LOGIN“มอมแมมเหลือเกิน หาเสื้อผ้าให้นางใหม่ดีกว่า ในตู้ของข้ายังพอมีชุดอยู่ มันคับแล้ว เอาให้นางไปก็แล้วกัน”
หลังจากตั้งชื่อเรียบร้อย พี่สาวทั้งหลายก็พากันช่วยหาชุดใหม่ให้ลลิตา... เอ่อ ไม่สิ ต้องเรียกว่าหลันลี่ฮวาแล้ว หญิงสาวร่างสูงโปร่งหยิบเสื้อแพรบางๆ สีตุ่นๆ ออกมาแล้วเลิกคิ้ว “ตัวนี้ดีไหม?”
“ไม่ได้! ดูผิวขาว ๆ ของนางสิ ใส่แล้วซีดไปหมด”
“ถ้างั้นตัวนี้ล่ะ?” อีกคนยื่นเสื้อสีฟ้าอ่อนปักลายดอกบัวให้
“พอได้นะ แต่ข้าคิดว่าเสื้อสีเขียวมรกตจะขับผิวมากกว่า!”
หลันลี่ฮวาถูกดึงไปดึงมา ปล่อยให้พวกพี่ๆ ช่วยกันเลือกเสื้อผ้าให้ เธอพยายามจะปฏิเสธ แต่พูดอะไรไปก็ไม่มีใครเข้าใจอยู่ดี
ชีวิตที่ไม่มีภาษานี่มันลำบากจริง ๆ!
ไม่นานนัก เสื้อผ้ามากมายถูกนำมากองอยู่ตรงหน้า แต่ละชุดดูหรูหรากว่าที่ลลิตาเคยแตะต้อง เสื้อผ้าในยุคนี้มีชั้นซ้อนซับกว่าเสื้อกับกางเกงของเธอมาก
"เจ้าสวมชุดพวกนี้เองได้หรือไม่?" เหม่ยเหม่ยลองถาม ผายมือคะยั้นคะยอ
ลลิตากะพริบตาปริบๆ มองดูแขนเสื้อกว้างแล้วหันไปมองเสื้อคลุมยาว พยายามทำความเข้าใจว่าต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน แต่มันซับซ้อนจนสุดท้าย ลลิตาพยายามลองสวม ดึงสายตรงนั้นผูกตรงนี้ สุดท้ายได้แต่ยิ้มแหยๆ และส่ายหน้าช้าๆ เพื่อบอกว่าใส่ไม่เป็น
"ข้าเดาไว้แล้วว่าเจ้าคงทำเองไม่ได้ ฮ่าๆ มาเถอะ พวกเราจะช่วยแต่งตัวให้เจ้าเอง" เซียงฮวาหัวเราะแล้วดึงนางให้ยืนขึ้น
เหล่านางคณิกาช่วยกันจับแขนนาง ลากไปที่หน้ากระจกทองเหลือง ก่อนจะช่วยกันผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลลิตา เธอรู้สึกเหมือนตุ๊กตากระดาษที่ถูกจับแต่งตัว ด้านหนึ่งก็เขินอายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก ได้แต่ปล่อยให้พวกนางจัดการกันไป
ซิงซิงยืนกอดอกพลางมองด้วยสายตาเย้ย ๆ "แม้แต่ใส่เสื้อผ้ายังทำไม่ได้ นี่เจ้ามาจากบ้านนอกแห่งหนไหนกันแน่?"
"ซิงซิง อย่าไปว่านางเลย ดูสิ นางเหมือนกระต่ายตื่นตูมไปหมดแล้ว" เซียงฮวาปรามก่อนจะยิ้มปลอบโยนให้ลลิตา "ไม่ต้องกังวลนะลี่ฮวา อยู่ที่นี่เดี๋ยวเจ้าก็จะเรียนรู้ได้เอง พวกเราอยู่กันเหมือนพี่น้อง ไม่มีใครทิ้งใครหรอก"
น้ำเสียงอ่อนโยนของเซียงฮวาทำให้ลลิตารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด แม้ว่านางจะยังฟังภาษาไม่ได้ทั้งหมด แต่ความอ่อนโยนของหญิงสาวตรงหน้าก็ทำให้นางรู้สึกว่าอย่างน้อย เธอก็ยังไม่โดดเดี่ยวเสียทีเดียว
ระหว่างที่กำลังแต่งตัวให้ แม่เล้าก็ให้เด็กมาตามพี่สาวแสนสวยไปรับแขกทีละคน สองคน ลลิตามองตามหลังไปเห็นลูกค้าท่าทางกลัดมันโอบเอวลูบคลำเนื้อตัวพวกนาง ลลิตาก็เริ่มปะติดปะต่อได้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหน ก็จะมีสักกี่แห่งเล่าที่มีสาวๆ แต่งตัวแทบเปลือยเปล่ารวมตัวกันอยู่มากมายแบบนี้
อา... นางเอกเรื่องอื่นทะลุมิติเข้าวัง ไม่ก็ทะลุมิติมาเจอพระเอกหล่อๆ แต่ชะตาของหนูทะลุมิติมาอยู่ซ่อง วาสนาของเราจริงๆ
หลังจากเลือกชุดเสร็จแล้ว คณิกาผมสีน้ำตาลเข้มที่ชื่อเหม่ยเหม่ยก็ตักข้าวให้กิน ก่อนออกเสียงช้า ๆ
“หมี่ฟ่าน ข้าว”
หลันลี่ฮวากะพริบตาปริบๆ มองพี่สาวอีกคนที่ถือเหยือกน้ำขึ้นมา
“สุ่ย น้ำ”
อ๋อ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทุกคนพยายามสอนภาษาให้!
“อี้…เอ้อ…ซาน…” พี่สาวหุ่นอวบอั๋นที่ชื่อเซียงฮวาพยายามชูนิ้วทีละนิ้ว “หนึ่ง…สอง…สาม…”
ลลิตาอ้าปากพยายามออกเสียงตาม “อี้…เอ๋อ…ซาม…?”
“ฮ่าๆๆ นางพูดผิดไปหมดแล้ว!”
เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง แต่ไม่มีใครรังเกียจหรือเยาะเย้ย กลับพากันยิ้มอย่างเอ็นดู พร้อมลูบศีรษะเธอเบาๆ
หลันลี่ฮวาแม้จะยังสับสนกับสถานการณ์ทั้งหมด แต่ก็พยายามเรียนรู้ ค่อยๆ ปรับตัว พอกินข้าวอิ่มแล้วก็เริ่มมีแรงฮึด จะอยู่วังหรืออยู่ซ่อง ถ้าใจเราเบิร์นนิ่งก็ไม่มีอะไรต้องกลัว สู้ว้อย!!
บทที่ 9 คุณลูกค้า หลังจากคืนแรกที่เธอกลายเป็นคณิกาแบบเต็มตัว เซียวอ๋องก็ทรงมาขย่มเธอทุกคืนเลย อย่างวันนี้พระองค์ก็มาตั้งแต่ช่วงบ่าย ร้านเสริมสวยของเธอโดนสั่งปิดกระทันหัน ลูกค้าหนีกระเจิง แง… “ลี่ฮวา” เซียวอ๋องขึ้นชื่อว่าดุและเข้มงวด พวกสาวๆ ส่วนใหญ่ออกจะหวาดเกรงพระองค์ด้วยซ้ำไป พอเห็นเจ้าของห้องมา พวกสาวๆ ก็รีบเผ่นออกจากห้อง ลลิตายังไม่ทันได้เก็บค่าเสริมสวยเลย “ท่านอ๋องอ่า! มีธุระอะไรหรือเพคะ” “ข้าต้องมีธุระเท่านั้นถึงจะมาหาเจ้าได้รึ” “ไม่ใช่อย่างนั้น..
สวบบบ...“ใจร้าย ไหนว่าจะขอก่อนไง” ลลิตากลั้นเสียงร้องกระเส่า ร่างกายเสียดเสียวเหมือนกำลังวูบดิ่งลงสู่ก้นเหว ความร้อนไหลทะลักเข้ามาจนเอ่อล้น พุ่งพล่านเหมือนจะระเบิด“สุดยอดไปเลย รูแน่นดูดหนุบหนับเลย”“ซี้ดด อา… ไม่เอานะ ฮือๆ” ลลิตาสะอื้นเสียว กลีบสาวแบะอ้าฉ่ำเยิ้ม ร่างกำยำค่อยๆ ส่งลำหอกแข็งเครียดนั้นดันเข้าไปในรูอ่อนหวานแสนตอดรัด ทรงหอบหายใจกระเส่า ชีพจรเต้นแรงไม่มียั้ง“อ๊ะ อ๊า... ค่อยๆ ดันเข้าไปนะ มันใหญ่มากเลย อย่าเพิ่งเด้านะเพคะ”ลลิตาร้องกระเส่า อ้ากลีบให้พระองค์ปี้ เซียวอ๋องขยับสะโพกถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะกระแทกเอวสุดแรง ดันลำหอกทะลวงเข้าไปในรูคับแน่น“อา... เจ้าตอดเสียวมากเลย ตอดแรงมาก”ทั้งคู่เชื่อมต่อร่างกายกันอย่างเมามันส์ น้ำหวานแสนบริสุทธิ์หยาดเยิ้มรูแฉะฉ่ำ แท่งมังกรอวบยาวอัดแช่ครู่หนึ่งให้ลลิตาปรับตัวพร้อมแล้ว พระองค์ก็เริ่มโยกเคลื่อนเชื่องช้า เดินหน้าถอยกลับจนหลุดรู จากนั้นก็ดันเข้าไปใหม่ กลีบเนื้อสาวสีชมพูเยิ้มโอบรัดแนบแน่นจนกลีบปลิ้น ลลิตาเสียวจนหน้าเบี้ย
“งื้ออ...”ยิ่งลลิตาดื้อดึง ก็ยิ่งทำให้พระองค์อยากจะแกล้ง เซียวอ๋องแลบลิ้นเลียริมฝีปากพลางจรดปากลงมาดูด“อ๊ะ อูยย... อะ...อย่านะ”จ๊วบบบ...อุ้งปากร้อนๆ บรรจงดูดหัวนมสีชมพูเป็นกระเปาะ ลลิตาสะท้านเฮือก ไหล่กระตุกไหว สองเต้าวาววับหยาดชุ่มเพราะโดนดูดบ๊วบสลับไปมาซ้ายขวา เธอหมดเรี่ยวแรงขัดขืน ทำได้แค่นอนหอบหายใจระทวย ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพระองค์ขยับเข้ามาถ่างเรียวขาออกกว้างแล้วขยับเข้ามาพร้อมสอดใส่“อย่า...”ม่านโปร่งบางถูกเปิดออก เช่นเดียวกับนิ้วแกร่งเปิดรูฉ่ำหวานทักทายกับนิ้วดังแจะๆ เซียวอ๋องชักนิ้วเข้าออกสองสามครั้งให้พอน้ำหวานฉ่ำออก และแล้วหัวลึงค์ก็สอดเข้ามา ดุนดันแยงรูแน่นหนึบพอรู้รสแล้วถอยห่าง“อูวว แน่นมากเลย” เซียวอ๋องกระซิบ “เงยหน้าขึ้นสิ ทุกคนต่างมองเจ้าเฉิดฉายอยู่นะ”“ไม่เอา ไม่เอานะ”“ซี้ดด... อา...”ริมฝีปากของลลิตาสั่นระริก รู้ว่าควรจะขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ และแล้วท่อนลึงค์อวบยักษ์ก็สอดเข้ามา ถูไถร่องกลีบ“อ๊
“ซี้ดด... อา”เรียวลิ้นตวัดสัมผัสเม็ดเสียว เขี่ยวนไปรอบๆ จนชูชัน ลลิตาแอ่นสะโพกขึ้นๆ ลงๆ ริมฝีปากครางกระเส่า สองขาอ้ากว้างขณะที่ลิ้นเปียกชื้นนั้นสอดแยงแจะ... แจะ... จ๊วบบบ“อ๊ะ อ๊าๆๆๆ”เธอแฉะเยิ้ม สองขาถูกดันให้ยกลอยขึ้นชิดทรวงอก กลีบสาวแบะอ้า รู้สึกถึงน้ำหนักที่โถมทับลงมาเสียดสี ลลิตาอึกอัก พยายามข่มเสียงครวญครางแต่ไม่ไหว ได้ยินแค่เสียงหอบครางและเสียงเหนอะหนะลามก ด้านนอกม่านโปร่งนั้นมีคนมากมายมองอยู่“ย...อย่า พอแล้วเพคะ”แรงดูดเลีย บดเบียดเสียดสีเม็ดเสียวชูชันฉุดให้ร่างกายตอบสนอง ลลิตาครางระริก ขยับสะโพกดันกลับไปอย่างซาบซ่าน“อะ อา อูยย.. อืออ...”จังหวะบดแนบยิ่งร้อนแรงขึ้น หนักขึ้น ลลิตากระตุกเร่าๆ เธอกระตุกเฮือกไปทั้งตัว รสเสียวซ่านรุนแรงอาบล้นทุกครั้งที่ปลายลิ้นแข็งแรงนั่นกระดิกถี่ ลลิตาร้องครวญคราง สองมือจับต้นขาของตัวเองไว้ แหกอ้ากว้างๆ ให้ท่านอ๋องผู้มีอุปการะคุณลงลิ้นอยู่ตรงที่ริมหน้าต่างนั่นแหละ“ซี้ดด... อูยย... อ๊ะ อ๊าๆ เสียวจัง
ลลิตางานยุ่งทุกวัน แต่ก็ใช่ว่าจะรอดจากคำสั่งของแม่เล้า เพราะยิ่งมีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่าเซียวอ๋องผู้เย็นชาถึงกับจ่ายเงินซื้อห้องหรูล่วงหน้าถึงหนึ่งปี ผู้คนก็ยิ่งอยากจะเห็นหน้าแม่นางหลันลี่ฮวาว่าจะงามโฉมสักแค่ไหนดังนั้นแล้วลลิตาจึงต้องแต่งตัวออกรับแขกเหมือนเดิม เฮ้อ...คราวนี้แม่เล้าให้เธอนั่งเฉยๆ หลังม่านโปร่งบาง ลลิตาหลับสัปหงก นั่งเลื้อยดูยั่วยวน ยิ่งทำให้แขกกลัดมันทั้งหลายคร่ำครวญโหยหา อยากจะยลโฉมนางงามดูสักครากระทั่งม่านโปร่งถูกรวบเปิด!ลลิตากำลังนั่งย้วย น้ำลายไหลย้อย เธอปรือตาขึ้นมานิดนึงก่อนจะหาวหวอด แต่พอนึกขึ้นได้ก็รีบขยับตัวให้นั่งดีๆ แต่เซียวอ๋องกลับกดไหล่เธอไว้“นั่งแบบนั้นแหละ”แม้จะมีม่านโปร่งพรางสายตา แต่ผู้คนต่างก็พอมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เซียวอ๋องเสด็จมาที่หอหยกเขียวทุกคืนและเสพสมนางคณิกาคนโปรด ลลิตาหน้าแดงก่ำ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ชินเสียที“ท...ท่านอ๋อง คืนนี้ก็ด้วยหรือเพคะ”“แน่นอน”ลลิตากึ่งนั่งกึ่งนอนให้พระองค์ลูบไล้ตามเนื้อตัว โดยเฉพาะตรงจะงอยหัวนมที่ถูกบีบคลึง หมุน
เช้าวันถัดมา ห้องพักสุดหรูของหอหยกเขียวก็คราคร่ำไปด้วยช่างไม้ที่แห่แหนกันมาทำงานแบบมืดฟ้ามัวดิน“อ้าวเฮ้ย! เบาๆ หน่อยน้า นั่นกระจกของแม่นาง! ระวังแตกเดี๋ยวท่านอ๋องได้หักค่าแรงพวกเจ้าพอดี!”เสียงตะโกนวุ่นวายดังขึ้นตั้งแต่ยามเช้า ช่างไม้จากสำนักฝีมือเลื่องชื่อแห่งเมืองหลวงทยอยขนของเข้ามาทีละชิ้น ช่างคนหนึ่งงุ่นง่านวัดขนาดผนัง ส่วนลูกมือก็แบกโต๊ะเครื่องแป้งกระจกทองเหลืองบานใหญ่เดินเบียดกับบ่าวในหอที่ยืนอ้าปากค้างมุงดูด้วยความตื่นตะลึงลลิตายืนกอดอกอยู่กลางห้อง ยิ้มหน้าบาน“วางโต๊ะตรงนี้เจ้าค่ะ แล้วก็เอากระจกบานนั้นติดผนังฝั่งซ้าย ให้สะท้อนแสงธรรมชาติช่วงเช้าได้นะ ส่วนตรงมุมนั้น ทำชั้นวางขวดครีมเรียงเป็นชั้นเลยเจ้าค่ะ… ขอลิ้นชักกับชั้นเก็บของมากหน่อย!”“ขอรับๆ แม่นางท่านนี่...มีหัวคิดมากแท้…”ไม่นานนักห้องพักสุดหรูแห่งหอหยกเขียวก็ถูกแปลงโฉมอย่างสมบูรณ์มุมหนึ่งกลายเป็นโต๊ะเครื่องแป้งสุดอลังการ มีเก้าอี้บุผ้านุ่มสำหรับลูกค้าสาวๆ อีกมุมเป็น “โซนขัดผิว” ที่มีม่านผ้าโ







