LOGINตอนที่ 9 แค่คนผ่านทางมา2
หลี่เลี่ยงหลิงเสร็จธุระในเมืองก็กลับหมู่บ้านทันที แต่ด้วยใกล้มืดค่ำในรถจึงมีเพียงเธอและสปายหนุ่มเท่านั้น หลังจากลงรถเธอจึงต้องเดินเท้าเข้าหมู่บ้านโดยมีคนติดตามของหยางจางเหว่ยเดินตามมาห่างๆ แต่ระหว่างทางหญิงสาวกลับได้กลิ่นคาวลอยตามลมมา
เรียวขาเล็กชะงักกึกมองไปรอบๆตัว โดยเฉพาะพงหญ้ารกข้างทางว่ากลิ่นสนิมเหล็กนั้นมาจากทางนั้นหรือไม่ สองเท้าย่องเข้าไปใกล้พุ่มไม้ข้างทางก็ต้องสะดุ้งโหยงและส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ
“กรี๊ด!!!” ร่างบางแหวกพงหญ้าและวิ่งเข้าไปในทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่กำลังนอนจมกองเลือดอยู่
หยางหลิงฉีที่ตามมาอยากจะวิ่งเข้าไป แต่หากเขาปรากฏตัวตอนนี้หญิงสาวก็จะรู้ทันทีว่าเขาไม่ใช่ชาวบ้านในหมู่บ้านซานตง เพราะเดิมทีเขาไปมาระหว่างหมู่บ้านกับตัวเมือง และแฝงตัวอยู่ใกล้ๆนายท่านรองหยางเท่านั้น
หลี่เลี่ยงหลิงพยายามระงับความตื่นตระหนก หญิงสาวตรวจลมหายใจของเขาก็พบว่าคนตรงหน้ายังคงมีชีวิตอยู่ แต่บาดแผลบนตัวค่อนข้างใหญ่โดยเฉพาะบริเวณท้องที่ยังคงมีมีดปักคาอยู่ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรจึงค้นหายาในมิติที่พอจะระงับเลือดที่ยังคงไหลอยู่ในตอนนี้
“นี่คุณ!!! คุณคนที่ตามฉันมา มาช่วยหน่อย!!!” หญิงสาวตะโกนเรียกสปายหนุ่มที่เธอคาดว่าคงรออยู่ไม่ไกล
หยางหลิงฉีได้ยินก็ลังเลไม่กล้าเข้าไป หญิงสาวรู้ว่าเขาตามมาตลอดเลยหรือ นายท่านรองรู้เข้าเขาต้องโดนลงโทษอีกแน่ แต่กลิ่นคาวเลือดที่โชยมาทำให้ชายหนุ่มอยากรู้จนแทบบ้าว่าในพงหญ้ามีสิ่งใดอยู่กันแน่ และแน่นอนว่าสิ่งนั้นกำลังบาดเจ็บ
หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจอย่างโมโหขุ่นเคืองเล็กๆ ที่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ยังมาเล่นตัวไม่ยอมออกมา
“ชีวิตเพื่อนคุณจะไม่เอาไว้แล้วใช่มั้ย!!!”
พรึบ!!!
“ถิงเฟิง!!!” ชายหนุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็กระโจนเข้ามาทันที ในหัวตอนแรกเขาคิดว่าเป็นนายท่านรองเพราะคนที่หญิงสาวรู้จักน่าจะเป็นนายท่าน แต่เมื่อเห็นเต็มๆตาก็ต้องตกใจจนมือไม้สั่น คนที่นอนไม่ได้สติจมกองเลือดกลับเป็นลูกพี่ลูกน้องกึ่งสหายสนิทของเขาที่อยู่ร่วมกันมาตั้งแต่เด็ก
“จะพาเขาไปหาหมอ หรือจะเอายังไงก็ตัดสินใจเถอะ” หญิงสาวพูดขึ้นให้อีกฝ่ายตัดสินใจ เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นเพียงคนผ่านทางมาเท่านั้น
“หาหมอคงไม่ได้ จะรบกวนคุณหลี่เกินไปหรือไม่ หาก...” หยางหลิงฉีหันไปหาหญิงสาวที่ถึงอย่างไรตัวตนของพวกเขาก็ถูกเปิดเผยแล้ว แต่จะให้คนอื่นรู้อีกก็คงไม่ได้ และตอนนี้สภาพถิงเฟิงก็ไม่สู้ดีนัก ในเมื่อไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้คงมีแต่เพียงพาไปที่สงบสักที่และตามหมอที่ไว้ใจได้มารักษาเท่านั้น
“เอาเถอะ พาไปที่บ้านบนเขาก่อน จะรักษาอย่างไรค่อยว่ากัน” หญิงสาวเมื่อเห็นสีหน้าขอร้อง ด้วยมโนธรรมในใจก็อดเห็นใจคนที่นอนไร้สติไม่ได้ และเข้าใจดีว่าทั้งสองทำงานให้คนผู้นั้นก็ถือว่าทำงานราชการลับ หากไม่ช่วยเหลือเกรงว่าบ้านเธอคงโดนถล่มจากพายุอารมณ์ของชายหนุ่มเสียมากกว่า
หยางหลิงฉีพยายามยกร่างของถิงเฟิงขึ้นมา แต่ผู้ชายตัวโตพอกันจะยกยังไงไหว หลี่เลี่ยงหลิงเห็นท่าแล้วคนเจ็บคงได้ตายก่อนจะพาไปถึงบ้าน หญิงสาวปลีกตัวเดินออกไปจากบริเวณนั้นไม่นานก็กลับมาพร้อมรถเข็นของขนาดใหญ่เพียงพอจะเข็นร่างของคนได้สักคนหนึ่ง
“เอาขึ้นรถเข็นน่าจะง่ายกว่า ก่อนที่เขาจะตายเสียก่อน” หญิงสาวไม่ได้แช่งแต่สีหน้าคนเจ็บที่เริ่มเหยเกบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าทรมานเพียงใด
“รถเข็น...” ชายหนุ่มมองรถเข็นใหม่เอี่ยมอย่างงุนงง แต่ก็ไม่มีเวลามาสงสัย เขาจึงพยายามยกร่างที่หนักขึ้นรถเข็น โดยมีหญิงสาวคอยช่วยเหลือ
“ถิงเฟิงอดทนอีกหน่อย เดี๋ยวฉันจะพาหมอมารักษานาย” หยางหลิงฉีพูดข้างหูเพื่อนเบาๆ ก่อนจะลงมือเข็นร่างเพื่อนตามหญิงสาวที่กำลังพาเขาไปเส้นทางลัดซึ่งไม่มีบ้านคน แต่ทว่ามันก็วังเวงน่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว
หลี่เลี่ยงหลิงเดินอย่างรวดเร็วตรงไปยังบ้านบนเขา ถึงจะเรียกทางลัดแต่มันก็ไม่ลัดสักเท่าไหร่ออกจะอ้อมนิดหน่อยด้วยซ้ำไป ซึ่งเธอก็จนใจเช่นกันในเมื่อมีเพียงเส้นทางนี้จึงจะรอดพ้นสายตาชาวบ้านไปได้
เดินอยู่ราวสิบห้านาทีก็มาถึงบ้านบนเขาจนได้ หลี่เลี่ยงหลิงปาดเหงื่อบนใบหน้าก่อนจะรีบเข้าไปในตัวบ้าน และแอบหยิบเต็นท์สนามออกมา เธอกางมันอย่างชำนาญท่ามกลางสายตาสนใจของหยางหลิงฉีที่ไม่เคยเห็นสิ่งที่สะดวกเช่นนี้มาก่อน
เตียง ที่นอน หมอน ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบก่อนที่คนเจ็บจะถูกย้ายลงไป หญิงสาวต้มน้ำร้อนและนำเข้ามาในเต็นท์สนามตรงลานหน้าระเบียงห้องของเธอ
“ไปตามหมอมาเถอะทางนี้ฉันจะดูแลให้เอง” หญิงสาวพูดเพียงเท่านั้นก็เดินเร็วเข้าไปหาคนป่วย หญิงสาวหยิบกรรไกรออกมาเผาฆ่าเชื้อ ก่อนจะตัดเสื้อบริเวณที่มีมีดคาอยู่อย่างช้าๆโดยไม่สนใจสายตาของหยางหลิงฉีที่ยังคงไม่ไปตามหมอเพราะห่วงว่าหญิงสาวจะทำอะไรที่เป็นอันตราย
“ถ้ายังไม่ไป เพื่อนคุณอาจจะตายได้นะ” หลี่เลี่ยงหลิงไม่ได้มองด้านหลังแต่รู้ว่าชายหนุ่มยังคงอยู่ แต่สิ้นประโยคความรู้สึกของการมีคนอยู่ก็หายไป
‘ไปได้เสียที จะได้ทำอะไรสะดวกขึ้น’ หญิงสาวนำอุปกรณ์และยาต่างๆออกมาจากในมิติ ก่อนจะเปิดเสื้อดูบาดแผลที่ยังคงมีเลือดไหลซึมออกมา
ตอนที่ 15 คดีพลิก3นางโจวหยวนหน้าชาดิกกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของหญิงสาวคราวลูก แต่เมื่อมองหน้าสามีเขากลับเบือนหน้าหนีไม่ช่วยแก้ต่างแม้แต่นิดเดียว‘ตาแก่ซ่งดูเอาเถิด ปล่อยให้สตรีคราวลูกมาถอนหงอกเมียตัวเอง น่าตายนัก!!!’“นี่แกด่าป้าโจวว่าหูเบาอย่างนั้นหรือ” หวังหร่านชิงพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว“เป็นเธอต่างหากที่พูดออกมา...หวังหร่านชิง” หญิงสาวอมยิ้มพลางมองไปที่ตัวโง่งมอย่างหร่านชิงที่วางแผนนี้ขึ้นมาให้กลบฝังตัวเอง ทั้งที่จะย้ายตามสามีออกไปจากหมู่บ้านอยู่แล้ว“อย่ามัวแต่โบ้ยไปมาให้คนอื่นเลย ในฐานะผู้ใหญ่ของหมู่บ้านฉันมาบอกให้เธอย้ายออกไปเสียเถอะ อย่าได้ยืดเยื้อออกไปให้เสื่อมเสียยิ่งกว่านี้เลย” โจวหยวนยังยืนกรานความคิดมืดบอดของตัวเอง โดยมีชาวบ้านที่มาด้วยพยักหน้าสนับสนุน“ฉันอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ถามแต่ดูเหมือนว่า....ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านซ่งจะไม่รับเอาไว้” หญิงสาวพูดพลางหันไปมองชายวัยกลางคนผู้เป็นสามีของสตรีที่ยังคงใช้คำพูดน่าเกรงขามไม่หยุด“เช่
ตอนที่ 15 คดีพลิก2หญิงสาวเจ้าของบ้านเมื่อเห็นกลุ่มชาวบ้านผลักประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านของเธอก็ยิ้มร้ายออกมา ชายหนุ่มมองรอยยิ้มของหญิงสาวข้างกายก็รู้สึกว่าเวลาสตรีผู้นี้ยิ้มเช่นนี้ก็น่าชมไม่น้อยเลย“เข้ามากันสักที อยู่ในที่ของฉันแบบนี้...จะทุบตีใครไปก็ไม่ผิดใช่หรือไม่” หลี่เลี่ยงหลิงหันไปถามข้อกฎหมายกับคนมีศรีระดับสูงที่นั่งหน้าตายให้เธอเกาะมาสักพักแล้ว“อืม...แค่ไม่ตายก็พอ” คำว่าตายพอเป็นน้ำเสียงของชายหนุ่มกลับให้ความรู้สึกขนลุกชอบกล นี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่ารังสีสังหาร“แล้วคุณหยางจะไม่ลุกไปเล่นด้วยกันหน่อยหรือคะ” หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงหวาน ดวงตากลมช้อนมองราวกับสาวตามตรอกซอยโคมเขียวโคมแดงจนชายหนุ่มรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงการแสดงเพื่อยั่วยุให้ชายหนุ่มไม่พอใจเล็กน้อยๆเท่านั้น“จุ๊บ!!! พี่จางเหว่ยเรียกให้ชิน” มือหนาคว้าคอเรียวเข้าหาโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวก่อนจะประทับริมฝีปากบนเรียวปากอวบอิ่มช่างจำนรรจา ก่อนจะกระซิบเตือนสิ่งที่หญ
ตอนที่ 15 คดีพลิก1 เสียงผู้คนจอแจหลายสิบคนดังมาแต่ไกลก็ไม่ได้ทำให้ชายหญิงที่กำลังนั่งจิบชารู้สึกหวาดหวั่น ทั้งคู่อยู่ในอาการนิ่งสงบเฝ้ารอการมาถึงของคนกลุ่มใหญ่ เมื่อเสียงใกล้เข้ามาหลี่เลี่ยงหลิงก็รู้งานเข้าไปนั่งใกล้ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบตามนิสัย ศีรษะเล็กเอียงพิงท่อนแขนคนตัวสูงราวกับคู่สามีภรรยาใหม่ที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลมาหมาดๆ เรียวปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน และมองเสี้ยวหน้าของสามีด้วยแววตารักใคร่ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขามองนักแสดงหญิงข้างกายที่เหมือนจะรู้งานโดยไม่ต้องบอกว่าทำเช่นไร ไม่เสียแรงที่เขาตัดสินใจหยิบยื่นข้อเสนอดีๆให้หญิงสาว มือบางลูบท่อนแขนแกร่งเบาๆขณะแนบใบหน้าเสี้ยวหนึ่งลงมา ก้อนเนื้อในอกของชายชาติทหารเร่งจังหวะขึ้นจนเขาพยายามข่มมันเอาไว้ แต่มันไม่ฟังตามที่เขาสั่งเลยแม้แต่น้อย “บ้านซอมซ่อของนางหลี่เลี่ยงหลิงอยู่บนเนินข้างหน้านี้เอง เ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่3 หญิงสาวหยิบสมุดปากกาออกมาร่างข้อตกลงด้วยสีหน้าจริงจัง เธอนั่งเขียนอย่างตั้งใจอยู่เกือบสองชั่วโมงก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยง แต่พอออกมามองไปหน้าบ้านก็พบลานกว้างที่ว่างเปล่าไร้เต็นท์สนาม ก่อนจะมองไปรอบบ้านก็พบสิ่งแปลกปลอมสีแดงซีดๆที่ห้อยอยู่ตามประตูหน้าต่าง รวมถึงต้นไม้บริเวณบ้าน “นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เสียงเย็นเยียบบ่งบอกอารมณ์ผู้พูดได้เป็นอย่างดี ชายหลายคนหยุดชะงักหันมามองต้นเสียง แต่เมื่อเจ้านายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงโบกมือให้ทำต่อ พวกเขาเกือบสิบคนก็ไม่สนใจหญิงสาว... ‘ว่าที่ผู้หญิงของนายท่านรอง’ อีกเลย “มานั่งนี่” หยางจางเหว่ยผายมือไปที่เก้าอี้ข้างกายเขา เรียกให้หญิงสาวไปนั่ง แต่สายตากลับบังคับเสียมากกว่า หลี่เลี่ยงหลิงคิ้วขมวดชนกันก่อนจะเดินไปและกระแทกตัวลงนั่งบ่งบอกอารมณ์ของเธอโดยไม่เสแสร้งเหมือนผู้หญิงหลายคนที่มักจะใส่หน้ากากเวลาอยู่กับเขา ซึ่งนั่นเป็นข้อดีที่เขาตัดสินเลือก...เธอมาทำหน้าที่นี้ “จะบอกได้ยังว่าผ้าแดงมงคลพวกนี้เอามาติดทำไม คงไม่ได้จะมารวบรัดตัดตอน” หญิงสาวทำ
ตอนที่ 14 แผนขับไล่2“นายกล้าหรือถิงเฟิง” หยางหลิงฉีทำหน้าแหยๆ ส่ายหัวไม่ยอมเป็นคนเข้าไปเด็ดขาด เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังเกิดสงคราม “ฉันหมายถึงนาย...ไป” คนเจ็บที่ยังคงมีผ้าพันแผลพันรอบตัวเอ่ยขึ้น แต่นั่นทำให้ชายอีกคนถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไปทำข้าวเช้าในครัวดีกว่า” หยางหลิงฉีพูดจบก็เดินตรงไปยังห้องครัวไม่หันหลังกลับมาอีกเลย แม้เพื่อนจะส่งเสียงเรียกแค่ไหนก็ตาม หยางถิงเฟิงเองก็ไม่กล้าเข้าไปขัดเช่นกัน แม้ว่าเขาจะมีเรื่องรายงานเกี่ยวกับแผนการที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เหมือนจะมีเรื่องบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี คงได้แต่รอให้นายท่านออกมาจากห้องของ...เอ่อ... คุณหลี่เสียก่อน ภายในหมู่บ้านเช้านี้ก็ยังมีเรื่องเล่าเช่นเดิมและก็ยังคงเป็นเรื่องของสตรีบนเขากับชายหนุ่มปัญญาชนแซ่หยางที่วันนี้หายหน้าหายตาลางานอีกเช่นเดิม จนทำให้เกิดกระแสขับไล่กันขึ้นในหมู่หญิงชาวบ้านทั้งวัยเยาว์และรุ่นใหญ่ เกิดจากการปลุกปั่นว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมของหลี่เลี่ยงหลิงทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยแกนนำในครั้งนี้ค
ตอนที่ 14 แผนขับไล่1 เสียงสกุณาขับขานประสานเสียงใสดังก้องกังวานในยามที่แสงอรุณแห่งวันใหม่มาเยือน ร่างบางขาวผ่องในชุดนอนสีขาวพลิกกายคล้ายกำลังจะตื่นจากนิทราที่แสนหวาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ร่างบางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเบิกตาโพลงและไล่มองร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว ผ้าห่มผืนไม่หนาไม่บางถูกเปิดขึ้น ดวงตากลมโตสำรวจอย่างตื่นตระหนกก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก “สงสัยจะฝันไป” หลี่เลี่ยงหลิงถอนหายใจยาว ลูบอกบรรเทาอาการหัวใจเต้นเร็ว “ฝันอะไรของเธอ” เสียงทุ้มแหบห้าวเข้มของบุรุษดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงที่อยู่ใกล้ตัวเธอมากๆ หญิงสาวเบิกตากว้างหันไปทางต้นเสียงก็สบเข้ากับดวงตาคมดุที่กำลังจ้องมาที่เธอ ร่างสูงเอนกายตะแคงข้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขาวางศีรษะไว้บนแขนและเลิกคิ้วเชิงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นะ...นี่คุณ!!! งั้นเมื่อคืนก็...” ไม่ใช่ความฝัน หลี่เลี่ยงหลิงกรีดร้องไร้เสียงในใจ อับอายเหลือคณาที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไร้ยางอายไปกับชายหนุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย







