แชร์

ตอนที่ 15 ล็อกที่ของเธอ

ผู้เขียน: นานิซัง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-02 15:03:56

อาทิตย์ต่อมา

ครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักแข่ง ซันเดย์ก็ไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบอีกว่ามีอะไรที่เธอชอบอีกไหม เพราะได้เลือกแล้วว่าการนั่งอยู่หลังพวงมาลัย แล้วมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็ว คือคำตอบที่ดีที่สุด มันทำให้ความรู้สึกที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของเธอเลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ

เธอสลัดสิ่งรบกวนที่ทำให้ไขว้เขวทิ้ง และกลับมายืนอยู่ในสนามแข่งขันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังอีกครั้ง

ดังนั้นก่อนวันแข่งรอบพิเศษเธอจึงขอให้อชิตาลงชื่อเพื่อกลับมาพิสูจน์จุดยืนของตัวเองอีกครั้ง

ต่อให้ไม่มีใครมาเป็นเครื่องยืนยัน เธอก็ยังคงเป็นซันเดย์ เป็นนักแข่งแบบนี้ต่อไป

หลังจากทีมงานตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นพิเศษ ซึ่งก็พิเศษมากจริง ๆ พวกเขาทำเหมือนกับว่าลูกรักของเธอเป็นรถ VVIP ที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถันขนาดนั้น

ระหว่างที่รอเวลาลงสนาม เธอเฝ้ารอเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่พอคิดถึง... ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน

“โชคดีที่มาทัน” เสียงหวานที่เอ่ยออกมาคือวีด้านั่นเอง แม้ว่าหลายวันมานี้เราจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีแค่เจ้าของใบหน้าสวยตรงหน้าคนนี้ที่ทำให้ยิ้มได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะไปสู่รันเวย์อีกครั้ง

แต่ก็ใช่ว่าไลลาและอชิตาจะไม่สำคัญต่อเธอ เพียงแต่ว่าตำแหน่งที่หนึ่งมันก็ต้องมีแค่คนเดียวจริงไหม!

ซึ่งวีด้าดูเหมือนจะตื่นเต้นกว่าเธอเสียอีก หรืออาจจะเป็นเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เพื่อนได้มาดูการแข่งของเธอด้วยมั้ง

พอถึงเวลาที่ต้องลงสนามแล้วจริง ๆ เราต่างก็แยกย้ายกันไป

อชิตากลับไปตำแหน่งควบคุมระบบ

วีด้าและไลลาไปรอที่ริมขอบสนาม

ส่วนเธอก็ไปประจำตำแหน่งผู้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยอันแสนภาคภูมิใจของตัวเอง

รอบพิเศษนัดนี้ ดูเหมือนว่าจะมีนักแข่งหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาหลายคัน ซันเดย์ดึงสายตาที่กวาดมองรอบ ๆ หันไปให้ความสนใจกับทางเบื้องหน้า

แม้จะรู้สึกเสียดายที่ผู้ชายคนนั้นไม่ลงแข่งด้วย แต่มันก็ไม่มีผลสำหรับเธออีกแล้ว

หากแต่ทว่า...

“หวังว่านายจะไม่หลบเหมือนเต่าอยู่แบบนี้ตลอดไปนะ!”

เสียงที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยแววยิ้มเยาะ เพราะหากไม่กลัวจะแพ้ แล้วทำไมถึงต้องชิ่งหนี?

3 

2

Let Go…

ปัง~

.

เมื่อเสียงสัญญาณออกตัวดังขึ้น นักแข่งหญิงกดคันเร่งเต็มน้ำหนัก ปลายเท้าปล่อยคลัตช์อย่างแม่นยำ เสียงยางบดพื้นกึกก้อง ล้อหลังสะบัดก่อนจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างดุดัน

ซันเดย์ควบคุมพวงมาลัยไว้อย่างมั่นคง รถของเธอพุ่งทะยานไปข้างหน้า ดั่งสายน้ำที่เชี่ยวกรากแต่ไร้คลื่นกระเพื่อม สายตาปราดเปรียวอ่านเกมการแข่งขันอย่างช่ำชอง

เสียงเครื่องยนต์คำรามผสานกับจังหวะหัวใจของเธอให้เป็นจังหวะเดียวกันดังกระหึ่มอยู่ในอก ริมฝีปากสวยได้รูปกระตุกยิ้มอย่างมั่นใจ

เธอพุ่งแซงคู่แข่งทีละคันไม่ใช่เพราะความได้เปรียบ แต่เป็นความรู้สึกที่ได้ปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริง

“นี่แหละที่ของเธอ... ซันเดย์” เสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากหมวกนิรภัย เหมือนถ้อยคำที่เธอกระซิบย้ำกับหัวใจตัวเอง ให้อยู่กับสิ่งนี้

โซน VVIP

ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าเรียบเฉย ก้มมองการสั่นแจ้งเตือนจากมือถือที่รายงานการทำงานภายใน Pit Garage

ไลก้ากระตุกมุมปากยิ้มชอบใจให้กับรายละเอียดทุกขั้นตอน ราวกับว่าหากขาดไปแม้ประโยคเดียว ผู้ส่งข้อมูลอาจ ‘ไม่รอด’ เขาหย่อนมันกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนอย่างเดิม สายตาเฉียบคมทอดมองไปที่การแข่งขันนัดพิเศษรอบสุดท้าย ซึ่งไม่คิดจะลงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

แม้เพื่อนจะแสดงความไม่เข้าใจก็ตาม

“ได้เห็นอะไรมัน ๆ ตรงนี้ไม่ดีกว่าหรือไง?” ไลก้าพึมพำเหมือนให้คำตอบกับตนเองมากกว่าจะไปอธิบายกับเหล่าเพื่อน ๆ

แลมโบกีนี่สีส้มดำแล่นไปด้วยความเร็ว แม้จะมองแทบไม่ทันแต่ผู้ที่จดจ่อแค่เธอนั้น จึงเห็นพลังขับเคลื่อนที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของนักแข่งหญิงเพียงหนึ่งเดียว ได้อย่างชัดเจน

“ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ เธอก็ไม่เคยเปลี่ยน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบาราวกับพูดถึงวันวาน เป็นเสียงที่เมื่อระลึกถึง ก็ทำให้ยิ้มกระตุกขึ้นสูงได้ทุกครั้ง

 มาถึงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน เสียงเชียร์ดังกึกก้องรอบสนามไม่มีหยุดแม้เสี้ยววินาที เมื่อรถสปอร์ตสองคันที่นำอยู่ผลัดกันแซงและไล่ตามกันอย่างสุดระทึก

ซันเดย์ยิ้มมุมปากเมื่อสามารถขึ้นนำอีกฝ่ายได้ ชัยชนะครั้งนี้เธอจะต้องคว้ามาให้ได้

จิตใจที่เต็มไปด้วยพลังทำให้ปลายเท้าเหยียบคันเร่งจนสุดแรง หัวใจเต้นระรัวไปกับเส้นชัยที่อยู่เบื้องหน้า

หากแต่ทว่าความมุ่งมั่นที่มีมากเกินไปนั้น ทำให้เธอไม่ทันระวังภัยที่กำลังจะมาถึง...

โครม!

เสียงชนจากท้ายรถทำให้ซันเดย์หัวใจสะดุด ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนหลั่งไหลเข้ามาในหัว เสียงยางเสียดสีกับพื้นแทร็คกรีดร้องแหลมสูง รถหมุนคว้างเหมือนหลุดจากแรงโน้มถ่วง

โลกทั้งใบหมุนไปพร้อมกับตัวรถ ควันสีขาวบดบังวิสัยทัศน์

แรงเหวี่ยงกระชากร่างเธอแนบกับเบาะ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งไปหมด หัวใจเต้นโครมคราม

เธอกัดฟันแน่นเมื่อเสียงเครื่องยนต์ยังคำราม ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที แต่มันยาวนานพอที่จะได้ยินเสียงตัวเองในใจ

‘อย่าหยุด… อย่าปล่อยมือ...’

เธอจึงยึดพวงมาลัยไว้แน่น แม้สายตาจะมองไม่เห็นทาง แม้สมองจะยังหาทิศไม่เจอ ทว่าหัวใจยังยืนยันว่าจะสู้กับแรงเหวี่ยงนี้ แม้รถจะพาเธอหมุนจนมองเห็นรอบตัวไม่ชัดเจน แต่ในใจของเธอทุกอย่างกลับนิ่งสงบ

ซันเดย์สูดลมหายใจเข้าลึก มือข้างหนึ่งกระชับพวงมาลัยแน่น อีกข้างขยับเกียร์ลงต่ำในจังหวะที่แม่นยำ เท้าซ้ายแตะเบรก ขณะที่เท้าขวาปล่อยคันเร่ง ก่อนกดซ้ำ

แรงดึงมหาศาลยังเล่นงานล้อหลัง ทว่าเธอ... ไม่คิดต้าน แล้วพยุงมันไว้ด้วยสัญชาตญาณ ท้ายรถปัดไปอีกหนึ่งจังหวะ ก่อนจะล็อกกลับเข้าทิศทางเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นควบคุมอยู่

เมื่อควันเริ่มจาง ภาพรอบข้างชัดเจนขึ้น เธอจึงดึงรถกลับมาอยู่ในเส้นทางเหมือนเดิม ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะโชคช่วย หากแต่เพราะเธอเชื่อในฝีมือของตัวเอง

“แกทำได้แล้วซันเดย์!” เสียงสั่นลอดออกจากริมฝีปากที่ยังสั่นระริกภายใต้หมวกกันน็อกนิรภัย

นักแข่งหญิงพุ่งทะยานไปข้างหน้า เร็วกว่าเดิมและดุดันยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เต็มไปด้วยความมั่นใจที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้!

จากริมสนามโซน VVIP ภาพที่เห็นจากระยะไกลทำให้หัวใจของไลก้าหยุดเต้นไปชั่วขณะ เขาลุกพรวดจากที่นั่ง แล้วสับฝีเท้าเร่งความเร็วไปตามเส้นทางรอบสนาม มุ่งหน้าไปยังจุดที่ยังมองไม่เห็นรถสองคันที่เต็มไปด้วยกลุ่มควัน

“เวรเอ๊ย! ทำไมเธอไม่เข็ดสักทีวะ” เสียงสบถลั่นลอดไรฟันขบกันแน่น นัยน์ตาสีเทาเข้มขึ้งเคียดและวาวโรจน์

‘ภาพในหัวเหมือนม้วนฟิล์มย้อนกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน’

สภาพรถที่พังยับเยินถูกคลุมด้วยกลุ่มควันสีเทา กลิ่นไหม้ของล้อยางตีขึ้นสมอง มันยังเปรียบเทียบไม่ได้กับร่างบอบบางที่อยู่ภายใต้ชุดนิรภัย ซึ่งโชกไปด้วยเลือด

แรงกดดันมหาศาลบีบรัดหัวใจที่เฉยชาของเขาให้เต้นเร็วขึ้น ลมหายใจที่กระชากรุนแรงเมื่อเห็นสองแขนพยายามดันตัวเองออกจากซากรถ!

‘ชะ... ช่วยฉันด้วย แคก ๆ’ น้ำเสียงแผ่วเบาแสดงความอ่อนแรงที่ร้องขอการมีชีวิตรอด

เขาเคยแย่งชีวิตนั้นมาจากมือมัจจุราชได้แล้วครั้งหนึ่ง และเขาก็จะทำมันอีกครั้งเช่นกัน! พลันความอึดอัดที่บีบรัดแน่นในทุกจังหวะฝีเท้า ก็เริ่มคลายลงเมื่อรถที่ฝ่ากลุ่มควันออกมาคือ... ซันเดย์!

ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ไลก้าก็ยังเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า เขามาถึงจุดของเส้นชัยช้ากว่าเจ้าของแลมโบกีนี่สีส้มดำเพียงแค่ยี่สิบก้าวเท่านั้น

จากวิ่งแปรเปลี่ยนเป็นเดินเร็ว เมื่อถึงบอดี้รถก็ไม่รอให้ผู้เป็นเจ้าของเปิดประตูเอง เขากระชากมันออกอย่างรวดเร็ว

“อยากตายมากนักหรือไง ห๊ะ!” เสียงเย็นเฉียบเค้นออกมาจากความรู้สึกที่อัดแน่นในตัวจนเกือบจะระเบิดออกมา “อย่าขยับ!”

เขากระชากเสียงแข็งเมื่อเห็นเธอที่ยังอึ้งกับความเกรี้ยวกราดของตน กำลังจะก้าวลงจากรถ พลางก้มตัวลงไปหาผู้โดยสาร

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

สายตาของเขากวาดไปทั่วเรือนร่างคนตัวเล็ก ที่ถูกห่อหุ้มด้วยชุดนิรภัยซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันการกระแทกโดยเฉพาะ ก่อนจะหยุดที่ดวงตากลมโตสีน้ำตาลหม่นของเธอ

“ไม่”

เขาพยักหน้ารับคำตอบ ก่อนจะพูดเสียงเรียบ

“ฉันจะถอดหมวกให้นะ อย่าขยับ” เขากดปุ่มล็อกแล้วค่อย ๆ ประคองหมวกกันน็อกออกจากใบหน้าของเธออย่างระมัดระวัง

เขาวางหมวกกันน็อกลงข้างตัวคนขับ โดยที่ทั้งสองคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเสียดสีกันได้

ไลก้าไม่แสดงอาการใด ๆ แต่ซันเดย์รู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น ร้อนผ่าวทั้งสองพวงแก้มอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะการสัมผัสในระยะใกล้ชิดนั้นทำให้รู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดต้นคอ

ในความหวาดหวั่นของหัวใจนั้น เธอรู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่าง การเคลื่อนไหวที่มั่นคง เสียงทุ้มต่ำที่พูดอย่างนุ่มนวล และดวงตาสีเทาเข้มที่จับจ้องในระยะประชิด

‘ไม่เอาแล้วใช่ไหมชีวิต?’ เสียงนั้นไม่ได้ตะโกน แต่กลับดังก้องอยู่ในหัว ราวกับตกค้างมาจากที่ไหนสักแห่งในความฝัน หรืออาจไม่ใช่ฝัน... แต่มันคือความจริงที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และยังคงวนเวียนในความคิดของเธอ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 4 ใจเชื่อมโยงผูกพัน

    “หอมจังเลยค่ะ” ว่าที่คุณแม่เอ่ยพลางมองตามถ้วยข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ ที่ควันลอยฟุ้งอย่างน่ากิน ดวงตาเธอเปล่งประกายด้วยความสุข กลิ่นหอมของอาหารเช้าเรียกน้ำย่อยจนแทบรอไม่ไหว“ก็พี่ใส่ความรักลงไปด้วยไง ถึงได้หอมขนาดนี้” ไลก้ายิ้มก่อนจะวางถ้วยตรงหน้าเธออย่างระมัดระวัง“งั้นซันว่าความรักคงล้นหม้อแน่เลยค่ะ... ขอทานก่อนนะคะ”“ค่อย ๆ นะยังร้อนอยู่เดี๋ยวลวกปาก”“อ้า... ร้อนจริงด้วยแต่ก็อร่อยมากเลยค่ะ” เธอยิ้มกว้างอย่างเอ็นจอยเต็มที่“ระวังหน่อยสิ จะเป็นแม่คนอยู่แล้วยังดื้อไม่เลิก”“ก็คนมันหิวนี่คะ... มาทานด้วยกันสิ” เธอเป่าข้าวต้มก่อนจะตักขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา“ฟู่ว~ ฟู่ว~ อ้าปากสิคะ คุณพ่อ”“อ้า...” ไลก้ายอมตามคำสั่งอย่างว่าง่ายพร้อมกับยิ้มอบอุ่นที่ระบายทั่วใบหน้า“อร่อยไหมคะ?”“อร่อยครับ” เขาตอบทั้งที่ยังเคี้ยวไม่หมดด้วยความพอใจเป็นความสุขที่เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ แต่ค่อย ๆ เติบโตขึ้น จนเติมเต็มทุกพื้นที่ในบ้าน ทั้งไลก้าและซันเดย์ต่างเรียนรู้ที่จะปรับตัว ใช้ชีวิตร่วมกันในบทบาทใหม่ ว่าที่พ่อและแม่ของชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังจะถือกำเนิด พวกเขาก้าวไปทีละก้าวอย่างระมัดระวังอย่างมั่นคง และเต็มเปี่ยมด้วยความร

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 3 เบบี๋มาแล้ว

    หนึ่งปีผ่านไปซันเดย์ก้าวลงจากชั้นบนด้วยอาการงัวเงีย เปลือกตาปรือปรอยทั้งง่วงทั้งกระหายน้ำยามเช้า ทว่าเพียงปลายเท้าแตะพื้นชั้นล่างความมึนงงก็ถาโถมจนเธอต้องคว้าราวบันไดไว้แน่น“เฮ้อ คงต้องหาเวลานอนให้มากกว่านี้เสียแล้ว” เธอบ่นกับตัวเองเสียงเบานับตั้งแต่ซันเดย์กับไลก้าตัดสินใจสร้างครอบครัวร่วมกัน เธอก็ย้ายมาอยู่บ้านของเขา ส่วนบ้านเดิมนั้นเธอฝากให้แคลร์ดูแลแทนชีวิตคู่พาเอารอยยิ้มอันอบอุ่นมาพร้อมช่วงเวลาพ่อแง่แม่งอนเป็นระยะ ยิ่งเมื่อแต่ละคนต่างรับผิดชอบงานของตัวเอง ซึ่งเธอ วีด้า และไลลาพึ่งร่วมกันก่อตั้งบริษัทโฆษณาได้ครึ่งปี และทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นยกเว้นสามีผู้คอยเร่งให้เธอกลับบ้านเร็วขึ้น เลิกหมกมุ่นอยู่แต่กับงานราวกับลืมไปว่าเมื่อก่อนเขาเองก็เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน“เป็นอะไรหรือเปล่า? พี่ก็บอกให้รอก่อนแล้วนี่” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูเข้มผิดปกติ ตามมาด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบก้าวลงบันไดมาอย่างร้อนรนเธอหันมายิ้มอ่อนให้กับสามีที่พอดีลงมายืนในระดับเดียวกัน แม้จะสบเข้ากับดวงตาคมที่มองมาด้วยสายตาดุ ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นใจเท่าไรนัก เพราะแววตานั้นแม้จ้องเขม็ง หากแต่ก็เต็มไปด้วยความเป

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 2 เธอคือโลกทั้งใบ

    หนึ่งปีต่อมาเช้าตรู่ในเมือง Dragmouth ประเทศอังกฤษ บรรยากาศสดชื่นยามเช้าปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ ทว่าในบ้านใหญ่หลังหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความคึกคักของสองสามีภรรยาวัยกลางคนที่กำลังเตรียมตัวออกไปทำงานให้ ‘นายใหญ่’ ของพวกเขาอีกวัน ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศไทยในอีกสามวันข้างหน้าจอมพล มือขวาคนสนิทของไรอัน ฟลานดีส กำลังง่วนกับการตรวจความเรียบร้อยของเอกสารและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ขณะเดียวกัน เขาก็หันไปมองภรรยาที่ยังยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจก พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม“ที่รัก... คุณช่วยรีบกว่านี้อีกหน่อยได้ไหม ไม่งั้นเราคงไม่ทันแน่” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกล้งหยอก แม้ในใจจะรู้ดีว่ายังมีเวลาเหลือเฟือ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อหญิงคนรัก เพียงเพื่อจะได้เห็นใบหน้ายิ้มของเธอ“พี่ลองยกนาฬิกาดูหน่อยสิคะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาประชุมเช้านี้เสียอีก” สุ้มเสียงหวานแต่หนักแน่นของเธอดังขึ้นก่อนที่จะเดินมาถึงตัวสามีเสียด้วยซ้ำเกรซ มือขวาอีกคนของไรอัน ฟลานดีส และยังเป็นภรรยาสุดที่รักของจอมพล ใบหน้าราบเรียบแต่แฝงแววตำหนิในแววตาสีเทาอ่อนคู่นั้น เมื่อถูกเร่งเร้าโดยไม่มีเหตุอันควรเธอมองเขาด้วยสายตานิ่งขรึม ขณะ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนพิเศษ 1 คลี่คลายปมในใจ

    คาซ่าการ์เด้น ต้นเดือนมกราคม ปี 25xxในช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตนักศึกษา ทุกอย่างดูจะราบรื่นสำหรับ "ซันเดย์" คนหัวกะทิผู้ไม่เคยต้องวิตกกับเรื่องผลการเรียน ยกเว้นเสียก็แต่...ตืด... ตืด... ตืด...เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลหม่นเต็มไปด้วยความพะว้าพะวัง เมื่อตัดสินใจกดโทรกลับไปหามารดา เกือบหนึ่งเดือนเต็มที่เธอครุ่นคิด ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะมีกล้าพอเปิดบทสนทนาเคลียร์ความรู้สึกที่คั่งค้างระหว่างกัน(ฮัลโหล... แม่อยู่ในครัวนะลูก)เสียงสิรินภาเล็ดลอดผ่านสายมาอย่างกระหืดกระหอบด้วยเพราะเธอวางโทรศัพท์ไว้ห่างตัว และยิ่งรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาคือลูกสาว น้ำเสียงที่เคยเร่งรีบก็พลันอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แทบจะละมือจากสิ่งที่ทำอยู่ในทันทีซันเดย์เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ระบายยิ้มอ่อน ๆ ออกมา เธอจินตนาการภาพของท่านกำลังหั่นผัก เตรียมอาหารอย่างกระตือรือร้น ด้วยแววตาเปี่ยมสุข เพื่อเธอหรือไม่ก็สองพ่อลูก แต่ทำไมในอดีตเธอถึงเคยมองว่าแม่เอาใจแค่สามี หลงลืมไปว่าลูกสาวคนนี้ แม่เคยอุ้มท้องอย่างยากลำบากถึงเก้าเดือน และเลี้ยงดูเพียงลำพังมาตลอดแปดปี‘แกมันโง่มากจริง ๆ ซันเดย์’“ไม่เห็นต้องรีบเลย หนูรอได้อยู่แล้วค่ะ”(ทำไมเสียงเป

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 52 เขาคือเจ้าชีวิตของเธอที่แท้จริง THE END

    ในค่ำคืนที่มีดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าเหนือเมืองใหญ่ สายลมเย็นบางเบาพัดความเย็นกระทบกาย ขณะทั้งสองนั่งเคียงกันบนดาดฟ้าของโรงแรม The Lush Nest ที่เปิดมุมมองสู่ทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันงดงามราวภาพฝันไลก้าเตรียมมื้อดินเนอร์ไว้ด้วยความใส่ใจ เขาจองพื้นที่ทั้งดาดฟ้าไว้เพื่อเธอเพียงคนเดียว บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าที่เปล่งประกายเป็นฉากหลังตัดกับความเงียบสงบ และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งสองเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ไปกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับอยู่บนใบหน้าของไลก้าและซันเดย์ อาหารรสเลิศถูกจัดวางอย่างประณีต และเครื่องดื่มในแก้วคริสตัลก็ช่วยเติมเต็มค่ำคืนให้ยิ่งโรแมนติกยิ่งขึ้น“น่าจะบอกซันก่อน ดูสิ... ชุดที่ซันใส่มันไม่เข้ากับบรรยากาศเลยสักนิด” เธอก้มมองเสื้อยืดตัวบางที่คลุมทับด้วยแจ็กเกตยีน และกางเกงยีนสีซีดคู่ใจ“เธอแต่งแบบนี้แหละดีแล้ว” เขาตอบพร้อมสบตาเธอด้วยแววตาอ่อนโยน “เพราะถ้าเธอแต่งตัวเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ แต่ต้องแลกกับความไม่สบายตัว มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”หลังจากปลอบโยนเธอเรื่องครอบครัวจนถึงเวลานัดหมายที่วางแผนไว้กับอาเชอร์และซอล เขาก็พาเธอออกมาทานอาหารตาม

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 51 คลายปมในใจ

    “พี่มักจะคิดว่าพวกเราพยายามกันพี่ออกไป แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยสักนิด แด๊ดรักพี่เหมือนลูกคนหนึ่ง ผมเองก็รักพี่เหมือนพี่สาว แล้วทำไมพี่ถึงพยายามผลักเราออกจากความหวังดีนั้นล่ะครับ” แคลร์พยายามหาคำตอบเรื่องนี้มานาน แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบสักที“พี่ไม่...” จะบอกว่า ไม่เคยรู้สึกแบบนั้น เหรอ? ทั้งที่ความรู้สึกเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นจริง“ธอร์นมีพร้อมทุกอย่าง นายก็เป็นลูกชายของเขา จะคิดแบบนั้นมันก็ไม่แปลก แต่สำหรับพี่... พี่ก็เป็นแค่ลูกของผู้หญิงที่พ่อของนายอยากใช้ชีวิตด้วย เท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ”“ไม่จริงเลย แด๊ดไม่เคยมองพี่เป็นคนนอก ท่านรักพี่จริง ๆ ผมยืนยันได้”“ก็นายเป็นลูกเขานี่”“ก็จริงครับ แต่พี่รู้อะไรไหม เด็กพวกนั้นที่เคยล้อพี่ตอนเด็ก พวกเขาเจอกับอะไรบ้างรู้ไหม? แด๊ดจัดการเรื่องนั้นเอง พ่อแม่ของเด็กพวกนั้นถูกตำหนิอย่างหนักที่ไม่อบรมลูก จนต้องย้ายโรงเรียนไปเลยนะครับ”แคลร์พูดยาว สีหน้าและน้ำเสียงจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“แล้วยังเรื่องที่พี่เข้ารับการรักษาอีก... พี่รู้ไหมว่าแด๊ดตามหาคนที่ช่วยพี่ไปทุกที่ ท่านอยากขอบคุณเขาอย่างมาก เพราะถ้าไม่ได้คนคนนั้นช่วยไว้... พวกเราอาจต้องเสียใจไปตลอดชี

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 44 ที่ตรงนี้เป็นของเธอ

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนนี้แม้จะมืดมิดเพียงใด แต่ก็ยังมีพระจันทร์และดวงดาวร่วมเคียงข้างเปล่งประกายความสว่างให้ผืนฟ้ากว้างไม่ต้องเงียบเหงาเพียงลำพัง ครั้งหนึ่ง... เธอเคยมองมันด้วยความอิจฉาเคยตั้งคำถามในใจว่าทำไมท้องฟ้าถึงยังมีแสงสว่างอยู่เสมอ ในขณะที่หัวใจของเธอกลับว่างเปล่า เหมือนไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของแ

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 43 มีอะไรทำไมไม่บอก

    Aurora Mall ช่วงบ่ายวันเดียวกันไลก้าพาซันเดย์มาที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่รวมทุกอย่างเกี่ยวกับการช้อปปิ้งไว้ในที่เดียวส่วนวีด้าก็เป็นอชิระที่พามา ขณะที่ไลลาสาวโสดประจำกลุ่มก็ไม่พลาดที่จะร่วมวงครั้งนี้ด้วยแม้จะหยอกล้อด้วยท่าทางหมั่นไส้เพื่อนทั้งสองที่มาพร้อมความหวาน หากแต่ในใจก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 40 ความเชื่อใจ

    “มึงคิดว่าเข้าไปเอาคนของกู จากถิ่นกูแล้วมันจะจบง่ายขนาดนั้นงั้นเหรอ?” เสียงของไลก้ากระแทกใส่อีกฝ่าย ฝีเท้าหนักก้าวเข้าหาเป้าหมายราวกับนักล่านัยน์ตาสีเทาเข้มฉายแววโกรธเกรี้ยว เปรียบประหนึ่งเปลวไฟพร้อมจะเผาผลาญคนตรงหน้าให้มอดไหม้ทำให้พี่ชายของไนท์ถอยไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับกองไม้ขนาดใหญ่ไร้ซึ่งทางหนี

  • ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]   ตอนที่ 39 กล้าแตะคนของกูไม่ตายดี

    ไลก้ารู้สึกคล้ายถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า แต่เขาไม่มีเวลาจะมัวนั่งเสียใจหรือปล่อยให้อารมณ์ถาโถม เขาพุ่งตัวลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วจนแทบรู้สึกว่าตัวเองนั้นลอยขึ้นจากพื้น มุ่งตรงไปยังประตูทางออกทันทีแก๊ก!มือที่หมุนลูกบิดประตู พอดีกับอีกมือจากฝั่งตรงข้าม“กูขอโทษ” เจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status