Masukตอนที่ 2 ชีวิตใหม่ที่เลวร้าย2
ภาพความทรงจำของใครคนหนึ่งฉายอยู่ในหัวของหลี่เลี่ยงหลิง ซึ่งเป็นความทรงจำที่แสนจะขื่นขม น่าเศร้า และน่าสมเพชไปในคราวเดียวกัน
หญิงสาวนางนี้มีชื่อเหมือนกันกับเธอ ‘หลี่เลี่ยงหลิง’ แต่ชีวิตกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ดูเหมือนตอนนี้เธอย้อนเวลากลับมาหรืออาจจะเป็นอีกมิติหนึ่งในช่วงยุคมืด ยุคที่คนต้องใช้แรงงานเพื่อแลกกับอาหาร ข้าวของ เครื่องใช้ รวมถึงยารักษาโรค
หลี่เลี่ยงหลิงคนนี้พื้นฐานครอบครัวไม่ได้แย่ แต่จุดพลิกผันก็เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาวสูญเสียครอบครัวไปในคราวเดียวกัน จนกลายเป็นตัวคนเดียวโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งพิง หญิงสาวเริ่มมีนิสัยแข็งกร้าว เห็นแก่ตัว และไม่สนใครอีกเลย แต่นั่นก็เป็นชนวนแห่งความเกลียดชังที่คนรอบข้างต่างมีให้เธอ จนท้ายที่สุดเรื่องราวใส่สีตีไข่เสริมเติมแต่งไปมากมายก็กลายเป็นว่าหลี่เลี่ยงหลิงช่างเป็นสตรีที่น่ารังเกียจเสียเหลือเกิน
“เฮ้อ...มาอยู่ในร่างคนดีๆไม่ได้เหรอ” หลี่เลี่ยงหลิงที่จับพลัดจับผลูว่าอยู่ในร่างหญิงสาวที่ถูกเกลียดชังก็รู้สึกทดท้อใจ
“แต่จะว่าไปชื่อนี้ก็ซ้ำเยอะนะเนี่ย” เธอเมื่อก่อนก็เป็นคุณหนูหลี่ ตอนนี้ก็ชื่อนี้ และในนิยายเล่มนั้น...ก็มีตัวประกอบใช้แล้วทิ้งชื่อนี้เหมือนกัน บังเอิญจริงๆ
หลี่เลี่ยงหลิงหลับตาลงอย่างช้าๆเพื่อนั่งเรียบเรียงความทรงจำของร่างนี้ ภาพความทรงจำตั้งแต่เล็กจนถึงตอนนี้ที่ร่างนี้มีอายุเพียงแค่ 17 ปี เล่าเรียนแค่อ่านออกเขียนได้เท่านั้น ส่วนประสบการณ์อื่นๆในชีวิตก็แทบจะไม่มีเลย
ความอุ่นวาบบนหลังมือบางทำให้หญิงสาวที่กำลังหลับตาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว พลางใช้มืออีกข้างจับที่อุ่นร้อนนั้นเอาไว้
“อะไรกันเนี่ย!!!” หลี่เลี่ยงหลิงถูรอยสีแดงก่ำบนหลังมือแรงๆ อย่างหัวเสีย ร่องรอยแดงเป็นรูปสัญลักษณ์แปลกๆ
แสงสว่างวาบจ้าขึ้นมาจากรอยนั้นจนหญิงสาวต้องหลับตาแน่นแต่นัยน์ตาภายใต้เปลือกตาบางก็ยังคงเห็นแสงสว่างนั้นอยู่ ผ่านไปเพียงครู่เดียวแสงนั้นก็ดับลง หลี่เลี่ยงหลิงลืมตาอย่างช้าๆและขยี้ตาเบาๆ เธอมองไปที่หลังมือก็เห็นสัญลักษณ์นั้นเช่นเดิม แต่มันเปลี่ยนเป็นแสงเรืองรองก่อนจะมอดลงเหลือเพียงรอยจางๆที่แทบจะมองไม่เห็น
“หรือนี่จะเป็นของวิเศษที่มักจะมีในนิยายทะลุมิติกัน อย่าบอกนะว่า...มิติพิเศษ!!!” หญิงสาวปะติดปะต่อเรื่องราวเอง และพลิกมือตัวเองมองไปมา ก่อนที่เปลือกตาบางจะหลับลงพร้อมกับมือบางอีกข้างเอื้อมมาแตะที่รอยบนหลังมือนั้น
“จริงหรือเนี่ย พระเจ้า!!!! ฉันไม่อดตายแล้ว!!!” หลี่เลี่ยงหลิงตะโกนขึ้น เมื่อสิ่งที่เธอเห็นและสัมผัสหลังจากหลับตาลง มันคือมิติพิเศษหรือช่องว่างอะไรสักอย่างที่ภายในเหมือนกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มันมีทุกอย่างครบครัน ทั้งของกิน ของใช้ เสื้อผ้า ยารักษาโรค
“ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มอบสิ่งเหล่านี้ติดตัวฉันมา” หญิงสาวยิ้มกว้างพร้อมกับยกมือไหว้ไปรอบทิศทางอย่างดีใจ
หลังจากดีใจกับความพิเศษและเล่นกับมันอยู่นาน หลี่เลี่ยงหลิงที่เห็นว่าอีกนานกว่าจะรุ่งสางก็หลับตาลงอีกครั้งเพื่อพักผ่อนเอาแรง เพราะดูเหมือนว่าร่างกายนี้ของเธอจะยังอ่อนเพลียจากพิษไข้อยู่ ว่าแล้วหญิงสาวก็หยิบยาออกจากช่องว่างพร้อมกับน้ำดื่ม เพื่อรักษาอาการไข้ของตัวเองเสียก่อน
“นอนเอาแรงสักหน่อย พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” หญิงสาวกระชับผ้าห่มผืนหนาที่เพิ่งเอาออกมาก่อนจะหลับตาพริ้มและผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย
เสียงกุกกักจากด้านนอกกระท่อมไม่ได้ทำให้หญิงสาวตื่นจากความหลับใหลได้เลย อาจจะด้วยฤทธิ์ยาที่ทำให้หญิงสาวหลับลึก ทั้งๆ ที่ปกติเมื่อก่อนเธอค่อนข้างจะมีประสาทที่ฉับไว
แอด... ประตูกระท่อมเปิดออกอย่างง่ายดาย ตามด้วยร่างเงาสูงโปร่งของคนๆหนึ่งที่เดินโซเซเข้ามาด้วยสภาพคล้ายคนสติไม่ครบถ้วน
“กลิ่นหอม...” เงาร่างนั้นนั่งลงบนขอบเตียงไม้ไผ่และก้มลงดมกลิ่นที่เขาตามหามาตลอดทาง และเป็นกลิ่นที่ร่างกายของเขาเรียกร้องราวกับคนเสียสติ ซึ่งเขามีสติแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้ราวกับร่างนี้ไม่ใช่ของเขา
‘นี่เขาเป็นอะไรไป ต้องมีใครทำอะไรแน่’
“อือ...อย่ามายุ่งนะ คนจะหลับจะนอน” หญิงสาวพลิกกายหนีตามสัญชาตญาณ และบ่นพึมพำออกมา
‘เสียงนี้มัน...คุ้นหูนัก หรือว่าจะเป็นสตรีผู้นั้น’ ชายหนุ่มปัญญาชนที่ถูกเกณฑ์มาจากปักกิ่งนึกถึงใบหน้างดงามของสตรีผู้หนึ่ง ที่แวบแรกก็สะกดจิต แต่นานวันเข้าเมื่อรับรู้นิสัยใจคอของหญิงสาวเขาก็ไม่เคยคิดจะเข้าใกล้เลยแม้แต่นิดเดียว
“สตรีแพศยา...คิดจะจับผู้ชายถึงเพียงนี้ น่ารังเกียจเสียจริง” ชายหนุ่มกัดฟันกรอดอย่างโมโห และพยายามบังคับตัวเองให้ออกห่างจากร่างบางที่ยังคงส่งกลิ่นหอมหวนชวนลิ้มลอง
‘ไม่รู้ว่าหญิงผู้นี้ใช้สิ่งใดทำให้เขาเป็นเช่นนี้กันแน่’
หลี่เลี่ยงหลิงที่รู้สึกตัวว่ามีบางอย่างกำลังขยับอยู่ใกล้ๆตัวเองก็ลืมตาขึ้น หญิงสาวตกใจจนต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายหนุ่มที่เธอคุ้นตาจากภาพความทรงจำที่เพิ่งหลั่งไหลเข้ามา และตอนนี้เขาอยู่ใกล้ตัวเพียงฝ่ามือกั้นเท่านั้น
“คุณ...หยาง” หยางจางเหว่ย ปัญญาชนที่ถูกส่งมาจากมณฑลต่างๆเพื่อเป็นแรงงานในชนบท เขาคือหนึ่งในบุรุษหน้าตาดีที่หลี่เลี่ยงหลิงเล็งเอาไว้ และต้องการเป็นเจ้าของชายหนุ่ม แม้เขาจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะฐานะของครอบครัวไม่ได้ดีมากนัก
‘ฮะ!!! หยางจางเหว่ย...ชื่อเหมือนพระเอกในนิยายเรื่องนั้นเลย อย่าบอกนะว่า...ฉิบหายแล้ว!!!’ หญิงสาวที่นึกบางอย่างขึ้นได้ก็ตกใจตาโต สมองของหญิงสาวเต้นตุบๆอย่างเคร่งเครียด เพราะหากเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ หลี่เลี่ยงหลิงร่างที่เธออยู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงตัวประกอบที่ออกมาฉากสองฉากก็ตายอย่างอนาถ!!!!
“ฉันคิดว่าคุณคงเมา เอาอย่างนี้ดีหรือ...อุ๊บ!!!”
เรียวปากของหยางจางเหว่ยฉกวูบปิดริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาวจนแน่น ก่อนที่เขาจะขยับละเลียดชิมความหอมหวานที่หลอกล่อเย้ายวนชวนให้เขามาถึงที่นี่ โดยที่เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกแล้วชายหนุ่มกระชากผ้าห่มผืนหนาออกให้พ้นจากร่างบาง เขาตาลุกไปด้วยความปรารถนาเมื่อเห็นหญิงสาวอยู่ในชุดสีขาวบางจนเห็นรูปร่างสัดส่วนที่เปราะบางแต่ทว่าก็อวบอัดเต็มไม้เต็มมือเช่นกัน
หลี่เลี่ยงหลิงพยายามผลักไสชายหนุ่มผู้นี้ออกไป แต่ร่างกายเธอกลับอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงอยู่ใต้ร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแทน เขาถอดเสื้อเหวี่ยงออกไปตามด้วยกางเกงขายาว และปราการสุดท้ายที่ปกปิดเจ้ามังกรตัวร้ายเอาไว้
“ไม่นะ!!!” ฉันจะไม่มีวันตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง
“ผมจะรับผิดชอบตามสมควร แต่เรื่องแต่งงาน..คงไม่มีวัน”
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







