อุบัติแค้น ลิขิตรัก

อุบัติแค้น ลิขิตรัก

last updateDernière mise à jour : 2025-11-29
Par:  กมนีย์En cours
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
77Chapitres
1.5KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เธอจะไม่ใช่เมียเก็บ ไม่ใช่เมียน้อย แต่จะเป็นเพียงเมียเดียวของฉัน นอกจากเธอฉันจะไม่มีคนอื่นอีก

Voir plus

Chapitre 1

1.1 หนี้เลือด

แม้จะเป็นเวลาดึกดื่นค่อนคืนเข้าไปแล้ว แต่โรงพยาบาลใจกลางเมืองแห่งนี้กลับยังคับคั่งไปด้วยผู้ป่วยมากมายหลั่งไหลเข้ามาใช้บริการราวกับที่นี่เป็นสถานบันเทิง ไม่ใช่แหล่งรักษาคนเจ็บป่วย

โดยเฉพาะด่านหน้าอย่างแผนกฉุกเฉิน เหล่าพยาบาลในชุดขาวต่างพากันวิ่งวุ่นจากเตียงโน้นไปเตียงนี้ นอกจากจะต้องรับมือกับเหล่าผู้ป่วยอาการสาหัสแล้ว ญาติผู้ป่วยเองก็อยู่ในขั้นวิกฤตไม่แพ้กัน

นานมากแล้วที่มัลลิกาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หัวหมุนเช่นนี้ โชคดีที่ก่อนออกจากบ้านเธอเชื่อคำพูดของพี่สาว เปลี่ยนจากกระโปรงเป็นกางเกงทันเวลา ตอนนี้ถึงได้รู้สึกเคลื่อนไหวคล่องตัวยิ่งนัก

บ่อยครั้งที่พี่มณฑิรา พี่สาวเพียงคนเดียวซึ่งอายุมากกว่าเธอสี่ปีจะคอยเข้ามาช่วยกำกับดูแลชีวิตประจำวันราวกับเป็นแม่บังเกิดเกล้า แต่มัลลิกาไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด จะว่าไปแล้วที่ชีวิตเธอเป็นอยู่สุขสบาย มีกินมีใช้ ทั้งหมดก็เพราะพี่สาวคนนี้ของเธอทั้งนั้น พอนึกไปถึงรอยยิ้มอบอุ่นของมณฑิรา มัลลิกาก็อดอมยิ้มด้วยความรักใคร่ไม่ได้

มิ้ง พี่ขอ DTX[1] เตียง 2 แล้วก็ชุดเลือดผู้ป่วยรับใหม่เตียง 5 กับเตียง 7”

เสียงพูดที่ไม่เบานักตะโกนข้ามเคาน์เตอร์มายังจุดที่หญิงสาวยืนอยู่ หญิงค่อนข้างสูงวัยในชุดสีขาวกวาดตามองกระดาษในมือด้วยความรวดเร็ว ก่อนเงยหน้าสบตาลูกน้องและว่าคำสั่งต่อจนจบ

“แล้วก็เตียง 8 ด้วยนะ อย่าลืมตามผล MRI[2] เตียง 1 ให้หมอนิกด้วยล่ะ”

ใบหน้าอมยิ้มน้อยๆหลุดจากภวังค์ รีบทวนคำสั่งที่ได้รับจากหัวหน้าเวรในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ในมือยังตระเตรียมอุปกรณ์สำหรับเจาะเลือดไปพร้อมกันด้วย

“ได้ค่ะพี่กุ้ง”

ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นที่กำลังยุ่งมือเป็นระวิง แต่พยาบาลอีกสามคนในเคาน์เตอร์ต่างไม่มีใครยืนเฉย บ้างรับโทรศัพท์ บ้างวุ่นอยู่กับการเขียนบันทึกทางการพยาบาลลงแฟ้มผู้ป่วย ต่างคนต่างไม่ได้ว่างเว้น บรรยากาศตอนนี้ไม่ต่างจากในสนามรบ

นับตั้งแต่มัลลิกาผลัดเปลี่ยนเวรเข้ามาในเวลาสิบหกนาฬิกาจนตอนนี้เข็มสั้นจวนเจียนชี้เลขเก้า หญิงสาวยังไม่มีเวลาแม้แต่จะนั่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมื้ออาหารที่ปกติมักจะได้ทานร่วมกันในช่วงประมาณหกโมงเย็น กระเพาะอาหารของเธอส่งเสียงประท้วงเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้

ขณะที่เข็นรถฉีดยาตรงไปยังเตียง 2 นัยน์ตากลมใสอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองนาฬิกาบนผนัง อีกแค่ไม่กี่เตียงเท่านั้น เธอก็จะได้พักเสียที

การเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาลของเตียงสองเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานหญิงสาวก็เข็นรถฉีดยามาเทียบข้างเตียงห้า จัดแจงอุปกรณ์สำหรับเจาะเลือดวางไว้ในตำแหน่งใกล้มือ ขณะถอดปลอกเข็มตั้งท่าจะแทงเข้าตรงข้อพับผู้ป่วย ชายบนเตียงกลับกระตุกแขนอย่างแรง ทำให้ปลายเข็มที่ควรจะแทงเข้าเส้นเลือดทิ่มเข้ากลางฝ่ามือตนเอง

“อู๊ย!!!” มัลลิกาตกใจจนเผลอปล่อยกระบอกฉีดยาร่วงลงพื้น เลือดสีแดงกระจายตัวเป็นวงกว้าง อีกส่วนไหลอาบลงมาตามท่อนแขน

ภายในจิตใจพลันสั่นไหวขึ้นมาอย่างฉับพลัน นี่เป็นครั้งแรกนับแต่ทำงานที่หญิงสาวทำเข็มตำตนเอง แต่ในเมื่อปลายเข็มที่ว่าก็เป็นอันใหม่ ยังไม่ได้ใช้กับคนไข้คนไหน แล้วเหตุใดจู่ๆเธอจึงเกิดความกังวลในใจมากมายถึงเพียงนี้ หัวใจเต้นเร็วและอึดอัดราวกับถูกรัดด้วยยางพันเส้น ลมหายใจเดินทางไม่ทั่วท้อง ไม่รู้ว่ายืนเหม่ออยู่นานเท่าไหร่ กระทั่งพยาบาลรุ่นพี่ที่ชื่อขวัญข้าวเดินเข้ามาสะกิดหัวไหล่

“มิ้ง เกิดอะไรขึ้น ไปล้างแผลก่อนไป เดี๋ยวตรงนี้พี่จัดการเอง” ตอนนั้นเองที่หญิงสาวได้สติ มองเห็นหยดเลือดของตนนองเต็มพื้น

“ขอบคุณค่ะพี่ขวัญ งั้นมิ้งฝากจัดการต่อด้วยนะคะ”

ใบหน้าของมัลลิกาขาวซีดลงทุกขณะ ความอึดอัดในอกยังไม่คลายตัวลงแม้แต่น้อย ร่างบางรีบสาวเท้าผ่านเคาน์เตอร์พยาบาล ตั้งใจจะเดินไปห้องน้ำด้านหลังเพื่อล้างแผลและสงบจิตสงบใจ

แต่ยังไม่ทันเดินพ้นออกจากบริเวณ ด้านหน้าตรงจุดคัดกรองผู้ป่วยก็เกิดเสียงดังเอะอะโวยวายขึ้น ประตูที่แบ่งแยกโซนนอกและในเปิดออก บุรุษพยาบาลราวห้าหกคนวิ่งกรูกันเข้ามาพร้อมเปลเข็นผู้ป่วยสองราย สีหน้าของทุกคนบ่งบอกความเร่งรีบ

“มีผู้ป่วย Blunt Abd. [3] มาสองรายครับ ทั้งคู่เสียเลือดมาก แต่ยังมีชีพจร ความดันลดต่ำลงเรื่อยๆ”

ทินกร หัวหน้าเวรโซนด่านหน้าตะโกนรายงานด้วยความร้อนรน ผู้ป่วยถูกเข็นเข้าสู่ห้องฉุกเฉินหนึ่งอย่างรวดเร็ว สิ้นเสียงรายงาน เจ้าหน้าที่ทุกคนภายในบริเวณนั้นต่างละทิ้งทุกหน้าที่ พากันวิ่งกรูเข้าไปเพื่อเร่งช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งสอง

“เปิดเส้นด่วน Load น้ำเกลือ Free flow ใครก็ได้ตามเลือดกรุ๊ปโอจากห้อง Lab 4 Unit เดี๋ยวนี้ เตรียมเครื่องปั้มหัวใจ เตรียมใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจ Consult หมอเวรศัลยกรรม แจ้งว่ามีคนไข้ blunt Abd. เตรียมเปิด case Explore stop bleed [4]”

มัลลิกาลืมอาการบาดเจ็บตรงกลางฝ่ามือไปหมดสิ้น เธอรีบตรงไปยังเครื่องช่วยช็อคไฟฟ้าหัวใจเมื่อเห็นว่ายังไม่มีพยาบาลคนไหนรับคำสั่งของคุณหมอ เธอลากรถเข้าไปด้านในสวนทางกับพยาบาลอีกคนที่เร่งรุดไปตามเลือด

“แย่แล้วค่ะหมอฝ้าย ผู้ป่วยรายนี้ไม่มีชีพจรแล้วค่ะ”

ไม่ต้องรอคำสั่ง บุรุษพยาบาลที่ยืนอยู่ข้างเตียงรีบปีนขึ้นเตียงและเริ่มปั้มหัวใจทันที เสียงนับจังหวะดังประสานไปกับคำสั่งการรักษาของหมอประจำเวร ความโกลาหลวุ่นวายยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อ Supervisor[5] ของโรงพยาบาลเดินตรงปรี่เข้ามาด้วยใบหน้าขาวซีด

“ผู้ป่วยรายนี้คือคุณพิมพ์ลดา อัศวเหม ค่ะหมอฝ้าย”

นามสกุลโด่งดังของท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันทำให้ภายในห้องตกอยู่ในสภาวะกดดัน ทุกสายตาจดจ้องไปยังร่างแน่นิ่งไร้สติของพิมพ์ลดา โชคดีที่หล่อนยังมีชีพจรอยู่ แม้จะเหลือน้อยนิดเต็มที

แน่นอนว่าจรรยาบรรณของผู้เป็นหมอไม่อาจแบ่งแยกชนชั้นวรรณะและเชื้อชาติของผู้ป่วย หมอจำต้องรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียม เพียงแต่ในบางสถานการณ์อย่างเช่นตอนนี้ ความกดดันก็บีบคั้นให้ผู้เป็นหมอต้องเลือก

[1] ตรวจระดับน้ำตาลในกระแสเลือด

[2] Magnetic resonance image คือ การตรวจร่างกายโดยใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูงและคลื่นวิทยุความถี่จำเพาะร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์

[3] Blunt abdominal injury คือการบาดเจ็บในช่องท้องแบบถูกแรงกระแทก

[4] Exploratory for stop bleed คือการผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อหยุดการเสียเลือด

[5] ผู้ตรวจการ ทำหน้าที่รักษาการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาล

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

กมนีย์
กมนีย์
ดราม่า น้ำตาแตก รักซึมลึก พระเอกแข็งกระด้างเย็นชา นางเอกเข้มแข็ง ใครอยากอ่านแนวนี้แนะนำค่ะ
2025-12-14 00:50:56
0
0
77
1.1 หนี้เลือด
แม้จะเป็นเวลาดึกดื่นค่อนคืนเข้าไปแล้ว แต่โรงพยาบาลใจกลางเมืองแห่งนี้กลับยังคับคั่งไปด้วยผู้ป่วยมากมายหลั่งไหลเข้ามาใช้บริการราวกับที่นี่เป็นสถานบันเทิง ไม่ใช่แหล่งรักษาคนเจ็บป่วยโดยเฉพาะด่านหน้าอย่างแผนกฉุกเฉิน เหล่าพยาบาลในชุดขาวต่างพากันวิ่งวุ่นจากเตียงโน้นไปเตียงนี้ นอกจากจะต้องรับมือกับเหล่าผู้ป่วยอาการสาหัสแล้ว ญาติผู้ป่วยเองก็อยู่ในขั้นวิกฤตไม่แพ้กันนานมากแล้วที่มัลลิกาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หัวหมุนเช่นนี้ โชคดีที่ก่อนออกจากบ้านเธอเชื่อคำพูดของพี่สาว เปลี่ยนจากกระโปรงเป็นกางเกงทันเวลา ตอนนี้ถึงได้รู้สึกเคลื่อนไหวคล่องตัวยิ่งนักบ่อยครั้งที่พี่มณฑิรา พี่สาวเพียงคนเดียวซึ่งอายุมากกว่าเธอสี่ปีจะคอยเข้ามาช่วยกำกับดูแลชีวิตประจำวันราวกับเป็นแม่บังเกิดเกล้า แต่มัลลิกาไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด จะว่าไปแล้วที่ชีวิตเธอเป็นอยู่สุขสบาย มีกินมีใช้ ทั้งหมดก็เพราะพี่สาวคนนี้ของเธอทั้งนั้น พอนึกไปถึงรอยยิ้มอบอุ่นของมณฑิรา มัลลิกาก็อดอมยิ้มด้วยความรักใคร่ไม่ได้“มิ้ง พี่ขอ DTX[1] เตียง 2 แล้วก็ชุดเลือดผู้ป่วยรับใหม่เตียง 5 กับเตียง 7”เสียงพูดที่ไม่เบานักตะโกนข้ามเคาน์เตอร์มายังจุดที่หญิงสา
Read More
1.2 หนี้เลือด
“เปิดเส้นให้คุณลดาได้หรือยัง Load IV [1]เพิ่มอีกหนึ่งเส้น เลือดมาถึงรึยัง หมอต้องการเลือดเดี๋ยวนี้”มัลลิกาเปลี่ยนเป้าหมายในเสี้ยววินาที เธอจำต้องลากเครื่องกระตุ้นหัวใจไปยังร่างของพิมพ์ลดาก่อน แม้จะรู้ว่าผู้ป่วยตรงหน้ายังไม่จำเป็นต้องใช้มันมากเท่ากับผู้ป่วยอีกรายที่ตอนนี้หัวใจหยุดเต้นไปแล้วเสื้อผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดถูกถอดออกจากร่างไร้สติ แผ่นนำกระแสไฟฟ้าถูกแปะลงบนตำแหน่ง“เปลี่ยนคนปั้มในอีก 30 วินาที!!!”เสียงของหัวหน้าพยาบาลห้องฉุกเฉินเอ่ยเตือนสติลูกน้องทุกคนว่ายังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในมือ พี่กุ้งเหลือบมองสบตากับหมอฝ้าย จำนวนคนปฏิบัติงานในขณะนี้ไม่เพียงพอต่อการรับมือผู้ป่วยอาการสาหัสพร้อมกันทีเดียวสองราย หากช่วยคนหนึ่งอย่างเต็มที่ อีกคนย่อมไม่ได้รับการรักษาเท่าที่ควร กระแสความลังเลพาดผ่านแววตาของผู้ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้คน หมอฝ้ายไม่อาจตัดสินใจได้ มัลลิกาย่อมรู้ดีว่าหมอฝ้ายจะเลือกรักษาผู้ป่วยคนไหน เธอชินเสียแล้วกับสัจธรรมชีวิตในข้อนี้ คนธรรมดาย่อมไม่อาจเทียบชั้นคนมีอำนาจ ดูอย่างเช่นตอนนี้มัลลิกานึกเวทนาผู้ป่วยอีกรายที่กำลังจะเสียชีวิตลง นัยน์ตาคลอด้วยหยาดน้ำมองผ่านร่างของพิมพ์
Read More
1.3 หนี้เลือด
นายเกริกพล อัศวเหม นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันยืนแน่นิ่งมองสภาพยับเยินของลูกสาวด้วยหัวใจบอบช้ำ เขาได้รับรายงานจากว่าที่ลูกเขยเรื่องพิมพ์ลดาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เพราะถูกคนวิ่งตัดหน้ารถในยามวิกาล ใบหน้าที่เคยสดใสงดงามเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ บนศีรษะด้านซ้ายถูกโกนเส้นผมออกไปกว่าครึ่งเพื่อผ่าตัดหยุดเลือดออกในสมอง หน้าท้องขาวเนียนมีผ้าก๊อซปิดแผลลากยาวจากใต้ลิ้นปี่ถึงล่างสะดือ หญิงสาวต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเพื่อยื้อชีวิต ตอนนี้แทบไม่ต่างจากร่างไร้ลมหายใจ“ถ้าลูกสาวฉันเป็นอะไรไป ต้องมีคนรับผิดชอบ”เสียงเย็นเหยียบของท่านนายกทำให้คุณหมอเจ้าของไข้รู้สึกราวกับถูกมีดแทงเข้ากลางอกไปแล้วกว่าครึ่งด้าม“ผมรู้ตัวคู่กรณีแล้วครับ”คราวนี้จอมทัพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียบเย็นไม่แพ้กัน ในแววตาปรากฏใบหน้าร่ำไห้ปานจะขาดใจของมัลลิกาคุณหมอเจ้าของไข้อยากหาโอกาสปลีกตัวออกจากห้อง แต่ก็ไม่กล้าพอ ใจไม่นึกอยากได้ยินบทสนทนาแฝงเร้นแรงอาฆาตเหล่านี้เลย“เป็นใคร” ท่านนายกปรายตามอง น้ำเสียงเฉียบขาด“เป็นญาติของเจ้าหน้าที่ในห้องฉุกเฉินครับ”มองเห็นท่านนายกออกคำสั่งผ่านสายตา จอมทัพก็พยักหน้ารับอย่างรู้กันภายในห้อง VIP ของแผนก
Read More
2.1 นรกบนดิน
นายแพทย์ทรงยศยืนนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจ ได้เวลาฉีดยาควบคุมระดับความดันเลือดให้ผู้ป่วย VIP แล้ว แต่เขาไม่อยากย่างเท้าเข้าไปด้านในเลย โดยทั่วไปหมออย่างเขาไม่ต้องรับหน้าที่ฉีดยาให้ผู้ป่วยโดยตรง แต่เพราะประกาศิตของท่านนายกที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ว่า‘หากเกิดอะไรขึ้นกับพิมพ์ลดา โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องรับผิดชอบ’ทำให้ผู้อำนวยการมีคำสั่งลงมาให้แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ให้ยาและรับหน้าที่ดูแลรักษาพิมพ์ลดาโดยตรง เหล่าพยาบาลต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก มีเพียงเขาที่คิดช้าไปว่าควรจะยื่นใบลาออกตามหมอฝ้ายไปเสียตั้งแต่เนิ่นๆเห็นคุณหมอยืนเหงื่อตกไม่ยอมเข้าไปด้านในเสียทีธีรเมศฐ์จึงส่งเสียงกระแอมเพื่อเร่งรัด คุณหมอกลืนน้ำลายหนึ่งอึก สายตาเหลือบมองไปยังพยาบาลในชุดขาวกำลังเช็ดตัวให้พิมพ์ลดาก็นึกยกย่องหล่อนในใจเมื่อเห็นนายแพทย์ชื่อดังเดินเข้ามาพร้อมถาดยา มัลลิกาจึงวางแขนของพิมพ์ลดาลง หลีกทางให้คุณหมอทำการรักษา คุณหมอทรงยศจำต้องเดินไปยังสายให้น้ำเกลือของคนไข้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะเช็ดแอลกอฮอล์บนทางให้ยา มือก็เกิดสั่นอย่างควบคุมไม่ได้อาการของพิมพ์ลดามีแต่ทรุดกับทรุด ยาที่ให้เพียงแค่ยื้อชีวิตเอาไว้ให้นานขึ้นเท่านั้น แ
Read More
2.2 นรกบนดิน
มัลลิกาไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้รับน้ำใจจากนายตำรวจคนเดียวกันกับที่เคยพาเธอมาส่งให้จอมทัพ หญิงสาวมองอาหารสดใหม่ที่พึ่งปรุงสุกในมือ ยังเหลือไอร้อนและกลิ่นหอมเรียกความอยากอาหาร เธอไม่ได้กินข้าวอิ่มมาเกินสัปดาห์ จนตอนนี้ชุดที่สวมใส่หลวมไปหมดแล้ว“รีบทานตอนยังร้อนๆเถอะ จะได้มีแรงดูแลคุณลดา”ธีรเมศฐ์ผลักกล่องอาหารให้หญิงสาวรีบรับไป ในใจนึกหวาดกลัวว่าเจ้านายหรือคนของบ้านอัศวเหมอาจมาพบเห็นเข้าเขารับหน้าที่อยู่เฝ้าหน้าห้องของพิมพ์ลดาในช่วงกะกลางคืนนับตั้งแต่วันที่พาหญิงสาวมาส่งให้เจ้านาย จนวันนี้ก็เข้าวันที่ 10 เข้าไปแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เข้มแข็งกว่าที่เห็นจากรูปลักษณ์ภายนอกมาก เขาไม่คิดว่าผู้หญิงบอบบางเช่นเธอจะยังทนอยู่ได้ในสภาวะกดดันทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ หากว่าคนที่พี่สาวเธอไม่บังเอิญวิ่งตัดหน้ารถเป็นคุณพิมพ์ลดา เธอก็คงไม่ต้องพบเจอกับเรื่องโหดร้ายเช่นนี้“ฉันมาเปลี่ยนเวรแล้วไอ้ธีร์”เสียงจากด้านหลังทำให้ธีรเมศฐ์และมัลลิกาตกใจรีบผละออกจากหน้าประตู เธอรีบคว้าถุงอาหารและหันหลังกลับเข้าห้อง ส่วนธีรเมศฐ์ก็หันกลับไปเผชิญหน้าเพื่อน ใบหน้าขาวซีด “ฉันเอาชุดมาให้แม่พยาบาลในห้องด้วย แล้วเป
Read More
2.3 นรกบนดิน
“หรือมึงจะอาสาตามลดาไปแทน” สีหน้าของธีรเมศฐ์ขาวซีดไร้สีเลือด เช่นเดียวกับมัลลิกา ชายหนุ่มหันไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง“ท่านครับ” เอ่ยได้เพียงแค่นั้น จอมทัพก็ยกเท้ายันเข้ากลางลำตัวโครมใหญ่ เขาไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นจากพื้น จอมทัพมองลูกน้องคนสนิทด้วยหางตา ก่อนจะหันมาหาหญิงสาวอีกคนที่บัดนี้ตัวลีบเหลือเพียงสองนิ้ว “กลับไปเก็บข้าวของเฉพาะที่จำเป็น อยากโทรหาที่บ้านก็รีบทำซะ ก่อนจะไม่มีโอกาส” จอมทัพสั่งเสียงดุดัน ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาเดินเลยร่างสั่นระริกไปทางเตียงของคนรัก หย่อนตัวลงนั่งข้างกายพิมพ์ลดา สีหน้าและแววตาไม่หลงเหลือความแข็งกระด้างมัลลิกาตั้งท่าจะเอ่ยถามว่าเธอต้องไปเมื่อไหร่ ต้องไปกี่วัน แล้วจะไปอยู่ยังไง แต่พอเห็นสีหน้าอ่อนโยนเหม่อมองคนบนเตียง เธอก็กลืนเอาคำถามเหล่านั้นลงคอฝ่ามือหนักกดลงบนบ่าทำให้เธอสะดุ้ง หันกลับไปก็พบกับคนชื่อประวิทย์ นายตำรวจอีกคนที่คุ้นหน้า แต่ไม่คุ้นเคย เพราะเธอไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเขามาก่อน แตกต่างจากนายตำรวจอีกคนที่มักแอบซื้อของมาให้เธอบ่อยครั้ง“ไปเถอะ ผมจะพาคุณกลับไปเก็บของที่บ้าน”มัลลิกาลังเล เธอหันไปสบตากับนายตำรวจอีกคนที่รู้สึกไว้ใจยิ่งกว่า เห็นหญิงส
Read More
2.4 นรกบนดิน
รุ่งสาง มัลลิกาถูกปลุกด้วยแสงไฟสว่างจ้า พอลืมตาขึ้นก็เห็นกลุ่มคนจำนวนมากกำลังเคลื่อนย้ายเตียงของผู้ป่วย ไม่มีใครสนใจเธอ ไม่มีใครพูดคุยหรือบอกกล่าวอะไรเธอสักคำหญิงสาวกวาดสายตาไปรอบห้องจนพบกับใบหน้าคุ้นเคย หมอทรงยศยืนอยู่ด้านนอกประตู สีหน้าไม่ได้ดีไปกว่าเธอสักเท่าไหร่ นายแพทย์ทรงยศเห็นผู้ร่วมชะตายังนั่งจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่บนพื้นก็เอ่ยเรียก“เก็บของเร็ว จะไปกันแล้ว”ได้ยินดังนั้น มัลลิกาก็กุลีกุจอลุกขึ้นเก็บของ โชคดีที่เธอไม่ได้รื้อข้าวของออกมาจากกระเป๋า จึงไม่ต้องเก็บอะไรมาก เพียงแค่หยิบน้ำดื่มติดมือมาด้วยเพื่อประทังชีวิตเธอถูกผลักไสให้ขึ้นไปบนรถคันเดียวกันกับพิมพ์ลดาพร้อมคำสั่ง “คอยดูมอนิเตอร์ให้ดี อย่าให้คุณลดาเป็นอะไร” แล้วประตูรถ Ambulance[1] ก็ปิดลง มัลลิกาถอนหายใจ เธอไม่ใช่หมอเสียหน่อย แต่ก็นับว่าโชคดีที่เธอคุ้นเคยกับรถคันนี้เป็นอย่างดี“เตรียมเครื่องช็อคไฟฟ้าให้พร้อมใช้งาน แล้วก็เตรียมยา emergency [2] ให้พร้อม” แพทย์ทรงยศสั่งการ เขาเองก็รู้สึกดีใจไม่น้อยที่พยาบาลตรงหน้ามีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตโดยเฉพาะใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย ประตูรถเปิดออกพร้อมกับแพทย์ผู้เ
Read More
3.1 จากผู้ต้องหาสู่นักโทษ
จอมทัพพยายามตั้งสมาธิอ่านรายงานในมือเป็นรอบที่สาม สุดท้ายก็ไม่อาจสลัดใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นออกไปได้ เขาวางเอกสารในมือลง หยิบเสื้อกันกระสุนขึ้นสวมใส่ ก่อนทับด้วยแจ็คเก็ตสีน้ำตาลอ่อน“ท่านจะไปไหนครับ ให้ผมตามไปด้วยไหม”ประวิทย์รีบร้อนลุกขึ้นเมื่อเห็นประตูห้องทำงานของเจ้านายเปิดออก ช่วงนี้เขาต้องทำตัวกระตือรือร้นให้มากสักหน่อย นึกกลัวว่าหากทำตัวเอื่อยเฉือยต่อหน้าเจ้านาย ตนอาจถูกส่งตัวตามไปอยู่กับคู่หูก็เป็นได้“ไม่ต้อง! ตอนฉันกลับมา ฉันอยากเห็นรายงานความคืบหน้าเบาะแสของไอ้พวกที่วางแผนก่อความวุ่นวายขึ้นที่ยะลา หากยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นายก็เตรียมตัวตามไปสมทบกับไอ้ธีร์ได้เลย”คล้อยหลังเจ้านาย ประวิทย์รีบคว้าโทรศัพท์ต่อสายหาคู่หูแทบจะในทันที นึกโกรธธีรเมศฐ์ที่ไม่รู้ไปทำความผิดอะไรให้เจ้านายโกรธเคืองขนาดส่งตัวไปทำงานอันตรายตามลำพัง ทั้งที่หมอนั่นเคยเป็นคนโปรดแท้ๆรถ BMW สีขาวไข่มุกพาจอมทัพมายังโรงแรมแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มชั่งใจอยู่นาน ก่อนตัดสินใจขึ้นไปยังห้อง Ballroom ที่ถูกจองไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก แม้แต่ชุดแต่งงานเขายังไม่เคยเห็นกระทั
Read More
3.2 จากผู้ต้องหาสู่นักโทษ
“คนอย่างฉันไม่ต้องการความเห็นใจจากเธอ”จอมทัพจ้องหน้านักโทษของเขาด้วยความโกรธแค้น เขาเห็นสายตาที่มัลลิกามองไปทางชุดแต่งงาน จับกระแสความสงสารได้ในน้ำเสียง เขาไม่ต้องการความสงสารหรือความเห็นใจ ไม่จำเป็นต้องแสดงสีหน้ารู้สึกผิด ต่อให้คนตรงหน้ารู้สึกผิดมากแค่ไหน ก็ไม่อาจทำให้คนรักของเขาฟื้นขึ้นมาเข้าพิธีวิวาห์กับเขาได้ทั้งที่วันนี้ควรจะเป็นวันที่เขากับพิมพ์ลดามีความสุขมากที่สุด เธอควรจะอยู่ในอ้อมกอดของเขาตลอดทั้งคืน ไม่ใช่อยู่ไกลกันในสภาพตายครึ่งรอดครึ่งแบบนี้!เสื้อผ้าถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี จอมทัพเคี่ยวกรำร่างกายของคนใต้ร่างอย่างหนักหน่วงครั้งแล้วครั้งเล่า ระบายทุกความโกรธแค้นและความผิดหวังเสียใจกับร่างกายของมัลลิกาตลอดทั้งคืน เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าในอ้อมกอดมีผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่ เขาหวังให้เป็นใบหน้างดงามของพิมพ์ลดา แต่ย่อมรู้ดีว่าไม่ใช่จอมทัพผลักหญิงสาวออกจากตัว เหม่อมองคราบน้ำตาที่ยังแห้งไม่สนิท คงเพราะคนตรงหน้าร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลายาวนานตลอดทั้งคืน กระทั่งสลบไปก่อนรุ่งสางไม่นานแววตาเย็นชามองคราบเลือดบนผ้าปูที่นอน ก่อนจะสำรวจไปตามแนวกระดูกสันหลัง คล้ายจะจำได้ว่าเมื่อหนึ่งเดื
Read More
3.3 จากผู้ต้องหาสู่นักโทษ
“ล้างจานเป็นไหม” เห็นเด็กสาวยืนมองอ่างล้างจาน ยายชื่นจึงลองถามดู ยายแก่อย่างนางอบรมสั่งสอนคนรับใช้ในบ้านหลังนี้มาแล้วหลายรุ่น รุ่นที่สอนยากที่สุดก็เห็นจะเป็นพวกเด็กรุ่นนี้แหละ“เอ่อ เป็นค่ะ ให้หนูล้างให้นะคะ”เห็นเด็กสาวไม่ได้มือไม้แข็งเหมือนคนวัยเดียวกันคนอื่นๆจึงหาอย่างอื่นให้นางทำเพิ่มตลอดสายจนย่ำค่ำ มัลลิกาเดินตามติดยายชื่นไปทุกหนทุกแห่งในบ้าน ยายให้เธอหั่นผักเธอก็หั่น ให้หั่นหมูเธอก็หั่น ให้รดน้ำต้นไม้ก็เดินรดไปทุกต้น มีเด็กสาวคล่องแคล้วคอยเดินตามหลัง ยายชื่นก็คลายเหงาไปได้มากโข สุดท้ายจึงลองให้แม่หนูมิ้งทำแกงมัสมั่นของโปรดของคุณจอม เผื่อว่าเจ้าบ้านจะกลับมาทานมื้อเย็น แต่สุดท้ายก็รอเก้อ“ไปๆ วันนี้ยายไม่มีอะไรให้ทำแล้ว เข้าห้องไปเถอะ”ครั้งนี้มัลลิกาไม่ต้องขึ้นไปนอนขดอยู่บนพรมหน้าห้องน้ำอีก ยายชื่นให้เธอเข้าไปนอนในห้องว่างห้องหนึ่งในเรือนเดียวกันกับพวกคนรับใช้ หญิงสาวดีใจเหลือเกิน เธอเกลียดอากาศเย็น และห้องของจอมทัพก็แสนจะเย็นเฉียบบ้านของเขาใหญ่โตสมกับเป็นครอบครัวนายตำรวจยศใหญ่ ตัวบ้านมีทั้งหมดสองชั้น ประกอบด้วยห้องต่างๆร่วมห้าหกเจ็ดห้อง เธอไม่แน่ใจ ภายนอกยังมีสวนกว้างขวาง นึก
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status