ANMELDENมาถึงตอนนี้ ลลิตาก็จับสังเกตได้หลายๆ เรื่องแล้ว ข้อแรกคือที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทย ข้อสอง ตอนนี้ไม่ใช่ยุค 2025 แต่เป็นจีนยุคโบราณช่วงราชวงศ์ไหนสักราชวงศ์ เด็กโข่งไม่เก่งประวัติศาสตร์ได้แต่น้ำตาตกใน ไม่เข้าใจว่าหนีแผ่นดินไหวอยู่ดีๆ ทำไมถึงโผล่มาที่นี่ได้
หรือว่าเราตายไปแล้ว?
ลลิตาก้มดูสำรวจตัวเอง จับเนื้อจับตัวก็พบว่าไม่มีอะไรบุบสลาย เหมือนมาโผล่ที่นี่แบบดื้อๆ ไม่มีสัญญาณบ่งชี้อะไรสักนิด
“เอ่อ... ฉันชื่อลลิตาค่ะ ไม่ทราบว่า...”
“นางพูดอะไร ฟังไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
“นั่นสิ โถ…เด็กน้อย ดูสิ ตากลมแป๋วเชียว~” เสียงหวานยานคางดังขึ้นจากหญิงสาวที่ดูอายุมากกว่าคนอื่น
“นางพูดภาษาเราไม่ได้สินะ?” อีกคนลองเอ่ยช้าๆ พลางแตะคางตัวเองครุ่นคิด ลลิตากะพริบตาปริบๆ พยายามจับความหมายจากภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่สิ่งเดียวที่เธอเข้าใจคือทุกคนไม่ได้คิดร้ายกับเธอ ออกจะตื่นเต้นเพราะนานๆ ทีหอหยกเขียวจะมีเรื่องน่าสนุก
“ขนาดตัวเองชื่ออะไร ยังตอบไม่ได้เลย”
“เอ๊ะ หรือว่านางเสียความทรงจำ”
“เจ้าก็พูดไป นางแค่ไม่เข้าใจที่เราพูดเท่านั้นเอง”
"เจ้าเข้าใจที่พวกข้าพูดหรือไม่?" เหม่ยเหม่ยโน้มตัวเข้าไปใกล้พลางลองถาม แต่ลลิตาเพียงกระพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง
"ดูท่าจะไม่เข้าใจเลย" เซียงฮวาผู้เป็นคณิกาตัวเด่นที่สุดของหอ หัวเราะเบาๆ นางนั่งไขว่ห้างพลางใช้พัดเคาะลงบนฝ่ามือตนเอง "เอาอย่างนี้แล้วกัน ตั้งชื่อให้เจ้าก่อนดีหรือไม่? จะได้เรียกขานกันง่ายขึ้น"
"ใช่ๆ เรียกแต่ 'นางคนนั้น' หรือ 'เจ้าเด็กใหม่' ก็ดูใจร้ายไปหน่อย" เหม่ยเหม่ยพยักหน้าหงึกๆ อย่างเห็นด้วย นางเหลือบมองหญิงสาวที่ยังคงกะพริบตาอย่างงุนงงแล้วเอียงคอครุ่นคิด "เจ้าเป็นคนแปลกหน้าที่โผล่มาในหอนางโลมของพวกเรา งั้นข้าขอตั้งชื่อว่า 'เสี่ยวมี่' ดีหรือไม่? หมายถึงเด็กหลงทางน่ะ!"
“ไม่เอา น้องสาวช่างบอบบาง น่ารักแบบนี้ เรียกว่าหยางเสวี่ยดีไหม? (หิมะอ่อนโยน)”
“ไม่ดี ๆ นางน่ารักขนาดนี้ ต้องชื่อเสี่ยวเป่า (สมบัติน้อย) ต่างหาก!”
“พวกเจ้าคิดอะไรอยู่? ชื่อนั่นมันเหมือนหมาน้อยเลยนะ!” ซิงซิงแค่นเสียงพลางเบะปาก "ข้าว่านางดูเหมือนลูกแมวหลงทางมากกว่านะ เรียก 'เสี่ยวเหมียว' ดีไหม?"
"เหมียวพี่เจ้าสิ!" เหม่ยเหม่ยหัวเราะแล้วตีแขนซิงซิงเบาๆ
“ถ้างั้น…ลี่เซียง (หอมงาม) ล่ะ? หรือไป๋หนิง (ขาวบริสุทธิ์) ดี?”
เสียงเสนอชื่อต่างๆ ดังเซ็งแซ่ ลลิตาหันมองซ้ายทีขวาที พยายามทำความเข้าใจ พยายามบอกชื่อตัวเองว่าชื่อลลิตา แต่เพียงครู่เดียวก็หูอื้อตาลาย พวกพี่สาวพูดรัวเร็ว แย่งกันพูดแถมพูดกันคนละสำเนียง ยิ่งฟังยิ่งมึนเหลือเกิน!
แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นกลางวง
“หลันลี่ฮวา (บุปผางามดุจกล้วยไม้) เป็นอย่างไร?”
ลลิตาเงยหน้าขึ้น หันไปโดยไม่รู้เหตุผล ดวงตาเป็นประกายก่อนหันไปยิ้มกว้างให้ทุกคน "โอ๊ะ ดูเหมือนเจ้าจะชอบชื่อนี้นะ!" เหม่ยเหม่ยอุทาน
"ลี่ฮวา? เจ้าชอบชื่อนี้หรือ?" เซียงฮวาถามพลางยิ้มอ่อนโยน
ลลิตาพยักหน้าหงึกๆ อย่างกระตือรือร้น ชื่อนี้ใกล้เคียงกับชื่อลลิตาที่สุดแล้ว ใบหน้าของลลิตาประดับด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ที่ข้างแก้ม คณิกาทั้งหลายเมื่อเห็นก็พลันหลุดหัวเราะกันยกใหญ่
“โอ๊ะ! ดูสิ นางยิ้มให้ชื่อนี้ล่ะ!”
“แปลว่าเจ้าชอบสินะ? ต่อไปนี้ เจ้าก็ชื่อ หลันลี่ฮวา นะ!”
หญิงสาวทั้งหลายพากันหัวเราะขบขัน ก่อนเข้ามารุมล้อมราวกับเจอของเล่นถูกใจ บางคนดึงมือเธอไปจับแก้มเบาๆ บางคนจับแขนเขย่าไปมา
“เด็กดี นับจากนี้ไปเจ้าคือหลันลี่ฮวาของพวกพี่ๆ แล้ว!”
บทที่ 9 คุณลูกค้า หลังจากคืนแรกที่เธอกลายเป็นคณิกาแบบเต็มตัว เซียวอ๋องก็ทรงมาขย่มเธอทุกคืนเลย อย่างวันนี้พระองค์ก็มาตั้งแต่ช่วงบ่าย ร้านเสริมสวยของเธอโดนสั่งปิดกระทันหัน ลูกค้าหนีกระเจิง แง… “ลี่ฮวา” เซียวอ๋องขึ้นชื่อว่าดุและเข้มงวด พวกสาวๆ ส่วนใหญ่ออกจะหวาดเกรงพระองค์ด้วยซ้ำไป พอเห็นเจ้าของห้องมา พวกสาวๆ ก็รีบเผ่นออกจากห้อง ลลิตายังไม่ทันได้เก็บค่าเสริมสวยเลย “ท่านอ๋องอ่า! มีธุระอะไรหรือเพคะ” “ข้าต้องมีธุระเท่านั้นถึงจะมาหาเจ้าได้รึ” “ไม่ใช่อย่างนั้น..
สวบบบ...“ใจร้าย ไหนว่าจะขอก่อนไง” ลลิตากลั้นเสียงร้องกระเส่า ร่างกายเสียดเสียวเหมือนกำลังวูบดิ่งลงสู่ก้นเหว ความร้อนไหลทะลักเข้ามาจนเอ่อล้น พุ่งพล่านเหมือนจะระเบิด“สุดยอดไปเลย รูแน่นดูดหนุบหนับเลย”“ซี้ดด อา… ไม่เอานะ ฮือๆ” ลลิตาสะอื้นเสียว กลีบสาวแบะอ้าฉ่ำเยิ้ม ร่างกำยำค่อยๆ ส่งลำหอกแข็งเครียดนั้นดันเข้าไปในรูอ่อนหวานแสนตอดรัด ทรงหอบหายใจกระเส่า ชีพจรเต้นแรงไม่มียั้ง“อ๊ะ อ๊า... ค่อยๆ ดันเข้าไปนะ มันใหญ่มากเลย อย่าเพิ่งเด้านะเพคะ”ลลิตาร้องกระเส่า อ้ากลีบให้พระองค์ปี้ เซียวอ๋องขยับสะโพกถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะกระแทกเอวสุดแรง ดันลำหอกทะลวงเข้าไปในรูคับแน่น“อา... เจ้าตอดเสียวมากเลย ตอดแรงมาก”ทั้งคู่เชื่อมต่อร่างกายกันอย่างเมามันส์ น้ำหวานแสนบริสุทธิ์หยาดเยิ้มรูแฉะฉ่ำ แท่งมังกรอวบยาวอัดแช่ครู่หนึ่งให้ลลิตาปรับตัวพร้อมแล้ว พระองค์ก็เริ่มโยกเคลื่อนเชื่องช้า เดินหน้าถอยกลับจนหลุดรู จากนั้นก็ดันเข้าไปใหม่ กลีบเนื้อสาวสีชมพูเยิ้มโอบรัดแนบแน่นจนกลีบปลิ้น ลลิตาเสียวจนหน้าเบี้ย
“งื้ออ...”ยิ่งลลิตาดื้อดึง ก็ยิ่งทำให้พระองค์อยากจะแกล้ง เซียวอ๋องแลบลิ้นเลียริมฝีปากพลางจรดปากลงมาดูด“อ๊ะ อูยย... อะ...อย่านะ”จ๊วบบบ...อุ้งปากร้อนๆ บรรจงดูดหัวนมสีชมพูเป็นกระเปาะ ลลิตาสะท้านเฮือก ไหล่กระตุกไหว สองเต้าวาววับหยาดชุ่มเพราะโดนดูดบ๊วบสลับไปมาซ้ายขวา เธอหมดเรี่ยวแรงขัดขืน ทำได้แค่นอนหอบหายใจระทวย ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพระองค์ขยับเข้ามาถ่างเรียวขาออกกว้างแล้วขยับเข้ามาพร้อมสอดใส่“อย่า...”ม่านโปร่งบางถูกเปิดออก เช่นเดียวกับนิ้วแกร่งเปิดรูฉ่ำหวานทักทายกับนิ้วดังแจะๆ เซียวอ๋องชักนิ้วเข้าออกสองสามครั้งให้พอน้ำหวานฉ่ำออก และแล้วหัวลึงค์ก็สอดเข้ามา ดุนดันแยงรูแน่นหนึบพอรู้รสแล้วถอยห่าง“อูวว แน่นมากเลย” เซียวอ๋องกระซิบ “เงยหน้าขึ้นสิ ทุกคนต่างมองเจ้าเฉิดฉายอยู่นะ”“ไม่เอา ไม่เอานะ”“ซี้ดด... อา...”ริมฝีปากของลลิตาสั่นระริก รู้ว่าควรจะขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และแล้วท่อนลึงค์อวบยักษ์ก็สอดเข้ามา ถูไถร่องกลีบ“อ๊
“ซี้ดด... อา”เรียวลิ้นตวัดสัมผัสเม็ดเสียว เขี่ยวนไปรอบๆ จนชูชัน ลลิตาแอ่นสะโพกขึ้นๆ ลงๆ ริมฝีปากครางกระเส่า สองขาอ้ากว้างขณะที่ลิ้นเปียกชื้นนั้นสอดแยงแจะ... แจะ... จ๊วบบบ“อ๊ะ อ๊าๆๆๆ”เธอแฉะเยิ้ม สองขาถูกดันให้ยกลอยขึ้นชิดทรวงอก กลีบสาวแบะอ้า รู้สึกถึงน้ำหนักที่โถมทับลงมาเสียดสี ลลิตาอึกอัก พยายามข่มเสียงครวญครางแต่ไม่ไหว ได้ยินแค่เสียงหอบครางและเสียงเหนอะหนะลามก ด้านนอกม่านโปร่งนั้นมีคนมากมายมองอยู่“ย...อย่า พอแล้วเพคะ”แรงดูดเลีย บดเบียดเสียดสีเม็ดเสียวชูชันฉุดให้ร่างกายตอบสนอง ลลิตาครางระริก ขยับสะโพกดันกลับไปอย่างซาบซ่าน“อะ อา อูยย.. อืออ...”จังหวะบดแนบยิ่งร้อนแรงขึ้น หนักขึ้น ลลิตากระตุกเร่าๆ เธอกระตุกเฮือกไปทั้งตัว รสเสียวซ่านรุนแรงอาบล้นทุกครั้งที่ปลายลิ้นแข็งแรงนั่นกระดิกถี่ ลลิตาร้องครวญคราง สองมือจับต้นขาของตัวเองไว้ แหกอ้ากว้างๆ ให้ท่านอ๋องผู้มีอุปการะคุณลงลิ้นอยู่ตรงที่ริมหน้าต่างนั่นแหละ“ซี้ดด... อูยย... อ๊ะ อ๊าๆ เสียวจัง
ลลิตางานยุ่งทุกวัน แต่ก็ใช่ว่าจะรอดจากคำสั่งของแม่เล้า เพราะยิ่งมีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่าเซียวอ๋องผู้เย็นชาถึงกับจ่ายเงินซื้อห้องหรูล่วงหน้าถึงหนึ่งปี ผู้คนก็ยิ่งอยากจะเห็นหน้าแม่นางหลันลี่ฮวาว่าจะงามโฉมสักแค่ไหนดังนั้นแล้วลลิตาจึงต้องแต่งตัวออกรับแขกเหมือนเดิม เฮ้อ...คราวนี้แม่เล้าให้เธอนั่งเฉยๆ หลังม่านโปร่งบาง ลลิตาหลับสัปหงก นั่งเลื้อยดูยั่วยวน ยิ่งทำให้แขกกลัดมันทั้งหลายคร่ำครวญโหยหา อยากจะยลโฉมนางงามดูสักครากระทั่งม่านโปร่งถูกรวบเปิด!ลลิตากำลังนั่งย้วย น้ำลายไหลย้อย เธอปรือตาขึ้นมานิดนึงก่อนจะหาวหวอด แต่พอนึกขึ้นได้ก็รีบขยับตัวให้นั่งดีๆ แต่เซียวอ๋องกลับกดไหล่เธอไว้“นั่งแบบนั้นแหละ”แม้จะมีม่านโปร่งพรางสายตา แต่ผู้คนต่างก็พอมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เซียวอ๋องเสด็จมาที่หอหยกเขียวทุกคืนและเสพสมนางคณิกาคนโปรด ลลิตาหน้าแดงก่ำ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ชินเสียที“ท...ท่านอ๋อง คืนนี้ก็ด้วยหรือเพคะ”“แน่นอน”ลลิตากึ่งนั่งกึ่งนอนให้พระองค์ลูบไล้ตามเนื้อตัว โดยเฉพาะตรงจะงอยหัวนมที่ถูกบีบคลึง หมุน
เช้าวันถัดมา ห้องพักสุดหรูของหอหยกเขียวก็คราคร่ำไปด้วยช่างไม้ที่แห่แหนกันมาทำงานแบบมืดฟ้ามัวดิน“อ้าวเฮ้ย! เบาๆ หน่อยน้า นั่นกระจกของแม่นาง! ระวังแตกเดี๋ยวท่านอ๋องได้หักค่าแรงพวกเจ้าพอดี!”เสียงตะโกนวุ่นวายดังขึ้นตั้งแต่ยามเช้า ช่างไม้จากสำนักฝีมือเลื่องชื่อแห่งเมืองหลวงทยอยขนของเข้ามาทีละชิ้น ช่างคนหนึ่งงุ่นง่านวัดขนาดผนัง ส่วนลูกมือก็แบกโต๊ะเครื่องแป้งกระจกทองเหลืองบานใหญ่เดินเบียดกับบ่าวในหอที่ยืนอ้าปากค้างมุงดูด้วยความตื่นตะลึงลลิตายืนกอดอกอยู่กลางห้อง ยิ้มหน้าบาน“วางโต๊ะตรงนี้เจ้าค่ะ แล้วก็เอากระจกบานนั้นติดผนังฝั่งซ้าย ให้สะท้อนแสงธรรมชาติช่วงเช้าได้นะ ส่วนตรงมุมนั้น ทำชั้นวางขวดครีมเรียงเป็นชั้นเลยเจ้าค่ะ… ขอลิ้นชักกับชั้นเก็บของมากหน่อย!”“ขอรับๆ แม่นางท่านนี่...มีหัวคิดมากแท้…”ไม่นานนักห้องพักสุดหรูแห่งหอหยกเขียวก็ถูกแปลงโฉมอย่างสมบูรณ์มุมหนึ่งกลายเป็นโต๊ะเครื่องแป้งสุดอลังการ มีเก้าอี้บุผ้านุ่มสำหรับลูกค้าสาวๆ อีกมุมเป็น “โซนขัดผิว” ที่มีม่านผ้าโ







