Share

ตอนที่ 16 พาไปทายา!

last update publish date: 2026-01-04 12:47:31

“จ้องพอหรือยัง ฉันจะได้ถอดโม่งนั้นออกให้” ไลก้ายืดตัวขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้นนานหลายวินาที

“ฉันถอดเองได้ นายไม่ต้อง!” แขนของซันเดย์ยกขึ้น แต่สะดุดอยู่จังหวะหนึ่งก่อนจะดึงเกาะป้องกันชิ้นสุดท้ายของใบหน้าออกไป ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็กลัวว่าจะไม่ทัน เดี๋ยวคนมือไวจะทำมันเสียก่อน

ทว่ามันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อจู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ทำอะไรของนาย?” เธอถามด้วยความตกใจ แต่ก็คว้าลำคอแข็งแกร่งเอาไว้แน่น กลิ่นหอมเหมือนไม้แห้งสะอาดทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

แม้จะลดแรงดิ้น แต่เธอไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งสนาม

“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”

แต่ไลก้าไม่ได้ยอมทำตาม เขาก้าวห่างจากรถไปไม่เท่าไหร่ ก็พบกับแก๊งสิงห์ที่ยืนหอบกันอยู่ตรงหน้า!

“วิ่งช้ากันฉิบหาย” เขาสบถ ก่อนจะหันไปมองวิกเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้

“ไหวไหม ให้กูช่วยหรือเปล่า?” วิกเตอร์ถาม เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน แต่กลับถูกหยุดด้วยเสียงแข็งของไลก้าเสียก่อน

“ไม่ต้อง แล้วหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามาใกล้” เขาสั่งเสียงเย็น พลางหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ ซึ่งต่างเข้าใจสถานการณ์ดี

ยกเว้นแค่วิกเตอร์ที่ดูเหมือนจะหัวช้าที่สุด!

“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?” เจฟฟ์ถามพลางกดสายตาลงมองซันเดย์ ก่อนจะลากมันกลับขึ้นไปที่ไลก้าเหมือนเดิม

“ไม่แน่ใจ” เขาตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้อย่างชัดเจน แม้ภายนอกดูเหมือนจะโอเค แต่ใครจะรู้ว่าภายในจะเป็นอะไรบ้าง “ต้องพาขึ้นไปข้างบนก่อน”

หลังจากอธิบายกับเจฟฟ์ ไลก้าก็หันไปมองผู้ควบคุมทุกอย่างภายในสนาม เขาแทบไม่ต้องอธิบายอะไร อชิระก็รู้ว่าจะต้องจัดการเรื่องนี้ยังไง

“พาน้องไปข้างบนก่อน” ซอลเสนอความคิดเห็น

ซันเดย์ไม่รู้จะทำหน้ายังไง เธออยู่ท่ามกลางวงล้อมของสมาชิกสิงห์ ทุกคนมีสีหน้าเคร่งขรึม และที่ทำให้เธอรู้สึกอายที่สุดตอนนี้ก็คือ...

การที่เธอยังอยู่ในอ้อมแขนของไลก้า

ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าปกติพวกเขาปฏิบัติตัวแบบนี้กันหรือเปล่า เห็นเพื่อนกำลังอุ้มคนอื่นอยู่แต่กลับไม่มีใครทักท้วงอะไรเลยสักคำ

“อืม” เขาตอบรับซอลสั้น ๆ จากนั้นก็เดินนำไปยังอาคารสำนักงาน

ซันเดย์มองผ่านไหล่กว้างไปยังด้านหลัง คนกลุ่มหนึ่งเดินตามชายร่างสูงที่อุ้มผู้หญิงไว้ในอ้อมแขน คล้ายองครักษ์เดินตามมาอารักขา ต่างพูดคุยกันราวกับไม่เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเพื่อนตัวเอง

เธอเงยหน้าขึ้นมองไปที่เจ้าของท่อนแขนแข็งแกร่ง ที่โอบร่างของเธอไว้อย่างมั่นคง มองจากตรงนี้เขาเป็นคนเย็นชามาก ริมฝีปากที่มักจะเม้มชิดกันเสมอ ดวงตาเฉียวคม ที่เต็มไปด้วยความดุดัน

“จะมองก็อย่าแอบสิ”

“อะ... แอบอะไร ฉันมองตรง ๆ เลยด้วยซ้ำ”

“หึ” เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เล็ดลอดออกจากในลำคอของไลก้า ทำให้ซันเดย์รู้สึกเหมือนกับว่าถูกเขาเอาชนะไปเรียบร้อยแล้ว เธอเม้มปากแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ใบหน้าของตนร้อนวูบขึ้นมา และที่สำคัญไม่ได้ตั้งใจจะแอบมองเขา!

แค่ไม่รู้ว่าจะเอาสายตาไปไว้ที่ไหนในสถานการณ์นี้จริง ๆ! ถ้าจะมองไปที่กำแพงหรือฟ้าก็คงจะดูแปลกไปหน่อย

ไลก้าแม้จะยังคงวางท่าทีสงบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ใดออกมา หากแต่เสียงพึมพำแผ่วเบาของเธอก็ไม่รอดหูของเขาไปได้ ชายหนุ่มลอบยิ้มในใจ เพราะรู้ดีว่า... นั่นคือสัญญาณว่าตนเองสามารถสยบจอมดื้อรั้นในอ้อมลงได้บ้าง

แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วขณะหนึ่งก็ตาม

กลุ่มที่ตามมาด้านหลังแม้จะเว้นระยะห่าง แต่ก็มองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

“มึงรู้ไหมว่าทำไมมันถึงออกตัวแรงขนาดนั้น?” อาเชอร์หันไปถามเจฟฟ์ เพราะถ้าจะมีใครรู้ความคิดของไลก้าดีที่สุดก็คงต้องเป็นคนนี้

“พึ่งเห็นพร้อมกับพวกมึงนั่นแหละ” ทว่าเจฟฟ์กลับตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“แต่กูรู้” วิกเตอร์ขยับมุมปากยิ้ม พร้อมพยักหน้ายืนยัน “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของมัน”

แม้จะถูกขู่ไว้ แต่เรื่องมันผ่านมานานแล้ว และก็จบลงไปแล้วด้วย เขาไม่คิดว่าจะต้องเก็บเรื่องนี้ไว้อีกต่อไป

“จริงเหรอ?” อาเชอร์ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก ว่าจะเป็นวิกเตอร์ แต่ก็หันไปให้ความสนใจกับคนที่เปิดประเด็นไม่น้อย

จากนั้นสายตาทุกคู่ก็หันมาหยุดที่วิกเตอร์ เขาหัวเราะหึอยู่ในคอ เรื่องอื่นเพื่อนมักคอยว่าเขาไร้สาระ แต่พอเป็นเรื่องของไลก้า หูตั้งกันทันที

“แม่สาวผมทอง... เฮ้ย ซันเดย์น่ะ ไอ้ก้ามันเคยช่วยไว้เมื่อต้นเทอม” เสียงของเขาแผ่วเบา พยายามให้ได้ยินแค่กลุ่มเพื่อน เพราะลูกน้องของแต่ละคนอยู่ห่างออกไป “แล้วคนที่มันกันออกจากซันเดย์น่ะ...”

วิกเตอร์หยุดคำพูดไว้ พลางชะเง้อคอยาวมองดูว่าคนถูกพูดถึงอยู่ไกลแค่ไหน พอเห็นว่าอยู่ในระยะปลอดภัย ก็เริ่มเปิดปาก

“คือสามสาวขาใหญ่คณะบัญชี!”

เจฟฟ์ขมวดคิ้วยุ่งเมื่อได้ยินแบบนั้น เขามองแผ่นหลังกว้างของคนที่เติบโตมาด้วยกัน สาวนักแข่งนั่นมีอะไรดีถึงทำให้คนเฉยเมยมาตลอดอย่างมันยอมทำเรื่องแบบนี้ได้

“มึงรู้ได้ไง?” อาเชอร์ยังไม่ค่อยเชื่อ ถึงแม้สามสาวนั้นจะเงียบไปก็ไม่แน่ว่าจะเป็นฝีมือไลก้า พลางคิดว่าวิกเตอร์จะเอาเรื่องนี้มาแกล้งอำพวกเขาไหม

“มึงจะไม่เชื่อก็ได้ แต่กูเป็นคนอยู่กับมันวันนั้น” วิกเตอร์ย้ำอีกครั้ง ก่อนจะย่ำเท้านำคนอื่น ๆ ไป เขาบอกได้แค่นี้ มากกว่านี้เกรงว่าหัวอาจจะหลุดออกจากบ่า เพราะเท่านี้เงาก็น่าจะหายไปแล้วละ!

อาเชอร์สบตากับเจฟฟ์ต่างก็ไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะเลยไปยังคนรั้งท้ายอย่างอชิระซึ่งรายนั้นก็เหมือนจะไม่ใส่ใจอะไรสักเท่าไหร่

ก่อนจะมาจบที่คนตัวเล็กข้างกัน ซอลเพียงยิ้มหวานแล้วพยักหน้าให้เดินต่อไป แล้วเขาจะมีหน้าอะไรไม่เชื่อ ก็ในเมื่อทุกคนปิดปากเงียบกันขนาดนี้

ห้องส่วนตัวชั้นบนของไลก้า ในตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว แต่ยังมีอีกคนที่พึ่งช่วยเหลืออีกครั้ง

ห้องนี้ตกแต่งในโทนสีเทา สอดคล้องไปกับเฟอร์นิเจอร์สีเดียวกัน ซึ่งแต่ละชิ้นจะมีเฉดสีที่แตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้ห้องดูมีมิติและความน่าค้นหา

ซันเดย์มองไปรอบ ๆ ห้องที่ถูกจัดวางอย่างมีระเบียบเรียบร้อย กลิ่นหอมของไม้ซีดาร์ยังคงลอยอยู่ในอากาศ ความรู้สึกผ่อนคลายจากกลิ่นนั้นทำให้เธอรู้สึกสบาย ทั้งยังให้ความรู้สึกที่สุขุมนุ่มลึกและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

“นั่งตรงโซฟานั้นก่อน” ผู้เป็นเจ้าของห้องเอ่ย พลางชี้ไปที่มุมหนึ่งของห้องที่ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่พักผ่อนมากกว่า “ฉันจะไปหยิบของด้านใน”

เมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนมองเขาอยู่ จึงชี้ไปยังประตูอีกบานภายในห้อง

“ค่ะ” เธอตอบรับเบา ๆ พลางเดินไปนั่งที่โซฟาอย่างไม่มีทางเลือก เพราะนี่เป็นพื้นที่ของเขา ทุกการเคลื่อนไหวก็คงจะถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา

แม้แต่การตามเขามาที่นี่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เธอต้องการ ทว่าถูกดึงออกจากกลุ่มเพื่อนที่ยังคงอยู่ในห้องโถงชั้นล่าง

ขณะที่รอให้เขากลับมา เธอก็เอนหลังพิงพนักโซฟาและปิดตาลง พยายามผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่สะสมมา ก่อนที่จะเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว กระทั่งรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อพื้นที่ข้าง ๆ กันเริ่มยวบยาบจากแรงกดทับของร่างกายใหญ่ที่ทิ้งตัวนั่งลง

“อืม~”

“ระวังหน่อย!” ไลก้าตำหนิเสียงเรียบ เมื่อซันเดย์เผลอดันตัวขึ้นเร็วเกินไป

“ฉันแค่จะพักสายตา” เธอตอบกลับเสียงอ่อน ทว่ามีบางอย่างทำให้รู้สึกเหมือนสายตาของเขาทำให้เธอวูบวาบ แม้ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบใจ แต่ในดวงตาคมเข้มนั้นกลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน จนทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองขึ้นมา

“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” เขายิ้มมุมปาก ขำให้กับท่าทีของเธอ เปิดกล่องพลาสติกสีขุ่นที่ถืออยู่ในมือ “ถอดชุดออก”

“ห๊ะ... อ่า!!” เธอสะดุ้งเพราะตกใจจึงถอยหลังทันทีโดยใช้แขนที่เจ็บยันตัวเอาไว้ ทำให้มันยิ่งเจ็บหนักขึ้นไปอีก “คิดจะทำอะไรของนาย”

“แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ?” ไลก้าถามกลับ ดวงตาสีเทาเข้มเหลือบขึ้นมาจากกล่องปฐมพยาบาล พร้อมกับคำพูดที่ทำให้เธอใจเย็นลง “ฉันแค่จะให้เธอถอดชุดนักแข่ง แล้วทายาให้”

“เอ่อ...” ซันเดย์ยืดตัวขึ้นหลังจากที่กดสายตาลงสิ่งที่ขั้นกลางระหว่างกัน ก่อนจะเลื่อนกลับมายังใบหน้าคมคายของผู้ที่ยังวางสีหน้าเรียบนิ่ง

‘ก็แล้วทำไมไม่พูดให้เข้าใจตั้งแต่ทีแรกเล่า!’

เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากเขา เป็นครั้งแรกที่ยอมเชื่อใจและยอมฟังคำสั่งใครสักคนง่าย ๆ ที่ไม่ใช่เกย์สัน

เพราะบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในแววตาความกริบคู่นั้น ทำให้เธอเลือกที่จะ ‘เชื่อใจ’ ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 4 ใจเชื่อมโยงผูกพัน

    “หอมจังเลยค่ะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยพลางมองตามถ้วยข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ ที่ควันลอยฟุ้งอย่างน่ากิน ดวงตาเธอเปล่งประกายด้วยความสุข กลิ่นหอมของอาหารเช้าเรียกน้ำย่อยจนแทบรอไม่ไหว“ก็พี่ใส่ความรักลงไปด้วยไง ถึงได้หอมขนาดนี้” ไลก้ายิ้มก่อนจะวางถ้วยตรงหน้าเธออย่างระมัดระวัง“งั้นซันว่าความรักคงล้นหม้อแน่เลยค่ะ... ขอทานก่อนนะคะ”“ค่อย ๆ นะยังร้อนอยู่เดี๋ยวลวกปาก”“อ้า... ร้อนจริงด้วยแต่ก็อร่อยมากเลยค่ะ” เธอยิ้มกว้างอย่างเอ็นจอยเต็มที่“ระวังหน่อยสิ จะเป็นแม่คนอยู่แล้วยังดื้อไม่เลิก”“ก็คนมันหิวนี่คะ... มาทานด้วยกันสิ” เธอเป่าข้าวต้มก่อนจะตักขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา“ฟู่ว~ ฟู่ว~ อ้าปากสิคะ คุณพ่อ”“อ้า...” ไลก้ายอมตามคำสั่งอย่างว่าง่ายพร้อมกับยิ้มอบอุ่นที่ระบายทั่วใบหน้า“อร่อยไหมคะ?”“อร่อยครับ” เขาตอบทั้งที่ยังเคี้ยวไม่หมดด้วยความพอใจเป็นความสุขที่เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ แต่ค่อย ๆ เติบโตขึ้น จนเติมเต็มทุกพื้นที่ในบ้าน ทั้งไลก้าและซันเดย์ต่างเรียนรู้ที่จะปรับตัว ใช้ชีวิตร่วมกันในบทบาทใหม่ ว่าที่พ่อและแม่ของชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังจะถือกำเนิด พวกเขาก้าวไปทีละก้าวอย่างระมัดระวังอย่างมั่นคง และเต็มเปี่ยมด้วยความร

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 3 เบบี๋มาแล้ว

    หนึ่งปีผ่านไปซันเดย์ก้าวลงจากชั้นบนด้วยอาการงัวเงีย เปลือกตาปรือปรอยทั้งง่วงทั้งกระหายน้ำยามเช้า ทว่าเพียงปลายเท้าแตะพื้นชั้นล่างความมึนงงก็ถาโถมจนเธอต้องคว้าราวบันไดไว้แน่น“เฮ้อ คงต้องหาเวลานอนให้มากกว่านี้เสียแล้ว” เธอบ่นกับตัวเองเสียงเบานับตั้งแต่ซันเดย์กับไลก้าตัดสินใจสร้างครอบครัวร่วมกัน เธอก็ย้ายมาอยู่บ้านของเขา ส่วนบ้านเดิมนั้นเธอฝากให้แคลร์ดูแลแทนชีวิตคู่พาเอารอยยิ้มอันอบอุ่นมาพร้อมช่วงเวลาพ่อแง่แม่งอนเป็นระยะ ยิ่งเมื่อแต่ละคนต่างรับผิดชอบงานของตัวเอง ซึ่งเธอ วีด้า และไลลาพึ่งร่วมกันก่อตั้งบริษัทโฆษณาได้ครึ่งปี และทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นยกเว้นสามีผู้คอยเร่งให้เธอกลับบ้านเร็วขึ้น เลิกหมกมุ่นอยู่แต่กับงานราวกับลืมไปว่าเมื่อก่อนเขาเองก็เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน“เป็นอะไรหรือเปล่า? พี่ก็บอกให้รอก่อนแล้วนี่” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูเข้มผิดปกติ ตามมาด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบก้าวลงบันไดมาอย่างร้อนรนเธอหันมายิ้มอ่อนให้กับสามีที่พอดีลงมายืนในระดับเดียวกัน แม้จะสบเข้ากับดวงตาคมที่มองมาด้วยสายตาดุ ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นใจเท่าไรนัก เพราะแววตานั้นแม้จ้องเขม็ง หากแต่ก็เต็มไปด้วยความเป

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 2 เธอคือโลกทั้งใบ

    หนึ่งปีต่อมาเช้าตรู่ในเมือง Dragmouth ประเทศอังกฤษ บรรยากาศสดชื่นยามเช้าปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ ทว่าในบ้านใหญ่หลังหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความคึกคักของสองสามีภรรยาวัยกลางคนที่กำลังเตรียมตัวออกไปทำงานให้ ‘นายใหญ่’ ของพวกเขาอีกวัน ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศไทยในอีกสามวันข้างหน้าจอมพล มือขวาคนสนิทของไรอัน ฟลานดีส กำลังง่วนกับการตรวจความเรียบร้อยของเอกสารและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ขณะเดียวกัน เขาก็หันไปมองภรรยาที่ยังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจก พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม“ที่รัก... คุณช่วยรีบกว่านี้อีกหน่อยได้ไหม ไม่งั้นเราคงไม่ทันแน่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกล้งหยอก แม้ในใจจะรู้ดีว่ายังมีเวลาเหลือเฟือ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อหญิงคนรัก เพียงเพื่อจะได้เห็นใบหน้ายิ้มของเธอ“พี่ลองยกนาฬิกาดูหน่อยสิคะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาประชุมเช้านี้เสียอีก” สุ้มเสียงหวานแต่หนักแน่นของเธอดังขึ้นก่อนที่จะเดินมาถึงตัวสามีเสียด้วยซ้ำเกรซ มือขวาอีกคนของไรอัน ฟลานดีส และยังเป็นภรรยาสุดที่รักของจอมพล ใบหน้าราบเรียบแต่แฝงแววตำหนิในแววตาสีเทาอ่อนคู่นั้น เมื่อถูกเร่งเร้าโดยไม่มีเหตุอันควรเธอมองเขาด้วยสายตานิ่งขรึม ขณะ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 1 คลี่คลายปมในใจ

    คาซ่าการ์เด้น ต้นเดือนมกราคม ปี 25xxในช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตนักศึกษา ทุกอย่างดูจะราบรื่นสำหรับ "ซันเดย์" คนหัวกะทิผู้ไม่เคยต้องวิตกกับเรื่องผลการเรียน ยกเว้นเสียก็แต่...ตืด... ตืด... ตืด...เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลหม่นเต็มไปด้วยความพะว้าพะวัง เมื่อตัดสินใจกดโทรกลับไปหามารดา เกือบหนึ่งเดือนเต็มที่เธอครุ่นคิด ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะมีกล้าพอเปิดบทสนทนาเคลียร์ความรู้สึกที่คั่งค้างระหว่างกัน(ฮัลโหล... แม่อยู่ในครัวนะลูก)เสียงสิรินภาเล็ดลอดผ่านสายมาอย่างกระหืดกระหอบด้วยเพราะเธอวางโทรศัพท์ไว้ห่างตัว และยิ่งรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาคือลูกสาว น้ำเสียงที่เคยเร่งรีบก็พลันอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แทบจะละมือจากสิ่งที่ทำอยู่ในทันทีซันเดย์เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ระบายยิ้มอ่อน ๆ ออกมา เธอจินตนาการภาพของท่านกำลังหั่นผัก เตรียมอาหารอย่างกระตือรือร้น ด้วยแววตาเปี่ยมสุข เพื่อเธอหรือไม่ก็สองพ่อลูก แต่ทำไมในอดีตเธอถึงเคยมองว่าแม่เอาใจแค่สามี หลงลืมไปว่าลูกสาวคนนี้ แม่เคยอุ้มท้องอย่างยากลำบากถึงเก้าเดือน และเลี้ยงดูเพียงลำพังมาตลอดแปดปี‘แกมันโง่มากจริง ๆ ซันเดย์’“ไม่เห็นต้องรีบเลย หนูรอได้อยู่แล้วค่ะ”(ทำไมเสียงเป

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 52 เขาคือเจ้าชีวิตของเธอที่แท้จริง THE END

    ในค่ำคืนที่มีดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าเหนือเมืองใหญ่ สายลมเย็นบางเบาพัดความเย็นกระทบกาย ขณะทั้งสองนั่งเคียงกันบนดาดฟ้าของโรงแรม The Lush Nest ที่เปิดมุมมองสู่ทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันงดงามราวภาพฝันไลก้าเตรียมมื้อดินเนอร์ไว้ด้วยความใส่ใจ เขาจองพื้นที่ทั้งดาดฟ้าไว้เพื่อเธอเพียงคนเดียว บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าที่เปล่งประกายเป็นฉากหลังตัดกับความเงียบสงบ และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งสองเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ไปกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนใบหน้าของไลก้าและซันเดย์ อาหารรสเลิศถูกจัดวางอย่างประณีต และเครื่องดื่มในแก้วคริสตัลก็ช่วยเติมเต็มค่ำคืนให้ยิ่งโรแมนติกยิ่งขึ้น“น่าจะบอกซันก่อน ดูสิ... ชุดที่ซันใส่มันไม่เข้ากับบรรยากาศเลยสักนิด” เธอก้มมองเสื้อยืดตัวบางที่คลุมทับด้วยแจ็กเกตยีน และกางเกงยีนสีซีดคู่ใจ“เธอแต่งแบบนี้แหละดีแล้ว” เขาตอบพร้อมสบตาเธอด้วยแววตาอ่อนโยน “เพราะถ้าเธอแต่งตัวเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ แต่ต้องแลกกับความไม่สบายตัว มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”หลังจากปลอบโยนเธอเรื่องครอบครัวจนถึงเวลานัดหมายที่วางแผนไว้กับอาเชอร์และซอล เขาก็พาเธอออกมาทานอาหารตาม

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 51 คลายปมในใจ

    “พี่มักจะคิดว่าพวกเราพยายามกันพี่ออกไป แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยสักนิด แด๊ดรักพี่เหมือนลูกคนหนึ่ง ผมเองก็รักพี่เหมือนพี่สาว แล้วทำไมพี่ถึงพยายามผลักเราออกจากความหวังดีนั้นล่ะครับ” แคลร์พยายามหาคำตอบเรื่องนี้มานาน แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบสักที“พี่ไม่...” จะบอกว่า ไม่เคยรู้สึกแบบนั้น เหรอ? ทั้งที่ความรู้สึกเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นจริง“ธอร์นมีพร้อมทุกอย่าง นายก็เป็นลูกชายของเขา จะคิดแบบนั้นมันก็ไม่แปลก แต่สำหรับพี่... พี่ก็เป็นแค่ลูกของผู้หญิงที่พ่อของนายอยากใช้ชีวิตด้วย เท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ”“ไม่จริงเลย แด๊ดไม่เคยมองพี่เป็นคนนอก ท่านรักพี่จริง ๆ ผมยืนยันได้”“ก็นายเป็นลูกเขานี่”“ก็จริงครับ แต่พี่รู้อะไรไหม เด็กพวกนั้นที่เคยล้อพี่ตอนเด็ก พวกเขาเจอกับอะไรบ้างรู้ไหม? แด๊ดจัดการเรื่องนั้นเอง พ่อแม่ของเด็กพวกนั้นถูกตำหนิอย่างหนักที่ไม่อบรมลูก จนต้องย้ายโรงเรียนไปเลยนะครับ”แคลร์พูดยาว สีหน้าและน้ำเสียงจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“แล้วยังเรื่องที่พี่เข้ารับการรักษาอีก... พี่รู้ไหมว่าแด๊ดตามหาคนที่ช่วยพี่ไปทุกที่ ท่านอยากขอบคุณเขาอย่างมาก เพราะถ้าไม่ได้คนคนนั้นช่วยไว้... พวกเราอาจต้องเสียใจไปตลอดชี

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 36 ไม่ไหวแล้ว

    สนามแข่ง YOLOร่างสูงของผู้ดูแลอุปกรณ์สนามแข่ง ทิ้งตัวลงนอนราบกับความนุ่มของโซฟาตำแหน่งประจำ ลมหายใจร้อนกระชากออกมาด้วยความเหนื่อยล้ายิ่งอยู่ในตำแหน่งสูงเท่าไร ภาระและความรับผิดชอบก็ยิ่งถาโถมมากขึ้นเท่านั้น สำหรับไลก้าแล้วแทบไม่ยอมปล่อยให้ระบบหลุดรอดจากมาตรฐานแม้เพียงน้อยวิกเตอร์ที่เห็นเพื่อนอยู่

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 35 รอบตัวเปลี่ยนไป

    บ่ายวันจันทร์ Mittap Universityทางเดินทอดยาวสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ในยามเย็น คลาคล่ำไปด้วยเหล่านิสิตจากหลากหลายชั้นปี บ้างจับกลุ่มเดินเลี้ยวไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้มหาวิทยาลัยบ้างเร่งฝีเท้าเพื่อกลับบ้าน ส่วนอีกบางกลุ่มยังคงปักหลักกับกองหนังสือ เตรียมติวสอบกันอย่างขะมักเขม้นเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วลอยละ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 33 ไม่ได้นอน NC++

    “อื้อ~”“อย่าพึ่งครางสิเด็กน้อย พี่แค่เล่นกับเธอแค่นั้น” คำว่าเล่นของเขาคือกำลังลากก้านนิ้วถูไถติ่งเนื้อน้อย ขณะที่ท้องนิ้วสากระคายเสียดสีกับจุดอ่อนไหวซันเดย์ก็สะท้านเฮือก ปลายเท้าหดเกร็ง มือเล็กปัดป่ายเพื่อหาที่ยึดกระทั่งคว้าหมอนใบใหญ่ถึงได้กำมันไว้จนแน่น“เสียว... อย่าทรมานกันแบบนี้ อื้อ...” สะโ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 31 ทวงสัญญา

    เคยได้ยินคำนี้ไหม... ‘ความลับไม่มีในโลก!’ และตอนนี้สิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นจริงตรงหน้า เพราะความลับที่พวกเราคิดว่าปิดได้อย่างแนบเนียน กลับถูกเปิดเผยในวินาทีสุดท้าย... และเมื่อมันหลุดออกมาแล้ว ความสัมพันธ์ก็แตกร้าว ความเชื่อใจก็สูญสิ้น และหายนะก็เกิดขึ้น!เธอไม่เคยเห็นความสัมพันธ์แบบนี้ คนที่ยอมเจ็บเพื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status