All Chapters of ทะลุมิติมาขายตัว: Chapter 1 - Chapter 10

156 Chapters

บทนำ 2

มาถึงตอนนี้ ลลิตาก็จับสังเกตได้หลายๆ เรื่องแล้ว ข้อแรกคือที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทย ข้อสอง ตอนนี้ไม่ใช่ยุค 2026 แต่เป็นจีนยุคโบราณช่วงราชวงศ์ไหนสักราชวงศ์ เด็กโข่งไม่เก่งประวัติศาสตร์ได้แต่น้ำตาตกใน ไม่เข้าใจว่าหนีแผ่นดินไหวอยู่ดีๆ ทำไมถึงโผล่มาที่นี่ได้หรือว่าเราตายไปแล้ว?ลลิตาก้มดูสำรวจตัวเอง จับเนื้อจับตัวก็พบว่าไม่มีอะไรบุบสลาย เหมือนมาโผล่ที่นี่แบบดื้อๆ ไม่มีสัญญาณบ่งชี้อะไรสักนิด“เอ่อ... ฉันชื่อลลิตาค่ะ ไม่ทราบว่า...”“นางพูดอะไร ฟังไม่เห็นจะเข้าใจเลย”“นั่นสิ โถ…เด็กน้อย ดูสิ ตากลมแป๋วเชียว~” เสียงหวานยานคางดังขึ้นจากหญิงสาวที่ดูอายุมากกว่าคนอื่น“นางพูดภาษาเราไม่ได้สินะ?” อีกคนลองเอ่ยช้าๆ พลางแตะคางตัวเองครุ่นคิด ลลิตากะพริบตาปริบๆ พยายามจับความหมายจากภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่สิ่งเดียวที่เธอเข้าใจคือทุกคนไม่ได้คิดร้ายกับเธอ ออกจะตื่นเต้นเพราะนานๆ ทีหอหยกเขียวจะมีเรื่องน่าสนุก“ขนาดตัวเองชื่ออะไร ยังตอบไม่ได้เลย”“เอ๊ะ หรือว่านางเสียความทรงจำ”“เจ้าก็พูดไป นางแค่ไม่เข้าใจที่เราพูดเท่านั้นเอง”"เจ้าเข้าใจที่พวกข้าพูดหรือไม่?" เหม่ยเหม่ยโน้มตัวเข้าไปใกล้พลางลองถาม แต่ลลิตาเพียงกระพริบต
Read more

บทที่ 1 ฝึกงาน 1

บทที่ 1 ฝึกงานในสมัยจีนโบราณ คณิกาไม่ใช่เพียงหญิงงามที่ทำหน้าที่ให้ความบันเทิงแก่แขกผู้มาเยือน แต่พวกนางเปรียบเสมือนศิลปินที่ต้องเชี่ยวชาญทั้งบทกวี ดนตรี ร่ายรำ และบางครั้งก็เป็นเพียงคู่สนทนาให้แก่ลูกค้า นางคณิกาในหอนางโลมชั้นสูงมักได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งทักษะกวี ลายสือศิลป์ มารยาท และศิลปะแขนงต่างๆ เพื่อให้สามารถรับรองแขกระดับสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบหอนางโลมที่ลลิตาอาศัยอยู่นั้นเป็นหอคณิกาชั้นสูง รวมหญิงสาวหลากหลายชะตาชีวิต บ้างถูกขายมาเพราะครอบครัวเป็นหนี้ บ้างถูกทอดทิ้ง บางคนเคยเป็นบุตรสาวตระกูลดีแต่ถูกย่ำยีแล้วไม่มีที่ไป พวกนางต้องดิ้นรนเอาตัวรอดภายใต้กรอบที่สังคมตีตราให้เป็นเพียงเครื่องบันเทิงของบุรุษ ทุกค่ำคืนพวกนางต้องแต่งตัวงดงาม เดินเฉิดฉายในห้องโถงใหญ่ ท่วงท่าทรงเสน่ห์และรอยยิ้มที่พวกนางเผยออกมาช่างดูอ่อนหวาน ทว่าแท้จริงแล้วทุกคนต่างปิดซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ใต้เครื่องหอมและชุดแพรไหม “เอาล่ะ ทำงานๆ” หลังจากหลงมิติมาได้สองสามวัน ลลิตาก็เริ่มต้นหาอะไรทำ ซึ่งสถานที่ที่มีผู้คนมารวมตัวกันมากมายย่อมมีงานจุกจิกมากมายที่ต้องจัดการ อันดับแรกที่เธอทำได้แม
Read more

บทที่ 1 ฝึกงาน 2

ที่ผ่านมาเธอทำงานจิปาถะเพื่อแลกข้าวกับที่นอน ถ้าจะหาเงินในหอนางโลมก็มีแค่วิธีเดียว...ลลิตามองไปที่กลุ่มแขกเหรื่อ แต่ละคนประคองสาวสวยนุ่งลมห่มฟ้า ทั้งกอดทั้งล้วง เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วของเหล่าคณิกาดังขึ้นเบาๆ ปะปนกับเสียงพิณและขลุ่ยที่ลอยผ่านม่านไหมโปร่ง เธอเห็นซิงซิงกำลังหัวเราะคิกคักอยู่กับแขกประจำของตน ซิงซิงงดงามโดดเด่น กำลังลูบเส้นผมที่เกล้าสูงของตนเองเบาๆ อย่างมีจริตพลางปรายตามองไปยังอีกมุมหนึ่งของห้องโถง ที่ซึ่งเหม่ยเหม่ยนั่งเงียบอยู่เพียงลำพังเหม่ยเหม่ยเป็นหญิงสาวหน้าตาหมดจด ออกแนวหวานและเรียบร้อย ทว่าเมื่อเทียบกับซิงซิงแล้วกลับดูธรรมดาเกินไป ทำให้จำนวนแขกที่เรียกตัวนางน้อยลงไปทุกที บางคืนก็ไม่มีผู้ใดมาเรียกหาเลยด้วยซ้ำซิงซิงมองเหม่ยเหม่ยแล้วหัวเราะพลางเอ่ยเสียงแหลมว่า “คืนนี้คงไม่มีใครเรียกตัวเจ้าหรอกเหม่ยเหม่ย... กลับหอไปพักผ่อนก่อนดีหรือไม่”เหม่ยเหม่ยกำมือเข้าหากันแน่น นางไม่ตอบโต้ แต่สีหน้าเศร้าหมองที่ปรากฏขึ้นนั้นกลับทำให้ลลิตารู้สึกไม่สบายใจทำไงดีนะ เธออยากช่วย... ลลิตาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเหม่ยเหม่ย แล้วย่อตัวลงนั่งข้างๆ “พี่เหม่ยเหม่ย ข้าขอแต่งหน้า...
Read more

บทที่ 2 รับแขก

บทที่ 2 รับแขกอาชีพนางโลมที่ใครต่อใครคิดว่าต้อยต่ำ แท้จริงแล้วน่ายกย่องมากต่างหาก พวกนางต้องแสร้งยิ้ม สร้างความสุขและรองรับความใคร่ แม้ในวันที่เหนื่อยล้าและเจ็บปวด หลายคนถูกขายเข้าหอมาโดยไม่มีทางเลือก และไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ เว้นแต่มีผู้มาไถ่ตัว และหนึ่งในคนที่ระทมอมทุกข์ที่สุดก็คือลลิตาทำงานในซ่องนึกว่าจะรอด สุดท้ายก็โดนสั่งให้รับแขก ฮือออ...คณิกามิใช่ว่าใครอยากจะเป็นแล้วก็เป็นได้ง่ายๆ พวกนางต้องใช้เวลาฝึกฝนศิลปะแห่งความเย้ายวน ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำ เล่นพิณ ขับร้อง แต่งโคลงกลอน หรือแม้แต่การจิบชาอย่างสง่างาม ทุกสิ่งล้วนเป็นทักษะที่ต้องมีเพื่อเอาชนะใจแขกที่มาเยือน“หากเจ้าอยากรอด ก็ต้องรู้จักใช้จุดเด่นของตัวเอง” แม่เล้าผู้มากประสบการณ์กล่าวกับลลิตา “เจ้าหน้าตาดี แต่ไม่รู้วิธีดึงดูดคน มีลูกค้าหลายคนสนใจเจ้า หากไม่ทำงานหาเงินเป็นชิ้นเป็นอัน เจ้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร?”ลลิตาได้แต่เม้มริมฝีปาก เธอไม่อยากเป็นคณิกา และไม่คิดจะใช้เรือนร่างล่อใจใคร แต่ในสถานการณ์นี้ เธอไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก อย่างน้อย เธอต้องอยู่รอดให้ได้ก่อน“ท่านแม่ ข้ากำลังวางแผนทำเครื่องสำอางขาย”“เด็กโง่” แม่เล้
Read more

บทที่ 3 รับงานครั้งแรก 1

“ท่านอ๋อง~ จะให้หม่อมฉันรินสุราให้หรือไม่เพคะ?” ซิงซิงที่เห็นสายตาของเซียวอ๋องเหม่อไปทางอื่นก็รีบเข้าประชิดตัวเขา พลางส่งเสียงหวานเชิญชวน“ไม่ต้อง” เซียวอ๋องตอบเสียงเรียบ ดวงตายังจับจ้องไปที่ลลิตาในขณะนั้นเอง ชายร่างใหญ่ผู้หนึ่งเดินเซมาทางเวที มีกลิ่นเหล้าคลุ้งเต็มตัว เขามองลลิตาด้วยสายตากระหาย “เด็กใหม่หรือ? มานี่สิ มาให้ข้าชมใกล้ๆ”ลลิตาขนลุกซู่ เผลอกำสายพิณแน่นพลางคิดอย่างจริงจังว่าหากบุรุษผู้นี้เข้ามาใกล้ นางจะฟาดพิณใส่หน้าแม่ง!แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย มือของเซียวอ๋องก็ยื่นมาโยนถุงเงินลงตรงหน้าชายเมาคนนั้น“ข้าเหมาซื้อนางสำหรับคืนนี้แล้ว”หอหยกเขียวเงียบกริบ แม้แต่ลลิตาเองก็อ้าปากค้าง... โอ้ สุดหล่อ“ใครวะ”ลลิตาพึมพำ เซียวอ๋องขมวดคิ้ว แต่ไม่พูดอะไรเซียวอ๋อง บุรุษที่เป็นดั่งดาวเหนือแห่งเมืองหลวง จ่ายเงินเพื่อซื้อเวลานางคณิกามือใหม่ไร้ฝีมือ?“เด็กใหม่รึ”“จ...เจ้าค่ะ...” ลลิตาประหม่า พูดไม่คล่อง สำเนียงก็ยังไม่เข้าที่ แถมยังตอบตะกุกตะกักจนน่าอาย แต่เขากลับยิ้มมุมปาก“ถุงเงินของท่าน ทำหล่นเจ้าค่ะ” ลลิตาหยิบถุงเงินคืนให้แบบซื่อๆ พอมายืนใกล้ๆ แล้ว ความองอาจสมชายชาตรีของเขาก็ยิ่
Read more

บทที่ 3 รับงานครั้งแรก 2

“เห็นหรือไม่? ถ้ายังเล่นผิดอีก ก็เตรียมใจถูกลงโทษได้เลย”“ชาติก่อนท่านเป็นมารใจยักษ์แน่ๆ ส่วนชาตินี้เป็นยักษ์ใจมาร!” ลลิตาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เพราะเขาทำร้ายจิตใจนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนให้คณิกาคนอื่น แต่กับนางกลับดุจังว้อย! ตีเอาตีเอาเซียวอ๋องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นราวกับกำลังสนุก “มือพองหมดแล้ว หน้าตาบูดเบี้ยวไปหมด”“เช่นนั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะ”“เดี๋ยว ลืมไปแล้วหรือ ข้าจ่ายเงินเพื่อเหมาเจ้าทั้งคืนแล้ว”ลลิตามองซ้ายมองขวา ไหนล่ะเงิน... พอมองไปทางแม่เล้า แม่เล้าก็ฉีกยิ้มพลางตบถุงเงินให้ดู ส่วนรุ่นพี่อย่างเซียงฮวากับเหม่ยเหม่ยขยิบตาให้ แง...“ท...ท่านอ๋องเมื่อยมั้ยเพคะ ข้านวดแขนนวดขาเก่งนะ เวลาที่เหลือนวดคลายเส้นกันดีกว่าเนอะ”“ได้สิ ข้ากำลังเมื่อยอยู่พอดี”เยส! ลลิตามัวแต่ดีใจ พระองค์เชยคางเธอขึ้นพลางเท้าคาง กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ“นวดลึงค์ของข้าสิ” เซียวอ๋องเกลี่ยริมฝีปากของเธอเบาๆ “ใช้ปากของเจ้านวดนะ เอาให้สุดฝีมือเลย อยากรู้นักว่าจะปากดีสักแค่ไหน”หา? คนพรรค์ไหนพูดว่านวดลึงค์ใส่หน้าผู้หญิงได้หน้าตาเฉยวะ อ่อ ที่นี่ซ่องค่ะ ลลิตาตาเหลือกโปน ต่อมน้ำตาแตกดังโผละ แง หนูข
Read more

บทที่ 4 ชิงดีชิงเด่น 1

“เจ้าทำให้ข้าอับอายต่อหน้าเชื้อพระวงศ์! ยังกล้าเถียงกลับเซียวอ๋องเช่นนั้นอีกหรือ” ลลิตาเม้มปากแน่น เมื่อนึกถึงบุรุษท่าทางเข้มงวดคนนั้นก็ยิ่งขัดใจ นางไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นอ๋อง หรือมีฐานะสำคัญอย่างไร รู้เพียงแค่ว่าเขาเป็น ‘ยักษ์เป็นมาร’ ขี้บังคับ! “ก็เขาดุข้านี่นา…” นางพึมพำเบาๆ “ว่าอย่างไรนะ?!” “เปล่าเจ้าค่ะ!” แม่เล้าเชิดคางขึ้น ดวงตาคมปลาบ “เจ้าควรขอบคุณที่เป็นเซียวอ๋อง ถ้าหากเป็นเชื้อพระวงศ์ท่านอื่นล่ะก็ ป่านนี้เจ้าถูกลากออกไปประหารแล้ว!” ลลิตาสะอึก แต่ก็ไม่วายเถียงข้างๆ คูๆ ว่าต่อให้เป็นเชื้อพระวงศ์หรือไม่ ก็เป็นคนเหมือนกัน แต่เมื่อเห็นสีหน้าของแม่เล้าที่มืดครึ้มลงเรื่อยๆ ลลิตาก็ได้แต่หุบปากเงียบ ก้มหน้ารับโทษโดยไม่ปริปาก เสียงหวายฟาดลงที่น่องดังเพียะ! ตามมาด้วยอาการแสบซ่าน ลลิตากลั้นเสียงร้อง แอบบ่นในใจว่าตีน่องกันแบบนี้เลือดลมคงเดินสะดวกขึ้นแน่ๆ ขณะที่ลลิตากำลังถูกทำโทษ เหล่าคณิกาต่างทยอยกันกลับห้องพักเพื่อทำความสะอาดร่างกาย ในหอหยกเขียวมีกฎว่า ทุกคนต้องรักษาผิวพรรณให้ดี ห้ามปล่อยให้ผิวแห้งกร้าน ดังนั้นจึงมีอ่างน้ำอุ่นสำหรับล้างหน้าวางไว้ให้ใช้ ซิงซิงยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่อง
Read more

บทที่ 4 ชิงดีชิงเด่น 2

ด้วยความหวังดี ลลิตาจึงยกอ่างน้ำนั้นไปให้ซิงซิงใช้ก่อน“พี่ซิงซิง ท่านจะล้างหน้าหรือไม่? ข้าเอาน้ำมาให้” ซิงซิงหันขวับมามองทันที และเมื่อเห็นอ่างน้ำในมือของลลิตา ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง นางจำได้แม่นว่านี่คือน้ำที่ตนแอบใส่หญ้าคันลงไป! ซิงซิงชะงักไปวูบหนึ่ง แต่เพียงเสี้ยวอึดใจ ใบหน้างามก็เปลี่ยนเป็นเหยียดหยาม สีหน้าของซิงซิงโกรธจัด ในใจคิดว่าลลิตากำลังแกล้งย้อนเกล็ดนาง“เจ้า!” ซิงซิงลุกพรวดขึ้น เสียงแหวดังลั่น ลลิตากะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเดือดอะไรขึ้นมา "หึ เจ้าคิดว่าเจ้าเฉลียวฉลาดมากหรือไร?" นางแค่นเสียง ขณะยืนกอดอกจ้องลลิตาด้วยแววตาดูแคลน ลลิตากระพริบตาปริบๆ แล้วเอียงศีรษะเล็กน้อย“พี่ซิงซิง ท่านไม่พอใจอะไรข้าหรือ บอกข้าเถอะ ข้าจะได้ปรับปรุงตัว”ซิงซิงยิ่งหงุดหงิดที่เห็นท่าทางใสซื่อนั่น นางสูดหายใจลึกก่อนกระแทกเสียงใส่ "ข้าอุตส่าห์หวังดี แต่เจ้านี่ร้ายกว่าที่คิด! เล่นงานข้าคืนด้วยวิธีนี้ ช่างเจ้าเล่ห์เสียจริง!" "หา? ข้าเล่นงานอะไรกัน?" ลลิตาทำหน้างง มองอีกฝ่ายสลับกับอ่างน้ำในมือ ซิงซิงสะบัดแขนเสื้ออย่างโมโห ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัว“เจ้าทำเป็นใสซื่อไปเถอะ! แต่ข้ารู้นะว
Read more

บทที่ 4 ชิงดีชิงเด่น 3

เหม่ยเหม่ยกับเซียงฮวาซึ่งได้ยินเสียงโวยวายรีบวิ่งเข้ามาดู เหม่ยเหม่ยอุทานเสียงหลงทันทีที่เห็นอาการของซิงซิง "ตายแล้ว! นี่เจ้าถูกอะไรมาหรือ? ผิวแดงแสบร้อนไปทั้งตัวเช่นนั้น" ซิงซิงกัดฟันแน่น กำหมัดสั่นระริกขณะชี้หน้าลลิตา "เจ้าวางแผนจะให้ข้าเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่!" "ห๊า!?" ลลิตาตะโกนเสียงหลง "ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ! ข้าแค่ยกอ่างน้ำให้พี่ซิงซิงใช้ก่อนเท่านั้นเอง!" เซียงฮวาขมวดคิ้ว ลอบมองอ่างน้ำก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะน้ำขึ้นมาสังเกต “นี่มัน... หญ้าคัน?” "หา?" ลลิตาหันขวับ "หญ้าคัน? อะไรคือหญ้าคัน?" "เจ้าแกล้งโง่หรือโง่จริงกันแน่!?" ซิงซิงตะคอกเสียงแหลม ลลิตาอ้าปากพะงาบๆ"แต่ว่า... ข้าไม่รู้อะไรเลยนะ!" "เจ้าต้องรู้! หรือไม่ก็เจ้าวางแผน!" ซิงซิงโวยลั่นก่อนจะเกาแรงขึ้นจนแทบจะถลกผิวตัวเอง นางร้องกรี๊ดๆ ลั่นหอหยกเขียว เซียงฮวารีบสั่งให้เด็กเตรียมน้ำให้ซิงซิงล้างตัวและช่วยนางถอดเสื้อผ้า แต่ซิงซิงเอาแต่กรีดร้อง “ซิงซิง เจ้าใจเย็นก่อน! ใครกันแน่ที่เป็นคนเตรียมน้ำล้างหน้านี้?” ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เหม่ยเหม่ยจะหันไปทางซิงซิงแล้วพูดขึ้นว่า "เมื่อครู่... ข้าเห็นเจ้าเข้าไปในห้องพั
Read more
PREV
123456
...
16
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status