Masukเมื่อเลิกประชุม ชาวบ้านทยอยกลับไป อวี้ซินจับจุงมือของลูกทั้งสองเอาไว้แน่น
“แม่ หมูป่
หงส์ขาวปรากฏในมุมสายตา แสงสีขาวระยิบระยับจาง ๆ คล้ายละอองหิมะในอากาศ[อวี้ซิน… เธอทำภารกิจครบทั้งห้าด้านแล้ว] เสียงของหงส์ขาวนุ่มนวล เหมือนกระซิบกลางหัวใจ‘ห้าด้าน?’ เธอถามในใจรู้สึกโหวงเหวง เหมือนว่าหงส์ขาวจะมาลา แล้วก็ไม่อยู่กับเธอแล้ว[ภารกิจชีวิต ครอบครัว ความเมตตา การสร้างสรรค์ และศรัทธา เธอผ่านทั้งหมดแล้ว]‘แล้วฉันจะหายไป หรือว่าเธอจะหายไป?’[เธอมีสิทธิ์เลือกอยู่ในโลกนี้ตลอดไป]อวี้ซินหลุบตาลง เห็นนิ้วมือของอวี้เหวินเจ๋อยังสอดประสานกับมือของเธอ เด็กทั้งสองกำลังหัวเราะคิกคักอยู่ตรงหน้า ภาพนั้นชัดเจนยิ่งกว่าฝันใด ๆ‘แล้วเธอละหงส์ขาว เธอก็จะหายไปใช่ไหม เพราะฉันได้เลือกแล้ว ฉันขออยู่ตรงนี้ อยู่กับคนที่ฉันรัก อยู่กับครอบครัวนี้อย่างมีความสุข หงส์ขาว’อวี้ซินนึกกลัวเหมือนกัน หรือหงส์ขาวจะจากไปตลอดกาล การใช้ชีวิตโดยไม่มีหงส์ขาวต้องลำบากแน่ ๆ ใจหายวับ...‘ตอบสิหงส์ขาว หรือว่าเธอจะหายไป?’ เสียงในใจของอวี้ซินสั่นพร่า ราวกับสายลมพัดผ่านกลีบดอกบ๊วยในยามค่ำคืน[@#$^*!*$] เสียงเหมือนวิทยุที่จูนไม่ตรงช่อง เสียงของหงส์ขาวในครั้งนี้ฟังดูไกลเหลือเกิน เหมือนดังมาจากปลายขอบฟ้า‘หงส์ขาว… เธอก็จะหา
‘โอเค พรุ่งนี้นะ วันนี้ฉันยังช็อกอยู่ สรุปแล้วเรื่องเมื่อกี้ มันคือเรื่องจริงไหม’แต่หงส์ขาวก็ไม่ตอบเสียแล้วเด็กสองคนยังแหกปากเรียกแม่อยู่ข้างนอก แม้จะเป็นความวุ่นวาย แต่เธอก็คิดว่า เลือกแบบนี้ดีที่สุดกลิ่นสบู่สมุนไพรจาง ๆ จากฝ่ามือยังติดอยู่ข้างแก้ม อวี้ซินล้างหน้าจนเย็นเฉียบ แล้วเงยหน้ามองเงาตัวเองในกระจก ไม่มีน้ำตาเธอ มีเพียงแต่รอยยิ้มกลับปรากฏขึ้นแทน‘ฉันเลือกที่จะอยู่ในโลกนี้ และอยู่กับพี่เจ๋อ กับลูก’“รอเดี๋ยวนะเด็ก ๆ แม่จะเสร็จแล้ว”ทว่าเสียงเด็ก ๆ ก็หายไป จนอวี้ซินต้องรีบอาบน้ำ และแต่งตัวออกมาจากห้องน้ำ เธอไม่รู้ว่าการอยู่ต่อจะพาไปถึงไหน แต่รู้เพียงว่าตอนนี้... มีสองชีวิตเล็ก ๆ ที่ต้องพึ่งเธอ และมีชายคนหนึ่งที่ยังใหเธอได้กอดเสียงฝีเท้าดังขึ้นตรงลานหน้าบ้าน… เสียงประตูไม้เปิดออก พร้อมกลิ่นอุ่นของขนมแป้งนึ่งลอยเข้ามา“พ่อกลับมาแล้ว” อวี้เหวินเจ๋อยิ้มให้กับเด็ก ๆ“เป็นไงบ้างเมื่อคืนสนุกไหมคะ”“ก็ไม่เท่าไรหรอก เพราะว่าพ่อคิดถึงหนูกับแม่ เอ่อ... แล้วแม่ล่ะ”“แม่กำลังอาบน้ำคะ”“พี่เจ๋อ...” เสียงเรียกของเธอดังขึ้น“มาพอดี พี่ซื้อมาฝาก”“โอ้! กำลังหิวค่ะ”“ใช่ กำลังหิวอยู่เลย”“ไปเ
ดูเหมือนร่างเธอแข็งทื่อ และอวี้ซินก็ยังพูดในสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเธอ[คืนที่เกิดเรื่อง ทำให้เธอมาอยู่ที่นี่เมื่อหกเดือนก่อน เธอรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ทว่านอนอยู่ในห้องไอซียู ยังไม่รู้สึกตัว]‘แล้วเธอหมายถึงอะไรล่ะ ทำไมต้องมาบอกตอนนี้’ น้ำตาของเธอรื้นขึ้น[ภารกิจสุดท้ายของเธอกำลังเริ่มต้น] เสียงของหงส์ขาวนั้นดังชัดเจนอวี้ซินขยับริมฝีปากถาม‘ภารกิจ? ภารกิจอะไร? ฉันตายแล้วหรือยังไง?’[ไม่ เธอยังมีชีวิตอยู่ ร่างกายของเธอนอนอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง สมองของเธออยู่ในภาวะโคม่า แต่จิตวิญญาณถูกดึงมาที่นี่]ภาพของลูกชายวัยจะสี่ขวบ เจี้ยนหมิงและอี้หลันปรากฏขึ้นในหัว ใบหน้ายิ้มแป้นของเด็กทั้งคู่ที่เรียกเธอว่าแม่ ด้วยเสียงใส ๆ แล้วต่อด้วยภาพชายอีกคนหนึ่ง“พี่เจ๋อ” อวี้เหวินเจ๋อสามีที่อบอุ่นที่สุดในโลก หัวใจอวี้ซินหดรัดจนแทบหายใจไม่ออก‘แล้วฉันต้องกลับไปหรือยังไง’ เธอยังถามประโยคนั้นซ้ำ ๆ‘แล้วพวกเขาล่ะ... พวกเขาจะอยู่อย่างไร’ น้ำตาร่วงเผาะลงมาในทันที ภาพในหัวหมุนวูบ อวี้ซินเห็นตัวเองที่อยู่กำลังนั่งอยู่ที่บ้านหลังเดิม ที่โต๊ะกินข้าว เด็กสองคนที่น่ารักร้องบอกแม่ว่าหิว ๆ พร้อม ๆ กัน เพื่อจะให้แม่ป้
คนเป็นพ่ออาสาพาเด็ก ๆ อาบน้ำ และพาใส่ชุดนอน ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อยอวี้เหวินเจ๋ออาบน้ำเสร็จ ก็มานั่งรออวี้ซินที่เข้าห้องน้ำต่อจากเขา ชายหนุ่มนั่งมองท้องฟ้า และบรรยากาศโดยรอบ สายลมเย็นยามเย็นพัดผ่านมากระทบที่ใบหน้า เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอวี้ซินเมื่ออาบน้ำเสร็จ ก็รีบเข้ามาหาสามี“เป็นอย่างไรบ้างคะ อากาศที่นี่แตกต่างจากที่บ้านเราไหม”“มาก แต่พี่ก็ชอบนะ มันมีกลิ่นของความเจริญ ที่มาพร้อมกับความหวังนะ”“ฮึ! มันเป็นอย่างไรหรือคะ” เธอนั่งหลับตาลง แล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด“สดชื่น” อวี้เหวินเจ๋อถึงกับหัวเราะออกมา แต่พอเธอลืมตาขึ้น ใบหน้าของสามีก็ห่างไม่ถึงคืบ“คืนนี้”“อะไร?” ใบหน้าของอวี้ซินเหรอหรา“ก็...” ทำตากรุ้มกริ่ม และตาเล็กตาน้อย“พี่นี่!” เธอจิ้มนิ้วไปที่ปลายจมูกของเขา แต่อวี้เหวินเจ๋อกับจับมือของเธอ แล้วเอาเข้าปาก“ทำอะไร พี่เจ๋อนี่ ทะลึ่งใหญ่นะเดี๋ยวนี้”ทว่าเขาก็รวบร่างของเธอเอาไว้ทั้งร่าง “มาเถอะ เข้านอน พี่ง่วงแล้ว อีกอย่างก่อนนอนเราต้องมีอะไรทำกัน”“พี่เจ๋อ ฉันเหนื่อย จนขาจะหลุดแล้ว”“ฮื้อ... อาซินนอนเฉย ๆ ที่เหลือพี่เจ๋อทำเอง”“หื่นหนักนะคะ”“จ้ะ” ยอมรับหน้าตาเฉย แต่เธอก็
“ผมกับอาซินไม่เคยคิดว่าจะได้เจอพวกคุณอีก ต้องขอบคุณที่ทำให้วันนี้ของพวกเราเป็นวันที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต”“ค่ะ แล้วยังให้ความทรงจำแสนดีที่ปักกิ่ง”“ขอให้มีความสุขครับ”“ต้องอวยพรว่า ให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงด้วยค่ะ”ทุกคนยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่ม หลิวเจี้ยนหงยกคิ้ว “ผมตั้งใจไว้เลยว่า หากวันใดที่ผมได้เริ่มธุรกิจของตัวเอง พี่เจ๋อกับพี่สะใภ้จะต้องมีชื่อร่วมในนั้นแน่นอน”อวี้ซินชะงัก ในใจพร่างพราว ‘หา... ธุรกิจ?’ หัวใจเต้นแรงจะระเบิดแล้ว นี่เท่ากับจะกลายเป็นมหาเศรษฐี“ทำอะไรหรือครับ” อวี้เหวินเจ๋อถาม“ผมตั้งใจจะเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ เราจะเริ่มจากเล็ก ๆ ก่อนในปักกิ่ง ผมเรียนด้านเครื่องกลมา พอมีทุนอยู่บ้าง” เขาหันไปยิ้มกับภรรยา“และอวิ๋นเอ๋อร์ก็เห็นด้วยกับธุรกิจตัวนี้ อีกอย่างคุณพ่อของอวิ๋นเอ๋อร์ก็สนับสนุนด้วย”“แน่นอนค่ะ ถ้าได้คุณพ่อหนุนหลัง พี่จะไปได้ไกลค่ะ” หลี่ซิวอวิ๋นตอบ“พี่เจ๋อก็อยู่ในหน่วยซ่อมบำรุง อยู่ไปนาน ๆ ฝีมือก็คงจะไม่ธรรมดา ฉันว่าเหมาะมากเลยค่ะ เราต้องมีงานให้พี่เจ๋อช่วยในอนาคต”อวี้เหวินเจ๋อสีหน้ามั่นคงและมุ่งมั่น “ถ้าอย่างนั้นผมคงจะต้องตั้งใจทำงาน เรียนรู้ แต่เรื่องถึงขนาดจะให้พ
“ก็มีอาหารจากภัตตาคารมานะสิ”“อะไรนะคะ” อวี้ซินยิ้มดวงตาเปล่งประกายอย่างมีความสุข เพราะว่าอะไรก็ไม่ดีเท่า มีเพื่อนจริงใจ แล้วยังเป็นเศรษฐีเสียอีก“ใกล้เวลานัดหมาย ประเดี๋ยวก็คงมา”“ต้องเตรียมอะไรบ้างคะเนี่ย”“ไม่ต้อง พวกนั้นเอามาครบ เราเพียงแต่นั่งกิน ตอนเก็บพวกนี้เขาก็เก็บทุกอย่างกลับไปด้วย”‘ที่ปักกิ่งในยุคนี้ มีคนคิดแบบนี้ด้วยหรือ’ อวี้ซินอดที่จะสงสัยไม่ได้พลางนึกถึงหงส์ขาว ที่บอกว่า มีคนแบบเธออยู่เยอะเหมือนกัน และต้องแข่งขันกัน เพื่อจะได้แต้มพิเศษ เหมือนครั้งก่อนที่เธอได้ไงติ๊ง...[ภารกิจย้ายบ้านสำเร็จ ได้รับ 1000 แต้ม ขออวยพรให้เธอและครอบครัวมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป]‘และที่ฉันสงสัยว่า มีคนแบบฉันเยอะแยะ’[เธอยังมาถึงที่นี่ได้ เชื่อเถอะ มีอีกหลายคน]‘น่าสนุกนะ ชีวิตที่ปักกิ่ง ขอบคุณนะหงส์ขาว ฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือให้ดี’[ชีวิตเลือกที่จะเป็นได้ แม้เราจะเลือกเกิดไม่ได้ ไปกินข้าวกับพวกเขาเถอะ][ปัจจุบัน แต้มคงเหลือ 15,307]พนักงานจากภัตตาคารมาส่งอาหาร และกำลังจัดโต๊ะแล้ว อวี้ซินเดินไปสมทบกับทุกคน กลิ่นอาหารลอยคลุ้งขึ้นมา“อาหารทั้งหมดนี่มาจากภัตตาคารจิ่วซิ่งหยวน ที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถน
วันนี้เธอเห็นข้อความในจดหมาย เป็นหลักฐานชั้นดี เขาแอบซุกมาใต้หีบเสื้อผ้าเก่าหรือว่า... ที่จริงแล้ว อวี้ซินก็ได้เห็นจดหมายฉบับนี้แล้ว แต่เกิดความกลัว จึงไม่กล้าที่จะเรียกร้องอะไร เนื่องจากคนอีกฝ่ายเป็นคนมีบารมีและอำนาจ ถ้าไปผิดใจกับพวกเขา หญิงสาวกับลูก ๆ ก็คงจะอยู่ลำบากรายละเอียดเง
เด็กทั้งสองวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน เท้าเล็ก ๆ เปื้อนดินเปื้อนฝุ่นดูเลอะไปหมด รองเท้าก็เก่าแสนเก่า“แม่ขา... หนูจะเล่นน้ำ” เสียงอี้หลันเจื้อยแจ้ว ทำท่าจะรีบถอดเสื้อผ้าเก่า ๆ ออกโดยไม่รอให้แม่สั่ง เจี้ยนหมิงก็ไม่ยอมน้อยหน้า ยืนยิ้มแฉ่ง เผยฟันน้ำนมที่ยังขึ้นไม่ครบ“เดี๋ยว ๆ ก่อนลงน้ำ ต้องมาหาแม่ก่อน แ
“แม่ทำอะไรคะ?” อี้หลันถาม เด็กสองคนยังพูดไม่ค่อยชัด แต่คนเป็นแม่ฟังรู้เรื่องทุกคำของเด็กน้อยสองคน“กำลังทำก้อนสมุนไพรไง จะได้เอาไปแจก หรือว่าขาย ไม่งั้นก็แลกเป็นอะไรกลับมาที่บ้านเรา”“ถ้าอย่างนั้นหนูช่วย”“หนูก็ช่วย”“ได้สิ! อี้หลัน เจี้ยนหมิง ช่วยแม่ด้วยนะ แม้นั่งยิ้มอยู่ใกล้ ๆ แม่ แม่ก็พอใจแล้วจ้
เธอเอามาปั้น ๆ เป็นก้อน ๆ แล้วรีบยื่นให้กับป้าจางและสหายหวัง คนละสองก้อน“แม่ นี่กระดาษเอาไว้ห่อค่ะ”“จ้า”เธอจึงห่อให้คนทั้งสอง สหายหวังยิ้ม พลางยื่นมือไปรับก้อนซุปไก่“อวี้ซิน… เธอแน่ใจนะจะสอนพวกเราทำ”“อื้อ แต่ขอให้ได้ทรัพยากรมาก่อนนะ จะหาก่อน แล้วไม่ต้องกลัว ฉันจะเขียนสูตรให้เลย จะไม่ซ่อนเร้นเคล







