเรียน“ยายแก่ รีบออกไปจากตระกูลเจียงซะ!” เจียงอวี้ คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงเตะประตูห้องของยายมาเสียงดังถิงถิงตกใจและสับสน เธอเงยหน้าขึ้นมองยายที่ใ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status