Share

ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต
ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต
Author: นรกสร้าง

บทที่ 1 เจ้าสาวไร้เงา

last update publish date: 2026-09-30 02:17:36

ตึก ๆ ๆ ๆ

แฮ่ก ๆ ๆ ๆ

"ช่วยด้วย ...อึ๊ก ...ฮือ ...ใครก็ได้ช่วยเราด้วย!"

เสียงฝีเท้าและเสียงสะอื้นไห้ดังระรัวท่ามกลางความมืดมิด ร่างเล็กวิ่งลัดเลาะแหวกม่านแมกไม้ที่รกครึ้ม ดิ้นรนสุดแรงเกิดภายใต้พันธนาการอันเงียบเชียบ

เมื่อครู่นางยังเป็นเจ้าสาวต่างถิ่นผู้เลอโฉมถูกส่งตัวข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล เพื่อหวังเป็นสะพานเชื่อมอำนาจและให้กำเนิดทายาทสืบสกุลแก่ตระกูลใหญ่ ทว่าเวลานี้ที่นี่ไม่ใช่เรือนหอไม่ใช่สถานที่จัดงานมงคลแต่มันคือหุบเหวลึกอันเปล่าเปลี่ยว ทางเดินที่อาบทาด้วยสีแดงฉานของเลือดสด ๆ ไร้ซึ่งเสียงดนตรีบรรเลง มีเพียงเสียงกรีดร้องของร่างบางในชุดเจ้าสาวที่วิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต

"กรี๊ดดดดดด!"

ลมหนาวพัดหวีดหวิวบาดผิวราวกับเสียงโหยหวนของภูตผี ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวไล่หลังเข้ามาใกล้ทีละนิด คลื่นควันขาวขุ่นแผ่ซ่านลอยตามติดมา ร่างบางสะดุดล้มลุกคุกคลาน พยายามจะยันกายลุกขึ้นและถอยร่นหนีอย่างสุดชีวิต

วื้บบ!

"อ๊ะ ..!"

ร่างระหงในชุดเจ้าสาวสีแดงสดช่างดูงดงามโดดเด่นกว่าใคร หากแต่ร่างเพรียวระหงในชุดอันทรงเกียรติ์ สองมือเรียวกลับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เงินที่พัวพันรัดแน่น ก่อนที่มันจะกระชากร่างบอบบางในชุดเจ้าสาวรุ่มล่ามให้ลอยลิ่วขึ้นไปพันแขวนห้อยโตงเตงอยู่กลางอากาศเหนือพื้นดิน

"ช ...ช่วยด้วย! ฮือ ...อย่าทำกับข้าเช่นนี้ ข้าเป็นเจ้าสาวของท่านอ๋องอี้เฉิน ...ได้โปรด อย่าทำเช่นนี้เลย!"

หึ ...หึ ...หึ ..

ความเย็นเฉียบของโซ่โลหะแล่นริ้วเข้าสู่กระดูก พร้อมกับความตระหนักรู้อันโหดร้ายว่า ไม่มีทางที่ผู้ใดจะเข้ามาช่วยเหลือเธอได้ทัน ท่ามกลางความสิ้นหวัง เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำสนิทก็ก้าวออกมาจากความมืด

"ใครอยู่ตรงนั้น ...ช่วยข้าที ข้าเป็น ...เป็นเจ้าสาวคนที่สิบของอ๋องอี้เฉิน ท่าน ...ท่านรู้จักท่านอ๋องใช่หรือไม่ ช่วยข้าที ข้าถูกโจรวิปริตจับมาที่น่ากลัวนี้ ...ช่วยข้าด้วย .." นางเอ่ยละล่ำละลักด้วยความหวังอันริบหรี่

ตึก ...ตึก ...ตึก ..

ชายปริศนาก้าวเข้ามาไร้ซุ่มเสียงเชื่องช้า ท่าทางเยือกเย็นดั่งยมทูตที่สำรวจความตายของมนุษย์

แสงเทียนวับแวมส่องกระทบใบหน้า เผยให้เห็นเพียงครึ่งซีกที่อยู่ภายใต้เงาสลัวริมฝีปากหยักยกขึ้นคลี่ยิ้มน้อยๆ แต่กลับสร้างความกดดันได้อย่างมหาศาลจนอากาศรอบกายคล้ายจะหายใจไม่ออก นางอ้าปากพยายามจะเปล่งเสียงร้องขอความเมตตา ทว่าลำคอกลับแห้งผากราวกับถูกไฟเผา

"ท่าน ...ท่านเป็นใคร ...เหตุใดจึง .."

เสียงหวานสั่นเครือจนขาดห้วง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามที่ร่างนั้นก้าวเข้ามาหยุดยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้า

ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายปริศนา มีเพียงแววตาว่างเปล่าที่ทอดมองไม่ต่างจากสายตาของนักล่าที่กำลังพิจารณาเหยื่อตัวน้อย มือหนายื่นออกมาช้า ๆ ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ผ่านพวงแก้มเนียนนุ่มอย่างแผ่วเบา ราวกับจะหยอกเย้า แต่ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้วคู่นั้นกลับทำให้เลือดในกายของนางจับตัวเป็นน้ำแข็ง

ทันใดนั้น มือคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นบีบเข้าที่คางของนางอย่างแรง บังคับให้อ้าปากออกก่อนจะกรอกของเหลวสีอำพันเข้มข้นขมปร่าลงคอไปรวดเดียว

แคก! อึก ...อื้อ!

ของเหลวรสชาติประหลาดทะลักออกจากมุมปาก บางสวย ร่างของนาวสะท้านเฮือกด้วยสุดขีดพลาง รีบยกมือขึ้นพยายามแกะโซ่ที่รัดรอบลำคอตัวเอง หวังจะสำรอกมันออกมา

"ข้าจะช่วยให้เจ้าหลับอย่างสงบ เดี๋ยวเจ้าก็สบาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา

เพียงชั่วพริบตาเดียว ความร้อนระอุราดรดลงมาจากกลางอกราวกับมีถ่านไฟแดงฉานนับพันก้อนถูกโยนลงไปในช่องท้อง พิษร้ายแล่นพล่านไปตามกระแสเลือดอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด เส้นเลือดขอดตามลำคอและขมับปูดโปนขึ้นเป็นสีม่วงคล้ำ ผิวหนังทั่วร่างร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผาจากภายใน

"กรี๊ดดดดดด!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนหลุดรอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ความเจ็บปวดทรมานพุ่งพล่านขึ้นมาถึงสมองจนแทบระเบิด

ร่างบอบบางในชุดเจ้าสาวที่ห้อยอยู่ถูกปลดลงมากองทรุดฮวบลงกับพื้นดิน สองมือจิกทึ้งพื้นจนเล็บฉีกขาดเลือดสด ๆ ไหลซึมออกมาจากปลายนิ้ว แต่ความเจ็บปวดที่ปลายนิ้วนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในร่างกายที่ราวกับกระดูกทุกท่อนกำลังถูกบดขยี้ให้แหลกละเอียดเป็นผุยผง

พิษนี้ไม่ได้ปลิดชีพในทันที แต่มันค่อย ๆ กัดกินอวัยวะภายในทีละส่วน ลมหายใจเริ่มติดขัด หอบสะท้านด้วยความทรมาน หยาดน้ำตาผสมปนเปกับเลือดที่ไหลทะลักออกจากมุมปาก ย้อมชุดเจ้าสาวสีแดงสดให้กลายเป็นสีคล้ำน่าสะพรึงกลัว นางดิ้นรนทุรนทุรายบนพื้นดินราวกับปลาที่ถูกโยนขึ้นมาบนบก สองมือไขว่คว้าหาที่พึ่งพิงแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ..

เบื้องหน้าสายตาที่พร่ามัวและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา นางเห็นชายชุดดำยืนกอดอกมองมา แววตาคู่นั้นไม่มีความโกรธแค้น ไม่มีฃความสงสาร และไม่มีความยินดีปรีดา มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกดิ่งราวมหาสมุทร และร่องรอยของความสะใจบางเบาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความมืด ที่แห่งความตายนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกย่างก้าว ทุกหยดพิษ ล้วนถูกจัดเตรียมไว้โดยไม่ปล่อยให้เจ้าสาวหน้าไหนรอดชีวิตออกไปได้เลยแม้แต่คนเดียว ..

ร่างระหงในอาภรณ์สีแดงสดสั่นสะท้าน ลมหายใจขาดห้วงยามที่ความร้อนระอุแผดเผาไปทั่วช่องท้อง พิษร้ายแล่นพล่านราวกับสายฟ้าฟาด เส้นเลือดขอดตามลำคอและขมับปูดโปนขึ้นเป็นสีม่วงคล้ำ ทว่าในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้าประชิด ม่านพลังอาคมกลางลานพิธีกลับกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 50 สวามีของฉัน

    ​เอี๊ยดดด!​ประตูรถถูกปลดล็อก เสวียนอี้เฉินก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินมาเปิดประตูฝั่งฉัน แล้วก้มลงมองด้วยรอยยิ้มบางเบาที่แฝงความโหยหาไว้เต็มเปี่ยม​"ไปคุยกันต่อในบ้านไหม?"​ภายในห้องรับแขกบ้านของเขา แสงอุ่นๆ ส่องผ่านม่านขาวเข้ามา ฉันเดินง่วนไปมาทั่วห้อง มือไม้สั่นเทา ลมหายใจปั่นป่วนจนทำอะไรไม่ถูก สมองที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนมีตรรกะบัดนี้ขาวโพลนไปหมด​"จะเดินไปเดินมาอีกนานไหม?" เสวียนอี้เฉินที่นั่งอยู่บนโซฟาไม้เอ่ยทัก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ต่างจากฉันที่สติแตกไปเรียบร้อยแล้ว​"คุณ...เอ่อ..นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" ฉันหยุดก้าวเดิน หันไปมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ​เสวียนอี้เฉินเอนหลังพิงเบาะ สายตากวาดมองสำรวจรอบบ้าน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำลึกล้ำ "หลังจากโดนธนูยิงในวันนั้น...ฉันคิดว่าตัวเองคงตายไปแล้ว แต่ท่านพ่อ...ทำพิธีบางอย่างแปดวันแปดคืนเต็มๆ ฉันจำได้เลื่องลางว่าท่านทำพิธีย้ายจิต ไม่คิดเลยว่ามันจะย้ายมาในสภาพที่เป็นใบหน้าตนเอง แล้วยังมาอยู่ในยุคที่มีภรรยาตัวเองอยู่..."​เขายกมือขึ้นชูแหวนหยกบนนิ้วชี้ของเขาที่แลกเปลี่ยนกัน "ฉันฟื้นขึ้นมาที่บ้านหลังนี้ ในร่างน

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 49 คุ้นเคย

    หลังจากค่ำคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์อันสับสนอลหม่านผ่านพ้นไป ฉันก็นึกว่าชีวิตของตัวเองได้ผ่านจุดที่พีคที่สุดไปแล้ว...แต่เปล่าเลย ความจริงอันน่าตกตะลึงกลับเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก​จะมีใครบนโลกใบนี้ที่มีชีวิตเฮงซวยและเต็มไปด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติเท่าฉันอีกไหม?​บังเอิญทะลุมิติข้ามภพข้ามชาติไปช่วยชีวิตผู้ชายใจร้าย ใจดำ ใจยักษ์ แต่ดันมีสถานะเป็น 'สามี' ในยุคโบราณ ทุ่มเทกายใจช่วยเขาแทบตาย ทว่าสุดท้ายกลับช่วยเขาไม่ได้...ตื่นขึ้นมาอีกทีร่างกายกลับฟื้นคืนสติอยู่ในยุคปัจจุบัน พร้อมรอยแผลเป็นตรงหน้าบันไดบ้านตัวเอง​กลับมาใช้ชีวิตสงบสุขได้ไม่ทันไร โลกหมุนเหวี่ยงให้ผู้ชายที่มีใบหน้า น้ำเสียง และแววตาเหมือนสามีในอดีตคนนั้น เดินเข้ามาเป็นเจ้านายคนใหม่ในออฟฟิศซะงั้น​ฉันคงเป็นบ้า...สมองคงกระทบกระเทือนตอนตกบันไดวันนั้นแน่ๆกึกทกึก​"คุณเหม่ยซิน ช่วยไปธุระกับผมหน่อย"​น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงานของฉันในเช้าวันถัดมา เสวียนอี้เฉินในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมกริบจ้องมองผ่านกรอบแว่นหนาเตอะของฉันลงมา นัยน์ตาคู่นั้นล้ำลึกจนยากจะคาดเดาความรู้สึก​ฉันละสายตาจากหน้

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 48 หอมกลิ่นหวนคืน

    กลิ่นอายความอบอุ่นที่เจือจางมาเนิ่นนานในบ้านหลังเก่า บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยรอยยิ้มและบรรยากาศที่แปลกตาไปจากเดิม ภาพของพ่อที่เคยนั่งกอดขวดสุราส่งกลิ่นคละคลุ้งจนน่าปวดหัว บัดนี้กลับวางตัวเป็นหลักยศหลักฐานคอยช่วยประคับประคองดูแลแม่ยามเจ็บไข้ มือคู่นั้นที่เคยสั่นเทาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เลิกราจากการดื่มมาได้หลายเดือนจนแววตาเริ่มกลับมามีประกายความหวังอีกครั้ง ส่วนน้องชายตัวแสบที่เคยเอาแต่แบมือขอเงินไปผลาญกับเรื่องไร้สาระ ก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้จักช่วยงานแบ่งเบาภาระ และตั้งใจเรียนจนน่าชื่นใจ โลกปัจจุบันที่เคยพังทลายลงตรงหน้าบันไดวันนั้น กลับค่อย ๆ ถูกซ่อมแซมให้กลับมามั่นคงด้วยความรักและความใส่ใจของคนในครอบครัว​เมื่อสภาพจิตใจและร่างกายฟื้นฟูจนกลับมาแข็งแกร่งเป็นปกติ ฉันจึงตัดสินใจก้าวออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกอีกครั้ง โดยเลือกที่จะกลับมาทำงานในสายอาชีพเดิมงานบัญชีตัวเลขที่คุ้นเคย​บริษัทใหม่ที่เข้ามาเทคโอเวอร์กิจการและล้างบางระบบเก่าจนสะอาดหมดจดแห่งนี้ ไม่มีหลงเหลือพนักงานชายใจร้ายชุดเดิมที่เคยสร้างแผลเป็นในใจให้อีกต่อไป บรรยากาศการทำงานที่นี่เต็มไปด้วยความเท่าเทียม ความหลา

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 47 กลับมา

    กลิ่นไอเย็นยะเยือกของโรงพยาบาลสีขาวสะอาดตา เสียงเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพติ๊ด...ติ๊ด...จังหวะสม่ำเสมอ และแสงไฟนีออนสีนวลที่ส่องกระทบเพดาน คือสิ่งแรกที่ดึงฉันกลับคืนสู่โลกแห่งความจริง​โลกที่ไม่มีแม้แต่เงาของคนร้ายกาจอย่างอี้เฉิน ไม่มีสระบัว ไม่มีกลิ่นอายจีนโบราณ และไม่มี...ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มที่ยอมเอาชีวิตเข้ามารับลูกธนูแทนฉันอีกต่อไปแล้ว​"อึก..."​ฉันส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เปลือกตากะพริบถี่เพื่อปรับรับแสงสว่าง ความเจ็บปวดแปล๊บแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกท่อนถูกนำไปบดขยี้แล้วประกอบใหม่ ลมหายใจหอบสะท้านด้วยความเคว้งคว้างและตื่นตระหนก สมองยังคงติดตรึงอยู่กับภาพหยดเลือดสีแดงฉานที่ไหลรินลงมาอาบทั่วแผ่นอกแกร่ง ภาพที่เขายิ้มให้ฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขน​หัวใจของฉันบีบรัดแน่นจนแทบแหลกสลาย ความเจ็บปวดร้าวรานในอกมันชัดเจนเสียจนฉันเผลอยกมือขึ้นคว้าคว้างกลางอากาศ น้ำตาอุ่นพรั่งพรูทะลักออกมาจากหางตาอย่างไร้การควบคุม เสียงแหบแห้งหลุดรอดจากริมฝีปากที่แห้งผากเรียกหาชื่อของคนที่ติดอยู่ในใจ​"อี้เฉิน...ท่านอ๋อง...อย่าทิ้งฉันไป..."​เสียงพึมพำเรียกหาดังสะท้อนก้องอยู

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 46 ต้นตอ

    แสงเทียนบนโต๊ะไม้จันทน์ดำวูบไหวตามแรงลมหนาวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสา กลิ่นกำยานเจือจางในห้องหนังสืออันเงียบสงบ แต่บนหน้ากระดาษสมุดบันทึกเก่า เต็มไปด้วยร่องรอยอักษรที่คงกลิ่นอายโลหิตของอดีตคละคลุ้งราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานณ จวนตระกูลใหญ่ที่ตั้งตระหง่านท้าทายอำนาจ ท่ามกลางความโอ่อ่าและเกียรติยศที่ผู้คนต่างพากันก้มหัวให้ เบื้องหลังประตูบานใหญ่กลับซ่อนเรื่องราวหยาดน้ำตาและคราบเลือดเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ภรรยาเอกผู้เป็นดั่งดวงใจของผู้นำตระกูลได้ให้กำเนิดบุตรชายทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ที่ควรจะเติบโตมาอย่างสง่างาม ทว่าการมีอยู่ของสองแม่ลูกกลับกลายเป็นหนามยอกอกของ "ฮูหยินรอง" ผู้ซ่อนความริษยาและจิตใจอันดำมืดไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน นางเกลียดชังที่ตำแหน่งและอำนาจทุกอย่างกำลังจะถูกแย่งชิงไปในคืนที่ลมหนาวพัดกระโชกแรงแม่แท้ ๆ ของเด็กน้อยก็สิ้นใจลงอย่างปริศนาบนเตียงนอน ท่ามกลางความมืดมิดที่ไม่มีแม้แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือ ขณะที่ผู้นำตระกูลผู้เป็นสามีและพ่อ กลับเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการเมืองและการชิงอำนาจในราชสำนัก จนหลงลืมแม้กระทั่งสตรีที่ตนเคยพร่ำบอกว่ารักเมื่อสิ้นไร้เกราะคุ้มกันจากมา

  • ทะลุมิติมาช่วยสวามีในอนาคต   บทที่ 45 เจ็บ

    แสงคบเพลิงสว่างไสวเป็นทางยาวตัดผ่านความมืด ทันใดนั้น เงาร่างของบุรุษบนหลังม้าสีดำสนิทก็ควบผ่านพ้นพุ่มไม้ไปไม่ไกล ชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่ซุ่มอยู่พากันตะโกนลั่นด้วยความแค้นเคือง "นั่นไง! ฆาตกรเสื้อคลุมทมิฬ! มันคือท่านอ๋องสารเลวคนนั้น!" พวกเขารีบวิ่งกรูตามรอยเท้ามาจนถึงลานพิธีเบื้องหลังหุบเหว ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้เลือดในกายของทุกคนเดือดพล่านจนแทบคลั่งท่านอ๋องในสภาพเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนคาวเลือด ดวงตาสงบนิ่งอย่างไร้สติ กำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางร่างของหญิงสาวชาวบ้านนับสิบคนที่ถูกมัดและหวาดกลัวจนสั่นเทา ด้านข้างมีแท่นพิธีและคราบเลือดสยดสยอง ความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก ชาวบ้านที่ขาดสติเพราะความสูญเสียและเสียใจอย่างสุดซึ้ง พากันพุ่งเข้าหาร่างที่ยืนนิ่งราวกับหุ่นยนต์ทันที "ฆาตกรโฉดแกพรากแก้วตาดวงใจของพวกข้าไป!" เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคืองดังระงมท่อนไม้และจอบเสียมถูกระดมฟาดฟันลงมาอย่างไร้ความปรานี เสียงเนื้อกระทบไม้ดังทึบ ๆ สลับกับเสียงคมดาบที่พุ่งเข้าฟันแทงร่างของท่านอ๋องจนเสื้อผ้าขาดวิ่น โลหิตสีแดงฉานไหลทะลักย้อมอาภรณ์จนชุ่มโชก ทว่าท่านอ๋องใน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status