Share

บทที่ 1 ฝึกงาน 1

last update Tanggal publikasi: 2026-06-01 09:50:17

บทที่ 1 ฝึกงาน

ในสมัยจีนโบราณ คณิกาไม่ใช่เพียงหญิงงามที่ทำหน้าที่ให้ความบันเทิงแก่แขกผู้มาเยือน แต่พวกนางเปรียบเสมือนศิลปินที่ต้องเชี่ยวชาญทั้งบทกวี ดนตรี ร่ายรำ และบางครั้งก็เป็นเพียงคู่สนทนาให้แก่ลูกค้า นางคณิกาในหอนางโลมชั้นสูงมักได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งทักษะกวี ลายสือศิลป์ มารยาท และศิลปะแขนงต่างๆ เพื่อให้สามารถรับรองแขกระดับสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หอนางโลมที่ลลิตาอาศัยอยู่นั้นเป็นหอคณิกาชั้นสูง รวมหญิงสาวหลากหลายชะตาชีวิต บ้างถูกขายมาเพราะครอบครัวเป็นหนี้ บ้างถูกทอดทิ้ง บางคนเคยเป็นบุตรสาวตระกูลดีแต่ถูกย่ำยีแล้วไม่มีที่ไป พวกนางต้องดิ้นรนเอาตัวรอดภายใต้กรอบที่สังคมตีตราให้เป็นเพียงเครื่องบันเทิงของบุรุษ ทุกค่ำคืนพวกนางต้องแต่งตัวงดงาม เดินเฉิดฉายในห้องโถงใหญ่ ท่วงท่าทรงเสน่ห์และรอยยิ้มที่พวกนางเผยออกมาช่างดูอ่อนหวาน ทว่าแท้จริงแล้วทุกคนต่างปิดซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ใต้เครื่องหอมและชุดแพรไหม

          “เอาล่ะ ทำงานๆ”

          หลังจากหลงมิติมาได้สองสามวัน ลลิตาก็เริ่มต้นหาอะไรทำ ซึ่งสถานที่ที่มีผู้คนมารวมตัวกันมากมายย่อมมีงานจุกจิกมากมายที่ต้องจัดการ อันดับแรกที่เธอทำได้แม้จะยังพูดคุยกับใครไม่ได้ก็คืองานทำความสะอาด

          “โอ้โห อย่างเละ” หอหยกเขียวจัดงานเลี้ยงทุกคืน ไม่เช้าไม่เลิกรา สภาพห้องจัดเลี้ยงเละเทะทุกวัน เมื่อสาวๆ ส่งแขกเมาเปรอะคนสุดท้ายกลับขึ้นรถม้าแล้ว ก็ถือว่าจบงานของวันนั้น บรรยากาศยามเช้าในหอนางโลมจึงเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ แต่แฝงด้วยความเร่งรีบของสาวใช้ที่วิ่งวุ่นจัดเตรียมอาหารเช้าและทำความสะอาด

ส่วนลลิตาก็จะเริ่มทำงานทำความสะอาดเองโดยไม่ต้องให้ใครสั่ง เธอจะจัดการเก็บเศษอาหาร จานชาม จอกสุรา เช็ดถู กวาดใต้โต๊ะ บางทีก็เจอเหรียญเงินหล่นอยู่ใต้เบาะรองนั่ง ลลิตาก็รวมๆ ใส่กระปุกวางไว้ให้แม่เล้า

          “อืมม... นังเด็กคนนี้มันใช้ได้ ข้าแอบโปรยเหรียญไว้ นังหนูมันไม่แอบเก็บไว้เองเลยสักอีแปะ”

          “เห็นไหมล่ะเจ้าคะท่านแม่ ยัยหนูลี่ฮวาออกจะน่ารัก ขยันทำงานแถมนิสัยดี ท่านดูแลนางไว้ที่นี่เถอะ” เซียงฮวาเป็นคนโปรดของแม่เล้า นางทำเงินให้หอหยกเขียวได้ไม่ต่ำกว่าคืนละพันตำลึงทอง นางเอ็นดูลลิตามากจึงมักจะคอยพูดข้อดีของลลิตาให้แม่เล้าฟัง “ถ้านางสมัครใจอยู่ที่นี่ ท่านแม่ก็สนับสนุนนางเถอะ นางเป็นคนที่มีเสน่ห์น่ามอง ถ้านางเต็มใจเอาดีทางนี้ ข้ามองออกว่านางต้องโด่งดังแน่”

          “นั่นสินะ” แม่เล้าเคาะก้านสูบยาพลางแอบดูลลิตาทำงาน “นี่ก็หลายวันแล้ว ไม่เห็นมีใครประกาศตามหาเลย”

          “ข้าบอกแล้ว นางหล่นมาจากอากาศจริงๆ นะ” ซิงซิงบุ้ยปาก “ระวังนางไว้บ้างดีกว่า ไม่แน่ว่านางอาจเป็นภูตผี”

          “เลอะเทอะอะไรแต่หัววัน ไป๊ๆ ไปนอน”  

แม่เล้าไล่ตะเพิด พวกพี่สาวทั้งหลายจึงแยกย้าย คณิกาส่วนใหญ่มักตื่นสายเนื่องจากต้องรับแขกจนถึงเช้า แต่พวกที่ยังเป็นเด็กฝึกหัด หรือยังไม่มีแขกประจำก็ต้องช่วยงานจิปาถะภายในหอ เช่น ทำความสะอาด ซักเสื้อผ้า หรือดูแลข้าวของของพี่สาวที่อาวุโสกว่า ดังนั้นแล้วเมื่อลลิตามาช่วยงาน พวกนางจึงชอบใจมาก ช่วยกันสอนลลิตาพูดภาษาและคอยแนะนำอะไรหลายๆ อย่าง

“ต่อไปก็น้ำอุ่น”

ลลิตาปาดเหงื่อ กว่าจะเก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จ ก็ปาไปเกือบเที่ยง บ่าวจะนำอ่างน้ำอุ่นมาให้พวกคณิกาที่เพิ่งตื่นนอนล้างหน้าล้างตา จากนั้นพวกนางต้องจัดแต่งทรงผมและแต่งกายให้เรียบร้อย เพราะแม้จะอยู่ภายในหอ ก็ไม่อาจปล่อยตัวให้ดูโทรมได้ ลลิตาจะช่วยพวกบ่าวยกสำรับอาหาร เก็บล้าง กว่าจะเสร็จงานก็เหนื่อยแทบสลบ แต่อย่างน้อยการอยู่ที่นี่ก็มีเรื่องน่าสนุก ยามบ่ายก็จะเป็นเวลาพักผ่อนและฝึกฝนฝีมือของคณิกา เธอกับบ่าวเด็กๆ จะชอบไปดูคณิกาฝึกซ้อมบทกวี การดีดพิณ หรือร่ายรำเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับแขกยามค่ำคืน

หญิงสาวบางคนจะออกไปซื้อของที่ตลาด โดยต้องสวมผ้าคลุมหน้าเพื่อปกปิดตัวตน บางคนใช้เวลาว่างไปกับการปักผ้า หรือเขียนพู่กันเพื่อคลายเหงา ส่วนนางคณิกาชั้นสูงของหอจะเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่บ่าย เพราะพวกนางต้องใช้เวลาหลายชั่วยามในการอาบน้ำ แช่น้ำสมุนไพร แต่งหน้า และเลือกชุดที่เหมาะสม

พอมาถึงช่วงยามเย็นถึงค่ำ นี่คือช่วงเวลาสำคัญของหอนางโลม ประตูของหอจะถูกเปิดออก ไฟโคมแดงถูกจุดขึ้น ส่องแสงระยิบระยับไปทั่วบริเวณ แขกขาประจำที่เป็นขุนนาง พ่อค้า หรือเศรษฐีจะทยอยเข้ามา โดยมีนางคณิกาคอยต้อนรับด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

ในห้องโถงใหญ่จะมีการบรรเลงพิณ ขับร้องบทเพลง และร่ายรำเพื่อสร้างความบันเทิง คณิกาชั้นสูงที่มีแขกประจำจะได้รับเชิญไปยังห้องส่วนตัวเพื่อสนทนา ดื่มสุรา และแสดงความสามารถ แต่สำหรับคณิกาที่ไม่มีแขกหรือยังไม่ได้รับการยอมรับ นางจะต้องนั่งรออยู่ข้างใน หรือช่วยยกอาหารและเติมเหล้าให้แขกของพี่สาวในหอ

หอหยกเขียวจะคึกคักตลอดทั้งคืน แขกบางคนอาจจ่ายเงินเพื่อระบายความใคร่ โดยต้องจ่ายเงินให้แม่เล้าห้าสิบตำลึงก่อนเป็นค่าเปิดทาง จากนั้นก็ถึงจะสามารถเลือกหญิงคณิกาบนหอชั้นสองได้ ซึ่งชั้นสองจะแบ่งเป็นห้องย่อยๆ วางเตียงและโต๊ะเล็กๆ สำหรับวางสุราอาหาร ไม่มีประตู ยามสมสู่กันก็จะเปิดโล่งโจ้ง ส่วนคณิกาชั้นสูงที่มีแขกประจำร่ำรวยถึงจะมีห้องส่วนตัว มีสิทธิ์เลือกแขกได้และได้รับส่วนแบ่งค่าตัวสูงกว่า

สำหรับคณิกาที่ไม่มีแขก นางจะนั่งมองแสงโคมที่ค่อยๆ มอดลงพร้อมกับความหวังว่าวันพรุ่งนี้อาจมีแขกมาสนใจตนเองบ้าง

ลลิตานั่งอยู่ตรงมุมห้องเงียบๆ มองดูบรรยากาศของหอหยกเขียวผ่านแสงประทีปที่สะท้อนลงบนพื้นไม้ขัดมัน นับจากวันที่เธอทะลุมิติมาที่นี่ก็ครบเดือนพอดี จากคนที่สื่อสารไม่ได้เลย ตอนนี้เธอสามารถเข้าใจและพูดจาง่ายๆ ได้แล้ว แม้จะยังติดขัดบ้าง แต่ก็พอให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ในหอนางโลมแห่งนี้ได้สบายขึ้น

ถ้ามีหนทางให้ไป ลลิตาก็ตั้งใจว่าจะไป แต่ตอนนี้ไม่รู้จะไปไหนนี่สิ แผ่นดินนี้กว้างใหญ่ แต่ก็อันตรายเกินกว่าที่เธอจะออกไปเผชิญตามลำพัง อย่างน้อยเธอต้องทำงานเก็บเงินก่อนนี่สิ

แต่จะทำงานอะไรได้บ้างล่ะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 3 [จบ]

    หลายเดือนต่อมา ข่าวลือเรื่องการหายตัวไปของจางถิงถิง ธิดาคนเล็กแห่งตระกูลจางก็เริ่มซาลงไป แต่แล้ว... เมืองหลวงก็ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยข่าวที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าขบวนสมบัติอันวิจิตรตระการตาเคลื่อนผ่านถนนสายหลักมุ่งหน้าสู่จวนตระกูลจาง ขบวนสมบัตินั้นนับมากองจนล้นหน้าจวน ทั้งผ้าไหมหายาก ทองคำแท่ง เครื่องประดับล้ำค่า และเครื่องเรือนแกะสลักอย่างประณีต ผู้คนในเมืองหลวงต่างฮือฮา ต่างสงสัยว่าใครกันที่กล้าทุ่มเททรัพย์สมบัติมากมายเพียงนี้รถม้าหรูหราที่สุดหยุดลงหน้าประตูจวน ท่านเสวียนหย่ง บุรุษผู้ได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในแคว้น ก้าวลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางสง่างามดุจเทพเซียน และยื่นมือไปประคองถิงถิง ผู้เป็นภรรยาให้ก้าวลงมาถิงถิงในชุดฮูหยินที่ปักด้วยด้ายทองคำ ดูงดงามและเปล่งประกายยิ่งนายท่านจางและฮูหยินจางออกมายืนต้อนรับด้วยความตื่นตะลึง ราวกับยังไม่สามารถเรียกสติกลับคืนมาได้ พวกเขาไม่คิดเลยว่าเจ้าขอทานตัวสกปรกคือบุรุษผู้ได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในแคว้น"ท่านพี่..." ฮูหยินจางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้ายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า... ขอทานผู้นั้นคือท่านเสวียนหย่ง""ถิงถิง... นางกล้าทิ้งทุกอย่าง

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 2

    การเดินทางของถิงถิงดำเนินต่อไปอย่างยากลำบาก แสงอาทิตย์ยามบ่ายแผดเผาผิวกายที่บอบบางของนางจนแดงก่ำ รองเท้าผ้าไหมที่นางสวมใส่เริ่มขาดวิ่นเพราะต้องเดินผ่านทางที่ขรุขระและเต็มไปด้วยก้อนกรวด นางรู้สึกกระหายน้ำและหิวโหย แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนางเดินตามร่องรอยสุดท้ายที่อาเหยาทิ้งไว้ จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เป็นเหมืองทองคำขนาดใหญ่ เสียงค้อนกระทบเหล็กและเสียงคนงานดังระงมไปทั่วบริเวณ แสงสะท้อนจากแร่ทองคำที่กองพะเนินอยู่ทำให้บริเวณนั้นดูสว่างไสวถิงถิงเห็นชายชราผู้หนึ่งกำลังยืนควบคุมดูแลคนงานอยู่ ชายชราผู้นั้นมีใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น แต่ดวงตาของเขาส่องประกายแห่งความเฉลียวฉลาดและความมั่งคั่งถิงถิงเดินเข้าไปหาชายชราด้วยความอ่อนล้า"ท่านลุงเจ้าคะ" นางเอ่ยด้วยเสียงที่แหบแห้ง "ท่านเห็นขอทานที่ชื่ออาเหยาเดินผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"ชายชรามองถิงถิงด้วยความสงสาร เขาหยิบน้ำเต้าที่บรรจุน้ำสะอาดส่งให้นาง"ดื่มน้ำก่อนเถิดคุณหนู" เขากล่าวอย่างใจดี ถิงถิงรับน้ำเต้ามาดื่มอย่างกระหาย เมื่อความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ลำคอ นางก็ถามซ้ำอีกครั้ง"ท่านเห็นขอทานร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเคราครึ้มหรือไม่เจ้าคะ"

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้ายอาเหยาทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่เขาทำเครื่องหมายไว้บนพื้นดิน ถิงถิงต้องเดินทางเพียงลำพัง นางเดินตามสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ทำจากกิ่งไม้หรือก้อนหินที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงแปลกตา นางเดินไปตามทางที่คดเคี้ยวและเปลี่ยวร้างนานหลายชั่วยาม แสงแดดเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสื้อผ้าที่เรียบง่ายของนางเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกายที่อ่อนแอของธิดาผู้สูงศักดิ์ นางไม่เคยต้องเดินไกลเช่นนี้มาก่อนในที่สุด นางก็มาถึงที่แห่งหนึ่งซึ่งมีไร่ข้าวโพดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า ต้นข้าวโพดสูงใหญ่เรียงรายเป็นระเบียบราวกับกองทัพสีเขียวขจีถิงถิงมองหาอาเหยา แต่ไม่พบร่องรอยของเขาอีกต่อไป นางรู้สึกสับสนและเริ่มหวาดหวั่นเล็กน้อยทันใดนั้น นางก็เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังเดินตรวจตราอยู่ตามแนวไร่ ชายผู้นั้นสวมเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านและดูภูมิฐาน แม้จะดูเป็นคนดูแลไร่ แต่ก็มีท่าทางน่าเคารพ ถิงถิงเดินเข้าไปหาชายผู้นั้นด้วยความอ่อนน้อม"ท่านลุงเจ้าคะ" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน "ท่านเห็นขอทานรูปร่างสูงใหญ่ มีหนวดเคราเดินผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"ชายผู้นั้นมองถิงถิงตั้ง

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 9 ร่องรอย

    อาเหยาออกเดินนำไปโดยทิ้งเครื่องหมายบอกเอาไว้ เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ทำจากกิ่งไม้หรือก้อนหินที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงแปลกตา ร่องรอยเหล่านั้นนำพานางออกนอกเขตเมืองหลวง เข้าสู่ชนบทที่กว้างใหญ่ไพศาล"จางถิงถิง! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!"ถิงถิงหันกลับไปมองด้วยความตกใจ นางเห็น เยว่ซิน พี่สาวคนโต ลี่ฮวา พี่สาวคนรอง และ เหมยลี่ พี่สาวคนที่สาม กำลังเดินตรงมาหานางด้วยสีหน้าโกรธจัด"เจ้ากล้าดียังไงถึงหนีตามขอทานไป!" เยว่ซินตวาดเสียงดัง "เจ้าไม่รู้หรือว่าการกระทำของเจ้าจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลจางต้องเสื่อมเสียป่นปี้!""พวกเรากำลังจะแต่งงานกับคุณชายผู้สูงศักดิ์" ลี่ฮวาเสริมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "หากเรื่องนี้แพร่ออกไป พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! เจ้าทำลายชีวิตของพวกเรา!""ข้า... ข้าขออภัยท่านพี่ทั้งสามเจ้าค่ะ" ถิงถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แต่ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าไม่สามารถแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักได้""รัก? เจ้าพูดถึงความรักกับขอทานสกปรกอย่างนั้นหรือ!" เหมยลี่หัวเราะเยาะอย่างดูถูก "เจ้ามันโง่เขลา! เจ้ามันต่ำทราม! เจ้ามันไม่คู่ควรที่จะเป็นธิดาของตระกูลจาง!"“แล้วไหนเล่า? ขอทานที่เจ้ารักน

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 8 ขอทานหน้าจวน 4

    ถิงถิงพยักหน้าช้าๆ ความเชื่อมั่นในดวงตาของอาเหยาได้สั่นคลอนความลังเลในใจของนางจนหมดสิ้นฮูหยินจางกำลังจิบชาอยู่ในเรือน เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากบ่าวรับใช้ นางก็แทบจะสำลักชา"อะไรนะ! ถิงถิงจะติดตามขอทานสกปรกผู้นั้นไปตามหาคู่ครองที่ไม่เคยเห็นหน้าหรือ! นางเสียสติไปแล้วหรือ!" มารดาของนางตวาดเสียงดังด้วยความโกรธ นางเดินเข้ามาประจันหน้ากับบุตรสาวคนเล็ก"เจ้าเป็นธิดาของตระกูลจาง! เจ้าจะทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ไม่ได้! เจ้าจะเอาเกียรติยศของตระกูลไปทิ้งไว้ข้างถนนไม่ได้!" มารดาของนางยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเด็ดขาด "ฟังข้าให้ดีนะถิงถิง... ยาจกตัวเหม็นจะไปรู้จักคนรวยๆ ได้อย่างไร เสวียนหย่งเป็นใคร ข้าไม่เคยได้ยินชื่อ หากเจ้าก้าวออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาอีก"คำขู่ของมารดาไม่ได้ทำให้ถิงถิงหวาดหวั่น นางเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน"ท่านแม่เจ้าคะ... หากความสุขของข้าคือการต้องก้าวออกจากบ้านหลังนี้ ข้าก็ยินดีที่จะไม่กลับมาอีก"ถิงถิงโค้งคำนับมารดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่มีอะไรติดตัวไปแม

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 8 ขอทานหน้าจวน 3

    "หยุดเดี๋ยวนี้!"จางถิงถิงผู้มีจิตใจอ่อนโยนและบริสุทธิ์ดุจดอกบัวแรกแย้ม นางรีบวิ่งออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นรอยแส้บนหลังของอาเหยาและสีหน้าเจ็บปวดของเขา นางก็รู้สึกสงสารจับใจ ถิงถิงเดินเข้าไปหาอาเหยาอย่างไม่รังเกียจ นางนั่งยองๆ ลงข้างๆ และหยิบซาลาเปาที่นางแอบเก็บไว้ในแขนเสื้อออกมา"ท่าน... ท่านคงจะหิวมากแล้ว" ถิงถิงยื่นซาลาเปาให้เขาด้วยมือสั่นเทา "ท่านกินนี่เสียเถิด แล้วรีบลุกขึ้นไปจากที่นี่เถิดนะ หากท่านยังอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาจะทำร้ายท่าน"อาเหยาเงยหน้าขึ้นมองดวงตาที่เจ็บปวดและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนของถิงถิง เขารับซาลาเปามาถือไว้ในมือที่หยาบกร้านและสกปรก"คุณหนูสี่..." เสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ "ความเมตตาของท่าน... ข้าจะตอบแทน"เยว่ซิน ลี่ฮวา และเหมยลี่มองน้องสาวคนเล็กด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม พวกนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดถิงถิงจึงลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวกับขอทานสกปรกเช่นนี้"ตอบแทน? ยาจกเช่นเจ้าจะเอาอะไรมาตอบแทนได้" ลี่ฮวาเยาะเย้ยอาเหยาไม่สนใจคำพูดของใคร เขาจ้องมองถิงถิงด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและจริงจัง"ความเมตตาอันบริสุทธิ์ใจของคุณหนูสี่ ตัวข้าได้ประจักษ์แจ้งแก่ใจ ข้าจะช่วยสรรหาคู่ครองที่ดีที่

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 7 ท่านอ๋องสายเปย์ 3

    สุดยอดเลย...ลลิตากระพริบตาปริบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ สาวใช้ข้างตัวจึงรีบกระซิบว่า "ห้องนี้เป็นห้องพิเศษ ถ้าแขกคนไหนกระเป๋าหนักก็เปิดห้องนี้สุขสันต์กับคณิกาที่ถูกใจได้ คืนหนึ่งต้องจ่ายถึงสามพันตำลึง! แต่ท่านอ๋องช่างใจกว้างนัก จ่ายล่วงหน้าไว้ให้พี่ใช้นอนเล่นหนึ่งปีเต็ม"ลลิตาสำลัก

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 3 รับงานครั้งแรก 3

    “เห็นหรือไม่? ถ้ายังเล่นผิดอีก ก็เตรียมใจถูกลงโทษได้เลย”“ชาติก่อนท่านเป็นมารใจยักษ์แน่ๆ ส่วนชาตินี้เป็นยักษ์ใจมาร!” ลลิตาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เพราะเขาทำร้ายจิตใจนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนให้คณิกาคนอื่น แต่กับนางกลับดุจังว้อย! ตีเอาตีเอาเซียวอ๋องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นราวกับกำลังสนุก

  • ทะลุมิติมาขายตัว   บทที่ 3 รับงานครั้งแรก 2

    ลลิตามองพิณในมืออย่างสิ้นหวัง เธอต้องเล่นอีกแล้วหรือ? ช่างแม่ง เธอก็แค่ดีดมั่วไปเรื่อยก็แล้วกัน… ลลิตาเค้นพลัง ยืนโซโล่พิณตะแหง่วๆ แต่วๆๆ ควงพิณแกว่งๆๆ คนเล่นมันส์ แต่คนฟังหูดับไปแล้วผ่านไปไม่นาน มือของเธอก็เริ่มรู้สึกชา ปลายนิ้วเริ่มแดงและปวดแสบ แต่เซียวอ๋องกลับยังไม่ละสายตาไปจากเธอ“ท่านอ๋อง หนว

  • ทะลุมิติมาขายตัว    บทนำ 1

    **คำเตือน**-นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก-ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี-เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านมี ebook ขายที่เว็บ meb นะคะ กดค้นหานามปากกา ศศิชา ได้เลยจ้าบทนำเสียงม่านแพรก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status