LOGINเฟ่ยหลินตกตะลึง หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอยังคงยิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับถิงถิงที่หน้าตาดูคล้ายเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกผิดของเธอเพิ่มมากขึ้น เมื่อนึกถึงวันที่เธอจากถิงถิงไปอย่างโหดร้าย เธอเป็นต้นเหตุให้ถิงถิงมีบุคลิกเช่นนี้
“ลูกดื่มนมแล้ว นอนหลับให้สบายนะ”
“ค่ะ คุณก็รีบเข้านอนนะคะ”
ในที่สุดเฟ่ยหลินก็ออกจากห้องของถิงถิงไป ในขณะที่ถิงถิงกำลังจะกลับไปนั่งลงบนพรมที่พื้นเหมือนเดิม เฟ่ยหลิงเหอก็เปิดประตูและเดินเข้ามา
ถิงถิงมองเฟ่ยหลิงเหออย่างงุนงงและมีความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เธออยากจะนั่งใช้ความคิดเงียบ ๆ ทำไมถึงมีคนเข้ามาขัดจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าของถิงถิงจึงบึ้งตึงระคนไม่พอใจ ทำให้สายตาที่เธอมองไปที่เฟ่ยหลิงเหอจึงดูไม่ดีนัก “มีอะไรเหรอคะ?” น้ำเสียงของถิงถิงเฉยชา
เฟ่ยหลิงเหอโบกมือเป็นการบอกว่าไม่มีอะไรแล้วโยนขวดสเปรย์แก้ฟกช้ำให้ถิงถิง
“ใช้ยานี้ฉีดซะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ข้อเท้าเธอจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าวันนี้” หลังพูดจบเฟ่ยหลิงเหอก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องทันที
ถิงถิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก้มหน้ามองขวดสเปรย์ยาแก้ฟกช้ำที่รับมาไว้ในอ้อมแขน ความเย็นของขวดสเปรย์ยาแก้ฟกช้ำที่สัมผัสกับผิวหนังที่แขนของถิงถิงทำให้เธอขนลุก
“พี่หลิงเหอ ขอบคุณค่ะ!” ถิงถิงตะโกนเสียงดัง จากนั้นเธอก็มองขวดสเปรย์ยาแก้ฟกช้ำและยิ้มกว้างด้วยความซาบซึ้งใจ
ถิงถิงตั้งใจจะห่างเหินจากทุกคน ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างไม่แยแสเพราะเธอกลัวว่าหากเธอยอมให้ใครเข้าใกล้เธอ เธอจะเริ่มซึมซับความอบอุ่นและไม่ยอมห่างจากคนคนนั้น เฉกเช่นเดียวกับคนที่ป่วยหนักหายใจไม่ได้หากไม่มีถังออ๊กซิเจน เธอไม่อยากผูกพันกับใคร ไม่ต้องการให้ใครมาเป็นห่วงยางของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะต้องจมน้ำก็ตาม...
มหาวิทยาลัยที่ถิงถิงเรียนอยู่เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่มีชื่อเสียง มีนักศึกษาจำนวนมาก
เฟ่ยหลิงเหอในตอนนี้เข้ารับตำแหน่งประธานสหภาพนักศึกษาและเขากลายเป็นประธานสหภาพนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุด นักศึกษาคนอื่น ๆ มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาเป็นผู้ชายที่หล่อสุด ๆ และแต่งตัวเนี๊ยบมาก เขาจะติดกระดุมเสื้อของเขาจนถึงบนสุดเสมอ มีความพิถีพิถันมาก แต่เขาไม่ชอบยิ้ม
อย่างไรก็ตามในสายตาของนักศึกษารุ่นพี่ส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัย เฟ่ยหลิงเหอเป็นคนที่สมบูรณ์แบบสุด ๆ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์เลยสำหรับถิงถิง เธอจึงไม่สนใจ
ถิงถิงอายุน้อยกว่าเฟ่ยหลิงเหอหนึ่งปี เธอเข้ามหาวิทยาลัยในตอนที่เขาเป็นนักศึกษาปีที่สอง ในวันแรกที่เธอเข้ามหาวิทยาลัยเธอหาห้องเรียนไม่เจอ จึงต้องโทรหาเฟ่ยหลิงเหอและบอกเขาว่าเธอหลงทาง เขาไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลยเพียงวางสายแล้วเดินมารับเธอเพื่อพาไปส่งถึงประตูห้องเรียน
นักศึกษาคนอื่น ๆ เห็นภาพนี้ก็เริ่มแพร่ข่าวลือว่าสาวน้อยคนนี้คงเป็นแฟนสาวของเฟ่ยหลิงเหอ หลังจากนั้นมีนักศึกษาหญิงตามหาเธอ อาจจะแค่อยากมาดูหน้าถิงถิงเพราะพวกเขาไม่ได้ถามอะไรถิงถิงเลย ถิงถิงเองก็เพิกเฉยต่อพวกเขาทั้งหมดเช่นกัน
มหาวิทยาลัยที่กว้างใหญ่มากเช่นนี้ แต่แปลกเราสามารถได้พบใครบางคนที่เราไม่ต้องการจะพบได้ตลอดเวลาท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย
เจียงอวี่เซิงปรากฏตัวอีกครั้งต่อสายตาของเธอโดยบังเอิญ เธอมองเห็นเขาผ่านทางหน้าต่างห้องเรียน
ใบหน้าของเจียงอวี่เซิงอ่อนโยนและรอยยิ้มของเขายังคงเปล่งประกายเช่นเคย เขาโดดเด่นดั่งดวงตะวันในหมู่คนวัยเดียวกัน ทุกคนสามารถมองเห็นเขาท่ามกลางฝูงชนได้เป็นคนแรก
“เธอรู้จักชายหนุ่มรูปหล่อคนนี้งั้นหรือ?” จ้าวเซียวเพื่อนร่วมชั้นของถิงถิงถาม
หนุ่มหล่อ?
ถิงถิงมองเจียงอวี่เซิงอย่างพินิจพิจารณา เจียงอวี่เซิงสืบทอดรูปลักษณ์ที่ดีของคนตระกูลเจียง เขารับแต่ส่วนดีของตระกูลเจียงมา เขาไม่เคยทำอะไรรุนแรงกับเธอและคุณยายแตกต่างจากพ่อแม่ของเขา นี่คือสาเหตุที่ถิงถิงแม้จะเกลียดตระกูลเจียงเข้ากระดูก แต่เธอก็ไม่สามารถเกลียดเจียงอวี่เซิงได้
จ้าวเซียวมักจะนั่งข้างเธอเวลาเรียน และเป็นเพื่อนร่วมชั้นคนเดียวที่ยินดีจะพูดคุยกับถิงถิงตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาในมหาวิทยาลัย
ในช่วงแรก ถิงถิงไม่ได้พูดคุยกับจ้าวเซียวมากนัก ออกจะเฉยชาด้วยซ้ำ แต่จ้าวเซียวทำให้ถิงถิงรู้สึกสงสัยว่าทำไมคน ๆ หนึ่งถึงสามารถพูดกับเธอได้มากมายทุกวัน ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปถิงถิงจึงค่อย ๆ พูดกับจ้าวเซียวมากขึ้นเรื่อย ๆ
จ้าวเซียวชี้ไปที่เจียงอวี่เซิง ผ่านทางหน้าต่างแล้วพูดว่า “หนุ่มหล่อคนนั้นยืนจ้องมองเธอมานานแล้วนะ เธอรู้จักเขาไหม?”
ถิงถิงหันกลับไปมองเจียงอวี่เซิง เธอเองก็รู้สึกว่าเขาดูเหมือนจะยืนตรงนั้นมาเป็นเวลานาน อากาศหนาวเย็นด้านนอกทำให้จมูกและปากของเขาแดง
เจียงอวี่เซิงเมื่อเห็นถิงถิงหันกลับมามองเขา เขาก็ดูมีความสุขมาก เขาขยับมือเท้าเหมือนเต้นรำจากนั้นก็โบกมือให้ถิงถิงและวิ่งจากไป
ถิงถิงงุนงง เธอไม่เคยเห็นเจียงอวี่เซิงเป็นแบบนี้มาก่อนและไม่เคยคิดว่าเมื่อเขาโตขึ้นแล้วจะเป็นแบบนี้ ทันใดนั้นอาจารย์ประจำวิชาเข้ามาในห้องเรียนเพื่อเริ่มสอนแล้ว
ถิงถิงสะบัดเจียงอวี่เซิงออกจากความคิดและตั้งสมาธิเพื่อตั้งใจเรียน
เสียงอ๊อดหมดเวลาเรียนดังขึ้น เฟ่ยหลิงเหอที่นั่งรออยู่ที่ระเบียงทางเดินก็เห็นถิงถิงเดินออกจากห้องเรียนมาพร้อมกับจ้าวเซียว
หากเฟ่ยหลิงเหอไม่ยุ่งกับงานในสหภาพนักศึกษา เขามักจะมารอถิงถิงเลิกเรียนเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน ดังนั้นข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจึงมากขึ้น แต่ดูเหมือนคนที่ถูกพูดถึงทั้งสองจะไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะทั้งถิงถิงและเฟ่ยหลิงเหอไม่ได้ดำเนินการใด ๆ พวกเขาเดินไปด้วยกันแต่ก็มักไม่ได้พูดอะไรกันเลย แม้แต่จ้าวเซียวผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของถิงถิงก็ยังรู้สึกงุนงง
จ้าวเซียวแอบถามถิงถิงว่า “เธอเดินเคียงข้างกับรุ่นพี่หลิงเหอทุกวันแต่ไม่พูดคุยกันเลยไม่เบื่อหรือ?”
ถิงถิงมองหน้าจ้าวเซียว และรู้สึกประหลาดใจ เธอควรตอบจ้าวเซียวว่าอะไรดี
เธอกับเฟ่ยหลิงเหอไม่ได้อยู่คณะเดียวกัน และไม่ได้อยู่ปีเดียวกัน ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเธอกับเขาจึงไม่มีอะไรที่เรียนเหมือนกัน พวกเขามามหาวิทยาลัยด้วยกันแต่ก็แยกย้ายกันไปเรียน และหลังจากกลับบ้านแล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอนของตัวเอง และหากพวกเขาต้องการจะพบกันก็ต้องมีการจัดสรรเวลาล่วงหน้า
ถิงถิงสายศรีษะแล้วพูดว่า “อากาศหนาวมากฉันไม่อยากอ้าปากพูด นอกจากนี้เธอจะให้ฉันพูดอะไรกับเขาล่ะ ให้หารือเกี่ยวกับเรื่องการบริหารสหภาพนักศึกษากับเขาเหรอ?”
จ้าวเซียวหันมามองหน้าถิงถิง “เฮ้อ นี่เธอเดินเคียงข้างเทพบุตรในสายตาคนอื่น ๆ อยู่นะ หากเป็นฉันล่ะก็...” จ้าวเซียวเชิดปลายคางขึ้น ยืดตัวตรง “ฉันจะเชิดเชิด ประมาณนี้” พูดจบจ้าวเซียวก็ปิดปากหัวเราะคิก
ในมุมมองของถิงถิง เธอกับเฟ่ยหลิงเหอน่าจะเปรียบได้กับน้ำเต้าสองลูกที่สามารถหันหน้ามองกันได้ก็จริง แต่เธอกับเขาคงไม่สามารถพูดคุยกันได้มาก ๆ หรอกในชีวิตนี้..ทำไมนักศึกษาคนอื่น ๆ ถึงได้มองว่าเธอกับเขาเป็นคู่รักกันได้นะ? ...เราจะกลายเป็นคู่รักได้อย่างไร?...น่าเบื่อจริง ๆ
ถิงถิงไม่รู้ว่าในอนาคตเฟ่ยหลิงเหอก็จะมีลักษณะเช่นนี้ไปตลอดชีวิตของเขาหรือไม่ แล้วตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าในอนาคตชีวิตเธอจะไปหยุดอยู่ที่ไหน? ทำงานอะไร? และเธอจะเปลี่ยนไปไหม?
เฟ่ยหลิงเหอหยุดเดิน ถิงถิงจึงหยุดคิดอะไรในหัวแล้วมองไปข้างหน้าก็ตระหนักว่าเฟ่ยหลิงเหอพาเธอมาหอสมุดกลางของมหาวิทยาลัย
“ฉันรู้ว่าข้อมูลที่เธอกำลังหาอยู่ที่ไหน เราเข้าไปข้างในเถอะ” เฟ่ยหลิงเหอพูดเสียงราบเรียบ แล้วเดินนำเข้าไปในห้องสมุดทันที
ทั้งหมดขึ้นไปชั้นสามของหอสมุด เฟ่ยหลิงเหอให้ถิงถิงนั่งรอที่โต๊ะว่างกับจ้าวเซียว แล้วเขาก็เดินตรงไปยังชั้นหนังสือด้านใน
“ถิงถิงข้อมูลอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่าข้อมูลสำหรับทำรายงานวิเคราะห์สถิติตลาดน้ำผลไม้? พี่หลิงเหอสุดยอด เขาช่างเป็นเทพบุตรเดินดิน ใจดีมีเมตตาต่อเธอมาก” จ้าวเซียวพูดเสียงสูงปรี๊ด
ถิงถิงไม่สนใจคำพูดหยอกล้อของจ้าวเซียว แต่เธอรู้สึกดีมากทีเดียวที่ได้รับการใส่ใจจากเฟ่ยหลิงเหอ
ผ่านไปประมาณสิบห้านาที เฟ่ยหลิงเหอก็เดินกลับมาพร้อมกองเอกสาร “นี่” เขาวางกองเอกสารไว้บนโต๊ะให้ถิงถิง
ถิงถิงเหล่ตามองกองเอกสาร เธอเคยมาค้นหาแล้วและเธอก็มั่นใจว่าเธอไม่พบเอกสารพวกนี้ในหอสมุดเลย ในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยถามเฟ่ยหลิงเหอว่าเขาหาพวกมันเจอได้อย่างไร เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นก็ต้องชะงัก จ้าวเซียวเองก็ตกตะลึงและพึมพำว่า “สองเทพบุตร”
เจียงอวี่เซิงปรากฏตัวอยู่ข้างเฟ่ยหลิงเหอ
เฟ่ยหลินตกตะลึง หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอยังคงยิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับถิงถิงที่หน้าตาดูคล้ายเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกผิดของเธอเพิ่มมากขึ้น เมื่อนึกถึงวันที่เธอจากถิงถิงไปอย่างโหดร้าย เธอเป็นต้นเหตุให้ถิงถิงมีบุคลิกเช่นนี้ “ลูกดื่มนมแล้ว นอนหลับให้สบายนะ” “ค่ะ คุณก็รีบเข้านอนนะคะ” ในที่สุดเฟ่ยหลินก็ออกจากห้องของถิงถิงไป ในขณะที่ถิงถิงกำลังจะกลับไปนั่งลงบนพรมที่พื้นเหมือนเดิม เฟ่ยหลิงเหอก็เปิดประตูและเดินเข้ามา ถิงถิงมองเฟ่ยหลิงเหออย่างงุนงงและมีความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เธออยากจะนั่งใช้ความคิดเงียบ ๆ ทำไมถึงมีคนเข้ามาขัดจังหวะครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าของถิงถิงจึงบึ้งตึงระคนไม่พอใจ ทำให้สายตาที่เธอมองไปที่เฟ่ยหลิงเหอจึงดูไม่ดีนัก “มีอะไรเหรอคะ?” น้ำเสียงของถิงถิงเฉยชา เฟ่ยหลิงเหอโบกมือเป็นการบอกว่าไม่มีอะไรแล้วโยนขวดสเปรย์แก้ฟกช้ำให้ถิงถิง “ใช้ยานี้ฉีดซะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ข้อเท้าเธอจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าวันนี้” หลังพูดจบเฟ่ยหลิงเหอก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องทันที ถิงถิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
ถิงถิงอยากนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ แต่ตรงนี้มีเสียงดังเหลือเกิน เฟ่ยชิงชิงนั่งอยู่ข้างเฟ่ยหลินและพูดคุยอย่างมีความสุข เธอขอให้เฟ่ยหลินทาเล็บให้ ในขณะเดียวกันก็คอยหันมามองถิงถิงพร้อมรอยยิ้มบ่อยครั้ง ถิงถิงตัดสินใจปิดหนังสือลงแล้วหยิบแก้วน้ำเพื่อนำไปเก็บในห้องครัว และถือโอกาสนี้เดินขึ้นไปชั้นบน ถิงถิงไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เฟ่ยชิงชิงชอบอวดสิ่งของและสิ่งที่ทำต่อหน้าเธอ โดยเฉพาะความใกล้ชิดของเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลิน ในขณะที่ถิงถิงกำลังเดินอยู่บนทางเดินชั้นบน จู่ ๆ เฟ่ยหลิงเหอก็ยื่นมือออกมาขวางเส้นทางของถิงถิง เธอหยุดและหันหน้าไปมองเขา เฟ่ยหลิงเหอในสายตาของถิงถิงดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนระหว่างเขาเมื่อห้าปีที่แล้วกับเขาในอีกห้าปีต่อมา เขาแค่ผอมลงและสูงขึ้น ส่วนใบหน้าของเขายังคงเย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกทางสีหน้าเมื่อมองคนอื่น “เมื่อวานเธอไม่ได้ไปห้องสมุดเหรอ?” เฟ่ยหลิงเหอถาม ทันใดนั้นเฟ่ยชิงชิงกับเฟ่ยหลินที่ขึ้นมาชั้นบนเช่นกันก็หยุดชะงักมองพวกเขาสองคน ถิงถิงถอยหลังเล็กน้อยเพ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อกถิงถิงหันไปมองตามเสียงเคาะประตูที่ดังอยู่ด้านนอก เสียงทะเลาะกันของเฟ่ยหลินและเฟ่ยหมิงยังคงดังลั่นคงไม่ใช่เฟ่ยหลินมาเคาะประตู แล้วเป็นใครนะ? “เข้ามาได้” น้ำเสียงของถิงถิงอ่อนล้า เฟ่ยหลิงเหอเปิดประตูเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ในมือถือแก้วนมและเดินตรงไปยื่นแก้วนมให้ตรงหน้าถิงถิง “ดื่มนมนี่ซะ แล้วเข้านอนพรุ่งนี้ยังต้องไปอ่านหนังสือกัน” ถิงถิงได้ยินสิ่งที่เฟ่ยหลิงเหอพูดแล้วถึงกับทำหน้าไม่ถูกเล็กน้อย เสียงที่ดังลั่นอยู่ข้างนอกคือคนสองคนที่กำลังทะเลาะกันเพราะเรื่องเธอส่วนเฟ่ยหลิงเหอกับบอกให้เธอดื่มนมแล้วเข้านอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ถิงถิงพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ เธอทำได้เพียงพยักหน้า จากนั้นยื่นมือขึ้นแล้วพูดว่า “พี่หลิงเหอขาของฉันชา พี่ช่วยพยุงฉันลุกขึ้นหน่อยได้ไหม?” เฟ่ยหลิงเหอวางแก้วนมไว้บนโต๊ะ แล้วเดินเข้ามาช่วยพยุงถิงถิงให้ลุกขึ้น เขารู้จักนิสัยของถิงถิงดี หากเธอขอความช่วยเหลือนั่นหมายความว่าเธอไม่สามารถยืนขึ้นได้จริง ๆ ทันใดนั้นมีเสียงเหมือนแก้วหรือกระจกแตกที่ด้านนอกดังมาก จากนั้นเสียงทุกอย่
วันรุ่งขึ้นเป็นเช้าวันเสาร์ ถิงถิงที่กว่าจะนอนหลับเมื่อคืนก็ดึกแล้ว ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเคาะประตูถิงถิงงัวเงียค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง เธอขยี้ตาและลุกขึ้นนั่งแล้วพูดด้วยเสียงแหบห้าว “เขามาได้เลยค่ะ ประตูไม่ได้ล็อค” ในใจของถิงถิงคิดว่าน่าจะเป็นแม่ของเธอเฟ่ยหลิน แต่ถิงถิงก็คาดไม่ถึงว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาคือเฟ่ยหลิงเหอ ถิงถิงกะพริบตามองเฟ่ยหลิงเหอแบบงุนงง หลังจากสติคืนกลับมาเต็มที่ก็นึกดีใจที่เธอสวมชุดนอนแบบคลุมยาวเรียบร้อย หลังจากเฟ่ยหลิงเหอเข้ามา เขาก็วางหนังสือกองหนาไว้บนโต๊ะของถิงถิง และปรายตามองไดอารี่ของถิงถิงที่เปิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ามามองถิงถิงและพูดว่า “ขั้นตอนการโอนย้ายโรงเรียนของเธอเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอไปเรียนโรงเรียนเดียวกับฉันและหนังสือเหล่านี้ทางโรงเรียนให้มาทั้งหมด” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ถิงถิงฟังที่เฟ่ยหลิงเหอพูดอย่างตั้งใจ ในใจเธอยังคงสงสัยว่าทำไมเฟ่ยหลิงเหอต้องมาแต่เช้าเพื่อเอาหนังสือเหล่านี้มาส่งด้วย วันนี้มันเป็นเช้าวันเสาร์? ในขณะที่เธอกำลังคิดอะไรในใจอยู่ ทำให้ท่าทางของเธอดูเหม่อลอย นานทีเดียวกว่
ถิงถิงยืนอยู่ที่ห้องโถงรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเฟ่ยและมองดูคนสองคนทะเลาะกัน เธอเงียบราวกับรูปปั้น ใบหน้าของถิงถิงดูเหมือนไม่มีความรู้สึกใดใดทันใดนั้น เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็โผล่ศรีษะออกมาจากด้านหลังของทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ เมื่อเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นเห็นถิงถิงเธอก็ยิ้มกว้าง จากนั้นก็วิ่งเข้ามาจับมือของถิงถิง"เธอเป็นพี่สาวของฉันเหรอ? เยี่ยมมาก ฉันมีพี่สาวแล้ว" เด็กน้อยมองถิงถิงด้วยดวงตาเป็นประกายถิงถิงพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ เด็กผู้หญิงคนนี้คงเป็นเฟ่ยชิงชิงน้องสาวของเธอ ในความคิดของถิงถิง เฟ่ยชิงชิงเป็นคนร่าเริงยิ้มง่ายแตกต่างไปจากถิงถิงอย่างสิ้นเชิง“สวัสดี เรียกฉันว่าพี่ถิงถิง เธอคงจะเป็นชิงชิงซินะ” ถิงถิงทักทายชิงชิงด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอรู้ว่าเธอต้องทำให้คนในบ้านนี้รู้สึกดีดีกับเธอ เธอต้องยิ้ม และเธอต้องวางแผนสำหรับตัวเองในบ้านหลังนี้อยู่เสมอบรรยากาศในห้องโถงรับแขกเงียบสงบลง คนสองคนหยุดทะเลาะกัน เมื่อเห็นว่าเฟ่ยชิงชิงชอบ ถิงถิงเฟ่ยหลินยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เพราะหากลูกสาวตัวน้อยมีความสุข สามีของเธอก็ต้องเห็นด้วยกับเธอในเรื่องการรับถิงถิงเข้า
คุณตาเจียงจากไปแล้ว ถิงถิงสวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์เพื่อไว้ทุกข์ แต่ถิงถิงไม่ได้รับอนุญาตจากลุงใหญ่เจียงอวี้ให้คุกเข่าในงานพิธีศพของคุณตาด้วยเหตุผลที่ว่า เธอไม่คู่ควรประโยคนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหูของถิงถิงไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด ถิงถิงจะไม่มีวันลืมความรู้สึกเกลียดชังลุงใหญ่เจียงอวี้ค่อย ๆ แข็งแกร่งมากขึ้นและฝังลึกอยู่ในหัวใจเธอถิงถิงคุกเข่าอยู่ด้านนอกห้องพิธีด้วยความเศร้า ในบางครั้งเธอเงยหน้ามองไปที่หน้าแท่นพิธีมองเจียงอวี่เซิงร้องไห้และเรียกคุณตาเจียงด้วยเสียงอันดัง แต่ถิงถิงร้องไห้น้อยมาก เมื่อคนตระกูลเจียงเห็นถิงถิงไม่ร้องไห้ พวกเขาต่างก็ประณามว่าถิงถิงอกตัญญู เนรคุณหลังจากงานศพคุณตาเจียงเสร็จสิ้น คุณยายมาล้มป่วยติดเตียง ไม่สามารถลุกขึ้นได้เช่นเดียวกับคุณตาเจียงก่อนหน้านี้แต่สิ่งที่แตกต่างคือไม่มีใครใส่ใจและเข้ามาดูแลคุณยายมาเลยถิงถิงทำซุปไก่ดำและนำมาป้อนคุณยายมาเหมือนที่เคยดูแลคุณตาเจียง จากนั้นก็รีบไปทำงานบ้าน ทำให้เธอไม่ได้ไปโรงเรียน“ยายแก่ รีบออกไปจากตระกูลเจียงซะ!” เจียงอวี้ คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงเตะประตูห้องของยายมาเสียงดังถิงถิงตกใจและสับสน เธอเงยหน้าขึ้นมองยายที่ใ







