LOGINตอนที่ 1 ก่อนการเปลี่ยนแปลง2
หลี่เลี่ยงหลิงออกจากโรงพยาบาลชั่วคราวเพื่อมาเยี่ยมอดีตน้องสาวบุญธรรมและอดีตแฟนหนุ่มที่เรือนจำพิเศษ หญิงสาวถูกพยาบาลพี่เลี้ยงเข็นเข้าไปยังหน้าห้องกระจกหนาซึ่งเป็นที่นัดพบระหว่างนักโทษและคนเยี่ยม นักโทษหญิงชายในชุดสีน้ำตาลถูกนำตัวมา ทั้งสองอยู่ในสภาพทรุดโทรม ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลถูกทำร้าย โดยเฉพาะใบหน้าของหลี่ลู่จิวที่บวมช้ำจนแทบดูไม่ได้
“ลู่จิว...ดูเหมือนว่าเธอจะสบายดี” หลี่ลู่จิวเงยหน้าขึ้นก็เห็นพี่สาวที่เธอเกลียดชัง หญิงสาวถลาไปเกาะกระจกหนาอย่างลุกลี้ลุกลน
“พี่เลี่ยงหลิงช่วยฉันด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ได้โปรด...ฉันขอโทษ อู๋เติ้งหมิงสั่งให้ฉันทำ ฉันไม่ได้อยากทำเลย พี่ต้องเชื่อฉันนะ” หลี่ลู่จิวร้องขอด้วยความหวาดกลัว เธอไม่อยากอยู่ในนี้อีกแล้ว พวกนักโทษในนั้นมันจ้องแต่จะทำร้ายเธอ ส่วนไอ้สามีเฮงซวยก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
“เลี่ยงหลิงอย่าไปเชื่อมัน พี่ต่างหากที่โดนมันหลอก ช่วยพี่ออกไปเถอะนะ แล้วเราจะแต่งงานกันดีมั้ย” อู๋เติ้งหมิงที่มีสภาพดีกว่าหลี่ลู่จิวนิดหน่อย เพราะพวกมันไม่ได้ทำร้ายใบหน้าของเขาแต่มันทำส่วนอื่นมากกว่าโดยเฉพาะไอ้พวกวิปริตผิดเพศ จนตอนนี้เขาแทบจะหลับตานอนไม่ลงด้วยซ้ำ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างเหมาะกันจริงๆ ผีเน่ากับโลงผุแท้ๆ” หลี่เลี่ยงหลิงหัวเราะใส่ด้วยสายตาเย็นเยียบ เธอจ้องมองไปที่พวกมันอย่างขยะแขยงและโกรธเกลียด โดยเฉพาะเรื่องที่พวกมันรวมหัวกันฆ่าพ่อกับแม่ของเธอ
หญิงสาวส่งสัญญาณให้ผู้คุมด้านในมัดปากพวกมันไม่ให้พูดอะไรออกมาทั้งสิ้น และจับให้พวกมันนั่งลงกับเก้าอี้ไม่ต้องลุกขึ้นโวยวายให้เสียเวลา เพราะเธอไม่อยากเห็นหน้าของพวกมันนานๆนัก
“ฟังให้ดีและจำเอาไว้จนวินาทีสุดท้ายของชีวิตพวกแก” หลี่เลี่ยงหลิงชะโงกหน้าไปใกล้ผนังกระจกและแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน โดยไม่สนใจดวงตาทั้งสองคู่ที่ลุกโชนด้วยความแค้น
“ฉันชอบแววตาพวกแกสองคนตอนนี้ชะมัด ไม่รู้ว่าตอนที่โดนตบ!!! โดนกระทืบ!!! และโดนสวบอะไรต่อมิอะไร ยังจะมีแววตาแบบนี้อยู่รึเปล่า” หญิงสาวที่ไม่มีวันปล่อยให้พวกมันสบายอยู่ในคุก ทำทุกวิถีทางที่จะให้บทเรียนที่สาสมกับความผิดที่พวกมันก่อขึ้น
ชายหญิงทั้งสองดวงตาเบิกกว้างเมื่อรู้สาเหตุว่าสิ่งที่พวกเขาต้องเจอตลอดหลายวันที่ผ่านมาเกิดจากหญิงสาวใบหน้าซีดเซียวตรงหน้าที่กำลังส่งรอยยิ้มให้กับพวกเขาอยู่ ขนกายของทั้งสองลุกชันอย่างหวาดหวั่น ยิ่งนึกถึงช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานที่ได้รับก็ตัวสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้
“โอ้ว...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเพราะมันแค่เริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนี้ต่างหากที่เป็นของจริง” หลี่เลี่ยงหลิงแม้ตัวเองอาจจะหมดลมได้ทุกเวลาแต่ก็ไม่มีวันปล่อยให้ปีศาจสองตัวนี้อยู่อย่างสบายเด็ดขาด
เหล่าผู้คุมต่างกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เมื่อเห็นแววตาของหญิงสาวที่ดูป่วยและเปราะบาง ซึ่งเป็นแววตาแบบเดียวกันกับนักโทษคุกพิเศษ...นักโทษเดนตาย
“เอาล่ะ...เสียเวลามามากพอแล้วฉันคงต้องขอตัวลา ขอให้มีความทุกข์ทรมานในทุกๆวัน พวกแกจะไม่มีวันได้ตายจนกว่าฉันจะพอใจ” หลี่เลี่ยงหลิงพูดประโยคสุดท้ายเสร็จก็ให้พยาบาลเข็นหันหลังทันที และต่อจากนี้ไปเธอก็จะได้ปลดระวางความแค้นความรู้สึกผิดในใจที่ไม่สามารถช่วยพ่อกับแม่ลงได้เสียที
ชายหญิงทั้งสองแม้จะโดนลากกลับไปก็ยังไม่สามารถหยุดความหวาดกลัวได้ พวกมันมองไปรอบตัวที่มีแต่สายตาเกลียดชังส่งมาให้อย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดนักโทษเหล่านี้จึงเจ็บแค้นไปกับตระกูลหลี่ด้วย
“สงสัยรึไง ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ เรือนจำทุกแห่งในประเทศนี้ได้รับเงินบริจาคค่าอาหารจากตระกูลหลี่มาหลายสิบปี ข้าวทุกเม็ดอาหารทุกจานล้วนมาจากเม็ดเงินที่ตระกูลหลี่สละเพื่อให้เหล่านักโทษได้กินอิ่มนอนหลับแม้จะขาดอิสรภาพก็ตามที ทีนี้เข้าใจรึยังว่าพวกแกทำอะไรลงไป”
ผู้คุมใบหน้าดุดันซึ่งเขาเป็นหนึ่งในคนที่ถูกตระกูลหลี่ช่วยเหลือมาโดยตลอด ดังนั้นเขาเองก็จะไม่มีวันให้พวกมันสองคนสบายนักหรอก
“เฮ้...มาพาเพื่อนไปกินข้าวหน่อยเร็ว” ผู้คุมกวักมือเรียกกลุ่มหัวโจกของเรือนจำให้มันรับสองนักโทษไปทานข้าวที่ถูกจัดเอาไว้แบบพิเศษ
“ได้ครับ/ได้ค่ะ” ทั้งฝ่ายหญิงฝ่ายชายต่างออกมารับตัวนักโทษที่ตอนนี้ถอยกรูดอย่างหวาดกลัวเมื่อเห็นกลุ่มคนที่เข้ามารับตัวพวกเขา
“อย่า!!!! ไม่นะ!!!!”
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







