เข้าสู่ระบบ”จะได้ไปบอกป้าหลินค่ะ ตรุษจีนปีนี้เงินจะได้สะพัด“ พูดจบก็รีบออกมาทันที หากเธอเดินดุ่มๆเข้าไปซื้อทอง มีหวังเรื่องนี้ถึงหูย่ากับป้าสะใภ้แน่ๆ รีบไปปรึกษาพี่ฉิวดีกว่า….
หลังจากกลับมาร้านเธอนั้งคุยกับฉิวชงพร้อมดูแลร้านไปด้วย จนคนเป็นพี่เห็นความกังวลเล็กๆจึงเอ่ยถาม เมื่อได้ความว่ากังวลว่าเงินที่มีจะโดนย่ายึด ฉิวชงตัดสินใจไปที่ร้านทองพร้อมซื้อทองก้อนเพิ่มให้อีก รวมทั้งหมดตอนนี้เธอมีทองก้อนละ1สลึง8ก้อน แหวนทองวงเล็กอีก1วง ซึ่งชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะมีสมบัติมากมานเช่นนี้ เงินที่เหลือติดตัวเอาไว้เธอตั้งใจว่าจะซื้อของกินของใช้เอาไปใส่ในห้องมิติให้เยอะที่สุด “กลับบ้านดีๆนะ เก็บของไว้กับตัวให้ดีๆ อย่าให้คนใจร้ายจับได้หล่ะ” เพราะป้าหลินกลับมาแล้วเธอจึงเตรียมตัวกลับบ้าน ฉิวชงที่อดห่วงไม่ได้ยืนมองดูเธอจัดการข้าวสาร ไข่ไก่ และกับข้าวอีกเยอะใส่กระเป๋าสะพายหลังอย่างเป็นกังวล “เจียวมี่ หากถูกบ้านนั้นทุบตี เธอต้องรีบหนีมาหาป้า ป้าจะพาไปแจ้งตำรวจเอง” เธอโค้งขอบคุณกับความหวังดี ก่อนสูดหายใจเข้าปอดลึก เดินกลับบ้านอย่างคิดไม่ตก ”เรื่องทองไม่น่าห่วงเพราะเก็บไว้ในกำไลแล้ว แต่เรื่องค่าไฟที่ไม่พอจ่ายนี่สิ“ เธอตั้งใจซื้อข้าวไปแค่2กิโล ไข่ไก่1แผง เพราะอยากเก็บเงินไว้ ส่วนที่เธอซื้อตอนฉิวชงเห็นนั้น เธอเก็บใส่มิติในส่วนของเธอเรียบร้อย หลังข้างทางไม่มีใคร เหลือไว้แต่เพียงของที่จะเอาให้ผู้เป็นย่า ”เอาวะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด“ ระหว่างทางเธอแวะร้านมาร์ทเล็กๆ ขายทั้งผลไม้ ขนม อาหารแช่แข็ง เครื่องปรุงมากมาย จึงตัดสินใจเดินเข้าไป ”อ่าวอามี่ วันนี้เงินออกเหรอ“ เฒ่าแก่ที่ร้านมักเจอเธอเดือนละครั้ง และทุกครั้งมักเป็นวันที่เงินเดือนออก ”ค่ะ ฉันมาแอบตุนเสบียง“ เป็นอันรู้กันว่าหากเด็กสาวต้องการปกปิดผู้เป็นย่า เฒ่าแก่จะทำไม่เห็นเสีย และต้องทำก่อนเมียเฒ่าแก่จะมาด้วย ”รีบเถอะ ก่อนที่เมิ่งเจียจะมา“ เธอพยักหน้าพร้อมหยิบด้วยความไว เพราะเมียเจ้าของร้านนั้นสนิทกับป้าเธอพอสมควร เธอจึงไม่อยากมีปัญหา กระเป๋าลากเล็กๆที่พับเก็บไว้ในกระเป๋าถูกหยิบออกมาใช้งาน ของทุกอย่างเธอหยิบพร้อมแสกนคิวอาร์โค๊ชรวมราคาเพื่อง่ายต่อการจ่ายเงิน ”นม มาม่า อาหารกระป๋อง อะไรอีก แป้งทำขนม น้ำตาลกวนใส้ สบู่ แชมพู ข้าวเพิ่มอีกสักหน่อยดีกว่า“ เธอหยิบทุกอย่างที่คิดว่าเป็นประโยชน์ในอนาคต ก่อนเดินไปพบชุดชั้นใน เธอจึงหยิบมาอย่างละ1โหล ”เฒ่าแก่แสกนจ่าย“ หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย สายตาเธอหันไปเห็นเมิ่งเจียเดินจ้ำอ่าวมาในร้านจึงรีบหาทางหนี ”หลังร้าน รีบไป!!“ ดีที่ของอยู่ในกระเป๋าลากหมดแล้วจึงไม่เป็นปัญหา ”เห้ออออ ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้เนี่ย“ ชีวิตที่แสนเบื่อ และเหนื่อยกับการสู้รบทำเธอถอนหายใจ รีบจัดเก็บของเข้าห้องลับในกำไลและตรงกลับบ้าน ”มาแล้วหรอ ค่าไฟแกได้เบิกเฒ่าแก่มาหรือเปล่า“ เสียงป้าสะใภ้ที่รออยู่บริเวณประตูทำเธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนยืนเงิน200หยวนที่แยกเก็บไว้ออกมา ”ทำไมมันได้แค่นี้ ห๊ะ แกโกหกฉัน“ แน่นอน นอกจากข้าวสาร ไข่ไก่ และค่าน้ำค่าไฟ ยังต้องมีเงินเหลือเล็กน้อยให้พวกเขาด้วย ”โดนหักเพราะส่งของให้ลูกค้าผิดค่ะ เหลือเท่านี้จริงๆ“ เธอวางข้าวสาร ไข่ไก่และผักสำหรับทำกับข้าวสองสามอย่างลง ”โง่!! โง่ๆอย่างแกสมควรแล้วที่ไปทำงานเป็นขี้ข้า แล้วเงินแค่นี้มันจะไปพออะไรห๊ะ ลุงแกพึ่งโดนจ้างให้ออกงาน เงินหร่อยหรอแทบไม่พอยาใส้ แก่ยังโง่ให้เขาหักเงินอีก!!“ ป้านำ ย่าตาม เป็นแบบนี้เสมอจนเธอเหนื่อยอ่อน เมื่อเห็นเธอไม่พูดคนหาที่ระบายเพราะเครียดที่ลูกชายถูกเลิกจ้างคว้าไม้กวาดขึ้นมากระหน่ำตีตามตัวเธอไม่หยุด “เลี้ยงเสียข้าวสุก ฉันเลี้ยงแกมากี่ปี ตอบแทนฉันแค่เงินอาทิตย์ละ200หยวนอย่างนั้นหรอ มานี่ ฉันจะตีแกให้ตาย” เสียงโวยวายของย่าเธอทำชาวบ้านออกมามุงดู ที่นี่เป็นชุมชนแออัดหรือเรียกว่าสลัมก็ไม่ผิด เพราะอยู่ติดกันจนหายใจแทบไม่ออก “นี่!! พอเถอะหน่าตีมันให้เจ็บมือไปทำไมกัน แกได้ตังมาแล้วนี่ ไปเถอะเล่นไพ่กัน” เสียงเพื่อนบ้านเรียกเพื่อดึงความสนใจ ทำคนกำลังโมโหเมื่อได้ระบายอารมณ์ก็จัดการทิ้งไม้ลงอย่างไม่ใยดี “อาฮัวแบ่งเงินมาให้อั้ว150หยวน” ย่าเธอหันไปหาลูกสะใภ้พร้อมเอ่ยขอ “ได้อย่างไรแม่ ฉันจะเอาไปซื้อของใช้เหมือนกัน สามีฉันก็เลี้ยงมันมานะ คนละครึ่งเถอะ” “เออๆเอามา” เห็นขาไพ่มาเร่งเร้าจึงรีบรับคำก่อนถือกระเป๋าใบโปรดออกไปบ้านเพื่อน “เอ้า อย่านั่งสำออย กับข้าวกับปลาจัดการเสียสิ ไปเถอะพี่มีของหลายอย่างที่ฉันต้องซื้อ” เธอมองตามลุงกับป้าสะใภ้ที่แต่งตัวดีพร้อมเดินออกไป ก่อนจะลงมือหุงข้าวทำกับข้าวให้เรียบร้อยและเข้าไปทายาในห้อง น้ำตาไม่มีแม้แต่หยดเดียวเพราะชินชา “นี่บ้านหรือนรกกันนะ!!””หากเปิด พวกท่านคงหนาวตายเจ้าค่ะ แถมลูกค้าก็คงไม่มี เอาเวลาไปรักษาสุขภาพเสียดีกว่า“ นางบอกแม่ครัวประจำร้าน”เจียวมี่พวกข้าต้องขอบน้ำใจที่เจ้ามีจริงๆ เพราะตอนนี้บ้านพวกข้าแข็งแรงคุ้มกันภัยหนาวได้ และยังมีเสบียงไว้กักตุนไม่อดอยาก“ ”ใช่เจ้าค่ะ พวกข้าได้วิธีการวางแผนให้รอบครองมาจากท่าน ขอบคุณจริงๆเจ้าค่ะ“ นางยกยิ้มให้ คนพวกนี้เอาแต่ขอบคุณนางไม่หยุด จนนางเหนื่อยจะห้าม”ข้ารู้แล้วๆ พวกเจ้าไปเตรียมปิดร้านเถอะ พี่ซุยถัง กับข้าวที่เป็นพวกของสด อันไหนที่เหลือก็ทำแจกจ่ายกันไปเจ้าค่ะ นำไปแบ่งปันคนอื่นๆด้วย เอาให้ทั่วถึงกัน“ วันนี้นางต้องเก็บของสดออกจากในร้านทั้งหมด ส่วนหลิวหยางนั้น ไปช่วยกันเตรียมผ้ามาคลุมไว้รอบๆกันหิมะทลักเข้ามา ยังมีบุรุษในหมู่บ้านอยู่หลายคนที่จ้างมาช่วย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจัดการส่งลูกค้าโต๊ะสุดท้ายเสร็จ นางจึงนำป้ายมาติดว่า ปิดร้านจนกว่าพายุหิมะจะผ่านพ้น“เจียวมี่ค่อยๆเดินหน่อย เจ้ารีบร้อนไปไหนกัน” หลิวหยางที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยรีบพานางกลับมาที่บ้านแต่ขอให้นางเดินช้าลงสักนิด“อย่าเป็นห่วงไปเจ้าค่ะ ข้าก็แค่อยากจัดการข้าวของในบ้านให้เรียบร้อย วันนี้จะทำสาลี่ตุ๋นรังนกด้ว
“ เจียวมี่เนื้อหมูและเนื้อวัวที่เจ้าสั่งให้ข้าหั่นแบบบาง เจ้าต้องการวันละเท่าใดก็ส่งคนมาแจ้งได้ ไม่ต้องรับไปจนหมดเอาที่เจ้าพอไหว ค่าบวกกำไรเพียงจินละห้าอีแป๊ะเท่านั้น” นี่อย่างไรที่นางบอกว่าคนในหมู่บ้านล้วนมีน้ำใจ แม้แต่การซื้อของก็บวกกำไรกับนางเพียงน้อยนิด“ ท่านป้าท่านสามารถบวกกำไรได้ตามที่ท่านเคยขายเลยเจ้าค่ะ อย่าลดให้ข้าเลยเจ้าค่ะ หากทำเช่นนั้นข้าจะรู้สึกเกรงใจ” นางไม่ต้องการเอาเปรียบแต่การเปิดร้านของนางเพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้านเท่านั้น“ เจ้าเปิดโรงน้ำชาก็เพื่อช่วยเหลืออุดหนุนสินค้าของคนในหมู่บ้าน และยังสามารถเชิญชวนหมู่บ้านข้างเคียงเข้ามาเที่ยวในหมู่บ้าน มีพื้นที่ให้คนขายของด้านหน้าอีก เช่นนั้นข้าจะเอาเปรียบเจ้าได้อย่างไร” ด้านข้างโรงน้ำชานางปล่อยพื้นที่ให้เป็นตลาดเล็กๆ เผื่อชาวบ้านนำขนมมาขาย ซึ่งต้องเป็นของที่ทางโรงน้ำชาไม่มีขาย เช่นเครื่องประดับ เสื้อผ้าที่ทอมือ ผักสด ขนม เพื่อให้มีบรรยากาศที่ครึกครื้นและน่าสนใจต่อหมู่บ้านข้างเคียง“ เช่นนั้นข้าคงต้องขอบคุณท่านป้าเจ้าค่ะ ส่วนนมวัวนั้น ค่ารับวันละหนึ่งถัง ส่งที่ร้านได้เลยเจ้าค่ะ” วัตถุดิบที่เป็นนมต้องได้ใช้ทุกวันอยู่แล้
กว่าพายุรักจะสงบลง ทั้งนางและเขาได้ตื่นเกือบเย็นตามที่นางตั้งใจไว้จริงๆ“ วันนี้ข้าจะไปคุยกับซีอันเรื่องหาคนมาทำโรงน้ำชา เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่” นั่งกินอาหารเย็นที่รวบรวมมื้อเช้าและมื้อกลางวันเข้าด้วยกันแล้ว เขาจึงตัดสินใจรีบจัดการเรื่องโรงน้ำชาทันที“ ท่านไปเถิดเจ้าค่ะ ข้ากำลังคิดว่าจะทำเมนูอะไรดี” ตอนนี้นางมีความสุขเหลือเกิน ได้แต่คิดว่าโรงน้ำชาของนางควรมีสิ่งใดบ้างที่ขายแล้วไม่เหมือนที่อื่นจึงอยากนั่งคิดไตร่ตรองดูสักนิด“ แล้วข้าจะรีบกลับมา” หลังหลิวหยางออกไปแล้วนางจึงเข้าไปสำรวจในมิติกำไล ว่าตอนนี้วัตถุดิบที่นางเอามาจากยุคเดิมมีอะไรบ้าง“ หากทำหม้อไฟขายได้ก็คงดี” นางจัดการจดลงไปในกระดาษถึงหม้อไฟร้อนที่นางชอบทำกินตอนพายุหิมะ“ ชาดอกหอมหมื่นลี้ข้ามีพอสมควร ดูท่าว่าอากาศเช่นนี้จะปลูกค่อนข้างยาก” นางเข้าไปค้นหาวัตถุดิบว่าตอนนี้ในมิติของนางนั้นมีชาชนิดใดอยู่บ้าง ก็พบว่าเป็นความโชคดี เมื่อนางเก็บชาที่ได้จากบ้านของป้าหลินที่นางเคยเข้าไปช่วยขายของไว้มากมายจนเต็มลังเกือบสิบลัง“ ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกเจี้ยวฮวา ดอกบัวพันปี ชายอดน้ำค้าง ชาดอกมะลิ ถือว่าเยอะพอควร“ เมื่อนางตรวจดูแล้วพบว่ามันมีมากม
” สีนี้คงเป็นสีที่หายากพรุ่งนี้เราเข้าไปที่ตัวอำเภอกันเถอะ ข้าคิดว่าข้ากำลังจะได้เป็นเศรษฐีนี“ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังชื่นชมความสวยงามของเม็ดไข่มุก ทั้งเขาและนางเงยหน้าขึ้นไปข้างบนก่อนจะเห็นบางสิ่ง ที่อยู่ติดกับหน้าผา” ตรงนั้นก็เป็นบ่อเงินบ่อทองของเจ้าใช่หรือไม่“รังนกนางแอ่นที่อยู่ติดบนหน้าผากว่า 500 ลังทำนางอ้าปากกว้างนั่นไม่ใช่ของหายากยิ่งกว่าทองคำหรอกหรือ “หลิวหยางท่านคิดว่าเรามีวิธีใดที่จะขึ้นไปเก็บได้บ้าง” ร่างหนาหัวเราะในลำคอแค่เห็นสายตานางแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งของตรงหน้านั้นคืออะไร แต่เมื่อเห็นความแวววาวในดวงตากลมโตก็รู้ได้ทันทีว่ามันคงมีมูลค่ามหาศาล“เช่นนั้นคงต้องทำบันไดลิง ตัดไม้ไปทำเลยก็แล้วกัน” นางใช้เวลาคุณคิดอยู่เพียงครู่ ก่อนจะหันมาบอกเขา“ข้าคิดว่าควรเก็บในภายหลังเจ้าค่ะ เอาไว้ตอนที่เราจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ ข้าจะค่อยๆทยอยมาเก็บทุกวัน แต่วันนี้ข้าจะเก็บไข่มุกไปขายก่อนท่านคิดเห็นว่าอย่างไร” เขาพยักหน้าและพร้อมตามใจนางทุกอย่าง“เอาที่เจ้าเห็นว่าสมควรเถิด” เมื่อพูดเช่นนั้นแล้วทั้งคู่จึงช่วยกันเก็บหอยขึ้นมาผ่าดูหาไข่มุก นางไม่ได้เก็บมาจนหมดแต่เก็บมาแค่เพียง 10 ตัวเท่านั้น และไ
“ห้องนอนทำเตียงยาวแบบนี้เจ้าค่ะ และเป็นเตียงอุ่นทั้งผืน” ความหนาวเหน็บมักเล่นงานตอนเวลานอนนี่แหละ หากเตียงไม่อุ่นพอ จะได้ย้ายมานอนหน้าเตาผิงอีกรอบเป็นแน่“ส่วนเตาผิง ข้าอยากทำปล่องควันใหญ่อีกหน่อย ใช้เหล็กทำเป็นตะแกร่งแบบนี้ ป้องกันหิมะเข้าได้ และทำให้มันระบายควันได้ดีเจ้าค่ะ” คราที่แล้วจุดเตาผิงยังต้องแง้มหน้าต่างให้ควันออก ทรมานยิ่งนักที่ภายในบ้านอุ่นไม่พอ“เจ้าเก่งมาก…ดีเลย ข้าจะให้ช่างทำแบบนี้ หน้าหนาวคราหน้าข้ากับเจ้ารอดแล้ว” เขามองกระดาษในมือก่อนเตรียมหาช่าง หากคราก่อนเขาไม่มัวลังเล ตอนเจอพายุหิมะเขาและนางคงไม่ต้องทรมานเมื่อได้แบบบ้านและคุยกับช่างจนเข้าใจ ช่างที่ว่าจ้างจากหมู่บ้านใกล้เคียงก็เริ่มลงมือสร้างทันที ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อชาวบ้านเห็น ต่างก็อยากทำบ้านใหม่บ้าง บางคนถึงขนาดขายทองและของมีค่าเพื่อมาทำเลยทีเดียว “พวกเจ้ากำลังคิดสิ่งใดกัน บ้านช่องยังไม่ทันผุพังก็คิดจะทุบแล้วทำใหม่ บรรพบุรุษจะกลับบ้านไม่ถูก” เสียงหนึ่งดังขึ้นในบริเวณตลาดชุมชน เมื่อเจียวมี่หันไปมองก็พบว่าเป็นแม่ค้าหมู่บ้านข้างๆคุยกับแม่หม้ายหวังคล้ายติเตียนความคิดอุปทานหมู่ของคนในหมู่บ้านสกุลหม่า“พวกข้าก็แค่
”ท่านป้าหวังฝากมาให้เจ้าค่ะ“ พูดจบนางก็เดินกลับทันที ก่อนได้ยินเสียงเด็กๆดีใจกันยกใหญ่”แบบนี้ชาวบ้านที่อยู่ก็มีกำลังใจขึ้นมาหน่อยสินะ“ นางรู้สึกสุขใจไม่น้อย อย่างน้อยๆ ชาวบ้านที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีทั้งของกินประทังชีวิตและยังมีฟืนไว้ให้ร่างกายอบอุ่น “วันนี้เหมือนจะมีแดดส่อง” ผ่านไปกว่า10วันที่หิมะกระหน่ำเทลงมาไม่หยุด ชาวบ้านที่เป็นผู้ชายล้วนช่วยกันออกมาโกยหิมะเปิดทางเดิน จนวันนี้เริ่มเห็นแสงแดดรำไร และหิมะหยุดตกตั้งแต่เมื่อคืน“เป็นสัญญาณที่ดีเจ้าค่ะ ช่วยกันโกยหิมะดีกว่า” เมื่อนางและหลิวหยางออกมาทำการโกยหิมะไปทิ้งในส่วนที่เป็นแม่น้ำ น้ำตก ลำธาร ชาวบ้านก็เริ่มออกมาช่วยกันอีกครั้งอย่างรื่นเริง เพราะผ่านช่วงเวลายากลำบากมาแล้ว เมื่อวันนี้หิมะหยุดตกและยังพอมีแสงแดดส่องลงมาก็ออกมารับแสงกันอย่างสนุกสนาน“เสียดายที่ชาวบ้านทะยอยอพยพไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงครึกครื้นกว่านี้” ไค่เฉิงเป็นอีกหนึ่งบ้านที่กำลังจะอพยพแต่เจียวมี่ห้ามไว้เสียก่อนเพราะเขามีลูกอีก3คนให้ต้องดูแล“หากพายุสงบ พวกเขาก็คงกลับมาเจ้าค่ะ” ได้ยินภรรยาไค่เฉิงพูดเช่นนั้นเจียวมี่ก็สะท้อนในอก นางเองก็ภาวนา ภาวนาให้พวกเขากลั







