LOGINไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่ ตอนนี้เธอรู้สึกร่างกายมีไอความร้อนแปลกๆ เสียงโวยวายด้านนอกดังเข้าไม่หยุด ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ กลุ่มควันทะลุเข้ามาในห้องนอนทำเธอรีบพุ่งไปเปิดประตูห้องด้วยความเร็วแต่พบว่ามันเปิดไม่ได้
“ปึก ปึก ย่าคะ ช่วยหนูด้วย ลุงคะ ลุง ย่าา” ทั้งทุบประตูทั้งตะโกนเรียกแต่ไม่มีสักคนที่จะพังประตูเข้ามาช่วย “ลุงคะ ลุง ย่า หนูร้อน” เพราะบ้านเป็นไม้และกระดาษ มันคือเชื้อเพลิงอย่างดีที่จะทำให้เพลิงโหมเข้าใส่ไม่หยุด “ช่วยด้วย” เธอนอนคว่ำราบไปกับพื้นเพราะไม่อยากสูดดมควันเข้าไป ในใจภาวนาให้ใครสักคนช่วยเธอ แต่ความหวังช่างริบหรี่ “ใครก็ได้ช่วยที ร้อนจะตายอยู่แล้ว” พลันในหัวสมองก็คิดถึงอีกมิติ คิดถึงกำไลทองของแม่ จึงเอื้อมมือไปหยิบกำไลใต้หมอนออกมาสวม “ช่วยพาไปที่นั่นที พาไปแบบไม่ต้องกลับมาอีก หายไปตลอดการ“ ร่างผอมแห้งที่สะบักสะบอมจากการถูกทุบตีค่อยๆหายไปไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้ให้คิดถึงอีก ”ทำแบบนี้มันจะดีเหรอแม่“ เสียงผู้เป็นลุงยังติดกังวล ”ทำแบบนี้สิดี เงินประกันเท่าไหร่ที่เราจะได้ ยังไงเราต้องได้บ้านใหม่“ ป้าสะใภ้ที่ยืนมองกองเพลิงลุกโชนด้วยแววตาสะใจ หมดภาระไปอีกคน แถมยังได้เงินก้อนใหญ่จากประกัน แต่หารู้ไม่ว่า หากไม่พบศพก็ไม่มีหลักฐานเพื่อเอาประกัน นอกจากบ้านมอดไหม้แล้ว พวกเขายังต้องย้ายไปอยู่ศูนย์อพยพ ไม่พอยังตบตีแย่งชิงอาหารเพียงน้อยนิดอีกด้วย “อึก แค่ก ช่วยด้วย” แม่น้ำฮุยโจที่พลาดผ่านหลังหมู่บ้าน จู่ๆก็มีสตรีนางนึงจมผุดจมโผล่ อยู่กลางแม่น้ำ ก่อนที่ยาจกคนนึงเห็นท่าไม่ดีจึงกระโดดลงไปช่วยในช่วงเวลาหัวค่ำแบบนี้ ไม่มีใครจะสนใจชีวิตใครแน่นอนหากเขาตะโกนเรียก “เจ้า!!! แปะ แปะ ได้ยินข้าหรือไม่” มือหนาตบลงข้างแก้มนวลที่สลบไปทันทีที่ลากขึ้นมาบนฝั่ง ก่อนจะจัดการเขย่าเต็มแรงเพราะเขาไม่รู้วิธีช่วยชีวิต ”แค่ก แค่ก ปล่อยก่อนอื้อออ จะฆ่ากันหรือไง“ ดวงตากลมโตลืมขึ้นมาเห็นบุรุษผมเพ้ารุงรังเขย่าตัวเธอสุดแรง ”ข้านึกว่าเจ้าเป็นผีไปเสียแล้ว“ แน่นอนการพูดเช่นนี้คือเธอทะลุมิติมาแล้วจริงๆ มาแบบเต็มตัวไม่ได้มาแค่วิญญาน แถมยังมาที่หมู่บ้านที่เคยได้มาบ่อยๆอีกด้วย ”เจ้า!! ยังอยู่ดีหรือไม่“ เพราะคิดอะไรเพลินไปหน่อยเขาจึงเรียกสตินาง ”ข้า!! เอ่อ… เจ้าคือ ข้าขอบใจเจ้ามากที่ช่วยชีวิต“ หนีร้อนมาพึ่งเย็นของแท้เลยจริงๆ จากอ้อนวอนให้ช่วยเพราะเธอร้อน ก็พบว่าเธอได้อยู่ในแม่น้ำแบบไม่ทันตั้งตัวและเจอกับคนจรที่พึ่งเจอไปเมื่อไม่กี่วันนี้จริงๆ ”เหตุใดชุดเจ้าจึงประหลาดนัก“ สายตาคมของคนมอมแมมสำรวจเธอพบว่า ชุดกางเกงวอร์มเสื้อวอร์มถูกเขาสงสัยขึ้นมา ”มันเป็นชุดที่เมืองข้าใส่หน่ะ เจ้าเอ่อ ชื่ออะไร“ เพราะเจอเขาก่อนจึงต้องหวังพึ่งเขาสินะ “หลิวหยาง เจ้าเล่า เหตุใดจึงมาอยู่ในน้ำค่ำมืดแบบนี้“ คงช่วยยังสงสัย เพราะเขาเหมือนโดนผีหรอก ดีที่พึ่งกลับจากบ้านผู้นำจึงมาพบเข้า หากเขาไม่พบนางคงตายเป็นผีก้นบ่อ ”ข้าชื่อเจียวมี่ ข้าหลงทางหน่ะ จำทางกลับบ้านไม่ได้ เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่“ จะให้บอกว่านางมาจากอีกโลกก็เกรงจะถูกเขากล่าวหาว่าเป็นภูติผี คนโบราณส่วนใหญ่เชื่อเรื่องพวกนี้ ”ช่วย!! ข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้ ข้าไม่มีบ้านอยู่“ หน้าตาใสซื่อทำหลิวหยางเริ่มมองหาสิ่งรอบกาย ”ข้าคงต้องพาเจ้าไปพบท่านผู้นำ“ มือหนาจับข้อมือบางไว้แน่น ”ยะอย่าพึ่ง ข้าเอ่อ อาจโดนทำร้ายมา ท่านดูสิเนื้อตัวข้ามีแต่บาดแผล หากข้าถูกส่งกลับไป นั่นมิใช่ว่าข้าจะกลับไปตายหรือ“ ตั้งแต่รู้ว่ามีอีกมิตินึงนางก็ศึกษาประวัติศาสตร์มาไม่น้อย พอจะรู้บ้างว่าความโหดเหี้ยม และความเห็นแก่ตัวของคนในยุคนี้นั้นเป็นเช่นไร ”คนอื่นจะเข้าใจว่าเจ้าเป็นเมียข้า“ ”ข้าไม่มีทางเลือก ท่านช่วยข้าเถอะนะ ข้าจะเป็นแค่ผู้ติดตามท่าน“ ไหนๆก็ไหนๆนางไม่มีคนรู้จักที่นี่ มีเพียงเขาที่นางพบเจอครั้งแรกและคิดว่าปลอดภัยสุด เพราะเขาช่วยเหลือนาง ”ข้าไม่มีบ้าน ข้าเป็นคนจร ข้าไม่มีเงิน!!” เมื่อเขาเตรียมเดินหนีนางจึงเดินตาม “ไม่มีเงินก็ออกไปทำงานได้ ข้าไม่ขี้เกียจหรอก” เห็นความมืดมิดที่ไม่มีไฟเช่นมิติเดิมที่เธออยู่ก็ยิ่งกลัว “เจ้าจะโดนล้อว่ามีสามีเป็นคนจร!!” คนไม่อยากมีภาระเพิ่มปฏิเสธเสียงแข็ง “ท่านก็เลิกเป็นคนจรเสียสิ ข้าจะช่วยท่านหาเงิน!! และข้าไม่ได้ขอเป็นเมียท่าน ข้าแค่ขออาศัยแค่เพียงครู่ หากมีหนทางไปต่อ ข้าจะไม่รบกวนท่าน!!“ ”เจียวมีเจ้าคิดว่านี่คือการเล่นเช่นนั้นหรือ บุรุษและสตรีนอนร่วมชายคาคือสามีภรรยา หากวันหน้าเจ้าไปประกาศว่าข้าไม่ใช่สามีเจ้า เป็นแค่คนร่วมบ้าน เจ้าจะถูกแห่ประจารทันที เพราะเป็นสตรี2ใจ ไม่มีสกุลไหนรับเจ้าเข้าไปเป็นสะใภ้!! เจ้าหาทางไปเถอะ“ พูดจบเขาเดินหนีไปทันที น้ำตาที่ปริ่มๆจะไหลทำนางทรุดนั่งลงกับพื้น ”หากข้าเลือกได้ข้าคงไม่ขอร้องท่าน“”หากเปิด พวกท่านคงหนาวตายเจ้าค่ะ แถมลูกค้าก็คงไม่มี เอาเวลาไปรักษาสุขภาพเสียดีกว่า“ นางบอกแม่ครัวประจำร้าน”เจียวมี่พวกข้าต้องขอบน้ำใจที่เจ้ามีจริงๆ เพราะตอนนี้บ้านพวกข้าแข็งแรงคุ้มกันภัยหนาวได้ และยังมีเสบียงไว้กักตุนไม่อดอยาก“ ”ใช่เจ้าค่ะ พวกข้าได้วิธีการวางแผนให้รอบครองมาจากท่าน ขอบคุณจริงๆเจ้าค่ะ“ นางยกยิ้มให้ คนพวกนี้เอาแต่ขอบคุณนางไม่หยุด จนนางเหนื่อยจะห้าม”ข้ารู้แล้วๆ พวกเจ้าไปเตรียมปิดร้านเถอะ พี่ซุยถัง กับข้าวที่เป็นพวกของสด อันไหนที่เหลือก็ทำแจกจ่ายกันไปเจ้าค่ะ นำไปแบ่งปันคนอื่นๆด้วย เอาให้ทั่วถึงกัน“ วันนี้นางต้องเก็บของสดออกจากในร้านทั้งหมด ส่วนหลิวหยางนั้น ไปช่วยกันเตรียมผ้ามาคลุมไว้รอบๆกันหิมะทลักเข้ามา ยังมีบุรุษในหมู่บ้านอยู่หลายคนที่จ้างมาช่วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจัดการส่งลูกค้าโต๊ะสุดท้ายเสร็จ นางจึงนำป้ายมาติดว่า ปิดร้านจนกว่าพายุหิมะจะผ่านพ้น“เจียวมี่ค่อยๆเดินหน่อย เจ้ารีบร้อนไปไหนกัน” หลิวหยางที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยรีบพานางกลับมาที่บ้านแต่ขอให้นางเดินช้าลงสักนิด“อย่าเป็นห่วงไปเจ้าค่ะ ข้าก็แค่อยากจัดการข้าวของในบ้านให้เรียบร้อย วันนี้จะทำสาลี่ตุ๋นรังนกด้ว
“ เจียวมี่เนื้อหมูและเนื้อวัวที่เจ้าสั่งให้ข้าหั่นแบบบาง เจ้าต้องการวันละเท่าใดก็ส่งคนมาแจ้งได้ ไม่ต้องรับไปจนหมดเอาที่เจ้าพอไหว ค่าบวกกำไรเพียงจินละห้าอีแป๊ะเท่านั้น” นี่อย่างไรที่นางบอกว่าคนในหมู่บ้านล้วนมีน้ำใจ แม้แต่การซื้อของก็บวกกำไรกับนางเพียงน้อยนิด“ ท่านป้าท่านสามารถบวกกำไรได้ตามที่ท่านเคยขายเลยเจ้าค่ะ อย่าลดให้ข้าเลยเจ้าค่ะ หากทำเช่นนั้นข้าจะรู้สึกเกรงใจ” นางไม่ต้องการเอาเปรียบแต่การเปิดร้านของนางเพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้านเท่านั้น“ เจ้าเปิดโรงน้ำชาก็เพื่อช่วยเหลืออุดหนุนสินค้าของคนในหมู่บ้าน และยังสามารถเชิญชวนหมู่บ้านข้างเคียงเข้ามาเที่ยวในหมู่บ้าน มีพื้นที่ให้คนขายของด้านหน้าอีก เช่นนั้นข้าจะเอาเปรียบเจ้าได้อย่างไร” ด้านข้างโรงน้ำชานางปล่อยพื้นที่ให้เป็นตลาดเล็กๆ เผื่อชาวบ้านนำขนมมาขาย ซึ่งต้องเป็นของที่ทางโรงน้ำชาไม่มีขาย เช่นเครื่องประดับ เสื้อผ้าที่ทอมือ ผักสด ขนม เพื่อให้มีบรรยากาศที่ครึกครื้นและน่าสนใจต่อหมู่บ้านข้างเคียง“ เช่นนั้นข้าคงต้องขอบคุณท่านป้าเจ้าค่ะ ส่วนนมวัวนั้น ค่ารับวันละหนึ่งถัง ส่งที่ร้านได้เลยเจ้าค่ะ” วัตถุดิบที่เป็นนมต้องได้ใช้ทุกวันอยู่แล้
กว่าพายุรักจะสงบลง ทั้งนางและเขาได้ตื่นเกือบเย็นตามที่นางตั้งใจไว้จริงๆ“ วันนี้ข้าจะไปคุยกับซีอันเรื่องหาคนมาทำโรงน้ำชา เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่” นั่งกินอาหารเย็นที่รวบรวมมื้อเช้าและมื้อกลางวันเข้าด้วยกันแล้ว เขาจึงตัดสินใจรีบจัดการเรื่องโรงน้ำชาทันที“ ท่านไปเถิดเจ้าค่ะ ข้ากำลังคิดว่าจะทำเมนูอะไรดี” ตอนนี้นางมีความสุขเหลือเกิน ได้แต่คิดว่าโรงน้ำชาของนางควรมีสิ่งใดบ้างที่ขายแล้วไม่เหมือนที่อื่นจึงอยากนั่งคิดไตร่ตรองดูสักนิด“ แล้วข้าจะรีบกลับมา” หลังหลิวหยางออกไปแล้วนางจึงเข้าไปสำรวจในมิติกำไล ว่าตอนนี้วัตถุดิบที่นางเอามาจากยุคเดิมมีอะไรบ้าง“ หากทำหม้อไฟขายได้ก็คงดี” นางจัดการจดลงไปในกระดาษถึงหม้อไฟร้อนที่นางชอบทำกินตอนพายุหิมะ“ ชาดอกหอมหมื่นลี้ข้ามีพอสมควร ดูท่าว่าอากาศเช่นนี้จะปลูกค่อนข้างยาก” นางเข้าไปค้นหาวัตถุดิบว่าตอนนี้ในมิติของนางนั้นมีชาชนิดใดอยู่บ้าง ก็พบว่าเป็นความโชคดี เมื่อนางเก็บชาที่ได้จากบ้านของป้าหลินที่นางเคยเข้าไปช่วยขายของไว้มากมายจนเต็มลังเกือบสิบลัง“ ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกเจี้ยวฮวา ดอกบัวพันปี ชายอดน้ำค้าง ชาดอกมะลิ ถือว่าเยอะพอควร“ เมื่อนางตรวจดูแล้วพบว่ามันมีมากม
” สีนี้คงเป็นสีที่หายากพรุ่งนี้เราเข้าไปที่ตัวอำเภอกันเถอะ ข้าคิดว่าข้ากำลังจะได้เป็นเศรษฐีนี“ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังชื่นชมความสวยงามของเม็ดไข่มุก ทั้งเขาและนางเงยหน้าขึ้นไปข้างบนก่อนจะเห็นบางสิ่ง ที่อยู่ติดกับหน้าผา” ตรงนั้นก็เป็นบ่อเงินบ่อทองของเจ้าใช่หรือไม่“รังนกนางแอ่นที่อยู่ติดบนหน้าผากว่า 500 ลังทำนางอ้าปากกว้างนั่นไม่ใช่ของหายากยิ่งกว่าทองคำหรอกหรือ “หลิวหยางท่านคิดว่าเรามีวิธีใดที่จะขึ้นไปเก็บได้บ้าง” ร่างหนาหัวเราะในลำคอแค่เห็นสายตานางแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งของตรงหน้านั้นคืออะไร แต่เมื่อเห็นความแวววาวในดวงตากลมโตก็รู้ได้ทันทีว่ามันคงมีมูลค่ามหาศาล“เช่นนั้นคงต้องทำบันไดลิง ตัดไม้ไปทำเลยก็แล้วกัน” นางใช้เวลาคุณคิดอยู่เพียงครู่ ก่อนจะหันมาบอกเขา“ข้าคิดว่าควรเก็บในภายหลังเจ้าค่ะ เอาไว้ตอนที่เราจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ ข้าจะค่อยๆทยอยมาเก็บทุกวัน แต่วันนี้ข้าจะเก็บไข่มุกไปขายก่อนท่านคิดเห็นว่าอย่างไร” เขาพยักหน้าและพร้อมตามใจนางทุกอย่าง“เอาที่เจ้าเห็นว่าสมควรเถิด” เมื่อพูดเช่นนั้นแล้วทั้งคู่จึงช่วยกันเก็บหอยขึ้นมาผ่าดูหาไข่มุก นางไม่ได้เก็บมาจนหมดแต่เก็บมาแค่เพียง 10 ตัวเท่านั้น และไ
“ห้องนอนทำเตียงยาวแบบนี้เจ้าค่ะ และเป็นเตียงอุ่นทั้งผืน” ความหนาวเหน็บมักเล่นงานตอนเวลานอนนี่แหละ หากเตียงไม่อุ่นพอ จะได้ย้ายมานอนหน้าเตาผิงอีกรอบเป็นแน่“ส่วนเตาผิง ข้าอยากทำปล่องควันใหญ่อีกหน่อย ใช้เหล็กทำเป็นตะแกร่งแบบนี้ ป้องกันหิมะเข้าได้ และทำให้มันระบายควันได้ดีเจ้าค่ะ” คราที่แล้วจุดเตาผิงยังต้องแง้มหน้าต่างให้ควันออก ทรมานยิ่งนักที่ภายในบ้านอุ่นไม่พอ“เจ้าเก่งมาก…ดีเลย ข้าจะให้ช่างทำแบบนี้ หน้าหนาวคราหน้าข้ากับเจ้ารอดแล้ว” เขามองกระดาษในมือก่อนเตรียมหาช่าง หากคราก่อนเขาไม่มัวลังเล ตอนเจอพายุหิมะเขาและนางคงไม่ต้องทรมานเมื่อได้แบบบ้านและคุยกับช่างจนเข้าใจ ช่างที่ว่าจ้างจากหมู่บ้านใกล้เคียงก็เริ่มลงมือสร้างทันที ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อชาวบ้านเห็น ต่างก็อยากทำบ้านใหม่บ้าง บางคนถึงขนาดขายทองและของมีค่าเพื่อมาทำเลยทีเดียว “พวกเจ้ากำลังคิดสิ่งใดกัน บ้านช่องยังไม่ทันผุพังก็คิดจะทุบแล้วทำใหม่ บรรพบุรุษจะกลับบ้านไม่ถูก” เสียงหนึ่งดังขึ้นในบริเวณตลาดชุมชน เมื่อเจียวมี่หันไปมองก็พบว่าเป็นแม่ค้าหมู่บ้านข้างๆคุยกับแม่หม้ายหวังคล้ายติเตียนความคิดอุปทานหมู่ของคนในหมู่บ้านสกุลหม่า“พวกข้าก็แค่
”ท่านป้าหวังฝากมาให้เจ้าค่ะ“ พูดจบนางก็เดินกลับทันที ก่อนได้ยินเสียงเด็กๆดีใจกันยกใหญ่”แบบนี้ชาวบ้านที่อยู่ก็มีกำลังใจขึ้นมาหน่อยสินะ“ นางรู้สึกสุขใจไม่น้อย อย่างน้อยๆ ชาวบ้านที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีทั้งของกินประทังชีวิตและยังมีฟืนไว้ให้ร่างกายอบอุ่น “วันนี้เหมือนจะมีแดดส่อง” ผ่านไปกว่า10วันที่หิมะกระหน่ำเทลงมาไม่หยุด ชาวบ้านที่เป็นผู้ชายล้วนช่วยกันออกมาโกยหิมะเปิดทางเดิน จนวันนี้เริ่มเห็นแสงแดดรำไร และหิมะหยุดตกตั้งแต่เมื่อคืน“เป็นสัญญาณที่ดีเจ้าค่ะ ช่วยกันโกยหิมะดีกว่า” เมื่อนางและหลิวหยางออกมาทำการโกยหิมะไปทิ้งในส่วนที่เป็นแม่น้ำ น้ำตก ลำธาร ชาวบ้านก็เริ่มออกมาช่วยกันอีกครั้งอย่างรื่นเริง เพราะผ่านช่วงเวลายากลำบากมาแล้ว เมื่อวันนี้หิมะหยุดตกและยังพอมีแสงแดดส่องลงมาก็ออกมารับแสงกันอย่างสนุกสนาน“เสียดายที่ชาวบ้านทะยอยอพยพไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงครึกครื้นกว่านี้” ไค่เฉิงเป็นอีกหนึ่งบ้านที่กำลังจะอพยพแต่เจียวมี่ห้ามไว้เสียก่อนเพราะเขามีลูกอีก3คนให้ต้องดูแล“หากพายุสงบ พวกเขาก็คงกลับมาเจ้าค่ะ” ได้ยินภรรยาไค่เฉิงพูดเช่นนั้นเจียวมี่ก็สะท้อนในอก นางเองก็ภาวนา ภาวนาให้พวกเขากลั







