Share

ตอนที่ 16 พาไปทายา!

last update Last Updated: 2026-01-04 12:47:31

“จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที

“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อน

ทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

แม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม

“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”

แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!

“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้

“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน

“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดี

ยกเว้นแค่วิกเตอร์ที่ดูเหมือนจะหัวช้าที่สุด!

“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?” เจฟฟ์ถามพลางกดสายตาลงมองซันเดย์ ก่อนจะลากมันกลับขึ้นไปที่ไลก้าเหมือนเดิม

“ไม่แน่ใจ” เขาตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้อย่างชัดเจน แม้ภายนอกดูเหมือนจะโอเค แต่ใครจะรู้ว่าภายในจะเป็นอะไรบ้าง “ต้องพาขึ้นไปข้างบนก่อน”

หลังจากอธิบายกับเจฟฟ์ ไลก้าก็หันไปมองผู้ควบคุมทุกอย่างภายในสนาม เขาแทบไม่ต้องอธิบายอะไร อชิระก็รู้ว่าจะต้องจัดการเรื่องนี้ยังไง

“พาน้องไปข้างบนก่อน” ซอลเสนอความคิดเห็น

ซันเดย์ไม่รู้จะทำหน้ายังไง เธออยู่ท่ามกลางวงล้อมของสมาชิกสิงห์ ทุกคนมีสีหน้าเคร่งขรึม และที่ทำให้เธอรู้สึกอายที่สุดตอนนี้ก็คือ...

การที่เธอยังอยู่ในอ้อมแขนของไลก้า

ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าปกติพวกเขาปฏิบัติตัวแบบนี้กันหรือเปล่า เห็นเพื่อนกำลังอุ้มคนอื่นอยู่แต่กลับไม่มีใครทักท้วงอะไรเลยสักคำ

“อืม” เขาตอบรับซอลสั้น ๆ จากนั้นก็เดินนำไปยังอาคารสำนักงาน

ซันเดย์มองผ่านไหล่กว้างไปยังด้านหลัง คนกลุ่มหนึ่งเดินตามชายร่างสูงที่อุ้มผู้หญิงไว้ในอ้อมแขน คล้ายองครักษ์เดินตามมาอารักขา ต่างพูดคุยกันราวกับไม่เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเพื่อนตัวเอง

เธอเงยหน้าขึ้นมองไปที่เจ้าของท่อนแขนแข็งแกร่ง ที่โอบร่างของเธอไว้อย่างมั่นคง มองจากตรงนี้เขาเป็นคนเย็นชามาก ริมฝีปากที่มักจะเม้มชิดกันเสมอ ดวงตาเฉียวคม ที่เต็มไปด้วยความดุดัน

“จะมองก็อย่าแอบสิ”

“อะ... แอบอะไร ฉันมองตรง ๆ เลยด้วยซ้ำ”

“หึ” เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เล็ดลอดออกจากในลำคอของไลก้า ทำให้ซันเดย์รู้สึกเหมือนกับว่าถูกเขาเอาชนะไปเรียบร้อยแล้ว เธอเม้มปากแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ใบหน้าของตนร้อนวูบขึ้นมา และที่สำคัญไม่ได้ตั้งใจจะแอบมองเขา!

แค่ไม่รู้ว่าจะเอาสายตาไปไว้ที่ไหนในสถานการณ์นี้จริง ๆ! ถ้าจะมองไปที่กำแพงหรือฟ้าก็คงจะดูแปลกไปหน่อย

ไลก้าแม้จะยังคงวางท่าทีสงบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา หากแต่เสียงพึมพำแผ่วเบาของเธอก็ไม่รอดหูของเขาไปได้ ชายหนุ่มลอบยิ้มในใจ เพราะรู้ดีว่า... นั่นคือสัญญาณว่าตนเองสามารถสยบจอมดื้อรั้นในอ้อมลงได้บ้าง

แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วขณะหนึ่งก็ตาม

กลุ่มที่ตามมาด้านหลังแม้จะเว้นระยะห่าง แต่ก็มองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

“มึงรู้ไหมว่าทำไมมันถึงออกตัวแรงขนาดนั้น?” อาเชอร์หันไปถามเจฟฟ์ เพราะถ้าจะมีใครรู้ความคิดของไลก้าดีที่สุดก็คงต้องเป็นคนนี้

“พึ่งเห็นพร้อมกับพวกมึงนั่นแหละ” ทว่าเจฟฟ์กลับตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“แต่กูรู้” วิกเตอร์ขยับมุมปากยิ้ม พร้อมพยักหน้ายืนยัน “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของมัน”

แม้จะถูกขู่ไว้ แต่เรื่องมันผ่านมานานแล้ว และก็จบลงไปแล้วด้วย เขาไม่คิดว่าจะต้องเก็บเรื่องนี้ไว้อีกต่อไป

“จริงเหรอ?” อาเชอร์ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก ว่าจะเป็นวิกเตอร์ แต่ก็หันไปให้ความสนใจกับคนที่เปิดประเด็นไม่น้อย

จากนั้นสายตาทุกคู่ก็หันมาหยุดที่วิกเตอร์ เขาหัวเราะหึอยู่ในคอ เรื่องอื่นเพื่อนมักคอยว่าเขาไร้สาระ แต่พอเป็นเรื่องของไลก้า หูตั้งกันทันที

“แม่สาวผมทอง... เฮ้ย ซันเดย์น่ะ ไอ้ก้ามันเคยช่วยไว้เมื่อต้นเทอม” เสียงของเขาแผ่วเบา พยายามให้ได้ยินแค่กลุ่มเพื่อน เพราะลูกน้องของแต่ละคนอยู่ห่างออกไป “แล้วคนที่มันกันออกจากซันเดย์น่ะ...”

วิกเตอร์หยุดคำพูดไว้ พลางชะเง้อคอยาวมองดูว่าคนถูกพูดถึงอยู่ไกลแค่ไหน พอเห็นว่าอยู่ในระยะปลอดภัย ก็เริ่มเปิดปาก

“คือสามสาวขาใหญ่คณะบัญชี!”

เจฟฟ์ขมวดคิ้วยุ่งเมื่อได้ยินแบบนั้น เขามองแผ่นหลังกว้างของคนที่เติบโตมาด้วยกัน สาวนักแข่งนั่นมีอะไรดีถึงทำให้คนเฉยเมยมาตลอดอย่างมันยอมทำเรื่องแบบนี้ได้

“มึงรู้ได้ไง?” อาเชอร์ยังไม่ค่อยเชื่อ ถึงแม้สามสาวนั้นจะเงียบไปก็ไม่แน่ว่าจะเป็นฝีมือไลก้า พลางคิดว่าวิกเตอร์จะเอาเรื่องนี้มาแกล้งอำพวกเขาไหม

“มึงจะไม่เชื่อก็ได้ แต่กูเป็นคนอยู่กับมันวันนั้น” วิกเตอร์ย้ำอีกครั้ง ก่อนจะย่ำเท้านำคนอื่น ๆ ไป เขาบอกได้แค่นี้ มากกว่านี้เกรงว่าหัวอาจจะหลุดออกจากบ่า เพราะเท่านี้เงาก็น่าจะหายไปแล้วละ!

อาเชอร์สบตากับเจฟฟ์ต่างก็ไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะเลยไปยังคนรั้งท้ายอย่างอชิระซึ่งรายนั้นก็เหมือนจะไม่ใส่ใจอะไรสักเท่าไหร่

ก่อนจะมาจบที่คนตัวเล็กข้างกัน ซอลเพียงยิ้มหวานแล้วพยักหน้าให้เดินต่อไป แล้วเขาจะมีหน้าอะไรไม่เชื่อ ก็ในเมื่อทุกคนปิดปากเงียบกันขนาดนี้

ห้องส่วนตัวชั้นบนของไลก้า ในตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว แต่ยังมีอีกคนที่พึ่งช่วยเหลืออีกครั้ง

ห้องนี้ตกแต่งในโทนสีเทา สอดคล้องไปกับเฟอร์นิเจอร์สีเดียวกัน ซึ่งแต่ละชิ้นจะมีเฉดสีที่แตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้ห้องดูมีมิติและความน่าค้นหา

ซันเดย์มองไปรอบ ๆ ห้องที่ถูกจัดวางอย่างมีระเบียบเรียบร้อย กลิ่นหอมของไม้ซีดาร์ยังคงลอยอยู่ในอากาศ ความรู้สึกผ่อนคลายจากกลิ่นนั้นทำให้เธอรู้สึกสบาย ทั้งยังให้ความรู้สึกที่สุขุมนุ่มลึกและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

“นั่งตรงโซฟานั้นก่อน” ผู้เป็นเจ้าของห้องเอ่ย พลางชี้ไปที่มุมหนึ่งของห้องที่ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่พักผ่อนมากกว่า “ฉันจะไปหยิบของด้านใน”

เมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนมองเขาอยู่ จึงชี้ไปยังประตูอีกบานภายในห้อง

“ค่ะ” เธอตอบรับเบา ๆ พลางเดินไปนั่งที่โซฟาอย่างไม่มีทางเลือก เพราะนี่เป็นพื้นที่ของเขา ทุกการเคลื่อนไหวก็คงจะถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา

แม้แต่การตามเขามาที่นี่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เธอต้องการ ทว่าถูกดึงออกจากกลุ่มเพื่อนที่ยังคงอยู่ในห้องโถงชั้นล่าง

ขณะที่รอให้เขากลับมา เธอก็เอนหลังพิงพนักโซฟาและปิดตาลง พยายามผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่สะสมมา ก่อนที่จะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว กระทั่งรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อพื้นที่ข้าง ๆ กันเริ่มยวบยาบจากแรงกดทับของร่างกายใหญ่ที่ทิ้งตัวนั่งลง

“อืม~”

“ระวังหน่อย!” ไลก้าตำหนิเสียงเรียบ เมื่อซันเดย์เผลอดันตัวขึ้นเร็วเกินไป

“ฉันแค่จะพักสายตา” เธอตอบกลับเสียงอ่อน ทว่ามีบางอย่างทำให้รู้สึกเหมือนสายตาของเขาทำให้เธอวูบวาบ แม้ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบใจ แต่ในดวงตาคมเข้มนั้นกลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน จนทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองขึ้นมา

“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” เขายิ้มมุมปาก ขำให้กับท่าทีของเธอ เปิดกล่องพลาสติกสีขุ่นที่ถืออยู่ในมือ “ถอดชุดออก”

“ห๊ะ... อ่า!!” เธอสะดุ้งเพราะตกใจจึงถอยหลังทันทีโดยใช้แขนที่เจ็บยันตัวเอาไว้ ทำให้มันยิ่งเจ็บหนักขึ้นไปอีก “คิดจะทำอะไรของนาย”

“แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ?” ไลก้าถามกลับ ดวงตาสีเทาเข้มเหลือบขึ้นมาจากกล่องปฐมพยาบาล พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เธอใจเย็นลง “ฉันแค่จะให้เธอถอดชุดนักแข่ง แล้วทายาให้”

“เอ่อ...” ซันเดย์ยืดตัวขึ้นหลังจากที่กดสายตาลงสิ่งที่ขั้นกลางระหว่างกัน ก่อนจะเลื่อนกลับมายังใบหน้าคมคายของผู้ที่ยังวางสีหน้าเรียบนิ่ง

‘ก็แล้วทำไมไม่พูดให้เข้าใจตั้งแต่ทีแรกเล่า!’

เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากเขา เป็นครั้งแรกที่ยอมเชื่อใจและยอมฟังคำสั่งใครสักคนง่าย ๆ ที่ไม่ใช่เกย์สัน

เพราะบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในแววตาความกริบคู่นั้น ทำให้เธอเลือกที่จะ ‘เชื่อใจ’ ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 17 ถ้าไม่รักชีวิต เวลาที่เหลือฉันขอนะ

    เธอยืนขึ้น หมุนหน้าไปยังผนังห้อง แล้วรูดซิปจากต้นคอลงมาจนถึงช่วงเอว ค่อย ๆ ถอดแขนเสื้อออกทีละข้างอย่างระมัดระวัง รวบแขนเสื้อทั้งสองมัดไว้ที่เอว ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไลก้าไม่ได้สนใจจึงหันกลับมาเต็มตัวแล้วก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา“นายทำเป็นใช่ไหม”“มาถึงขั้นนี้เธอจะปฏิเสธได้เหรอ?” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกจากลำคอ ขณะถามคนที่เข้ามายังพื้นที่ส่วนตัว และยังถอดเสื้อจนเหลือแค่เสื้อกล้ามกับชุดนักแข่งครึ่งตัว แล้วมาถามคำนี้?เธอแค่อยากจะอธิบาย เพราะร่างกายมันไม่เหมือนที่เขาคิดไว้“ฉัน…”“หันหลังมา” ไลก้าขัดขึ้นก่อนที่เธอจะได้พูดจบ“อืม” ซันเดย์ตอบรับแล้วหมุนตัวหันหลังให้เขา ยอมทำตามแต่โดยง่าย เพราะส่วนที่เจ็บที่สุดคือไหล่ข้างขวาที่ตึงมาก ๆเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาคงยกกล่องสีขุ่นนั้นไปวางที่อื่นแล้ว ในขณะที่เธอก็เงยหน้ามองผนังห้องที่ประดับด้วยภาพวาดบอดี้รถจากมุมต่าง ๆ มีทั้งด้านหลัง ด้านข้าง และแม้แต่แค่ล้อเขาคงจะชอบพวกมันมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ในเมื่อสนามแข่งรถก็สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของเขานี่นาแต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แค่จะทายาให้ไม่ใช

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 16 พาไปทายา!

    “จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อนทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นแม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดียกเว้นแค่วิกเ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

    อาทิตย์ต่อมาครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้งดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้งต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไปหลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้นระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รั

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 14 มีแผนการในใจ

    กลิ่นไหม้ฉุนจนแสบจมูกฟุ้งกระจาย กลิ่นน้ำมันตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่ และประกายไฟที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รถที่คว่ำจนไม่เหลือเค้าเดิมเขากับฟาเร่วิ่งสุดฝีเท้าจากริมสนามอีกฝั่งด้วยหัวใจที่เต้นรัว สองเท้าสับถี่จนเหมือนจะลอยได้ แต่กลับยิ่งทำให้พวกเราหายใจไม่ออก เมื่อเห็นภาพในระยะที่สายตาสามารถมองเห็นได้อยู่ตรงหน้าร่างที่โชกไปด้วยน้ำสีแดงถูกลากออกมาจากซากรถซันเดย์ในเวลานั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นโคม่า ลมหายใจที่รวยรินกับเสียงไอเป็นระยะทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ ร้อนรนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดีฟาเร่ที่นั่งคุกเข่าข้าง ๆ ก็ปล่อยโฮออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกันยกเว้นชายหนุ่มคนนั้น เขาเรียกสติของซันเดย์ตลอดเวลา ไม่แตะต้องในส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเธอ และยังปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง ไม่ข้ามไปแม้แต่จุดเดียวใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้นแกะสลัก ไม่แสดงความตื่นกลัวต่อบาดแผลที่เห็นอยู่เบื้องหน้า นอกจากเสียงทุ้มต่ำที่เปล่งออกมานั้นที่ยืนยันว่าเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งกระทั่งทีมแพทย์มาถึงและยกซันเดย์ขึ้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอขึ้นรถเพื่อย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาล พวกเราจึงได้เห็นใบ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 13 หาทางเอาคืน

    “เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วน่า”ไลลาพูดขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ หลังจากการแข่งขันจบลง แต่เพื่อนก็ยังทำหน้าเครียดไม่เปลี่ยน เธอเตือนไปแล้วว่าไลก้าไม่เหมือนคนอื่น ให้เผื่อใจไว้บ้าง เวลาผลมันออกมาเป็นแบบนี้จะได้ไม่ผิดหวังมาก“ไม่ได้ไม่ยอมรับอะไรขนาดนั้น แค่รู้สึกไม่ดี... นิดหน่อย” ซันเดย์ตอบเสียงเรียบขณะเดินเคียงกัน ตอนนี้เธอเปลี่ยนกลับมาอยู่ในชุดลำลองเหมือนเดิม พวกเรากำลังเดินกลับไปยังรถที่ทีมงานเอามาจอดไว้รอด้านนอกสนามหลังจากเขาหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไลลาก็พูดคำนี้เป็นครั้งที่ร้อย (ออกจะดูเว่อร์ไปหน่อย)และไม่ใช่แค่ไลลา ยังมีอชิตาที่เข้ามาร่วมผสมโรงตอกย้ำความจริงที่ว่า... ไม่มีอะไรต้องเสียใจถ้าคนที่แพ้ให้เป็นไลก้า!“เข้าใจได้ ไม่มีใครจะยินดีที่ตัวเองแพ้หรอก”กึก!มันจะรู้สึกไม่ดีก็ตอนนี้ ซันเดย์คิดในใจ พลางหยุดมองเพื่อนที่หันมายิ้มแหย่ให้ แล้วก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่น“ฉันขอโทษถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี แต่ฉันแค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจแล้วเก็บไปคิดมาก” ไลลาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นซันเดย์พยักหน้ารับรู้ถึงความห่วงใยนั้น และไม่รู้จะบอกกับไลลาว่ายังไงดี เพราะเรื่องราวที่มันพัวพัน

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 12 พลาดท่า

    เสียงปืนส่งสัญญาณการออกตัว ซันเดย์ดึงสติกลับมาแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกศรที่ไม่มีวันหวนย้อนกลับ เมื่อเข้าสู่รันเวย์แห่งศักดิ์ศรีของความเร็วความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ แรงกดดันที่เคยเกาะกุมจิตใจถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง เธอมีเพียงเป้าหมายเดียวคือเส้นทางสีดำที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ความกังวลถูกบดขยี้ภายใต้แรงเหยียบของฝ่าเท้าอีกด้านหนึ่งของสนาม ไลก้านักแข่งเท้าไวผู้ไม่รู้จักคำว่าพ่ายแพ้! ปลายเท้าใหญ่เหยียบคันเร่งจนมิด ตามสไตล์ดุดันเมื่อเสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้น นั่นคือการประกาศว่าไม่มีใครสามารถขึ้นนำเขาได้แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น...แลมโบกีนี่สีส้มดำของซันเดย์แซงเขาไปเพียงเสี้ยววินาทีราวกับพายุที่ซัดผ่านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงภาพท้ายรถที่ค่อย ๆ ห่างออกไป“ยังเร็วไปเด็กน้อย!” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกลอดผ่านริมฝีปากหยักได้รูปภายใต้หมวกนิรภัย น้ำเสียงของเขาไร้ความตื่นเต้น ในขณะที่มีความขบขันมากกว่าความกังวลหรือเสียใจอีกฝั่งหนึ่ง...“หึ! ก็แค่นี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นทอดมองผ่านกระจกด้านข้าง สะท้อนเงาของรถสีเทาที่ค่อย ๆ เลือนหายไปนอกครรลองสายตา รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นโดยไม่รู้ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status