เข้าสู่ระบบ“เห็นหรือไม่? ถ้ายังเล่นผิดอีก ก็เตรียมใจถูกลงโทษได้เลย”
“ชาติก่อนท่านเป็นมารใจยักษ์แน่ๆ ส่วนชาตินี้เป็นยักษ์ใจมาร!” ลลิตาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เพราะเขาทำร้ายจิตใจนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนให้คณิกาคนอื่น แต่กับนางกลับดุจังว้อย! ตีเอาตีเอา
เซียวอ๋องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นราวกับกำลังสนุก “มือพองหมดแล้ว หน้าตาบูดเบี้ยวไปหมด”
“เช่นนั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะ”
“เดี๋ยว ลืมไปแล้วหรือ ข้าจ่ายเงินเพื่อเหมาเจ้าทั้งคืนแล้ว”
ลลิตามองซ้ายมองขวา ไหนล่ะเงิน... พอมองไปทางแม่เล้า แม่เล้าก็ฉีกยิ้มพลางตบถุงเงินให้ดู ส่วนรุ่นพี่อย่างเซียงฮวากับเหม่ยเหม่ยขยิบตาให้ แง...
“ท...ท่านอ๋องเมื่อยมั้ยเพคะ ข้านวดแขนนวดขาเก่งนะ เวลาที่เหลือนวดคลายเส้นกันดีกว่าเนอะ”
“ได้สิ ข้ากำลังเมื่อยอยู่พอดี”
เยส! ลลิตามัวแต่ดีใจ พระองค์เชยคางเธอขึ้นพลางเท้าคาง กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“นวดลึงค์ของข้าสิ” เซียวอ๋องเกลี่ยริมฝีปากของเธอเบาๆ “ใช้ปากของเจ้านวดนะ เอาให้สุดฝีมือเลย อยากรู้นักว่าจะปากดีสักแค่ไหน”
หา?
คนพรรค์ไหนพูดว่านวดลึงค์ใส่หน้าผู้หญิงได้หน้าตาเฉยวะ อ่อ ที่นี่ซ่องค่ะ ลลิตาตาเหลือกโปน ต่อมน้ำตาแตกดังโผละ แง หนูขอโต๊ดดดด...
ลลิตาหันไปมองพี่สาวอย่างขอความช่วยเหลือ แต่เซียงฮวากับเหม่ยเหม่ยทำท่าให้สู้ๆ มีแค่ซิงซิงที่ถลึงตาใส่เธออย่างขุ่นเคือง นางเห็นว่าลลิตาทำลีลาเล่นตัวนัก ซิงซิงจึงเข้ามาออดอ้อนขอทำแทน
“ท่านอ๋อง เด็กใหม่ยังไม่รู้ประสา ฝีมือยังไม่ถึงขั้น ให้หม่อมฉันใช้ปากบำเรอท่านดีกว่านะเพคะ”
“ไม่ ข้าจะให้ลี่ฮวาทำ”
คราวนี้เริ่มมีเสียงเฮรอบโต๊ะ ส่งเสียงเชียร์เด็กใหม่ให้เอาใจท่านอ๋องเร็วๆ ลลิตาตาเหลือก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีแฟนด้วยซ้ำ จู่ๆ ต้องมาดูดเจี๊ยวคนที่เพิ่งเจอหน้า หนูทำไม่ได้จริงๆ
“ยังไม่รีบเอาใจท่านอ๋องอีก” ซิงซิงกัดฟันส่งยิ้มแต่แววตาดุ ลลิตาไม่มีทางเลือกจึงคุกเข่าลงตรงหน้าร่างสูงใหญ่ ผู้คนก็ยิ่งสนใจ ส่งเสียงครึกครื้น โดยเฉพาะพวกขี้เมาปากมอม
“เอาเลยนังหนู ท่านเซียวอ๋องเอ็นดูเจ้าแล้ว น่าอิจฉา”
อิจฉานัก มึงก็มาดูดเองสิยะ
“ตัวสั่นนะ ครั้งแรกหรือ”
“อืม”
เธอโคตรจะลำบากใจ คนก็เฮๆ ส่งเสียงให้ดูดเลยๆๆๆ แท่งมังกรของเขาใหญ่เป็นลำ คอดเรียวไปที่หัวลึงค์บากบาน เส้นเอ็นกับเส้นเลือดพาดเป็นเส้น แข็งเครียดชวนให้ขย่ม ลลิตานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหว่างขากำยำ ทำออรัลเซ็กซ์แลกเงิน
แผล่บ... แผล่บ... จ๊วบบ...
เอาล่ะ นึกถึงหนังโป๊ที่เคยดู นึกถึงที่เคยเห็นสาวๆ ในหอหยกเขียวบำเรอเสียวให้แขกกระเป๋าหนัก ลลิตาหลับตาปี๋ ตวัดลิ้นไปมาตรงหัวบากบานเหมือนดอกเห็ดเบาๆ ก่อนจะอ้าปากอมแล้วดูด
จ๊วบบ... จ๊วบบ...
เธอครางในลำคอ ท่อนลึงค์ของท่านอ๋องใหญ่จนกรามแทบค้าง แต่ลลิตาก็ใช้ลิ้นกระดกถี่ไปตามลำหอกอวบแข็งที่ทอดยาวอยู่ในอุ้งปาก ออกแรงดูดจนแก้มตอบ
“โอ้วว... เก่งมาก อา... หัวดุ้นข้าเสียวมาก”
เซียวอ๋องครางซี้ดซ้าด สองมือจับศีรษะของเธอตรึงไว้แล้วเด้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
จ๊วบบ จ๊วบบ...
“ซี้ดด อา... อูวว” เขาโยกท่อนหอกในปากเธอ ให้หัวลึงค์เสียดสีลิ้นนุ่มๆ และดูดแรงๆ พระองค์ครางซี้ดซ้าด ตัวเกร็งแน่นขณะตรึงศีรษะของเธอไว้แล้วกระแทกป้าบๆ
“อื้อ... อื้อๆๆ”
“ท่านอ๋องช่างเร่าร้อนนัก นังหนูสู้เขา”
“ท่านอ๋องเร่งจังหวะแล้ว นังหนูอย่ายอมแพ้นะ” พวกขี้เมาส่งเสียงเย้วๆ ลลิตาอยากจะลุกไปถีบเรียงตัว แต่ตอนนี้แท่งมังกรที่อัดแน่น กระเด้าปากเธออยู่นั้นมันโคตรจะร้อนเลย
“เอ้าๆ อร่อยใหญ่เชียวนะ อา... ข้าจะแตกแล้ว”
พรวดด พรวดด...
“ซี้ดด... แตกใส่ปาก เสียวสุดๆ กลืนน้ำลงไปให้หมด”
“อือ...” ลลิตาทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย อุ้งปากปรนเปรอท่อนเอ็นแข็งตึงอย่างเงอะๆ งะๆ พระองค์เป็นชายรูปงาม คมเข้ม แววตาดุดันและมัดกล้ามล่ำสันร้อนแรง ดังนั้นเพียงแค่ใช้สายตาจ้องมอง ร่างกายของลลิตาก็พลันเกิดปฏิกิริยาแปลกประหลาด ตรงหว่างขาเสียววูบวาบแปลกๆ แถมยังแฉะอีกต่างหาก
ฮือ...
ครั้งแรกของฉัน ยับเยินเหลือเกิน ลลิตาตาเหลือกโปน น้ำตาทะลักท่วม ถึงจะเจ็บใจ... แต่มันก็ไม่เลวเหมือนกัน
“กลับไปพักผ่อนเถอะไป เห็นแล้วรำคาญลูกตา”
“ฮึ่ย!” ลลิตาแยกเขี้ยวใส่ ถอนสายบัวแบบลวกๆ แล้ววิ่งร้องไห้โฮกลับหอ ส่งเสียงโหยหวนว่าระวังตัวไว้ให้ดีเถอะไอ้ยักษ์บ้า! แม่เล้ากับเซียงฮวาได้แต่หัวเราะแห้งๆ รีบกล่าวขออภัยยกใหญ่ ทว่าคืนนี้นางคณิกาใหม่แห่งหอหยกเขียว ดึงดูดความสนใจของเซียวอ๋องไปหมดแล้ว!
----------
แม่เล้าเรียกลลิตามาหวดน่อง โทษฐานเสียมารยาท กล่าวอาฆาตมาดร้ายต่อเชื้อพระวงศ์
“หอนางโลมไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะเล่นลิ้นได้”
เสียงแม่เล้าสูงวัยดังขึ้นกลางโถง หญิงชราผู้เป็นเจ้าของหอหยกเขียวทอดสายตามองลลิตาด้วยสายตาเย็นชา พลางเคาะไม้เรียวลงบนฝ่ามือของตนช้าๆ ลลิตาคุกเข่าก้มหน้า ไม่ใช่เพราะสำนึกผิด แต่เพราะเข็ดขยาดไม้เรียวในมือของหญิงชรามากกว่า
“เจ้าทำให้ข้าอับอายต่อหน้าเชื้อพระวงศ์! ยังกล้าเถียงกลับเซียวอ๋องเช่นนั้นอีกหรือ”
หลายเดือนต่อมา ข่าวลือเรื่องการหายตัวไปของจางถิงถิง ธิดาคนเล็กแห่งตระกูลจางก็เริ่มซาลงไป แต่แล้ว... เมืองหลวงก็ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งด้วยข่าวที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าขบวนสมบัติอันวิจิตรตระการตาเคลื่อนผ่านถนนสายหลักมุ่งหน้าสู่จวนตระกูลจาง ขบวนสมบัตินั้นนับมากองจนล้นหน้าจวน ทั้งผ้าไหมหายาก ทองคำแท่ง เครื่องประดับล้ำค่า และเครื่องเรือนแกะสลักอย่างประณีต ผู้คนในเมืองหลวงต่างฮือฮา ต่างสงสัยว่าใครกันที่กล้าทุ่มเททรัพย์สมบัติมากมายเพียงนี้รถม้าหรูหราที่สุดหยุดลงหน้าประตูจวน ท่านเสวียนหย่ง บุรุษผู้ได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในแคว้น ก้าวลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางสง่างามดุจเทพเซียน และยื่นมือไปประคองถิงถิง ผู้เป็นภรรยาให้ก้าวลงมาถิงถิงในชุดฮูหยินที่ปักด้วยด้ายทองคำ ดูงดงามและเปล่งประกายยิ่งนายท่านจางและฮูหยินจางออกมายืนต้อนรับด้วยความตื่นตะลึง ราวกับยังไม่สามารถเรียกสติกลับคืนมาได้ พวกเขาไม่คิดเลยว่าเจ้าขอทานตัวสกปรกคือบุรุษผู้ได้ชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในแคว้น"ท่านพี่..." ฮูหยินจางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้ายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า... ขอทานผู้นั้นคือท่านเสวียนหย่ง""ถิงถิง... นางกล้าทิ้งทุกอย่าง
การเดินทางของถิงถิงดำเนินต่อไปอย่างยากลำบาก แสงอาทิตย์ยามบ่ายแผดเผาผิวกายที่บอบบางของนางจนแดงก่ำ รองเท้าผ้าไหมที่นางสวมใส่เริ่มขาดวิ่นเพราะต้องเดินผ่านทางที่ขรุขระและเต็มไปด้วยก้อนกรวด นางรู้สึกกระหายน้ำและหิวโหย แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนางเดินตามร่องรอยสุดท้ายที่อาเหยาทิ้งไว้ จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เป็นเหมืองทองคำขนาดใหญ่ เสียงค้อนกระทบเหล็กและเสียงคนงานดังระงมไปทั่วบริเวณ แสงสะท้อนจากแร่ทองคำที่กองพะเนินอยู่ทำให้บริเวณนั้นดูสว่างไสวถิงถิงเห็นชายชราผู้หนึ่งกำลังยืนควบคุมดูแลคนงานอยู่ ชายชราผู้นั้นมีใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น แต่ดวงตาของเขาส่องประกายแห่งความเฉลียวฉลาดและความมั่งคั่งถิงถิงเดินเข้าไปหาชายชราด้วยความอ่อนล้า"ท่านลุงเจ้าคะ" นางเอ่ยด้วยเสียงที่แหบแห้ง "ท่านเห็นขอทานที่ชื่ออาเหยาเดินผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"ชายชรามองถิงถิงด้วยความสงสาร เขาหยิบน้ำเต้าที่บรรจุน้ำสะอาดส่งให้นาง"ดื่มน้ำก่อนเถิดคุณหนู" เขากล่าวอย่างใจดี ถิงถิงรับน้ำเต้ามาดื่มอย่างกระหาย เมื่อความชุ่มชื้นกลับคืนสู่ลำคอ นางก็ถามซ้ำอีกครั้ง"ท่านเห็นขอทานร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเคราครึ้มหรือไม่เจ้าคะ"
บทส่งท้ายอาเหยาทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่เขาทำเครื่องหมายไว้บนพื้นดิน ถิงถิงต้องเดินทางเพียงลำพัง นางเดินตามสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ทำจากกิ่งไม้หรือก้อนหินที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงแปลกตา นางเดินไปตามทางที่คดเคี้ยวและเปลี่ยวร้างนานหลายชั่วยาม แสงแดดเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสื้อผ้าที่เรียบง่ายของนางเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกายที่อ่อนแอของธิดาผู้สูงศักดิ์ นางไม่เคยต้องเดินไกลเช่นนี้มาก่อนในที่สุด นางก็มาถึงที่แห่งหนึ่งซึ่งมีไร่ข้าวโพดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า ต้นข้าวโพดสูงใหญ่เรียงรายเป็นระเบียบราวกับกองทัพสีเขียวขจีถิงถิงมองหาอาเหยา แต่ไม่พบร่องรอยของเขาอีกต่อไป นางรู้สึกสับสนและเริ่มหวาดหวั่นเล็กน้อยทันใดนั้น นางก็เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังเดินตรวจตราอยู่ตามแนวไร่ ชายผู้นั้นสวมเสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้านและดูภูมิฐาน แม้จะดูเป็นคนดูแลไร่ แต่ก็มีท่าทางน่าเคารพ ถิงถิงเดินเข้าไปหาชายผู้นั้นด้วยความอ่อนน้อม"ท่านลุงเจ้าคะ" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน "ท่านเห็นขอทานรูปร่างสูงใหญ่ มีหนวดเคราเดินผ่านมาทางนี้บ้างหรือไม่เจ้าคะ"ชายผู้นั้นมองถิงถิงตั้ง
อาเหยาออกเดินนำไปโดยทิ้งเครื่องหมายบอกเอาไว้ เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ทำจากกิ่งไม้หรือก้อนหินที่วางเรียงกันเป็นรูปทรงแปลกตา ร่องรอยเหล่านั้นนำพานางออกนอกเขตเมืองหลวง เข้าสู่ชนบทที่กว้างใหญ่ไพศาล"จางถิงถิง! เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!"ถิงถิงหันกลับไปมองด้วยความตกใจ นางเห็น เยว่ซิน พี่สาวคนโต ลี่ฮวา พี่สาวคนรอง และ เหมยลี่ พี่สาวคนที่สาม กำลังเดินตรงมาหานางด้วยสีหน้าโกรธจัด"เจ้ากล้าดียังไงถึงหนีตามขอทานไป!" เยว่ซินตวาดเสียงดัง "เจ้าไม่รู้หรือว่าการกระทำของเจ้าจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลจางต้องเสื่อมเสียป่นปี้!""พวกเรากำลังจะแต่งงานกับคุณชายผู้สูงศักดิ์" ลี่ฮวาเสริมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "หากเรื่องนี้แพร่ออกไป พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! เจ้าทำลายชีวิตของพวกเรา!""ข้า... ข้าขออภัยท่านพี่ทั้งสามเจ้าค่ะ" ถิงถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แต่ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าไม่สามารถแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักได้""รัก? เจ้าพูดถึงความรักกับขอทานสกปรกอย่างนั้นหรือ!" เหมยลี่หัวเราะเยาะอย่างดูถูก "เจ้ามันโง่เขลา! เจ้ามันต่ำทราม! เจ้ามันไม่คู่ควรที่จะเป็นธิดาของตระกูลจาง!"“แล้วไหนเล่า? ขอทานที่เจ้ารักน
ถิงถิงพยักหน้าช้าๆ ความเชื่อมั่นในดวงตาของอาเหยาได้สั่นคลอนความลังเลในใจของนางจนหมดสิ้นฮูหยินจางกำลังจิบชาอยู่ในเรือน เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากบ่าวรับใช้ นางก็แทบจะสำลักชา"อะไรนะ! ถิงถิงจะติดตามขอทานสกปรกผู้นั้นไปตามหาคู่ครองที่ไม่เคยเห็นหน้าหรือ! นางเสียสติไปแล้วหรือ!" มารดาของนางตวาดเสียงดังด้วยความโกรธ นางเดินเข้ามาประจันหน้ากับบุตรสาวคนเล็ก"เจ้าเป็นธิดาของตระกูลจาง! เจ้าจะทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ไม่ได้! เจ้าจะเอาเกียรติยศของตระกูลไปทิ้งไว้ข้างถนนไม่ได้!" มารดาของนางยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและเด็ดขาด "ฟังข้าให้ดีนะถิงถิง... ยาจกตัวเหม็นจะไปรู้จักคนรวยๆ ได้อย่างไร เสวียนหย่งเป็นใคร ข้าไม่เคยได้ยินชื่อ หากเจ้าก้าวออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาอีก"คำขู่ของมารดาไม่ได้ทำให้ถิงถิงหวาดหวั่น นางเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน"ท่านแม่เจ้าคะ... หากความสุขของข้าคือการต้องก้าวออกจากบ้านหลังนี้ ข้าก็ยินดีที่จะไม่กลับมาอีก"ถิงถิงโค้งคำนับมารดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่มีอะไรติดตัวไปแม
"หยุดเดี๋ยวนี้!"จางถิงถิงผู้มีจิตใจอ่อนโยนและบริสุทธิ์ดุจดอกบัวแรกแย้ม นางรีบวิ่งออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นรอยแส้บนหลังของอาเหยาและสีหน้าเจ็บปวดของเขา นางก็รู้สึกสงสารจับใจ ถิงถิงเดินเข้าไปหาอาเหยาอย่างไม่รังเกียจ นางนั่งยองๆ ลงข้างๆ และหยิบซาลาเปาที่นางแอบเก็บไว้ในแขนเสื้อออกมา"ท่าน... ท่านคงจะหิวมากแล้ว" ถิงถิงยื่นซาลาเปาให้เขาด้วยมือสั่นเทา "ท่านกินนี่เสียเถิด แล้วรีบลุกขึ้นไปจากที่นี่เถิดนะ หากท่านยังอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาจะทำร้ายท่าน"อาเหยาเงยหน้าขึ้นมองดวงตาที่เจ็บปวดและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนของถิงถิง เขารับซาลาเปามาถือไว้ในมือที่หยาบกร้านและสกปรก"คุณหนูสี่..." เสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ "ความเมตตาของท่าน... ข้าจะตอบแทน"เยว่ซิน ลี่ฮวา และเหมยลี่มองน้องสาวคนเล็กด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม พวกนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดถิงถิงจึงลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวกับขอทานสกปรกเช่นนี้"ตอบแทน? ยาจกเช่นเจ้าจะเอาอะไรมาตอบแทนได้" ลี่ฮวาเยาะเย้ยอาเหยาไม่สนใจคำพูดของใคร เขาจ้องมองถิงถิงด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและจริงจัง"ความเมตตาอันบริสุทธิ์ใจของคุณหนูสี่ ตัวข้าได้ประจักษ์แจ้งแก่ใจ ข้าจะช่วยสรรหาคู่ครองที่ดีที่
สุดยอดเลย...ลลิตากระพริบตาปริบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ สาวใช้ข้างตัวจึงรีบกระซิบว่า "ห้องนี้เป็นห้องพิเศษ ถ้าแขกคนไหนกระเป๋าหนักก็เปิดห้องนี้สุขสันต์กับคณิกาที่ถูกใจได้ คืนหนึ่งต้องจ่ายถึงสามพันตำลึง! แต่ท่านอ๋องช่างใจกว้างนัก จ่ายล่วงหน้าไว้ให้พี่ใช้นอนเล่นหนึ่งปีเต็ม"ลลิตาสำลัก
มาถึงตอนนี้ ลลิตาก็จับสังเกตได้หลายๆ เรื่องแล้ว ข้อแรกคือที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทย ข้อสอง ตอนนี้ไม่ใช่ยุค 2025 แต่เป็นจีนยุคโบราณช่วงราชวงศ์ไหนสักราชวงศ์ เด็กโข่งไม่เก่งประวัติศาสตร์ได้แต่น้ำตาตกใน ไม่เข้าใจว่าหนีแผ่นดินไหวอยู่ดีๆ ทำไมถึงโผล่มาที่นี่ได้หรือว่าเราตายไปแล้ว?ลลิตาก้มดูสำรวจตัวเอง จับเนื
เกิดอะไรขึ้น? ที่นี่ที่ไหน? แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรความทรงจำสุดท้ายก็คือตอนที่เธอกำลังวิ่งหนีลงมาจากตึกที่กำลังสั่นไหวรุนแรง แผ่นดินไหว? หัวใจลลิตาคล้ายจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ มองไปที่ใบหน้าทุกใบที่หันมามอง พวกนางยิ้ม ทุกอย่างรอบตัวคืออะไรกัน? เธออยู่ที่ไหน?ห้องพักนี้… เสื้อผ้า... ท่าทางของพวกน
**คำเตือน**-นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก-ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี-เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านมี ebook ขายที่เว็บ meb นะคะ กดค้นหานามปากกา ศศิชา ได้เลยจ้าบทนำเสียงม่านแพรก







