LOGINตอนที่ 7 งานหมั้นกลายเป็นงาน...1
แม่เฒ่าหวังมองบ้านลูกชายคนเล็กด้วยแววตาวาวโรจน์ คนคุ้นหน้าคุ้นตาในหมู่บ้านล้วนมากันหมด มีเพียงยายแก่หัวหงอกคนนี้ที่ไม่ได้รับเชิญ มันช่างน่าโมโหยิ่ง สายตาที่เริ่มฝ้าฟางมองการจัดแต่งบริเวณงาน และอาหารก็แทบจะลมจับ
‘สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว อย่างนี้ค่าสินสอดทองหมั้นจะเหลือกี่หยวนกัน’
“แม่...” หวังข่ายที่เห็นร่างท้วมของสตรีวัยชราเดินเข้ามาบริเวณบ้านก็ผงะถอยหลังเล็กน้อย ดวงตาตี่เล็กเบิกกว้างจนแทบถลนออกมา มือไม้ของชายวัยกลางคนสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่นว่าหายนะกำลังมาเยือนบ้านสามหวังของเขาแล้ว
“หวังข่าย!!! ยังจำแม่แก่ๆคนนี้ได้อีกหรือ” หญิงชรากัดฟันกรอดก่อนย่างสามขุมไปหาบุตรชายคนสุดท้องที่ฟังเมียจนปีกกล้าขาแข็งไม่เห็นหัวหงอกหัวดำของแม่ตัวเอง
“อะ...เอ่อ แม่เข้ามาก่อนเถอะครับ” หวังข่ายเข้ามาจะประคองร่างท้วมของมารดาแต่กลับโดนปัดมือทิ้งอย่างไม่ไยดี
“ไม่ต้องมาเสแสร้ง พวกแกสองผัวเมียกล้าดียังไงไม่บอกเรื่องสำคัญของหร่านชิงกับย่าแก่ๆคนนี้” ดวงตาขุ่นเขียวมีแต่ความโกรธเคือง ร่างหญิงชราสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
“อะ...เอ่อ คือ” หวังข่ายน้ำท่วมปากพูดไม่ออกว่า...กลัวมารดาจะมาขอแบ่งเงินสินสอดไปจากครอบครัวของเขาและเข้ามาวุ่นวายจนงานพังไม่เป็นท่า
“ใช่สิ...แกมันก็ฟังแต่เมียอย่างนางซูหนี่ว์จนอกตัญญูต่อแม่แก่ๆคนนี้ ทั้งแยกบ้าน ทั้งทอดทิ้ง ไหนจะไม่เห็นหัวกันอีก โอ๊ย!!!! ชีวิตช่างน่าสมเพชเสียจริง โฮ......” ยายเฒ่าหวังตีโพยตีพายก่อนจะทรุดลงทุบอกชกหัวตัวเองราวกับเด็กเอาแต่ใจตนเอง
สายตาชาวบ้านที่มาร่วมงานมงคลต่างก็มองกันหลายมุม บ้างก็โทษหวังข่าย บ้างก็เห็นใจ คนที่รู้นิสัยแม่เฒ่าหวังดีก็ต่างบิดปากมองบนกับท่าทางเสแสร้งของยายแก่เจ้าเล่ห์ เสียงโวยวายจากหน้าบ้านทำให้นางซูหนี่ว์ที่กำลังคุยกับครอบครัวของว่าที่ลูกเขยต้องออกมาดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นแม่สามีกำลังนั่งคลุกฝุ่นอยู่ที่ลานหน้าบ้าน
‘แย่แล้ว ใครไปบอกยายแก่นั่นกัน’ ซูหนี่ว์ใบหน้าถอดสีเมื่อมองเห็นลางร้ายที่กำลังฟุ้งกระจายอยู่รอบๆตัวแม่สามี
“เกิดอันใดขึ้นหรือ” มารดาของจางซวงอวี่ที่ได้ยินเสียงโวยวายในงานมงคลของลูกชายก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยจึงออกมาดูด้วยตาตัวเอง
“มะ...ไม่มี...”
“ออกมาแล้วเหรอนางลูกสะใภ้ตัวดี!!!” ยายเฒ่าหวังลุกขึ้นฉับพุ่งเข้าไปหาลูกสะใภ้สาม ใบหน้าเปรอะเปื้อนดูสกปรกของยายเฒ่าหวังทำเอาคนแตกฮือแหวกทางให้ทันที
เพี้ยะ!!!!
“ว้าย!!! ย่า!!!” หวังหร่านชิงที่ออกตามมาพร้อมจางซวงอวี่เห็นย่าตัวเองกำลังตบมารดาเข้าพอดีก็ร้องเสียงหลงอย่างตกใจ หญิงสาวถลาเข้าไปหามารดาที่โดนตบจนหน้าหันแต่กลับโดนมือเหี่ยวย่นของผู้เป็นย่าดึงเอาไว้เสียก่อน
“หร่านชิง...ย่าจะทวงความเป็นธรรมให้หลานเอง” ยายเฒ่าหวังเมื่อเห็นหลานสาวก็ตวัดสายตาไปมองว่าที่หลานเขยด้วยสายตาขุ่น
“ความเป็นธรรมอะไร หลานงงไปหมดแล้ว” ว่าที่เจ้าสาวส่ายหน้าไม่เข้าใจคำพูดของผู้เป็นย่า แต่ในใจร้องเตือนว่ามันไม่เป็นผลดีต่อตัวเธออย่างแน่นอน
“แม่...หยุดเถอะ อย่าทำให้เสียงานเลย” ซูหนี่ว์พยายามพูดดีกับแม่สามีแต่เหมือนอคติจะบังตายายเฒ่าหวังเกินไป
“แกนะสิหยุดนางโง่!!! จางซวงอวี่ล่อลวงบุตรสาวจนข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปแล้ว สินสอดแค่ 1,000 หยวนจะไปพออะไร มันต้องเพิ่มอีกเท่าตัวสิถึงจะเหมาะสม” ยายเฒ่าหวังพูดเสียงดังจนภายในงานเงียบกริบไปทันตา
‘ย่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร’
หวังหร่านชิงใบหน้าซีดเผือดก้มหน้าหลบสายตาที่มองมาของชาวบ้านด้วยความอับอาย บ้านสามหวังเงียบกริบ มีเพียงยายเฒ่าหวังที่เชิ่ดหน้าราวกับนางไม่ได้เพิ่งทำลายชื่อเสียงของหลานสาวไปอย่างไรอย่างงั้น
“แม่พูดอันใด หร่านชิงของเราเสียหายนะ” หวังข่ายกระตุกแขนมารดาแต่กลับโดนสะบัดทิ้งเช่นเดิม
ครอบครัวจางหันไปมองบุตรชายที่ส่งยิ้มแหยๆมาให้ก็รู้ทันทีว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งมารดาทั้งบิดาของซวงอวี่แทบอยากจะทุบตีบุตรชายให้หนักๆ แต่ตอนนี้คงไม่สะดวก เพราะยังมีสายตาคนมากมายจับจ้องอยู่
หลี่เลี่ยงหลิงที่เดินตามมากำลังแทะเม็ดแตงชมอย่างมีความสุข ยิ่งเห็นใบหน้าของคู่รักที่เป็นตัวประกอบแสนน่ารำคาญก็ยิ่งเพลิดเพลินกับละครฉากนี้ยิ่งนัก แต่มันยังไม่วุ่นวายพอ...คงต้องเติมเชื้อไฟอีกหน่อยแล้ว
“แล้วอย่างนี้ไม่ต้องจัดงานแต่งเลยหรือ เกิดมีเด็กขึ้นมาคง...” หลี่เลี่ยงหลิงแฝงเข้าไปในกลุ่มชาวบ้านเปิดประเด็นขึ้นมาในขณะที่ผู้คนกำลังจดจ่ออยู่กับเหตุการณ์เบื้องหน้า
“นั่นสิ นั่นสิ น่าอายจริงเชียว” จากคนหนึ่งเพิ่มเป็นอีกคน สองคน สามคน ตอนนี้เสียงชาวบ้านก็เซ็งแซ่ ทำเอาทั้งบ้านหวังและบ้านจางต่างหน้าม้านกันไปหมด
“ใช่มั้ยล่ะคุณป้า” หญิงสาวยุแยงขึ้นอีกเล็กน้อย
“ก็จริงหนาสะใภ้สามหวัง หากหร่านชิงเกิดท้องขึ้นมาคงกลายเป็นขี้ปากไปทั่วทั้งตำบลแน่ หลานสาวสกุลหวังจะพลอยแต่งออกยากไปด้วย”
“พ่อแม่จางเล่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร”
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







