Share

บทนำ 2

มาถึงตอนนี้ ลลิตาก็จับสังเกตได้หลายๆ เรื่องแล้ว ข้อแรกคือที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทย ข้อสอง ตอนนี้ไม่ใช่ยุค 2026 แต่เป็นจีนยุคโบราณช่วงราชวงศ์ไหนสักราชวงศ์ เด็กโข่งไม่เก่งประวัติศาสตร์ได้แต่น้ำตาตกใน ไม่เข้าใจว่าหนีแผ่นดินไหวอยู่ดีๆ ทำไมถึงโผล่มาที่นี่ได้

หรือว่าเราตายไปแล้ว?

ลลิตาก้มดูสำรวจตัวเอง จับเนื้อจับตัวก็พบว่าไม่มีอะไรบุบสลาย เหมือนมาโผล่ที่นี่แบบดื้อๆ ไม่มีสัญญาณบ่งชี้อะไรสักนิด

“เอ่อ... ฉันชื่อลลิตาค่ะ ไม่ทราบว่า...”

“นางพูดอะไร ฟังไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

“นั่นสิ โถ…เด็กน้อย ดูสิ ตากลมแป๋วเชียว~” เสียงหวานยานคางดังขึ้นจากหญิงสาวที่ดูอายุมากกว่าคนอื่น

“นางพูดภาษาเราไม่ได้สินะ?” อีกคนลองเอ่ยช้าๆ พลางแตะคางตัวเองครุ่นคิด ลลิตากะพริบตาปริบๆ พยายามจับความหมายจากภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่สิ่งเดียวที่เธอเข้าใจคือทุกคนไม่ได้คิดร้ายกับเธอ ออกจะตื่นเต้นเพราะนานๆ ทีหอหยกเขียวจะมีเรื่องน่าสนุก

“ขนาดตัวเองชื่ออะไร ยังตอบไม่ได้เลย”

“เอ๊ะ หรือว่านางเสียความทรงจำ”

“เจ้าก็พูดไป นางแค่ไม่เข้าใจที่เราพูดเท่านั้นเอง”

"เจ้าเข้าใจที่พวกข้าพูดหรือไม่?" เหม่ยเหม่ยโน้มตัวเข้าไปใกล้พลางลองถาม แต่ลลิตาเพียงกระพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง

"ดูท่าจะไม่เข้าใจเลย" เซียงฮวาผู้เป็นคณิกาตัวเด่นที่สุดของหอ หัวเราะเบาๆ นางนั่งไขว่ห้างพลางใช้พัดเคาะลงบนฝ่ามือตนเอง "เอาอย่างนี้แล้วกัน ตั้งชื่อให้เจ้าก่อนดีหรือไม่? จะได้เรียกขานกันง่ายขึ้น"

"ใช่ๆ เรียกแต่ 'นางคนนั้น' หรือ 'เจ้าเด็กใหม่' ก็ดูใจร้ายไปหน่อย" เหม่ยเหม่ยพยักหน้าหงึกๆ อย่างเห็นด้วย นางเหลือบมองหญิงสาวที่ยังคงกะพริบตาอย่างงุนงงแล้วเอียงคอครุ่นคิด "เจ้าเป็นคนแปลกหน้าที่โผล่มาในหอนางโลมของพวกเรา งั้นข้าขอตั้งชื่อว่า 'เสี่ยวมี่' ดีหรือไม่? หมายถึงเด็กหลงทางน่ะ!"

“ไม่เอา น้องสาวช่างบอบบาง น่ารักแบบนี้ เรียกว่าหยางเสวี่ยดีไหม? (หิมะอ่อนโยน)”

“ไม่ดี ๆ นางน่ารักขนาดนี้ ต้องชื่อเสี่ยวเป่า (สมบัติน้อย) ต่างหาก!”

“พวกเจ้าคิดอะไรอยู่? ชื่อนั่นมันเหมือนหมาน้อยเลยนะ!” ซิงซิงแค่นเสียงพลางเบะปาก "ข้าว่านางดูเหมือนลูกแมวหลงทางมากกว่านะ เรียก 'เสี่ยวเหมียว' ดีไหม?"

"เหมียวพี่เจ้าสิ!" เหม่ยเหม่ยหัวเราะแล้วตีแขนซิงซิงเบาๆ

“ถ้างั้น…ลี่เซียง (หอมงาม) ล่ะ? หรือไป๋หนิง (ขาวบริสุทธิ์) ดี?”

เสียงเสนอชื่อต่างๆ ดังเซ็งแซ่ ลลิตาหันมองซ้ายทีขวาที พยายามทำความเข้าใจ พยายามบอกชื่อตัวเองว่าชื่อลลิตา แต่เพียงครู่เดียวก็หูอื้อตาลาย พวกพี่สาวพูดรัวเร็ว แย่งกันพูดแถมพูดกันคนละสำเนียง ยิ่งฟังยิ่งมึนเหลือเกิน!

แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นกลางวง

“หลันลี่ฮวา (บุปผางามดุจกล้วยไม้) เป็นอย่างไร?”

ลลิตาเงยหน้าขึ้น หันไปโดยไม่รู้เหตุผล ดวงตาเป็นประกายก่อนหันไปยิ้มกว้างให้ทุกคน "โอ๊ะ ดูเหมือนเจ้าจะชอบชื่อนี้นะ!" เหม่ยเหม่ยอุทาน

"ลี่ฮวา? เจ้าชอบชื่อนี้หรือ?" เซียงฮวาถามพลางยิ้มอ่อนโยน

ลลิตาพยักหน้าหงึกๆ อย่างกระตือรือร้น ชื่อนี้ใกล้เคียงกับชื่อลลิตาที่สุดแล้ว ใบหน้าของลลิตาประดับด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ที่ข้างแก้ม คณิกาทั้งหลายเมื่อเห็นก็พลันหลุดหัวเราะกันยกใหญ่

“โอ๊ะ! ดูสิ นางยิ้มให้ชื่อนี้ล่ะ!”

“แปลว่าเจ้าชอบสินะ? ต่อไปนี้ เจ้าก็ชื่อ หลันลี่ฮวา นะ!”

หญิงสาวทั้งหลายพากันหัวเราะขบขัน ก่อนเข้ามารุมล้อมราวกับเจอของเล่นถูกใจ บางคนดึงมือเธอไปจับแก้มเบาๆ บางคนจับแขนเขย่าไปมา

“เด็กดี นับจากนี้ไปเจ้าคือหลันลี่ฮวาของพวกพี่ๆ แล้ว!”

“มอมแมมเหลือเกิน หาเสื้อผ้าให้นางใหม่ดีกว่า ในตู้ของข้ายังพอมีชุดอยู่ มันคับแล้ว เอาให้นางไปก็แล้วกัน”

หลังจากตั้งชื่อเรียบร้อย พี่สาวทั้งหลายก็พากันช่วยหาชุดใหม่ให้ลลิตา... เอ่อ ไม่สิ ต้องเรียกว่าหลันลี่ฮวาแล้ว หญิงสาวร่างสูงโปร่งหยิบเสื้อแพรบางๆ สีตุ่นๆ ออกมาแล้วเลิกคิ้ว “ตัวนี้ดีไหม?”

“ไม่ได้! ดูผิวขาว ๆ ของนางสิ ใส่แล้วซีดไปหมด”

“ถ้างั้นตัวนี้ล่ะ?” อีกคนยื่นเสื้อสีฟ้าอ่อนปักลายดอกบัวให้

“พอได้นะ แต่ข้าคิดว่าเสื้อสีเขียวมรกตจะขับผิวมากกว่า!”

หลันลี่ฮวาถูกดึงไปดึงมา ปล่อยให้พวกพี่ๆ ช่วยกันเลือกเสื้อผ้าให้ เธอพยายามจะปฏิเสธ แต่พูดอะไรไปก็ไม่มีใครเข้าใจอยู่ดี

ชีวิตที่ไม่มีภาษานี่มันลำบากจริง ๆ!

ไม่นานนัก เสื้อผ้ามากมายถูกนำมากองอยู่ตรงหน้า แต่ละชุดดูหรูหรากว่าที่ลลิตาเคยแตะต้อง เสื้อผ้าในยุคนี้มีชั้นซ้อนซับกว่าเสื้อกับกางเกงของเธอมาก

"เจ้าสวมชุดพวกนี้เองได้หรือไม่?" เหม่ยเหม่ยลองถาม ผายมือคะยั้นคะยอ

ลลิตากะพริบตาปริบๆ มองดูแขนเสื้อกว้างแล้วหันไปมองเสื้อคลุมยาว พยายามทำความเข้าใจว่าต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน แต่มันซับซ้อนจนสุดท้าย ลลิตาพยายามลองสวม ดึงสายตรงนั้นผูกตรงนี้ สุดท้ายได้แต่ยิ้มแหยๆ และส่ายหน้าช้าๆ เพื่อบอกว่าใส่ไม่เป็น

"ข้าเดาไว้แล้วว่าเจ้าคงทำเองไม่ได้ ฮ่าๆ มาเถอะ พวกเราจะช่วยแต่งตัวให้เจ้าเอง" เซียงฮวาหัวเราะแล้วดึงนางให้ยืนขึ้น

เหล่านางคณิกาช่วยกันจับแขนนาง ลากไปที่หน้ากระจกทองเหลือง ก่อนจะช่วยกันผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลลิตา เธอรู้สึกเหมือนตุ๊กตากระดาษที่ถูกจับแต่งตัว ด้านหนึ่งก็เขินอายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก ได้แต่ปล่อยให้พวกนางจัดการกันไป

ซิงซิงยืนกอดอกพลางมองด้วยสายตาเย้ย ๆ "แม้แต่ใส่เสื้อผ้ายังทำไม่ได้ นี่เจ้ามาจากบ้านนอกแห่งหนไหนกันแน่?"

"ซิงซิง อย่าไปว่านางเลย ดูสิ นางเหมือนกระต่ายตื่นตูมไปหมดแล้ว" เซียงฮวาปรามก่อนจะยิ้มปลอบโยนให้ลลิตา "ไม่ต้องกังวลนะลี่ฮวา อยู่ที่นี่เดี๋ยวเจ้าก็จะเรียนรู้ได้เอง พวกเราอยู่กันเหมือนพี่น้อง ไม่มีใครทิ้งใครหรอก"

น้ำเสียงอ่อนโยนของเซียงฮวาทำให้ลลิตารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด แม้ว่านางจะยังฟังภาษาไม่ได้ทั้งหมด แต่ความอ่อนโยนของหญิงสาวตรงหน้าก็ทำให้นางรู้สึกว่าอย่างน้อย เธอก็ยังไม่โดดเดี่ยวเสียทีเดียว

ระหว่างที่กำลังแต่งตัวให้ แม่เล้าก็ให้เด็กมาตามพี่สาวแสนสวยไปรับแขกทีละคน สองคน ลลิตามองตามหลังไปเห็นลูกค้าท่าทางกลัดมันโอบเอวลูบคลำเนื้อตัวพวกนาง ลลิตาก็เริ่มปะติดปะต่อได้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหน ก็จะมีสักกี่แห่งเล่าที่มีสาวๆ แต่งตัวแทบเปลือยเปล่ารวมตัวกันอยู่มากมายแบบนี้

อา... นางเอกเรื่องอื่นทะลุมิติเข้าวัง ไม่ก็ทะลุมิติมาเจอพระเอกหล่อๆ แต่ชะตาของหนูทะลุมิติมาอยู่ซ่อง วาสนาของเราจริงๆ

หลังจากเลือกชุดเสร็จแล้ว คณิกาผมสีน้ำตาลเข้มที่ชื่อเหม่ยเหม่ยก็ตักข้าวให้กิน ก่อนออกเสียงช้า ๆ

“หมี่ฟ่าน ข้าว”

หลันลี่ฮวากะพริบตาปริบๆ มองพี่สาวอีกคนที่ถือเหยือกน้ำขึ้นมา

“สุ่ย น้ำ”

อ๋อ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทุกคนพยายามสอนภาษาให้!

“อี้…เอ้อ…ซาน…” พี่สาวหุ่นอวบอั๋นที่ชื่อเซียงฮวาพยายามชูนิ้วทีละนิ้ว “หนึ่ง…สอง…สาม…”

ลลิตาอ้าปากพยายามออกเสียงตาม “อี้…เอ๋อ…ซาม…?”

“ฮ่าๆๆ นางพูดผิดไปหมดแล้ว!”

เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง แต่ไม่มีใครรังเกียจหรือเยาะเย้ย กลับพากันยิ้มอย่างเอ็นดู พร้อมลูบศีรษะเธอเบาๆ

หลันลี่ฮวาแม้จะยังสับสนกับสถานการณ์ทั้งหมด แต่ก็พยายามเรียนรู้ ค่อยๆ ปรับตัว พอกินข้าวอิ่มแล้วก็เริ่มมีแรงฮึด จะอยู่วังหรืออยู่ซ่อง ถ้าใจเราเบิร์นนิ่งก็ไม่มีอะไรต้องกลัว สู้ว้อย!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 3 [จบ]

    หลายเดือนต่อมา ข่าวลือเรื่องการหายตัวไปของจางถิงถิง ธิดาคนเล็กแห่งตระกูลจางก็เริ่มซาลงไป แต่แล้ว... เมืองหลวงก็ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยข่าวที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าขบวนสมบัติอันวิจิตรตระการตาเคลื่อนผ่านถนนสายหลักมุ่งหน้าสู่จวนตระกูลจาง ขบวนสมบัตินั้นนับมากองจนล้นหน้าจวน ทั้งผ้าไหมหายาก ทองคำแท่ง เครื่องประดับล้ำค่า และเครื่องเรือนแกะสลักอย่างประณีต ผู้คนในเมืองหลวงต่างฮือฮา ต่างสงสัยว่าใครกันที่กล้าทุ่มเททรัพย์สมบัติมากมายเพียงนี้รถม้าหรูหราที่สุดหยุดลงหน้าประตูจวน ท่านเสวียนหย่ง บุรุษผู้ได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในแคว้น ก้าวลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางสง่างามดุจเทพเซียน และยื่นมือไปประคองถิงถิง ผู้เป็นภรรยาให้ก้าวลงมาถิงถิงในชุดฮูหยินที่ปักด้วยด้ายทองคำ ดูงดงามและเปล่งประกายยิ่งนายท่านจางและฮูหยินจางออกมายืนต้อนรับด้วยความตื่นตะลึง ราวกับยังไม่สามารถเรียกสติกลับคืนมาได้ พวกเขาไม่คิดเลยว่าเจ้าขอทานตัวสกปรกคือบุรุษผู้ได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในแคว้น"ท่านพี่..." ฮูหยินจางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้ายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า... ขอทานผู้นั้นคือท่านเสวียนหย่ง""ถิงถิง... นางกล้าทิ้งทุกอย่าง

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 2

    การเดินทางของถิงถิงดำเนินต่อไปอย่างยากลำบาก แสงอาทิตย์ยามบ่ายแผดเผาผิวกายที่บอบบางของนางจนแดงก่ำ รองเท้าผ้าไหมที่นางสวมใส่เริ่มขาดวิ่นเพราะต้องเดินผ่านทางที่ขรุขระและเต็มไปด้วยก้อนกรวด นางรู้สึกกระหายน้ำและหิวโหย แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนางเดินตามร่องรอยสุดท้ายที่อาเหยาทิ้งไว้ จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เป็นเหมืองทองคำขนาดใหญ่ เสียงค้อนกระทบเหล็กและเสียงคนงานดังระงมไปทั่วบริเวณ แสงสะท้อนจากแร่ทองคำที่กองพะเนินอยู่ทำให้บริเวณนั้นดูสว่างไสวถิงถิงเห็นชายชราผู้หนึ่งกำลังยืนควบคุมดูแลคนงานอยู่ ชายชราผู้นั้นมีใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น แต่ดวงตาของเขาส่องประกายแห่งความเฉลียวฉลาดและความมั่งคั่งถิงถิงเดินเข้าไปหาชายชราด้วยความอ่อนล้า"ท่านลุงเจ้าคะ" นางเอ่ยด้วยเสียงที่แหบแห้ง "ท่านเห็นขอทานที่ชื่ออาเหยาเดินผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"ชายชรามองถิงถิงด้วยความสงสาร เขาหยิบน้ำเต้าที่บรรจุน้ำสะอาดส่งให้นาง"ดื่มน้ำก่อนเถิดคุณหนู" เขากล่าวอย่างใจดี ถิงถิงรับน้ำเต้ามาดื่มอย่างกระหาย เมื่อความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ลำคอ นางก็ถามซ้ำอีกครั้ง"ท่านเห็นขอทานร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเคราครึ้มหรือไม่เจ้าคะ"

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้ายอาเหยาทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่เขาทำเครื่องหมายไว้บนพื้นดิน ถิงถิงต้องเดินทางเพียงลำพัง นางเดินตามสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ทำจากกิ่งไม้หรือก้อนหินที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงแปลกตา นางเดินไปตามทางที่คดเคี้ยวและเปลี่ยวร้างนานหลายชั่วยาม แสงแดดเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสื้อผ้าที่เรียบง่ายของนางเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกายที่อ่อนแอของธิดาผู้สูงศักดิ์ นางไม่เคยต้องเดินไกลเช่นนี้มาก่อนในที่สุด นางก็มาถึงที่แห่งหนึ่งซึ่งมีไร่ข้าวโพดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า ต้นข้าวโพดสูงใหญ่เรียงรายเป็นระเบียบราวกับกองทัพสีเขียวขจีถิงถิงมองหาอาเหยา แต่ไม่พบร่องรอยของเขาอีกต่อไป นางรู้สึกสับสนและเริ่มหวาดหวั่นเล็กน้อยทันใดนั้น นางก็เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังเดินตรวจตราอยู่ตามแนวไร่ ชายผู้นั้นสวมเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านและดูภูมิฐาน แม้จะดูเป็นคนดูแลไร่ แต่ก็มีท่าทางน่าเคารพ ถิงถิงเดินเข้าไปหาชายผู้นั้นด้วยความอ่อนน้อม"ท่านลุงเจ้าคะ" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน "ท่านเห็นขอทานรูปร่างสูงใหญ่ มีหนวดเคราเดินผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"ชายผู้นั้นมองถิงถิงตั้ง

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 9 ร่องรอย

    อาเหยาออกเดินนำไปโดยทิ้งเครื่องหมายบอกเอาไว้ เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ทำจากกิ่งไม้หรือก้อนหินที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงแปลกตา ร่องรอยเหล่านั้นนำพานางออกนอกเขตเมืองหลวง เข้าสู่ชนบทที่กว้างใหญ่ไพศาล"จางถิงถิง! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!"ถิงถิงหันกลับไปมองด้วยความตกใจ นางเห็น เยว่ซิน พี่สาวคนโต ลี่ฮวา พี่สาวคนรอง และ เหมยลี่ พี่สาวคนที่สาม กำลังเดินตรงมาหานางด้วยสีหน้าโกรธจัด"เจ้ากล้าดียังไงถึงหนีตามขอทานไป!" เยว่ซินตวาดเสียงดัง "เจ้าไม่รู้หรือว่าการกระทำของเจ้าจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลจางต้องเสื่อมเสียป่นปี้!""พวกเรากำลังจะแต่งงานกับคุณชายผู้สูงศักดิ์" ลี่ฮวาเสริมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "หากเรื่องนี้แพร่ออกไป พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! เจ้าทำลายชีวิตของพวกเรา!""ข้า... ข้าขออภัยท่านพี่ทั้งสามเจ้าค่ะ" ถิงถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แต่ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าไม่สามารถแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักได้""รัก? เจ้าพูดถึงความรักกับขอทานสกปรกอย่างนั้นหรือ!" เหมยลี่หัวเราะเยาะอย่างดูถูก "เจ้ามันโง่เขลา! เจ้ามันต่ำทราม! เจ้ามันไม่คู่ควรที่จะเป็นธิดาของตระกูลจาง!"“แล้วไหนเล่า? ขอทานที่เจ้ารักน

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 8 ขอทานหน้าจวน 4

    ถิงถิงพยักหน้าช้าๆ ความเชื่อมั่นในดวงตาของอาเหยาได้สั่นคลอนความลังเลในใจของนางจนหมดสิ้นฮูหยินจางกำลังจิบชาอยู่ในเรือน เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากบ่าวรับใช้ นางก็แทบจะสำลักชา"อะไรนะ! ถิงถิงจะติดตามขอทานสกปรกผู้นั้นไปตามหาคู่ครองที่ไม่เคยเห็นหน้าหรือ! นางเสียสติไปแล้วหรือ!" มารดาของนางตวาดเสียงดังด้วยความโกรธ นางเดินเข้ามาประจันหน้ากับบุตรสาวคนเล็ก"เจ้าเป็นธิดาของตระกูลจาง! เจ้าจะทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ไม่ได้! เจ้าจะเอาเกียรติยศของตระกูลไปทิ้งไว้ข้างถนนไม่ได้!" มารดาของนางยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเด็ดขาด "ฟังข้าให้ดีนะถิงถิง... ยาจกตัวเหม็นจะไปรู้จักคนรวยๆ ได้อย่างไร เสวียนหย่งเป็นใคร ข้าไม่เคยได้ยินชื่อ หากเจ้าก้าวออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาอีก"คำขู่ของมารดาไม่ได้ทำให้ถิงถิงหวาดหวั่น นางเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน"ท่านแม่เจ้าคะ... หากความสุขของข้าคือการต้องก้าวออกจากบ้านหลังนี้ ข้าก็ยินดีที่จะไม่กลับมาอีก"ถิงถิงโค้งคำนับมารดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่มีอะไรติดตัวไปแม

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 8 ขอทานหน้าจวน 3

    "หยุดเดี๋ยวนี้!"จางถิงถิงผู้มีจิตใจอ่อนโยนและบริสุทธิ์ดุจดอกบัวแรกแย้ม นางรีบวิ่งออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นรอยแส้บนหลังของอาเหยาและสีหน้าเจ็บปวดของเขา นางก็รู้สึกสงสารจับใจ ถิงถิงเดินเข้าไปหาอาเหยาอย่างไม่รังเกียจ นางนั่งยองๆ ลงข้างๆ และหยิบซาลาเปาที่นางแอบเก็บไว้ในแขนเสื้อออกมา"ท่าน... ท่านคงจะหิวมากแล้ว" ถิงถิงยื่นซาลาเปาให้เขาด้วยมือสั่นเทา "ท่านกินนี่เสียเถิด แล้วรีบลุกขึ้นไปจากที่นี่เถิดนะ หากท่านยังอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาจะทำร้ายท่าน"อาเหยาเงยหน้าขึ้นมองดวงตาที่เจ็บปวดและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนของถิงถิง เขารับซาลาเปามาถือไว้ในมือที่หยาบกร้านและสกปรก"คุณหนูสี่..." เสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ "ความเมตตาของท่าน... ข้าจะตอบแทน"เยว่ซิน ลี่ฮวา และเหมยลี่มองน้องสาวคนเล็กด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม พวกนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดถิงถิงจึงลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวกับขอทานสกปรกเช่นนี้"ตอบแทน? ยาจกเช่นเจ้าจะเอาอะไรมาตอบแทนได้" ลี่ฮวาเยาะเย้ยอาเหยาไม่สนใจคำพูดของใคร เขาจ้องมองถิงถิงด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและจริงจัง"ความเมตตาอันบริสุทธิ์ใจของคุณหนูสี่ ตัวข้าได้ประจักษ์แจ้งแก่ใจ ข้าจะช่วยสรรหาคู่ครองที่ดีที่

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 1 ฝึกงาน 2

    “ต่อไปก็น้ำอุ่น”ลลิตาปาดเหงื่อ กว่าจะเก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จ ก็ปาไปเกือบเที่ยง บ่าวจะนำอ่างน้ำอุ่นมาให้พวกคณิกาที่เพิ่งตื่นนอนล้างหน้าล้างตา จากนั้นพวกนางต้องจัดแต่งทรงผมและแต่งกายให้เรียบร้อย เพราะแม้จะอยู่ภายในหอ ก็ไม่อาจปล่อยตัวให้ดูโทรมได้ ลลิตาจะช่วยพวกบ่าวยกสำรับอาหาร เก็บล้าง กว่าจะเสร็จงา

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 1 ฝึกงาน 1

    บทที่ 1 ฝึกงานในสมัยจีนโบราณ คณิกาไม่ใช่เพียงหญิงงามที่ทำหน้าที่ให้ความบันเทิงแก่แขกผู้มาเยือน แต่พวกนางเปรียบเสมือนศิลปินที่ต้องเชี่ยวชาญทั้งบทกวี ดนตรี ร่ายรำ และบางครั้งก็เป็นเพียงคู่สนทนาให้แก่ลูกค้า นางคณิกาในหอนางโลมชั้นสูงมักได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งทักษะกวี ลายสือศิลป์ มารยาท แล

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทนำ 4

    “มอมแมมเหลือเกิน หาเสื้อผ้าให้นางใหม่ดีกว่า ในตู้ของข้ายังพอมีชุดอยู่ มันคับแล้ว เอาให้นางไปก็แล้วกัน”หลังจากตั้งชื่อเรียบร้อย พี่สาวทั้งหลายก็พากันช่วยหาชุดใหม่ให้ลลิตา... เอ่อ ไม่สิ ต้องเรียกว่าหลันลี่ฮวาแล้ว หญิงสาวร่างสูงโปร่งหยิบเสื้อแพรบางๆ สีตุ่นๆ ออกมาแล้วเลิกคิ้ว “ตัวนี้ดีไหม?”“ไม่ได้! ด

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทนำ 2

    เกิดอะไรขึ้น? ที่นี่ที่ไหน? แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรความทรงจำสุดท้ายก็คือตอนที่เธอกำลังวิ่งหนีลงมาจากตึกที่กำลังสั่นไหวรุนแรง แผ่นดินไหว? หัวใจลลิตาคล้ายจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ มองไปที่ใบหน้าทุกใบที่หันมามอง พวกนางยิ้ม ทุกอย่างรอบตัวคืออะไรกัน? เธออยู่ที่ไหน?ห้องพักนี้… เสื้อผ้า... ท่าทางของพวกน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status