Share

ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-02 15:03:28

กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิม

เขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้า

ร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถ

ซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดี

ฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกัน

ยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียว

ใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่ง

กระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยเขม่าสีดำและเลือดของซันเดย์บนตัวเขาอย่างชัดเจน…

(ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร หลังจากที่จัดการเรื่องของเธอที่โรงพยาบาลเสร็จ ก็กลับไปที่นั่นอีก แต่ทางสนามบอกว่าเขาไม่อยู่แล้ว)

เกย์สันหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด ไม่เล่าถึงเหตุการณ์ที่ยังจดจำได้ตลอดมาให้เธอรับรู้

“แล้วทางสนามบอกอะไรไม่ได้เลยเหรอ?” มีแต่คำถามเต็มหัวไปหมด ดวงตากลมโตปิดลง ขับไล่ความตึงเครียดในหัว ก่อนที่จะลืมมันแล้วตั้งคำถามใหม่อีกครั้ง “เขาดูเหมือนคุ้นชินกับที่นั่นมาก”

(บอกแค่ว่าเป็นนักศึกษาฝึกงาน กลับไปเรียนเหมือนเดิมแล้ว)

เขาพูดตามความจริง ไม่คิดจะปกปิดอะไร ตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะตอบแทนผู้ชายปริศนาคนนั้น

(อีกอย่างเขาไม่ได้อยู่แคนาดานะซันเดย์)

ได้ยินคำตอบที่เกย์สันเองก็พยายามสุดความสามารถ เธอถอนหายใจเข้าปอด ก่อนจะผ่อนออกมายาวเหยียด กรีดปลายนิ้ววาดเส้นผมที่ปิดบังใบหน้าแล้วทัดหู

ในเมื่อไร้หนทางที่จะตามหาก็คงต้องปล่อยให้เป็นโชคชะตา หากมีบุญต่อกันก็คงได้ตอบแทนการช่วยเหลือในวันนั้น แต่ถ้าหากไร้ซึ่งวาสนาก็ขอให้ความรู้สึกขอบคุณจากใจจริงของเธอทำให้เขาเจอแต่สิ่งที่ดี!

(ทำไมถึงนึกอยากถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมา?)

“ไม่รู้เหมือนกัน” ใช่! ทำไมถึงนึกอยากรู้เอาตอนนี้? “แต่ซันควรรับความจริงได้แล้ว ว่าทุกอย่างมันเป็นเพราะตัวซันเองไงเกย์สัน”

(มันผ่านไปแล้วซันเดย์ เราจะไม่พูดถึงมันอีก)

ไม่ใช่ว่าอยากให้รุ่นน้องหนีความจริง แต่ไม่อยากให้เธอรื้อฟื้นมันตอนนี้

“หึ! ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ก็ยังมีแค่พี่ ที่ซัน... กล้าที่จะเปิดแผลนั่น”

(.....)

 เช้าอีกวัน

สภาพของคนที่บอกว่าไม่เป็นไรตอนนี้ไม่ต่างจากหมีแพนด้าเลย เหมือนพระเจ้าจะใส่ใจซันเดย์มากเกินไปหน่อยจนเหวี่ยงเรื่องวุ่น ๆ มาให้พร้อมกัน

เธอนอนราบกับโต๊ะเรียนระหว่างที่รออาจารย์เข้าสอน ปลายนิ้วเรียวเคาะไปตามจังหวะของความคิดที่ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

“วิญญาณแกน่าจะออกจากร่างไปแล้วแน่ ๆ” ไลลาลากเก้าอี้มานั่งข้างคนที่ดูเหมือนจะอย่างนั้นจริง ยิ้มแฉ่งเมื่อเจ้าของดวงตาเกรี้ยวกราดนอนไม่พอเหลือบมองมา

ซันเดย์ดันตัวขึ้นนั่งหลังพิงพนักอย่างคนซังกะตาย ไม่เคยรู้สึกว่าทุกอย่างมันน่าเบื่อไปหมด เรียนก็ไม่รู้เรื่อง แม้กระทั่งวีด้า เพื่อนแสนดีของเธอที่เคยเป็นแสงสว่างในชีวิต ยังทำให้ใจที่มืดมนกลับมามีกำลังใจไม่ได้เลย

“เปล่านิ” ปากตอบอย่างนั้น แต่เสียงกลับสูงเท่ายอดตึกไปแล้ว

“อย่ามาอำกันให้ยาก หน้าแกมันยิ่งกว่าคนปวดขี้ เอาอะไรมาไม่เป็น” ไลลาทำแบ๊ะปากไม่เชื่อคำพูดของคนที่หน้า เบื่อโลก “หรือยังติดใจเรื่องนั้นอยู่?”

เธอไม่เอ่ยคำพูดนั้นออกมา เพราะรู้กันดีอยู่แล้วว่าคือเรื่องอะไร ซึ่งก็เป็นอย่างที่เดาไว้จริงเมื่อสีหน้าของซันเดย์เข้มขึ้น

“ปากเธอไม่เข้ากับหน้าเลยรู้ตัวปะ?” พอถูกจับได้ก็ชักสีหน้าตึง ๆ พยายามกลบเกลื่อนไปก่อน แล้วดูคำที่เพื่อนเปรียบเทียบเธอสิ ไม่เป็นกุลสตรีไทยเลยสักนิด

“แม้! ปากเธอต่างจากฉันมากมั้ง เอาดี ๆ นี่เป็นห่วงนะ”

“ห่วงหรือมีอะไรแอบแฝงเอาดี ๆ?”

“จิ๊” ไลลาเดาะลิ้นจนเกิดเสียงในปากเมื่อเพื่อนชักรู้มากขึ้นทุกวัน “ก็ห่วงไง ไม่ห่วงจะมานั่งตรงนี้ทำไม? สรุปเกี่ยวกับเรื่องนั้นจริง ๆ ใช่ไหม?”

คิ้วสวยยกขึ้นอย่างรอคอยคำตอบ

“อืม”

“นั่นไง! ทำไมซื้อหวยไม่เคยถูกนะ?”

“เล่นหวยด้วยเหรอ?” ซันเดย์ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเอาเรื่องหวยมาเกี่ยว แต่ที่ไม่เข้าใจมากกว่าคือไลลาทำเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?

“อ่า... ฉันผิดเองที่พูดแบบนั้น มันเป็นคำติดปากน่ะ” ไลลาอธิบายยิ้ม ๆ ก็นะซันเดย์จะมารู้ได้ยังไงว่าความหมายมันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่วีด้าสักหน่อย แต่ก็ขี้เกียจจะอธิบายเพิ่ม สู้ทำเรื่องที่อยากรู้ให้จบไปดีกว่า

“แค่เห็นแกวัน ๆ ทำอย่างกับว่าฟ้าจะถล่มลงมางั้นแหละ ปล่อยวางบ้างเถอะ ยังไงก็กลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว หรือแพ้ครั้งเดียวแกจะเลิกลงสนามไปตลอดเลยไหม?”

‘ไม่มีทาง!’

คำนี้แทรกเข้ามาในหัวทันทีเมื่อสิ้นประโยคนั้นของไลลา

หนึ่งทุ่มวันเดียวกัน สนามแข่ง YOLO ของ Pit Garang โซนฝั่งซ้าย

ทุกย่างก้าวของฝีเท้าที่ย่ำลงไปบนพื้นแข็งแสดงออกถึงความหนักแน่นของผู้เป็นเจ้าของ ท่ามกลางความวุ่นวายอึกทึกจากคำสั่งงานและเสียงตะโกนที่สวนกันไปมาในพื้นที่โล่งกว้าง

ร่างสูงของผู้ควบคุมเครื่องยนต์และอุปกรณ์หยุดอยู่ที่ pit crew สายตาเด็ดเดี่ยวกวาดมองไปรอบ ๆ ดั่งจะอ่านใจเครื่องยนต์ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ตำแหน่งที่เคยมีรถคันหนึ่งจอดประจำ

หัวหน้าช่างเทคนิคเมื่อเห็นผู้เป็นหัวเรือใหญ่ก็รีบวางงาน แล้วเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้ สีหน้ากริ่งเกรง ก้มต่ำโค้งให้กับผู้เป็นนาย

“คุณไลก้าลงมาถึงนี่ มีอะไรจะสั่งหรือเปล่าครับ?” ชายอาวุโสกว่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่สุภาพ

“ปกติที่ตรงนั้นมีใครใช้บ้าง?” ไลก้าชี้ไปยังตำแหน่งตรงกลาง

“ทุกคันที่อยู่ทีมเราครับ” หัวหน้าช่างเริ่มออกเสียงสั่น เมื่อเห็นสายตาและท่าทางของเจ้านายที่ดูจริงจังกว่าที่ผ่านมา ซ้ำยังเจาะจงไม่ได้กล่าวรวม ๆ เหมือนที่ผ่านมา จึงทำให้เขาประหวั่นในใจว่ามีอะไรหลุดรอดตาเขาไปหรือเปล่า

“เอ่อ... มีปัญหาอะไรตรงตำแหน่งนั้นเหรอครับ?”

พอได้ยินคำถามนั้นเจ้าของนัยน์ตาสีเทาเข้มก็ตวัดมองผู้ดูแลพื้นที่ฉับพลัน คิ้วขมวดเป็นปมอย่างรู้สึกขัดใจ แค่เขาถามทำไมถึงร้อนรนขนาดนั้น

“หมายความว่าปกติมี?” เสียงเย็นเยียบกดต่ำจนทำให้คนฟังเริ่มยืนไม่นิ่ง แต่เขาก็ต้องยืดอกเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับมาให้ได้

“ไม่ใช่ครับ! ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น” เขาขยับออกห่างจากร่างกำยำที่สูงกว่ามาก แล้วผายมือไปยังพื้นที่ที่กำลังเป็นประเด็น

“คือนักแข่งส่วนมากชอบพื้นที่ตรงนี้กันอยู่แล้วครับ ผมก็เลยต้องคอยเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อย ๆ ก็เลยถามดูนะครับว่าผม...” หัวหน้าช่างหยุดรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วจึงพูดในสิ่งที่คิดออกไป “ทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า!”

หากว่าทีมช่างผิดพลาด นั่นหมายความว่าโยโลมีจุดบอดที่ใหญ่ที่สุด ตำแหน่งสำคัญและเป็นจุดสุดท้ายที่ต้องปล่อยนักแข่งลงสู่สนาม ซึ่งไลก้าไม่มีทางปล่อยให้เป็นแบบนั้นอย่างแน่นอน แต่ที่เขามาวันนี้ไม่ได้มาชี้ความบกพร่องอะไรทั้งนั้น

หากแต่...

“ต่อไปช่องนี้นอกจากแลมโบกีนี่สีส้มดำของนักแข่งสายอิสระ ก็ไม่ต้องให้ใครมาใช้ แล้วก็สั่งยางชนิดพิเศษเพิ่มมาอีก สำรองให้พอที่จะใช้ในแต่ละรอบ”

ไลก้าหยุดทั้งสายตาและคำพูดไว้ที่ใบหน้าหัวหน้าช่างเทคนิคที่บัดนี้อ้าปากค้างกับคำสั่งที่จำเพาะเจาะจงนั้น

“ถ้าฉันเห็นว่าใครขัดคำสั่ง ก็เตรียมตัวออกไปหางานใหม่ได้เลย”

“ครับคุณไลก้า”

สิ้นประโยคคำสั่งนั้น ผู้อาวุโสกว่าก็รีบรับคำเสียงหนักแน่น ต่อให้ตะลึงแค่ไหน แต่คำทิ้งท้ายทำให้สมองของเขาทำงานทันที

ห้องส่วนตัวของผู้ควบคุมเครื่องยนต์และอุปกรณ์ชั้นบน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าของห้องเข้ามาทำงานหรือพักผ่อนน้อยมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ห้องรวมชั้นล่าง

แต่ช่วงนี้เขาต้องการสมาธิ จึงเลือกที่จะไม่ลงไปฟังเสียงที่ตะโกนข้ามหัวกันไปมา

ร่างสูงเอนหลังราบไปกับพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ ช่วงขายาวไขว้กันพาดบนขอบโต๊ะทำงาน เปลือกตาทั้งสองปิดลงแนบกันสนิท ขณะที่ในหัวมีภาพใบหน้าของคนคนหนึ่งลอยเด่นเข้ามาไม่รู้จบ

เสียงที่เด็ดเดี่ยวไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่าย ๆ ทำให้เขากระตุกยิ้มอย่างนึกขำ แต่พอความรู้สึกนั้นเด่นชัดเกินไป ก็หุบยิ้มนั้นลงในทันที เหมือนกับว่าตอนนี้จิตใจของเขาไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะมันฟุ้งซ่านจนควบคุมตัวเองไม่ได้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 17 ถ้าไม่รักชีวิต เวลาที่เหลือฉันขอนะ

    เธอยืนขึ้น หมุนหน้าไปยังผนังห้อง แล้วรูดซิปจากต้นคอลงมาจนถึงช่วงเอว ค่อย ๆ ถอดแขนเสื้อออกทีละข้างอย่างระมัดระวัง รวบแขนเสื้อทั้งสองมัดไว้ที่เอว ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไลก้าไม่ได้สนใจจึงหันกลับมาเต็มตัวแล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“นายทำเป็นใช่ไหม”“มาถึงขั้นนี้เธอจะปฏิเสธได้เหรอ?” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ ขณะถามคนที่เข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว และยังถอดเสื้อจนเหลือแค่เสื้อกล้ามกับชุดนักแข่งครึ่งตัว แล้วมาถามคำนี้?เธอแค่อยากจะอธิบาย เพราะร่างกายมันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้“ฉัน…”“หันหลังมา” ไลก้าขัดขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดจบ“อืม” ซันเดย์ตอบรับแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา ยอมทำตามแต่โดยง่าย เพราะส่วนที่เจ็บที่สุดคือไหล่ข้างขวาที่ตึงมาก ๆเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาคงยกกล่องสีขุ่นนั้นไปวางที่อื่นแล้ว ในขณะที่เธอก็เงยหน้ามองผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดบอดี้รถจากมุมต่าง ๆ มีทั้งด้านหลัง ด้านข้าง และแม้แต่แค่ล้อเขาคงจะชอบพวกมันมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อสนามแข่งรถก็สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของเขานี่นาแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่จะทายาให้ไม่ใช

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 16 พาไปทายา!

    “จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อนทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดียกเว้นแค่วิกเ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

    อาทิตย์ต่อมาครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้งดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้งต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไปหลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้นระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รั

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

    กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิมเขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้าร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดีฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกันยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียวใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งกระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 13 หาทางเอาคืน

    “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วน่า”ไลลาพูดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ หลังจากการแข่งขันจบลง แต่เพื่อนก็ยังทำหน้าเครียดไม่เปลี่ยน เธอเตือนไปแล้วว่าไลก้าไม่เหมือนคนอื่น ให้เผื่อใจไว้บ้าง เวลาผลมันออกมาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ผิดหวังมาก“ไม่ได้ไม่ยอมรับอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกไม่ดี... นิดหน่อย” ซันเดย์ตอบเสียงเรียบขณะเดินเคียงกัน ตอนนี้เธอเปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนเดิม พวกเรากำลังเดินกลับไปยังรถที่ทีมงานเอามาจอดไว้รอด้านนอกสนามหลังจากเขาหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไลลาก็พูดคำนี้เป็นครั้งที่ร้อย (ออกจะดูเว่อร์ไปหน่อย)และไม่ใช่แค่ไลลา ยังมีอชิตาที่เข้ามาร่วมผสมโรงตอกย้ำความจริงที่ว่า... ไม่มีอะไรต้องเสียใจถ้าคนที่แพ้ให้เป็นไลก้า!“เข้าใจได้ ไม่มีใครจะยินดีที่ตัวเองแพ้หรอก”กึก!มันจะรู้สึกไม่ดีก็ตอนนี้ ซันเดย์คิดในใจ พลางหยุดมองเพื่อนที่หันมายิ้มแหย่ให้ แล้วก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น“ฉันขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจแล้วเก็บไปคิดมาก” ไลลาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นซันเดย์พยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยนั้น และไม่รู้จะบอกกับไลลาว่ายังไงดี เพราะเรื่องราวที่มันพัวพัน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 12 พลาดท่า

    เสียงปืนส่งสัญญาณการออกตัว ซันเดย์ดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกศรที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ เมื่อเข้าสู่รันเวย์แห่งศักดิ์ศรีของความเร็วความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ แรงกดดันที่เคยเกาะกุมจิตใจถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง เธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือเส้นทางสีดำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ความกังวลถูกบดขยี้ภายใต้แรงเหยียบของฝ่าเท้าอีกด้านหนึ่งของสนาม ไลก้านักแข่งเท้าไวผู้ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้! ปลายเท้าใหญ่เหยียบคันเร่งจนมิด ตามสไตล์ดุดันเมื่อเสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น นั่นคือการประกาศว่าไม่มีใครสามารถขึ้นนำเขาได้แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น...แลมโบกีนี่สีส้มดำของซันเดย์แซงเขาไปเพียงเสี้ยววินาทีราวกับพายุที่ซัดผ่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงภาพท้ายรถที่ค่อย ๆ ห่างออกไป“ยังเร็วไปเด็กน้อย!” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปภายใต้หมวกนิรภัย น้ำเสียงของเขาไร้ความตื่นเต้น ในขณะที่มีความขบขันมากกว่าความกังวลหรือเสียใจอีกฝั่งหนึ่ง...“หึ! ก็แค่นี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นทอดมองผ่านกระจกด้านข้าง สะท้อนเงาของรถสีเทาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนอกครรลองสายตา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นโดยไม่รู้ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status