Partager

02 แย่งชิงพื้นที่

last update Date de publication: 2025-08-07 22:42:18

คำพูดนั้นราวกับน้ำเย็นถังใหญ่ที่สาดใส่หน้าทุกคนจนชาไปทั้งตัว

ผู้ใหญ่บ้านสือไม่กล่าวอะไรอีก เขาหันหลังกลับและเดินจากไป ทิ้งให้เหล่าหนุ่มสาวผู้สูงศักดิ์จากเมืองใหญ่ยืนเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันโหดร้ายของตนเอง

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องโหว่ของกระท่อมเข้ามา วูบหนึ่งราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในโชคชะตา เหล่ายุวชนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บางคนเริ่มน้ำตาซึม บางคนก็ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง

และเมื่อร่างของผู้ใหญ่บ้านสือลับหายไป ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมบ้านยุวชนหลังใหม่แห่งนี้ชั่วครู่ ก่อนที่มันจะพังทลายลงด้วยเสียงโวยวายของเหล่าปัญญาชนผู้สิ้นหวัง

“สวรรค์! นี่มันที่ซุกหัวนอนของคนหรือนี่!”

“ดูฝุ่นนั่นสิ หนาเป็นนิ้ว ฉันจะนอนลงไปได้ยังไง”

ภายในกระท่อมดินขนาดใหญ่ มีเพียง¹เตียงดินที่ก่อขึ้นจากดินเหนียวเรียงรายอยู่หลายแท่น แต่ละแท่นมีสภาพแตกต่างกันไป บางแท่นอยู่มุมอับชื้น บางแท่นอยู่ใต้รอยรั่วบนหลังคาที่เห็นได้อย่างชัดเจน และมีเพียงไม่กี่แท่นที่ดูแห้งสนิทและอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด บริเวณที่ห่างจากประตูซึ่งมีลมโกรกและอยู่ลึกเข้าไปด้านใน

กฎของผู้แข็งแกร่งกว่าย่อมปรากฏผลในยามคับขัน กลุ่มหนุ่มสาวที่แข็งแรงและว่องไวกว่าต่างกรูกันเข้าไปจับจองพื้นที่ที่ดีที่สุดอย่างไม่รีรอ กลุ่มของชิงเหอก็เช่นกัน เธอและสหายอีกสองคนรีบพุ่งไปยึดครองเตียงดินที่ดูสะอาดและมั่นคงที่สุด พลางวางสัมภาระของตนลงแสดงความเป็นเจ้าของ

หลังจากที่ได้ที่นอนอันน่าพึงพอใจแล้ว ชิงเหอก็หันกลับมามองหลินเสวี่ยหรงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องด้วยสายตาหยามเหยียด เมื่อเห็นโอกาสที่จะได้เอาคืนความอัปยศบนรถไฟแล้ว

“โอ๊ย ดูสิ! ยังมีที่ว่างตรงมุมนั้นอีกที่หนึ่ง” ชิงเหอแสร้งร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงดัดจริต พลางชี้ไปยังเตียงดินที่อยู่มุมในสุด ติดกับผนังที่มีรอยแตกและคราบน้ำซึมเป็นทางยาว “ช่างเป็นทำเลทองเสียนี่กระไร”

สหายของเธอรีบกล่าวเสริมอย่างรู้งาน

“เหมาะกับคุณหนูผู้บอบบางอย่างสหายหลินนัก เผื่อร้อนจะได้มีลมโกรกให้เย็นสบายตลอดคืน” คำพูดนั้นช่างเสียดสีจนคนโง่ก็ยังฟังออก

หลินเสวี่ยหรงปรายตามองไปยังจุดที่พวกเธอชี้ ก่อนจะหันไปมองกลุ่มของชิงเหอที่กำลังส่งยิ้มเยาะมาให้ เธอไม่ได้โต้เถียงหรือแสดงความไม่พอใจใด ๆ

กลับกัน เธอทำเพียงเดินตรงไปยังมุมนั้นอย่างว่าง่าย ท่าทางนั้นทำให้ชิงเหอรู้สึกเหมือนตนเป็นฝ่ายชนะอย่างใสสะอาด

ทว่าเสวี่ยหรงก็หยุดเดิน ก่อนที่เธอจะหันกลับมา เดินตรงไปยังเตียงดินที่กลุ่มของชิงเหอยึดครองอยู่ สายตาของเธอไม่ได้มองพวกชิงเหอแม้แต่น้อย แต่กลับแหงนขึ้นมองคานไม้เก่าแก่ที่พาดอยู่เหนือศีรษะของพวกเธอ

เธอก้มลงหยิบแท่งไม้ไผ่ยาวที่วางพิงผนังอยู่ขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ยื่นปลายไม้ไผ่ขึ้นไปกระทุ้งเบา ๆ ที่คานไม้เส้นนั้น

พรึ่บ!

เศษดินและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาบนหัวของชิงเหอ และสหายราวกับหิมะถล่มย่อม ๆ ทำเอาพวกเธอร้องวี้ดว้ายกันยกใหญ่

“ว้าย!!!”

หลินเสวี่ยหรงลดไม้ไผ่ลง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ฉันไม่ได้มีความรู้เรื่องการก่อสร้างมากนัก” เธอเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เธอ “แต่เสียงคานไม้เหนือหัวพวกเธอตรงนั้น ฟังดูกลวง ๆ พิกลนะ”

หัวใจของชิงเหอและสหายกระตุกวูบ

หลินเสวี่ยหรงกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มบางเบา “ฉันตัวเบา คงไม่เป็นไรหรอก แต่น้ำหนักของพวกเธอสามสี่คนรวมกัน.. ก็ไม่แน่”

เธอทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ทุกคนขนลุกซู่ “ระวังนอน ๆ ไปแล้วจะได้สนิทกับ²พระแม่ธรณีเร็วกว่าที่คิดล่ะ”

เพียงเท่านั้น!

ใบหน้าของชิงเหอและสหายก็ซีดเผือดเป็นไก่ต้ม พวกเธอรีบแหงนมองคานไม้เหนือหัวด้วยความหวาดผวา ความคิดที่ว่ามันอาจจะถล่มลงมาทับพวกเธอจนแบนแต๊ดแต๋นั้นน่ากลัวกว่าการนอนในมุมอับชื้นเป็นร้อยเท่า

“ย..ย้าย! รีบย้ายเร็วเข้า!”

กลุ่มของชิงเหอรีบคว้าข้าวของของตนเผ่นออกจากเตียงดินนั้นราวกับหนีตาย ปล่อยให้มันว่างลงในทันที

ทว่าหลินเสวี่ยหรงกลับไม่ได้สนใจจะเข้าไปยึดครองบัลลังก์ที่ว่างเปล่านั้น เธอเพียงเดินอย่างสงบไปยังเตียงดินแท่นหนึ่งที่อยู่ถัดเข้ามา ซึ่งแม้จะไม่ใช่จุดที่ดีที่สุด แต่ก็แห้งสนิทและดูมั่นคงปลอดภัย เธอวางสัมภาระของตนลงเบา ๆ เป็นการประกาศอาณาเขตของตนโดยสมบูรณ์

ยามค่ำคืนในหมู่บ้านต้าซานนั้นเงียบสงัด มืดมิดยิ่งกว่าก้นบ่อไร้แสงจันทร์ เสียงลมหวีดหวิวนอกกระท่อมผสานกับเสียงกรน เสียงละเมอของเหล่าสหายยุวชนที่หลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย แต่สำหรับหลินเสวี่ยหรงแล้ว ค่ำคืนนี้กลับยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมนี้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก ทั้งความเครียดจากการเดินทาง อาหารที่ขาดแคลน และการที่ต้องปะทะคารมตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ศีรษะของเธอปวดร้าวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็ว ร่างกายนี้จะต้องล้มป่วยลงอย่างแน่นอน และในยุคสมัยที่ขาดแคลนยารักษาโรคแบบนี้ การเจ็บป่วยธรรมดาก็อาจหมายถึงความตายได้

‘ไม่ได้ ฉันจะมาตายอีกครั้งในสภาพที่น่าสมเพชแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด’

รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านรอยรั่วบนหลังคาลงมา

เหล่ายุวชนเริ่มทยอยตื่นขึ้นด้วยสภาพอิดโรย อวี๋ซินที่นอนอยู่ไม่ไกลสังเกตเห็นใบหน้าซีดเผือด และเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผมของหลินเสวี่ยหรง จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“สหายหลิน เธอไม่สบายเหรอ? สีหน้าของเธอตอนนี้ดูไม่ดีเลย”

หลินเสวี่ยหรงใช้หลังมือแตะหน้าผากของตนเบา ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ฉันปวดหัวนิดหน่อย” เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังอดทนต่อความเจ็บปวด “สงสัยเมื่อคืนจะโดนลมมากไปหน่อย คงต้องขอพักสักครู่”

เมื่อเห็นว่าหลินเสวี่ยหรงดูท่าจะไม่ไหวจริง ๆ ประกอบกับวีรกรรมที่เธอสร้างไว้เมื่อวาน ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวาย ทุกคนจึงทยอยกันออกไปทำธุระส่วนตัว และรอรับการมอบหมายงานจากผู้ใหญ่บ้าน ทิ้งให้หลินเสวี่ยหรงนอนพักอยู่ในกระท่อมที่ว่างเปล่าตามลำพัง

ทันทีที่แน่ใจว่าปลอดคนแล้ว หลินเสวี่ยหรงก็รีบลุกขึ้นนั่งทันที

สีหน้าอ่อนแอเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่จุดกึ่งกลางระหว่างคิ้ว..

วูบ

ความรู้สึกราวกับถูกดูดเข้าไปในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยแสงสีขาวสว่างจ้าเกิดขึ้นชั่วพริบตา เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทิวทัศน์รอบกายก็แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

จากกระท่อมดินที่มืดมิดและอับชื้น บัดนี้กลับกลายเป็นพื้นที่กว้างขวางสว่างไสวภายใต้ท้องฟ้าจำลองสีครามสดใส อากาศบริสุทธิ์ และสดชื่นจนเธอต้องสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อซึมซับความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน เบื้องหน้าของเธอคืออาณาจักรฟาร์มอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ยี่สิบห้า ของเธอ!

ชั้นวางสำหรับปลูกพืชไร้ดินเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ผักผลไม้ทุกชนิดล้วนแต่สมบูรณ์ เปล่งประกายสีสันสดใสดุจอัญมณี เสียงหึ่ง ๆ ของระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นดังคลอเบา ๆ ราวกับเสียงดนตรีขับกล่อมสวรรค์ น้ำในลำธารจำลองใสสะอาดราวกับกระจกเงา

“ในที่สุด..” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความตื้นตัน “สมบัติของฉัน แกตามฉันมาจริง ๆ ด้วย”

หลินเสวี่ยหรงไม่รอช้า เธอเดินตรงไปยังส่วนที่เป็นคลังพัสดุ และห้องทดลองขนาดเล็กที่อยู่มุมหนึ่งของมิติ บนชั้นวางเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์พืชที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม ปุ๋ยชีวภาพสูตรเข้มข้น และเครื่องมือการเกษตรล้ำสมัย แต่เป้าหมายแรกของเธอในตอนนี้คือตู้เก็บยาและอาหารเสริม

เธอเปิดตู้ออก หยิบขวดวิตามินรวมสูตรเข้มข้นออกมาหนึ่งขวด และโปรตีนบาร์ให้พลังงานสูงอีกหนึ่งแท่ง เธอแกะโปรตีนบาร์เข้าปากทันที รสชาติหวานมัน และสารอาหารที่เปี่ยมล้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายที่หิวโหย ความรู้สึกมีเรี่ยวมีแรงกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตามด้วยวิตามินรวมอีกหนึ่งเม็ดเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากภายใน

“เอาล่ะ ต่อไปนี้จะไม่มีใครมารังแกฉันได้อีก” แววตาของหลินเสวี่ยหรงทอประกายคมปลาบ

เธอใช้เวลาอีกเล็กน้อยสำรวจอาณาจักรของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจำใจต้องออกจากมิติไป เพราะไม่สามารถเสี่ยงให้ใครมาพบเห็นได้

เมื่อกลับสู่กระท่อมดินอันซอมซ่ออีกครั้ง ความรู้สึกอึดอัดก็กลับมาเยือน แต่ภายในใจของหลินเสวี่ยหรงนั้นแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง เธอทอดกายลงบนเตียงดินแข็งกระด้าง หลับตาลงอย่างสงบ แต่ในใจนั้นกำลังวางแผนการใหญ่อยู่

…

ช่วงบ่ายของวันนั้น ขณะที่คนอื่น ๆ ถูกเกณฑ์ไปทำงานในไร่นาจนเหงื่อไหลไคลย้อย หลินเสวี่ยหรงก็ค่อย ๆ ลุกจากเตียงดิน เธอเดินไปหาอวี๋ซินที่กำลังนั่งซ่อมเสื้อผ้าอยู่เงียบ ๆ

“สหายอวี๋ ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังเจือความอ่อนเพลียเล็กน้อย “การนอนอุดอู้อยู่แต่ในห้องคงไม่ดีแน่ ฉันว่าจะลองออกไปเดินเล่นในป่าแถวนี้สักหน่อย เผื่อจะหาผักหญ้าอะไรกลับมาทำอาหารเย็นได้บ้าง”

อวี๋ซินเงยหน้าขึ้น มองเธอด้วยความเป็นห่วง “แต่เธอเพิ่งจะฟื้นไข้ จะไหวเหรอ?”

“ไม่เป็นไร ฉันจะไปแค่บริเวณชายป่าเท่านั้น” หลินเสวี่ยหรงส่งยิ้มบางเบาเพื่อให้เธอสบายใจ

ชิงเหอที่นั่งพักอยู่ไม่ไกลได้ยินบทสนทนาก็แค่นเสียงหยัน

“เหอะ! ไปเดินเล่นหรือไปหลงป่ากันแน่ ระวังจะกลายเป็นอาหารเย็นให้หมาป่าเสียล่ะ!”

หลินเสวี่ยหรงทำเพียงปรายตามองเธอแวบหนึ่งราวกับมองธาตุอากาศ ก่อนจะหันไปหยิบตะกร้าสานใบเล็กแล้วเดินออกจากกระท่อมไป ทิ้งให้ชิงเหอกระทืบเท้าปึงปังด้วยความขัดใจที่เธอไม่ยอมตกหลุมพรางทางอารมณ์

เมื่อเข้าสู่เขตป่าทึบ บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนไป

แสงแดดที่สาดส่องลงมาถูกบดบังด้วยเรือนยอดของต้นไม้สูงใหญ่ บรรยากาศเย็นชื้นและเงียบสงัด มีเพียงเสียงนกและแมลงที่ดังระงมอยู่เป็นระยะ ธรรมชาติพวกนี้ช่างแตกต่างจากระบบนิเวศจำลองอันสมบูรณ์แบบในมิติของเธอโดยสิ้นเชิง

ทว่าด้วยความรู้ด้านพฤกษศาสตร์จากโลกอนาคต ป่าที่ดูรกชัฏในสายตาคนอื่น กลับกลายเป็นคลังสมบัติในสายตาของหลินเสวี่ยหรง

เธอเดินไปไม่นานก็พบต้นชิงไช่ ซึ่งเป็นผักป่ารสขมที่ชาวบ้านส่วนใหญ่มักเมิน แต่หลินเสวี่ยหรงรู้ดีว่าหากนำไปต้มให้ถูกวิธีรสขมจะหายไป และมันยังอุดมไปด้วยวิตามิน เธอจึงเก็บมันมาหนึ่งกำมือ นอกจากนี้เธอยังขุดหัวซานเย่า ซึ่งเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายขึ้นมาได้อีกจำนวนหนึ่ง

หลังจากเก็บของป่าได้พอประมาณแล้ว เธอก็เดินลึกเข้าไปยังบริเวณที่ลับตาคน เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยดีแล้ว จึงหลับตาเข้าสู่มิติของตนเอง

เธอเลือกสรรเห็ดหอมสดใหม่ดอกอวบอ้วนขนาดเท่าฝ่ามือเด็กออกมาหนึ่งกำใหญ่ เห็ดเหล่านี้มีเนื้อแน่นและส่งกลิ่นหอมเย้ายวน เป็นของดีที่ไม่มีทางจะหาพบได้ง่าย ๆ ในป่าธรรมชาติแบบนี้อย่างแน่นอน เธอนำเห็ดออกมาคลุกกับดินเล็กน้อยเพื่อให้ดูสมจริง ก่อนจะนำไปวางแอบไว้ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ แล้วจึงแสร้งทำเป็นเดินไปค้นพบมันโดยบังเอิญ

เมื่อกลับถึงบ้านยุวชนในตอนเย็น ตะกร้าของหลินเสวี่ยหรงก็สร้างความฮือฮาขึ้นมาทันที

“สวรรค์! สหายหลิน เธอไปเจอเห็ดหอมพวกนี้มาจากที่ไหนกัน!?” ชายหนุ่มคนหนึ่งร้องถามด้วยความตกตะลึง ขณะที่คนอื่น ๆ มองมาที่เธอด้วยสายตาเหลือเชื่อ

หลินเสวี่ยหรงยิ้มบาง ๆ ตอบด้วยท่าทีถ่อมตน

“ฉันเองก็โชคดีน่ะสิ พอดีมันขึ้นอยู่หลังโขดหินใหญ่ก้อนหนึ่ง แต่ไม่มีใครเห็น”

คำตอบที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่กลับน่าทึ่งยิ่งนัก การเข้าป่าเพียงครั้งแรกก็ได้ของดีกลับมามากมายแบบนี้ จะเรียกว่าโชคดีอย่างเดียวคงไม่ได้เสียแล้ว

“เหอะ! ก็แค่โชคช่วยเท่านั้นแหละ!” ชิงเหอพึมพำด้วยความอิจฉา แต่ก็ไม่สามารถหาข้อโต้แย้งใด ๆ มาหักล้างภาพตรงหน้าได้ เพราะเห็ดหอมดอกงามเหล่านั้นเป็นของจริงอย่างแน่นอน

หลินเสวี่ยหรงไม่สนใจคำแขวะของเธอ เธอยื่นตะกร้าให้กับหญิงสาวที่รับหน้าที่ทำอาหารเย็น

“ฉันเจอมันมานิดหน่อย เอาไปทำซุปบำรุงร่างกายให้ทุกคนเถอะ จะได้มีแรงทำงานในวันพรุ่งนี้”

การกระทำที่แสดงความมีน้ำใจนี้ ทำให้สายตาที่คนอื่นมองเธอยิ่งเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ความรู้สึกนับถือเริ่มเข้ามาแทนที่ความระแวงสงสัย

ค่ำคืนนั้น กลิ่นหอมของซุปเห็ดก็ลอยฟุ้งไปทั่วบ้านยุวชน เป็นมื้ออาหารที่ดีที่สุดนับตั้งแต่พวกเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านต้าซานแห่งนี้ ขณะที่ทุกคนกำลังซดซุปร้อน ๆ อย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มอันชาญฉลาดที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินเสวี่ยหรงเลยสักคน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นเศรษฐีนียุค 70   32 ภาพครอบครัวที่สมบูรณ์

    วิสัยทัศน์ของเธอทำให้ทุกคนที่ได้ฟังต้องนิ่งอึ้งไปด้วยความทึ่ง พวกเขาคิดถึงแค่เพียงปากท้องในวันนี้ แต่เธอกลับมองการณ์ไกลไปถึงอนาคตของคนรุ่นต่อไปแน่นอนว่าข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ย่อมได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ไม่นานนัก โรงเรียนหลังเก่าที่ทรุดโทรมก็ได้ถูกแทนที่ด้วยอาคารเรียนอิฐแดงสองชั้นที่แข็งแรงและสว่างไสว เด็ก ๆ ทุกคนมีโต๊ะเรียนและหนังสือเล่มใหม่ เสียงอ่านหนังสือที่ดังกังวานของพวกเขาในทุก ๆ เช้า นับเป็นเสียงอนาคตที่สดใสของหมู่บ้านต้าซานแต่การลงทุนที่สำคัญที่สุดของหลินเสวี่ยหรงนั้น คือน้องสาวสามีของเธอเอง“หลานเอ๋อร์” วันหนึ่งเธอเอ่ยขึ้นกับเว่ยเหอหลานที่บัดนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่งดงามและเฉลียวฉลาด “เธอเป็นเด็กที่ขยันหมั่นเพียร ตอนนี้ทางการได้เปิดการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้งแล้ว เธออยากจะลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองหลวงดูหรือเปล่า?”แววตาของเว่ยเหอหลานเป็นประกายขึ้นมาด้วยความหวัง แต่ก็เจือปนไปด้วยความไม่มั่นใจ“ฉัน.. ฉันจะทำได้หรือคะพี่สะใภ้? การสอบแข่งขันนั้นยากมากนะ”“ทำไมจะไม่ได้?” หลินเสวี่ยหรงกล่าวให้กำลังใจอย่างหนักแน่น “ขอแค่เธอตั้งใจจริง เรื่องตำราเรียนและค

  • ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นเศรษฐีนียุค 70   31 กำเนิดทายาท

    ความโกลาหลที่ถูกเตรียมการมาอย่างดีก็ได้เริ่มต้นขึ้น!เว่ยหลงผู้เคยตื่นตูม บัดนี้กลับมีสติและทำตามขั้นตอนที่หลี่ซินอี๋เคยซักซ้อมไว้เป็นอย่างดี เขารีบประคองภรรยาไปยังห้องนอนที่ถูกเตรียมไว้เป็นห้องคลอดโดยเฉพาะ ส่วนชุนฮวาก็รีบไปต้มน้ำและเตรียมผ้าสะอาด ในขณะที่เว่ยเหอหลานก็วิ่งหน้าตาตื่นไปตามหมอตำแยในหมู่บ้านมาเป็นผู้ช่วยเว่ยหลงถูกกันให้ออกมารออยู่หน้าห้องด้วยใจที่ร้อนรนราวกับไฟเผา เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูราวกับหนูติดจั่น ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของภรรยาดังเล็ดลอดออกมา หัวใจของเขาก็ราวกับถูกมีดกรีด เขารู้สึกไร้กำลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตภายในห้องคลอด สถานการณ์ก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน การคลอดติดขัดเล็กน้อยทำให้หมอตำแยเริ่มหน้าซีด“แย่แล้ว! เด็กไม่ยอมกลับหัว!”“ทุกคนอยู่ในความสงบ!” เสียงที่สงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของหลี่ซินอี๋ดังขึ้นมา “พี่สะใภ้ฟังฉันนะ หายใจเข้าลึก ๆ ทำตามที่ฉันบอก”แพทย์สาวผู้มีความรู้ที่ทันสมัยกว่า ใช้เทคนิคการนวดและการจัดท่าทางช่วยให้หลินเสวี่ยหรงผ่อนคลายและทำให้ทารกกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่ถูกต้องได้ในที่สุด“เบ่งอีกครั้งค่ะพี่สะใภ้! ฉันเห็นหั

  • ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นเศรษฐีนียุค 70   30 ว่าที่คุณพ่อมือใหม่

    ในการพบปะกันครั้งล่าสุดที่โรงน้ำชาผิงอัน บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองจึงได้เปลี่ยนไป มันไม่ใช่การเจรจาซื้อขายระหว่างผู้ผลิตและผู้รับซื้อ แต่เป็นการประชุมทางธุรกิจที่จริงจัง“คุณลุงคะ ขอบคุณคุณลุงเสมอมาที่คอยช่วยเหลือและให้การสนับสนุนกิจการของหมู่บ้านของฉัน” หลินเสวี่ยหรงเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ “วันนี้ฉันมีข้อเสนอทางธุรกิจที่ใหญ่กว่าเดิมมานำเสนอ”เธอได้อธิบายถึงโครงการโรงงานแปรรูปอาหาร วิสัยทัศน์ และศักยภาพในการเติบโตของตลาดให้เขาฟังอย่างละเอียด ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นสำคัญ“แต่โครงการนี้ใหญ่เกินกว่าที่หมู่บ้านของเราจะทำได้เพียงลำพัง ฉันจึงอยากจะเรียนเชิญคุณลุงมาร่วมเป็นหุ้นส่วนกับเราอย่างเป็นทางการค่ะ”พ่อค้าจ้าวผู้มีสายตาแหลมคมดุจสุนัขจิ้งจอก เมื่อได้ฟังข้อเสนอของเธอก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เขารอคอยประโยคนี้จากเธอมานานแล้ว“แม่หนู ในที่สุดเธอก็เอ่ยปากเสียที” เขากล่าวอย่างอารมณ์ดี “ว่ามาสิ เธอต้องการจะแบ่งหุ้นส่วนกันยังไง?”นี่คือช่วงเวลาที่หลินเสวี่ยหรงจะได้แสดงทักษะการเจรจาธุรกิจจากศตวรรษที่ยี่สิบห้า ของเธอออกมาอย่างเต็มที่“ทางสหกรณ์หมู่บ้านต้าซานจะรับผิดชอบในส่วนของก

  • ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นเศรษฐีนียุค 70   29 งานมงคลสมรส

    เธอเรียกประชุมทีมงานหลักอีกครั้งที่บ้านของตนเอง ในครั้งนี้มีพ่อค้าจ้าวเข้าร่วมด้วยในฐานะที่ปรึกษาด้านการตลาด“สหายทุกคนตอนนี้เรามีสินค้าที่ดีที่สุด แต่เราจะทำยังไงให้คนอื่นรู้ว่าสินค้าของเราแตกต่างและดีกว่าของคนอื่นอย่างไร?” เธอเริ่มต้นด้วยคำถามที่กระตุ้นความคิดทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ ของดีก็คือของดี จะต้องทำอะไรอีกเล่า?“เราต้องสร้างตราสินค้า หรือที่คนในเมืองใหญ่เรียกว่าแบรนด์ขึ้นมา” เธออธิบายแนวคิดที่ล้ำยุคนี้ “มันเป็นสัญลักษณ์ที่จะทำให้ทุกคนจดจำได้ว่าเห็ดที่ดีที่สุด มาจากที่ไหน”เธอเสนอแนวคิดเรื่องการออกแบบโลโก้ และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและถูกสุขลักษณะ“โลโก้ของเราจะเป็นรูปภูเขาต้าซานที่มียอดเป็นรูปเห็ดที่กำลังงอกงาม” เธอร่างภาพคร่าว ๆ ให้ทุกคนดู “ส่วนเห็ดตากแห้งของเรา แทนที่จะขายแบบกองรวมกัน เราจะนำมันมาบรรจุในถุงกระดาษที่สะอาดและปิดผนึกอย่างดี บนถุงจะมีตราสินค้าของเราพิมพ์อยู่”พ่อค้าจ้าวผู้คร่ำหวอดในวงการค้าขายมาทั้งชีวิต เมื่อได้ฟังความคิดของเธอก็ถึงกับตาโตเป็นประกาย“แม่หนู! เธอช่างเป็นอัจฉริยะ! ฉันค้าขายมาทั้งชีวิต ยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน!” เขากล่าวด้วยความต

  • ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นเศรษฐีนียุค 70   28 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

    ‘บ้านหลังนี้เคยเป็นทั้งกรงทองและขุมนรกของฉัน’ เธอคิดในใจ ‘แต่วันนี้ มันจะเป็นเพียงเวทีสำหรับละครฉากสุดท้ายเท่านั้น’เว่ยหลงเป็นผู้ที่เคาะประตูเมื่อประตูเปิดออก หญิงรับใช้ผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เธอมองหลินเสวี่ยหรงด้วยความตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปรายงานนายหญิงของตนไม่นานนัก ร่างของแม่เลี้ยงก็รีบวิ่งออกมาด้วยท่าทีที่เสแสร้ง “ใครมา อ๊ะ! หรงเอ๋อร์!” เธอทำท่าจะโผเข้ามาสวมกอดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจอมปลอม “เธอกลับมาแล้ว! ในที่สุดเธอก็กลับมาช่วยแม่กับน้อง!”แต่เธอก็ต้องชะงักงัน เมื่อได้เห็นหลินเสวี่ยหรงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเด็กสาวที่เคยผอมแห้งและมีแววตาหวาดกลัวอยู่เสมอ บัดนี้กลับกลายเป็นสตรีที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แม้เธอจะสวมเพียงเสื้อผ้าผ้าฝ้ายธรรมดา ๆ แต่มันกลับดูดีและสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณของเธอเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล และที่สำคัญที่สุดคือดวงตาของเธอ มันไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเย็นชาและเฉยเมยที่มองมายังเธอราวกับเป็นเพียงคนแปลกหน้าและที่ข้างกายของเธอยังมีบุรุษร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบทหารยืนค้ำตระหง่านอยู่ แววตาของเขาคมกริบและเย็นชา

  • ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นเศรษฐีนียุค 70   27 จดหมายจากเมืองใหญ่

    “มันหนีไปแล้ว! รีบจับมันไว้!”เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับที่ชาวบ้านกรูกันไล่ตามไปทันที การวิ่งหนีของเขานั้นคือคำสารภาพที่ชัดเจนที่สุดทว่าคนขี้ขลาดที่ตื่นตระหนกจนเสียสติจะไปสู้แรงของเหล่าเกษตรกรที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต และทหารผู้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีได้ยังไง?เพียงไม่นาน เว่ยหลงก็วิ่งตามไปทันและใช้เท้าเตะเข้าที่ข้อพับของหลี่กังจนเขาล้มหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น ชาวบ้านคนอื่น ๆ รีบกรูกันเข้าไปจับตัวเขาไว้แล้วใช้เชือกมัดอย่างแน่นหนา“ปล่อยฉัน! ปล่อยฉัน!” เขาดิ้นรนอย่างน่าสมเพชชาวบ้านลากตัวหลี่กังกลับมาที่ลานหมู่บ้าน ท่ามกลางสายตาที่เคียดแค้นของทุกคนที่เขาพยายามจะทำร้าย“สารภาพมา! ทำไมนายถึงได้กล้าทำเรื่องเลวทรามแบบนี้?!” ผู้ใหญ่บ้านสือตวาดถามเมื่อจนมุมอย่างสิ้นเชิงแล้ว ความกล้าทั้งหมดของหลี่กังก็มลายหายไป เหลือไว้เพียงความหวาดกลัว“ฉะ ฉันผิดไปแล้ว! ได้โปรดไว้ชีวิตฉันด้วย!” เขาร้องไห้ฟูมฟายน้ำมูกน้ำตาไหล “ฉันแค่อิจฉา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าใคร ฉันแค่.. ฉันแค่อยากจะสั่งสอนนังหลินเสวี่ยหรงเท่านั้น!”แม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาก็ยังคงพยายามจะป้ายความผิดให้ผู้อื่นขณะนั้นเอง หลินเสวี่ยหรงก็ได้เดิ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status