Share

ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ
ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ
Penulis: น้องเหม่ยเหมย

1บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2026-07-13 15:35:44

บทนำ

“ช่วยด้วย”

เสียงใครน่ะ ซุนเพ่ยเหวิน สตรีในยุคเทคโนโลยีก้าวหน้าไปถึงขนาดชีวิตประจำวันมีการนำ AI มาใช้เป็นเรื่องปกติรวมทั้งในสายอาชีพที่นางประกอบอยู่ อันได้แก่ วงการแพทย์ในสังกัดทหารก็มีการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ผสมผสานกับการรักษาแผนจีนโบราณ

ทว่าเวลานี้ซุนเพ่ยเหวินที่มีความทรงจำล่าสุดคือหญิงสาวกำลังออกภาคสนามลงไปช่วยเหลือเหล่าทหารที่กำลังเดินทางกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจปกป้องประเทศชาติ หากแต่ไฉนเวลานี้หญิงสาวกำลังเดินหลงทางอยู่ในดงหมอกหนาจัดเช่นนี้

หนาขนาดไหนน่ะหรือ

...ขนาดที่ว่าซุนเพ่ยเหวินไม่สามารถมองเห็นหนทางข้างหน้าที่นางกำลังเดินไป มองไม่เห็นแม้กระทั่งสิ่งแวดล้อมรอบตัวระยะไกลกว่าสิบฉื่อก็ไม่สามารถเห็นแล้ว

ที่นี่มันที่ไหน

“ช่วยด้วย”

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแหวกม่านหมอกขาวพุ่งตรงมาหานางนั้นมาจากที่ใดนั้นซุนเพ่ยเหวินมองไม่เห็นต้นเสียงเลย

หากจะกล่าวว่าเหมือนเป็นเสียงของภูตผีนั้นก็ไม่ผิด

ติดที่นางนั้นไม่เชื่อเรื่องผี วิญญาณที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ดังนั้นเสียงหวานจึงตะโกนฝ่าเมฆหมอกรอบตัวออกไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง

“นั่นเสียงของใคร”

“ช่วยด้วย”

“หากอยากให้ข้าช่วยก็โผล่หน้ามาให้เห็นสิ”

“ช่วยด้วย”

“เฮ้อ~ พูดเป็นอย่างเดียวหรือไงกันนะ” ซุนเพ่ยเหวินล้มเลิกความตั้งใจในการสื่อสารกับสิ่งที่มองไม่เห็นเปลี่ยนเป็นเดินหาทางออกจากที่นี่แทน

ทว่าไฉนนางไม่อยากสนใจแล้วไยเสียงดังกล่าวกลับยิ่งดังมากยิ่งขึ้นและทวีความน่าหวั่นเกรง น้ำเสียงหวานไร้ที่มานั้นเริ่มกรรโชกรุนแรงใส่ซุนเพ่ยเหวิน

“ช่วยบิดาข้าด้วย!”

ซุนเพ่ยเหวินหยุดเดิน นางสูดลมหายใจเหน็บหนาวไปถึงไขกระดูก นางหรี่ตามองภาพลอยคว้างปรากฏอยู่บนอากาศ

เพิ่งมีภาพปรากฏขึ้น ภาพเหล่านั้นเป็นภาพวาดโบราณสามภาพลอยข้างกัน

ทั้งสามล้วนเป็นบุรุษหน้าตาคมคายหล่อเหลากันคนละแบบ

ภาพแรกให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองบุรุษสูงศักดิ์อยู่บนที่สูง คนมองรู้สึกเหมือนไม่ควรยื่นมือต่ำต้อยของตัวเองออกไปแตะต้องเพราะกลัวอีกฝ่ายแปดเปื้อนกลิ่นไอความต่ำต้อย

ภาพที่สองเป็นบุรุษหน้าตาคมเข้มมากด้วยอำนาจที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว แววตาที่จิตกรวาดออกมานั้นให้ความรู้สึกเหมือนบุรุษผู้เป็นแบบวาดเป็นจอมกระหายเลือด ไม่ต้องการให้ผู้ใดจ้องมองตาเขาทั้งสิ้น

และภาพสุดท้ายเป็นบุรุษที่แม้มิได้มีความงามโดดเด่นเหมือนภาพอีกสองภาพทว่ากลับทำให้คนมองรู้สึกสบายใจดั่งมีน้ำเย็นมาราดรดหัวใจที่กำลังสับสนวุ่นวายให้สงบลงอย่างง่ายดาย

ประเด็นไม่ใช่เรื่องความหล่อ...ทว่าทั้งสามคนนั้นซุนเพ่ยเหวินไม่รู้จักเลยสักคน

เจ้าของเสียงนั้นต้องการอะไรจากนางกันแน่จึงสร้างภาพเหล่านี้มาให้ซุนเพ่ยเหวินดู

“สามภาพนั้นคือใคร เจ้าต้องการอะไรกันแน่!”

“ช่วยด้วยบิดาข้าด้วย ได้โปรด...”

เสียงของสตรีไร้ตัวตนหวีดตะโกนเดิมซ้ำไปซ้ำมา ดังพุ่งเข้าหาซุนเพ่ยเหวินทั่วทุกทิศทางจนหญิงสาวปวดหูทนไม่ไหว ทรุดตัวลงคุกเข่า หอบหายใจแรง มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหูส่ายศีรษะปฏิเสธทุกสิ่งอย่างที่พุ่งเข้ามาหานาง...ท่าทางของนางนั้นทรมานเหลือคณานับ จนกระทั่งร่างบอบบางนั้นทนไม่ไหวหมดสติเป็นลมล้มลงไปกองกับพื้น

“แม่นางลี่อิน แม่นางตื่นได้แล้ว” เสียงติดรำคาญใจของสตรีผู้หนึ่งดังไม่ไกลจากข้างหูคนนอนหลับไหลยังไม่ตื่นจากนิทรา

สาวงามที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนอนหลังเล็กเริ่มขยับตัวเพราะมีเสียงดังรบกวนบอกกับแรงเขย่ายิ่งเร่งให้สาวงามลืมตาตื่นขึ้นมาต้องรับวันใหม่

และชีวิตใหม่

“หายป่วยได้สักที อุตส่าห์ช่วยชีวิตเจ้ามาจากกองคนตายนึกว่าจะช่วยกิจการได้กลับกลายมาเป็นภาระของพวกข้าตั้งหลายวัน ลุก ลุกเดี๋ยวนี้ อย่ามัวเอาแต่นั่งเมาขี้ตา ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนนะ!”

ซุนเพ่ยเหวินลืมตาขึ้นมาในร่างใครที่ไม่คุ้นเคยเลยสักนิดก็ไม่รู้ ดีที่มีคันฉ่องทองเหลือตั้งอยู่บนโต๊ะไม่ไกลหันมาส่องให้ซุนเพ่ยเหวินเห็นตัวเองพอดี นางจึงรู้ตัวว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

ทั้งความฝันประหลาดที่ตนเองเหมือนเดินหลงอยู่ในเขาวงกตอันเต็มไปด้วยหมอก เสียงร้องขอความช่วยเหลือของสตรีผู้หนึ่งที่นางไม่ได้มีโอกาสแม้ขนาดเห็นหน้าเจ้าของเสียง

อีกทั้งลืมตาตื่นจากฝันขึ้นมากลับพบว่าตนเองกำลังสวมร่างใครก็ไม่รู้ที่ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งความทรงจำของตัวตนร่างนี้ ทั้งสิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่คุ้นเคย ของใช้เครื่องเรือนต่าง ๆ เหมือนย้อนยุคกลับไปช่วงที่ไม่มีเทคโนโลยีทันสมัยใช้งาน สิ่งที่ยืนยันชัดเจนที่สุดเห็นจะเป็นการแต่งการของคนที่นี่

...เหมือนคนยุคโบราณไม่มีผิด

ซุนเพ่ยหยางเคยเห็นจากหนังสือประวัติศาสตร์ที่นางเคยเรียนและซีรีส์ที่นางเคยเปิดดู

อีกทั้ง...

สตรีวัยกลางคนตรงหน้าที่กำลังยืนท้าวเอวมองมาทางนางอย่างไม่พอใจ เสียงของอีกฝ่ายเล็กแหลมสร้างความน่ารำคาญใจไม่น้อยให้ซุนเพ่ยหยาง

“เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน เกิดอะไรขึ้น”

“พูดงึมงำอันใดอยู่ ข้าคิดผิดจริง ๆ ที่เก็บสตรีที่อ่อนแออย่างกับคุณหนูในห้องหอเช่นเจ้ากลับมาล้างน้ำ เฮ้อ...”

“ฉันคือใคร ป้ารู้ไหม”

ถ้อยคำที่ซุนเพ่ยเหวินเอ่ยออกมาทำให้สตรีวัยกลางคนกุมขมับ แสดงออกทางสีหน้าว่าตัวเองกำลังจ้องมองตัวประหลาด ทำให้คนโดนมองอย่างซุนเพ่ยหยางรู้ตัวรีบปรับตัวรวดเร็วให้เหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสีตามสภาพแวดล้อมรอบตัว

“อะแฮ่ม ขะ ข้าเป็นใคร ข้าจำอันอันใดไม่ได้เลย ป้า ไม่สิ พี่สาวรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร”

“เจ้าความจำเสื่อมตั้งแต่ก่อนข้าเก็บเจ้ามาเมื่อห้าวันที่แล้ว ข้าจะไปไม่รู้ที่มาของเจ้าได้อย่างไร แต่ข้าตั้งนามเรียกเจ้าใหม่แล้ว แฮ่ม...เอาะล่ะจำนามของเจ้าเอาไว้ให้ดี...ต่อจากนี้ต่อไปเจ้ามีนามว่า ลี่อิน เป็นเด็กสาวผู้น่าสงสารที่หอนางโลมสุ่ยเซียนฮวาเก็บมาเลี้ยง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   90รักษาการณ์ชั่วคราว

    หกสิบสองรักษาการณ์ชั่วคราวสองวันผ่านไป ยามเช้าภายในเมืองหลวงของแคว้นเซี่ยวันนี้ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกังวล ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยเกี่ยวกับอาการป่วยหนักขององค์รัชทายาทที่ทรงติดโรคระบาดในเมืองปิดตายอย่างเมืองไคเฟิงได้สร้างความหวาดหวั่นแก่ประชาชนตั้งแต่เมื่อวาน เช่นเดียวกัน ข่าวลือเหล่านี้ได้เดินทางไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้ ซึ่งทำให้พระองค์ผู้เป็นพระบิดาและมีอาการชราภาพอยู่แล้วล้มป่วยลงตามไปด้วยเนื่องจากความเครียดสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ และจากความห่วงใยในองค์รัชทายาทสุดซึ้งได้กัดกร่อนสุขภาพของพระองค์อย่างรวดเร็วภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ หมอหลวงต่างพากันเดินเข้ามาตรวจดูอาการ ล้วนแนะนำให้ฝ่าบาทดื่มยาบำรุงและพักผ่อนให้มากเพื่อรักษาพระวรกาย ห้ามมิให้ผู้ใดนำเรื่องเครียดที่อาจกระทบต่อสุขภาพอ่อนแอของพระองค์ในขณะนี้มากราบทูล ฮ่องเต้ทรงมีพระพักตร์ซีดเซียวและดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ทรงรู้ดีว่าการล้มป่วยของพระองค์ในช่วงเวลานี้อาจนำพาแคว้นเข้าสู่ภาวะวิกฤติด้วยเหตุนี้ในช่วงเวลาที่แคว้นเซี่ยอ่อนแอไม่มีทั้งฮ่องเต้ที่แข็งแรงและองค์รัชทายาทคอยดูแลแผ่นดินแทน ฮองเฮาจึงต้องขึ้นม

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   89แผลบนร่าง

    หกสิบเอ็ดแผลบนร่างหลิวมู่เหยียนวิ่งนำขึ้นไปยังห้องขององค์รัชทายาทด้วยความรวดเร็ว หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวลและความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าข้างในจะพบกับอะไร แต่ทุกเสี้ยววินาทีที่เสียไปทำให้เขารู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทันทีที่เขาเปิดประตูห้องเข้าไปภาพที่เห็นทำให้เขาต้องหยุดนิ่งชั่วครู่ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องที่ดีที่สุดในโรงเตี๊ยม บัดนี้กลับกลายเป็นเละเทะไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ เครื่องเรือนบางชิ้นถูกทำลายและทิ้งเศษซากไว้ทั่วห้อง ที่บนเตียงไม้มีองค์รัชทายาทนั่งอยู่โดยมีทหารคนสนิทคนหนึ่งกำลังทำแผลให้อย่างง่าย ๆ แค่พอห้ามเลือดไม่ได้หาหมอมารักษาอย่างถูกวิธีอย่างที่ควรจะเป็น“องค์รัชทายาท!” หลิวมู่เหยียนเรียกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่เขาและซุนเพ่ยเหวินรีบเข้าไปใกล้เตียง ทหารคนสนิทที่กำลังทำแผลอยู่เงยหน้าขึ้นมามองพวกเขาและพยักหน้าเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าตนเองทำแผลเสร็จแล้วและจะถอยออกไปก่อนซุนเพ่ยเหวินมองดูแผลบนร่างขององค์รัชทายาท แม้จะไม่ใช่แผลสาหัสถึงชีวิตแต่ก็ยังทำให้นางรู้สึกกังวลอยู่ดี “ทำไมพระองค์ไม่ทรงให้คนไปเรียกหมอมารักษา? เพคะ” นางถามด้วยน้ำเสียงที่แ

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   88ข้าสัญญา

    หกสิบข้าสัญญาหลิวมู่เหยียนมองลึกลงไปในดวงตาของซุนเพ่ยเหวิน ในใจเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เขาไม่สามารถอธิบายได้หมด เขารู้สึกทั้งโล่งใจและโกรธที่นางได้เสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่นอีกครั้งโดยไม่บอกเขา ในขณะที่ความรักและความห่วงใยที่เขามีต่อนางนั้นล้นทะลักออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เขาไม่อาจทนต่อไปได้อีกแล้ว เวลานี้ความกลัวที่จะสูญเสียนางได้บดบังความคิดทุกอย่างในใจเขาโดยไม่พูดอะไร หลิวมู่เหยียนดึงซุนเพ่ยเหวินเข้ามากอดในอ้อมแขนของเขา เรียวแขนแข็งแกร่งโอบกอดนางแน่นอย่างไม่ต้องการปล่อย ความอบอุ่นของร่างกายนางทำให้เขารู้สึกได้ว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ฝันร้าย นางอยู่ตรงหน้าเขาแล้วจริง ๆ"เพ่ยเหวิน ข้ารักเจ้า" หลิวมู่เหยียนกระซิบเสียงเบาข้างหูนาง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง "อย่าเอาตัวเองมาเสี่ยงอันตรายอีก หากเจ้าไม่อยากให้ข้าตายทั้งเป็น"ซุนเพ่ยเหวินชะงักงัน นางรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่หัวใจเมื่อได้ยินคำสารภาพของเขา แม้นางจะรู้มาตลอดว่าหลิวมู่เหยียนห่วงใยนาง แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะรู้สึกถึงขนาดนี้ประโยคแว่วในราตรีนั้นคือความจริงหรือใบหน้าของนางร้อนวูบขึ้นมาด้วยควา

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   87มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้าน

    ห้าสิบเก้ามุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านอีกด้านหนึ่งทางฝ่ายของบุรุษที่ซุนเพ่ยเหวินนึกถึงยามนางกำลังเจอความยากลำบาก กำลังเงยหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบนมีเมฆครึ้มบ่งบอกถึงพายุที่กำลังจะมาถึง หลิวมู่เหยียนแม่ทัพหนุ่มที่ถูกฝึกให้เข้มแข็งและไม่แสดงความรู้สึก มองออกไปยังเส้นทางข้างหน้าอย่างเคร่งเครียด ดวงตาคมเข้มของเขาเต็มไปด้วยความกังวลใจ แม้ภายนอกจะดูสงบเยือกเย็นแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มิอาจปิดบังได้ ซุนเพ่ยเหวินผู้หญิงที่เขารักและห่วงใยได้หายไปโดยไม่บอกกล่าว โดยนางทิ้งข้อความไว้เพียงบอกว่านางจะมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านหลังเมืองไคเฟิง สถานที่ที่มีข่าวลือแพร่สะพัดเกี่ยวกับโรคระบาดอันตรายแห่งนั้นหลิวมู่เหยียนรับทราบข่าวนี้จากคนสนิทที่รีบวิ่งมาแจ้งเขาหลังจากที่นางออกเดินทางไปได้ไม่นาน แต่แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธ เขากลับรู้สึกเป็นห่วงจนไม่อาจจะทนนิ่งเฉยอยู่ได้ เขาจึงตัดสินใจนำทหารของเขาเองออกเดินทางไปยังหมู่บ้านนั้นด้วยตนเองหลังจากทำภารกิจของตนเองเสร็จสิ้นแล้วเขาขี่ม้านำหน้าทหารของตนมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยข่าวลือเกี่ยวกับโรคระบาด ใจเขารุ่มร้อนเมื่อนึกถึงซุนเพ่ยเหวินหญิงสาวที่เขารู้สึกผูก

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   86ตัวการที่ทำให้ชาวบ้านล้มป่วย

    ห้าสิบเก้าตัวการที่ทำให้ชาวบ้านล้มป่วยรุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนแรกของวันเริ่มฉายผ่านม่านหมอกเข้ามาทางหน้าต่าง ซุนเพ่ยเหวินตื่นขึ้นมาตั้งแต่แสงแห่งวันใหม่จะยังไม่ปรากฏเต็มที่ สัญชาตญาณของหมอที่อยากรีบหาสาเหตุของโรคก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่านี้ ทำให้นางรีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนรีบมาตรวจสอบสมุนไพรที่เก็บมาเมื่อวานนี้การรักษาชาวบ้านที่ป่วยจากโรคปริศนาเป็นหน้าที่ที่นางต้องทำให้สำเร็จภายในวันนี้ซุนเพ่ยเหวินนั่งลงที่โต๊ะไม้ในห้องพักเล็ก ๆ ของนางพลางหยิบหนังสือตำราสมุนไพรเล่มหนาขึ้นมา มือบางของนางค่อย ๆ พลิกหน้ากระดาษทีละหน้า เพื่อค้นหาลักษณะของพืชที่ใกล้เคียงกับพืชที่นางเก็บมาจากป่าสมุนไพรแต่ละชนิดมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน บางชนิดเป็นยารักษาโรค บางชนิดกลับเป็นพิษร้ายแรง หากนางสามารถระบุได้ว่าพืชชนิดใดเป็นตัวการที่ทำให้ชาวบ้านล้มป่วย นางจะสามารถหาวิธีรักษารวมถึงการป้องกันชีวิตพวกเขาได้ขณะที่แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบกับหน้ากระดาษ ซุนเพ่ยเหวินก็มองเห็นลักษณะของพืชชนิดหนึ่งที่ตรงกับพืชที่ตัวเองเก็บมา ใบของมันมีสีเขียวหม่นรูปร่างคล้ายเข็มแหลมกลิ่นฉุนเล็กน้อย เมื่อสิ่ง

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   85ซักเสื้อผ้าที่ลำธารในป่า

    ห้าสิบแปดซักเสื้อผ้าที่ลำธารในป่า“คุณหนู ท่านตัดสินใจดีแล้วหรือเจ้าคะ ว่าจะค้างแรมที่นี่หนึ่งคืน”“ข้าตัดสินใจดีแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะพูดอันใดออกมา ข้าย่อมไม่เปลี่ยนใจ”“โธ่ คุณหนูไม่กลัวท่านแม่ทัพเป็นห่วงบ้างหรอกหรือเจ้าคะ มาที่นี่โดยฝากคนอื่นรายงานไม่พอยังไม่ได้กลับโรงเตี๊ยมอีกต่างหาก หากท่านแม่ทัพรู้ ข้าต้องโดนตำหนิอย่างหนักแน่เจ้าค่ะ”ซุนเพ่ยเหวินขำในท่าทีตัดพ้อของสาวใช้ส่วนตัวยิ่งนัก“เช่นนั้นเจ้าก็เตรียมตัวโดนตำหนิได้เลย”“โธ่ คุณหนูไม่เมตตาต่อข้าเลย ว่าแต่เจ้าลู่เสียนไปไหนเล่าเนี่ย ติดตามคุณหนูมาเป็นผู้คุ้มกันแต่กลับหายหัวไปที่ไหนก็ไม่รู้ หากเขาโผล่หน้ามาข้าจะบ่นให้หูชาเชียว”“เจ้าไม่ต้องไปบนเขา ข้าสั่งงานให้เข้าไปทำต่างหาก เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วละ”“อ๋อ” พูดไม่ทันขาดคำเจ้าของชื่อลู่เสียนเดินเข้ามาในกระท่อมที่พักของซุนเพ่ยเหวินในวันนี้“คุณหนูซุน เรื่องที่ท่านให้ข้าไปสืบ ได้ความมาแล้วขอรับ”“เจ้าทำงานรวดเร็วสมกับเป็นคนของท่านแม่ทัพหลิวจริง ๆ ไหนเจ้าได้ความมาว่าอย่างไรบ้าง”“ก่อนที่ผู้ป่วยทุกคนจะล้มป่วยด้วยโรคปริศนา สิ่งที่พวกนางทำเหมือนกันคือพวกนางมีกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เป็นการขนเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status