LOGINณ บริษัททีเพ็กซ์ สติลไวม์
ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! เสียงเคาะปลายปากกาบนโต๊ะเบาๆอย่างใช้ความคิด ขณะที่มืออีกข้างกำลังกุมขมับมองกราฟรายงานคุณภาพหลังการอบชุปเหล็กด้วยความร้อนที่ดิ่งลง ดวงตาคมไม่ละสายตาไปจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะทำงานหรู ตลอดหลายปีมานี้ ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเป็นกังวลมากที่สุด ประสิทธิภาพของเหล็กที่ผลิตมีคุณภาพลดลง ทั้งที่ตัววัตถุดิบและกระบวนการผลิตเหมือนเดิมทุกขั้นตอน หลายเดือนแล้วที่เขาพยายามหาทางแก้แต่กลับไม่พบจุดที่เป็นปัญหา ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดวงตาคมเหลือบไปมองนาฬิกาที่อยู่มุมโต๊ะ ตัวเลขบอกว่าตอนนี้เก้าโมงเช้าแล้ว แต่ถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานมีร่องรอยของการดื่มไปแล้วถึงสองแก้ว "เข้ามา!" สิ้นเสียงอนุญาตประตูก็เปิดออกพร้อมกับหญิงสาวอายุสามสิบแปดปี เลขาส่วนตัวที่ทำงานกับชายหนุ่มเข้าปีที่หกแล้ว "คุณกันต์คะ นี่คือข้อมูลส่วนตัวของคุณเนตรนภาค่ะ เรามีนัดเซ็นสัญญาเริ่มทำงานที่คุณบอกจะคุยกับเธอเองเวลาสิบโมงตรง ตอนนี้เธอน่าจะกำลังเดินทางมาถึงแล้ว" จินดาเอ่ยรายงานผู้เป็นนายก่อนจะวางแฟ้มข้อมูลส่วนตัวบนโต๊ะ "อืม" ชายหนุ่มเอ่ยรับเสียงเบาในลำคอ ไม่ได้สนใจแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยซ้ำ จินดาจึงเดินออกไปไม่รบกวนผู้เป็นนายอีก ชายหนุ่มเองก็รับนักศึกษาจบใหม่มาทุกปี ไม่ว่าจะจบจากในประเทศหรือมหาลัยชั้นนำต่างประเทศ ในใจของเขาไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คน ฝีมือโดดเด่น ผลงานยอดเยี่ยมจนบริษัทอื่นๆต้องแย่งตัวกันมากเพียงใด แต่พอเข้ามาทำงานจริงกลับแก้ปัญหาไม่ได้มีเยอะแยะ ส่วนคนนี้อาจารย์พ่อตอนที่เรียนปริญญาเอกแนะนำ จึงจำใจต้องแย่งมาโดยที่ในใจไม่ได้หวังเลยว่าเธอจะแก้ปัญหาให้กับบริษัทเขาได้ เฮ้อ~ ร่างใหญ่ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า เอนกายพิงเก้าอี้ยกมือขยี้ตาตนเองเบาๆ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นนามสกุลบนหน้าปกของคนที่เขาต้องไปพบอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยความตะขิตใจ มือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มมาเปิดดูผ่านๆ แต่ภาพของผู้หญิงในรายงานข้อมูลส่วนตัวทำให้คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย และยกยิ้มที่มุมปากด้วยความพอใจ "เนตรนภา วรากุล งั้นเหรอ...เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนช่องทางการติดต่อ มิน่า....หกปีมานี้ฉันถึงหาเธอไม่พบ" ......... ท่ามกลางตึกสูงใจกลางเมืองหลวง ที่รอบข้างเต็มไปด้วยการจราจรและผู้คนที่ดูเร่งรีบ กลับมีสำนักงานใหญ่ 3 ชั้น ที่ดูแตกต่างออกไป ตัวอาคารใช้กระจกผืนใหญ่เต็มบานเพื่อรับแสงธรรมชาติ ช่วยให้พนักงานไม่รู้สึกอึดอัด ตัดสลับกับระแนงไม้หรือโครงเหล็กสีดำ มีระเบียงยื่นออกมาในแต่ละชั้นเพื่อจัดเป็นสวนหย่อมลอยฟ้าให้นั่งพักผ่อน ดูจากรสนิยมแล้วเจ้าของบริษัทนับว่าใส่ใจลูกน้องเป็นอย่างมาก เท้าเรียวก้าวขึ้นบันไดตรงเข้ามาในสำนักงานใหญ่ ในมือมีเอกสารฉบับหนึ่งกอดไว้แน่น แต่งกายด้วยชุดสุภาพดูก็รู้ว่าเธอเข้ามาติดต่อธุระแทนที่จะเป็นพนักงานประจำ "สวัสดีค่ะ ฉันเนตรนภา วรากุล วันนี้เข้ามารายงานตัวเพื่อเซ็นสัญญาทำงานค่ะ" หญิงสาวบอกชื่อตนเองและวันนี้เธอมาทำอะไรให้พนักงานต้อนรับได้รู้ "นี่คือคีย์การ์ดเปิดประตูไปยังห้องผู้บริหารอยู่ชั้นสามค่ะ หากขึ้นไปแล้วติดต่อที่คุณจินดาอีกครั้งนะคะ" พนักงานต้อนรับเอ่ยพลางยื่นคีย์การ์ดให้เธอ "ต้องเข้าพบผู้บริหารด้วยเหรอคะ" หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอทำการบ้านมาก่อน ถึงแม้จะมีหลายบริษัทติดต่อมาแต่กันต์เพ็กซ์ สดิลไว์เป็นบริษัทใหญ่ มีบริษัทในเครือถึงสี่แห่ง ผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้ต้องลงมาคุยสัญญาเริ่มงานกับเธอด้วยตัวเองเลยเหรอ "คุณกันต์แจ้งเอาไว้แล้ว เชิญคุณเนตรนภาขึ้นไปได้เลยค่ะ" "อ่อ...ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวรับคำแบบงงๆก่อนจะเดินเข้าไปขึ้นลิฟต์ ในใจของเธอตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่าวันสอบวิทยานิพจน์จบเสียอีก ก็แน่อยู่แล้วนี่คืองานแรกในชีวิตหลังเรียนจบ ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา หญิงสาวเบาลมหายใจเข้าออกเบาๆอย่างเรียกสติ ติ๊ง! เสียงลิฟต์ดังขึ้นบอกว่าเธอขึ้นมาถึงที่หมายแล้ว มันเร็วเหมือนกับว่าเธอวาบได้เสียอีก "สู้ๆยัยหนาว เธอทำได้และจะทำได้ดีมากด้วยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจก่อนจะแตะคีย์การ์ดที่หน้าประตูแล้วเดินเข้าไป "เอ่อ....สวัสดีค่ะฉันเนตรนภา" "สวัสดีค่ะ พี่ชื่อจินดานะ เรามาก่อนเวลาห้านาที เดี๋ยวพี่ขอเข้าไปรายงานคุณกันต์ก่อนว่าสะดวกให้เข้าพบเลยไหม รอสักครู่นะจ๊ะ" จินดาบอกหญิงสาวให้นั่งรอหน้าห้องก่อนจะหายเข้าไปด้านใน ตอนนี้มือของเธอเย็นเฉียบ แต่ก็ยืนรอไม่นานจินดาก็กลับออกมาพร้อมรอยยิ้ม "น้องเนตรนภาเข้าไปได้เลยค่ะ คุณกันต์รออยู่แล้ว" "พี่จินดาเรียกหนูว่าน้ำหนาวก็ได้ค่ะ" "ได้จ๊ะ สู้ๆนะ คุณกันต์แกเป็นคนใจดีไม่ต้องกังวล" จินดาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม หญิงสาวยิ้มกว้างตอบกลับไปก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไปในห้อง แสงอาทิตย์ในช่วงยามสายส่องผ่านกระจกหนาเกือบถึงพลางห้อง กระทบกับแว่นกรอบสีเงินเล็กๆบนใบหน้าคม ทว่าในห้องมิได้รู้สึกร้อนเลยแต่กลับเย็นยะเยือกจนขนลุก บุรุษในชุดสูทสีเทาดูเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เครื่องหน้านับว่าหล่อเหลายิ่งกว่าพระเอกซีรีส์ที่เธอชอบดู อีกทั้งได้กลิ่นหอมสะอาดจากน้ำหอมแบรนด์หรูปนกับกลิ่นหอมจางๆจากตัวของเขา ดูเป็นเอกลักษณ์ลอยมาประจุจมูกเรียวของเหยิงสาว กลิ่นนี้ช่างคุ้นเคยแต่จำไม่ได้ว่าเคยได้กลิ่นนี้ที่ไหน เหมือนกับว่า....เป็นกลิ่นในอดีต "นี่เหรอคุณกันต์ กิตติพัชร์ พิชญเดชา เจ้าของบริษัทกันต์เพ็กซ์ สติลไวน์ มองด้วยเนื้อก็แล้วดูดีกว่าในข่าวที่ฉันเคยเห็นซะอีก นี่สินะอ่อร่าตัวเอกในชีวิตจริง ความสามารถก็ครบเครื่อง หน้าตาเอ่ย หุ่นเอ่ย มองจากระยะสองรอยเมตรก็รู้ว่าหุ่นแบบนี้ต้องมีซิกแพคกล้ามโตๆแน่เลย แต่ก็นะไม่เคยได้ยินข่าวเรื่องผู้หญิงของเขาเลย หรือว่า....เขาไม่มองหญิง โอ๊ย~ เสียดายของอ่า แต่ไม่เป็นไรฉันผันตัวไปเป็นสาววายได้ ขอแค่ได้มองหน้าหล่อๆแบบนี้บ่อยๆก็พอ" น้ำหนาวเอยกับตนเองในใจ ขณะที่ยังคงยืนอยู่ตรงประตูห้อง "จะยืนจ้องฉันอีกนานไหม "ติ๊ง!เสียงดนตรีในบาร์ดังจนกลบเสียงแจ้งเตือนข้อความ ทว่าหน้าจอสมาร์ดโฟนสว่างขึ้นจึงทำให้ชายหนุ่มรู้ตัว ตุลย์รีบเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูทันที ก่อนจะหัวเสียเมื่อได้อ่านข้อความจากเพื่อนตัวดีที่ผิดนัดอีกแล้ว"เป็นอะไรของมึงว่ะ กูให้โทรตามไอกันต์เมื่อไหร่มันจะมาสักที"เมฆหลังเห็นหน้าเพื่อนรีบเข้ามาบ่นทันที ก่อนจะชะโงกหน้าไปอ่านข้อความที่กันต์ส่งมา'วันนี้กูไปไม่ทันแล้ว พรุ่งนี้ไว้ค่อยชดเชย' ข้อความเพียงสั้นๆทำเอาเมฆโมโหไปอีกคน"มาไม่ทันก็เหี้ยล่ะ! เพิ่งสองทุ่มเองวันเกิดมันแต่เจ้าตัวไม่มา ให้กูจัดทำหอกอะไร"ติ๊ง!ก่อนที่จะได้บ่นอะไรไปมากกว่านี้เสียงข้อความจากสมาร์ดโฟนของครามก็ดังขึ้น แต่ไม่ใช่ข้อความจากกันต์ที่ผิดนัด เป็นรุ่นน้องของเขาเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นหน้ามอ ส่งรูปเพื่อนตัวดีกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง "จะมาได้ยังไง เสือของพวกมึงกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองกระต่ายน้อยอยู่""กระต่ายน้อยที่ไหนของมึง"เมฆเอ่ยพลางแย่งโทรศัพท์เพื่อนมาดู ก่อนจะพบว่าเป็นจริงอย่างที่เพื่อนพูด"อ้อ กูก็ว่าทำไมช่วงนี้มันปฏิเสธนางฟ้าที่เข้ามาหาทุกครั้งเลยกูก็นึกว่ามันเรียนจนเหนื่อย ที่แท้
หลังจากเหตุการณ์ที่จู่ๆน้ำหนาวเองก็ได้อยู่ใกล้ชายหนุ่มทำเอาเธอใจชื้นไม่หยุด ถึงแม้ตอนนี้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ตาม"ยินดีต้อนรับเข้าสู่วิชาเลือกครับ เราเจอกันในหลายวิชาแล้วและใครหลายๆคนอาจจะเรียนที่มหาลัยเป็นเทอมสุดท้ายก่อนไปฝึกงาน เช่นเคยครับวิชานี้แบ่งการสอนเป็นทฤษฏีและปฏิบัติ ผมมีผู้ช่วยสอนครับ วันนี้ไม่ได้มาด้วยแต่เราจะไปเจอกันที่ตึกปฏิบัติการสาขาเช่นเดิม"อาจารย์ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่จะทำการสอน หลังกลับถึงห้องน้ำหนาวเดินขาแทบลาก เมื่อช่วงนี้ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือเรื่องงานเธอยุ่งจนสายตัวแทบขาด ส่วนเรื่องความรักก็แทบลืมเขาไปแล้วด้วยซ้ำเพราะมีอะไรให้ทำเต็มไปหมด ด้วยเหตุนี้ทำให้เธอเรียนไม่จบตามแผนที่วางไว้ สำหรับคนอื่นอาจจะเสียใจทว่ากับน้ำหนาวไม่ใช่ เธอตั้งใจเอาไว้ว่าคะแนนทุกวิชามาจากความสามารถของเธอทั้งหมด เกรดส่วนใหญ่ไม่มีวิชาไหนต่ำกว่าบีด้วยซ้ำ หากรู้ว่าลงเรียนเยอะแล้วตัวเองไม่สามารถรับผิดชอบมันได้ การจบช้ากว่าเพื่อนแค่เทอมเดียวไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เท้าเรียวเดินไปหน้าตู้เย็นก่อนที่จะหยิบขวดที่ด้านในบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้ำสีม่วงเข้มออกมา จากนั้นริมใส่แก้วสำหรับมัน
ฟุบ!ร่างบางทิ้งตัวลงเตียงกว้างหลังเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว เธอรู้สึกปวดตามเนื้อตัวทว่าเมื่อมองไปยังกองรางงานที่ต้องนำเสนอพรุ่งนี้ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้ภารกิจยังไม่เสร็จ มือเรียวคลำหาสมาร์ดโฟนแล้วกดโทรหาเพื่อนสาว"ฮัลโหล~ ว่าไงย๊ะ หนีไปหาอะไรทำเพื่อตัดใจจากพี่เขาคืนแรกก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ"เสียงแหลมดังออกมาจากสมาร์ดโฟนจนหญิงสาวต้องกดปุ่มเปิดลำโพงแล้ววางไว้บนเตียงนุ่ม"เฮ้อ~ แกรู้ปะว่าฉันเจอใครที่นี่"น้ำหนาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่แผนวางไว้กลับล่มไม่เป็นท่า"เจอใครย๊ะ เดี๋ยวนะ! นี่แกกำลังจะบอกว่าเจอพี่กันต์ที่เขาใหญ่เหรอ"เสียงจากปลายสายตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น"ก็ใช่น่ะสิ!""อร๊ายๆๆๆๆ พรหมลิขิตปะ" น้ำหนาวเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆอย่างละเอียดหยิ๊บจนปลายสายต้องร้องกรี๊ดไปหลายต่อหลายครั้ง สองสาวพูดคุยกันกินเวลายาวไปเกือบชั่วโมง"นี่อาจจะเป็นเวลาเหมาะสม ที่แกต้องเปิดเผยความลับที่ซ่อนมันมาตลอดสองปี""ฉันว่ามันยังเร็วไปหรือเปล่า ถ้าเกิดพี่เขามีคนในใจแล้วจะทำยังไง สถานะที่ตั้งไว้ในโซเชียลเชื่อถือไม่ได้นะ""แกควรพร้อมที่เผชิญหน้ากับความจริงได้แล้วนะน้ำหนาว ไม่มีอะไรเสียห
เสียงดนตรีสด ฟังสบาย ที่ปรับระดับเสียงให้พอดีกับการสนทนาและเพลิดเพลินไปพร้อมกัน เสียงพูดคุยหัวเราะเบาๆและผู้คนที่มาสังสรรค์หลังเลิกงาน Behind the Mist Bar ร้านลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักส่วนใหญ่มีแต่ลูกค้าขาประจำในวัยทำงาน น้อยนักที่จะเป็นกลุ่มของนักศึกษา มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วขึ้นมาจิบ กลิ่นหอมจางๆจากเครื่องดื่มค็อกเทลทำให้วันนี้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย"เอ่อ....ขอโทษนะคะ เราชอบเธออ่ะขอไอจีหน่อยดิ"จู่ๆขณะนั้นเองกลับมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหาขัดจังหวะสุนทรีของชายหนุ่มที่โต๊ะ มือหนาวางแก้วเปล่าที่ดื่มหมดแล้วลงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเอาเธอรู้สึกเขินอายเมื่อถูกเขาจ้องมอง ใครเล่าจะต้านทานดวงตาสีสนิมของเขาได้ ทว่าในวินาทีต่อมา ใครจะคิดว่าสายตาที่ดูเหมือนสนใจเมื่อสักครู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด กันต์ยกมือโบกปฎิเสธ จนผู้หญิงคนนั้นแสดงสีหน้าออกมาด้วยความไม่พอใจและเดินออกไปทันที"เห้ย! นี่กูตาฝาดไปป่ะว่ะ นั้นน้องมิ้นอดีตดาวมหาลัยปีสี่เลยนะเว้ย"เมฆเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง"ช่วงนี้เหนื่อยว่ะ กลับไปต้องตรวจรายงานแล็บของน้องๆนักศึกษาอีกเยอะ"กันต์เอ่ยพลางเอนกา
"ห๊ะ จริงเหรอ"เสียงแหลมเอ่ยดังลั่นจนคนในร้านหันมามองยังโต๊ะของทั้งสองด้วยความตกใจ"เบาเสียงหน่อยสิแก"น้ำหนาวเอ่ยห้ามเพื่อนสาว พร้อมทั้งหันไปขอโทษคนในร้านด้วยความเกรงใจ"ก็แหม๋~~~ ฉันตื่นเต้นแทนแกนิ พรหมลิขิตหรือเปล่าจ๊ะ"หนูดีเอ่ยหยอกเย้าเพื่อนก่อนที่จะคีบหมูที่สุกแล้วเข้าปาก"แกว่าพี่เขายังโสดหรือเปล่า"น้ำหนาวเอ่ยขึ้นด้วยความลังเลเล็กน้อย"อ๊อย~ คงเหลือมาถึงแกหรอกย๊ะ หน้าตาเขาไม่ได้สามัญชนแบบพวกเรานะย๊ะ"หนูดีเอ่ยขึ้นอย่างด่วนสรุป แต่เมื่อหันมาเห็นสีหน้าของเพื่อนสาวที่สลดลงด้วยความผิดหวัง ก็อยากจะตีปากตัวเองจริงๆ ลืมไปได้อย่างไรว่ายัยเพื่อนตัวดีตามหาพ่อเทพบุตรตัวหอมมาเป็นปี โดยที่ไม่เปลี่ยนใจเลยสักนิด ตอนนี้เจอแล้วแต่กลับเป็นคนที่ทั่วมหาลัยต่างก็อยากได้เขาไปครองด้วยเหมือนกัน"แกไม่ต้องเป็นห่วง นี่ใครย๊ะ สุดยอดนักสืบ แกอยากรู้อะไรบอกฉันมาได้เลยคร่า~~""พอเลยค่ะ เรื่องพี่เขาแกไม่ต้องยุ่งเลย ปล่อยให้มันเป็นไปเองตามธรรมชาติ"น้ำหนาวรีบเอ่ยห้ามเพื่อนสาว เพราะเรื่องนี้ไม่แน่ใจว่าถ้ารู้คำตอบไปแล้ว เธอจะยังมีความสุขทุกครั้งที่มองเขาแบบนี้หรือเปล่า ความกลัวว่าเขาจะมีคนของใจมากกว่าอยากรู้ว่
ณ อาคารเครื่องมือวันนี้คือวันที่น้ำหนาวต้องเข้าเรียนวิชาของสาขาวันแรก และใช่วันแรกหญิงสาวก็มาสายเช่นเคย นั่นไม่ใช่เธอไม่มีความรับผิดชอบแต่อย่างไร เป็นเพราะมหาลัยแห่งนี้นั้นใหญ่มาก เวลาหนึ่งปีไม่พอให้เธอหาห้องเรียนในตึกที่ไม่เคยมาได้ในครั้งแรก"นักศึกษามาแล้วก็รีบมานั่งเร็ว หากครั้งหน้ามาช้าอีกจะถูกหักคะแนน"อาจารย์เอ่ยขึ้นเสียงดังกล่าวตักเตือนคนที่มาสายรวมถึงเธอด้วย แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกของนักศึกษาปีสองที่เข้ามาเรียนในสาขาจึงไม่ได้เคร่งครัดนัก"ขอบคุณค่ะอาจารย์"น้ำหนาวเอ่ยขึ้นพร้อมเข้าไปนั่งต่อแถวต่อจากเพื่อน วันแรกที่เข้าสาขาเธอไม่รู้จักเพื่อนคนไหนเลย เพราะทุกคนเองต่างเลือกสาขาที่ต้องการ เลยทำให้นักศึกษาในที่นี้น้อยนักจะมีเพื่อนที่เคยสนิทกันมาก่อน เมื่อทุกคนมาครบแล้วอาจารย์ก็แจ้งรายละเอียดในการเรียนของรายวิชานี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิชาเกี่ยวกับการทำแล็บ ขณะที่หญิงสาวกำลังก้มหน้ากรอกข้อมูลอยู่นั้นกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างคนๆหนึ่งที่รู้สึกคุ้นเคยเดินเข้ามาภายในห้องเรียน ทันทีที่เปิดประตูก็รู้ได้ในทันทีว่านั่นคือเขาถึงแม้ไม่ได้หันไปมองก็ตาม คนทั้งห้องต่างเลือกใช้น้ำหอมกลิ่นต่างออกไป ม







