Masuk
ณ อาคารวิจัย A ชั้น 1 บริษัทดับเบิ้ลยูเอเทคโนโลยี ณ เขตผู่ตงของมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ภายในอาคารมีห้องทดลองขนาดใหญ่ ข้างในมีเครื่องไทม์แมชชีนสีขาวตั้งอยู่กลางห้อง ประตูเปิดปิดเป็นกระจกหนาที่มองเห็นภายในที่มีพื้นที่จำกัด
การค้นคว้าเครื่องไทม์แมชชีนที่ใช้ทุนกว่าพันล้านของบริษัทดับเบิ้ลยูเอเทคโนโลยี ได้สำเร็จลงในปี ค.ศ. 2024 หลังจากค้นคว้ากันอยู่นานถึงสิบสี่ปี
จ้าวหลันเฟย นักวิทยาศาสตร์อายุยี่สิบสี่ปี เธอเป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์โจวตั้งแต่ที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย จนกระทั่งเรียนจบก็มาทำงานและอยู่ในโครงการวิจัยนี้ และมีส่วนในการพัฒนาโครงการนี้จนประสบความสำเร็จ
หญิงสาวกำลังจะขอทำการทดสอบเครื่องเป็นหนที่สองด้วยตัวเองหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าเครื่องสามารถใช้งานได้จริง
เมื่อห้าวันก่อนศาสตราจารย์จางได้ทดลองเครื่องไทม์แมชชีนเป็นครั้งแรก เขาย้อนเวลากลับไปเมื่อสามวันที่แล้ว ผลปรากฏว่าเขาเดินออกมาพร้อมกันนำนาฬิกาที่ทำเคยตกก่อนหน้ากลับมาในสภาพที่สมบูรณ์ เพื่อเป็นหลักฐานว่าเขาได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตได้จริง
ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ เขาเข้าไปในเครื่องแล้วกลับออกมาภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีเท่านั้น แต่เขากลับบอกว่าเวลาได้ผ่านไปสามวันแล้ว
เขาอยู่ในห้วงเวลาที่มีศาสตราจารย์จางสองคนเป็นเวลาสามวัน ทั้งสองแลกเปลี่ยนความรู้แก่กันก่อนจะร่างเขาจะกลับมาเมื่อห้วงเวลาในอดีตได้วนมาถึงเวลาปัจจุบันที่เขาไป
ผลการทดสอบเครื่อง สรุปได้ว่าย้อนเวลากลับไปกี่วัน ก็ต้องอยู่จนถึงเวลาปัจจุบันที่ย้อนกลับไป แล้วร่างกายก็จะถูกดูดกลับมาที่เครื่องไทม์แมชชีนเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณจ้าว นั่นคุณจะทำอะไร” ศาสตราจารย์โจวถามขึ้นเมื่อเธอยื่นเอกสารยินยอมที่จะทำการทดลองกับร่างของตนเอง
“ฉันอยากทดสอบเครื่องนั้น ย้อนเวลากลับไปเมื่อสี่วันที่แล้วค่ะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แววตาจริงจังกับสิ่งที่ตัดสินใจมาดีแล้ว
“แต่ว่าการย้อนเวลากลับไปกลับมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ตอนนี้ศาสตราจารย์จางก็ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย ความเจ็บปวดตอนที่ร่างกายค่อย ๆ ถูกดูดผ่านห้วงเวลาทั้งไปและกลับไม่ใช่สิ่งที่ใครก็รับไหว”
“ด้วยเหตุนี้ฉันจึงได้เขียนหนังสือยินยอมเอาไว้ แล้วว่าจะไม่มีการฟ้องร้องหรือว่าขอค่าชดเชยอะไรกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในการทดลอง ได้โปรดส่งฉันกลับไปเมื่อสี่วันที่แล้วด้วยนะคะ” เธอขอร้องศาสตราจารย์โจวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและอ้อนวอน อยากกลับไปเมื่อสี่วันที่แล้วเพื่อที่จะไปแก้ไขบางอย่างที่เธอทำพลาด
“เธอรู้ใช่ไหมว่า ดร.จางบอกว่าการย้อนเวลาไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ แต่เหมือนว่าเข้าไปอยู่ในมิติคู่ขนานเท่านั้น หากเธอต้องการแก้ไขอดีตก็ไม่มีผลกับปัจจุบันในมิติของเรา” เขารู้ว่าเธอต้องการจะทำอะไร ลู่เหยาเพื่อนของเธอก็เป็นลูกศิษย์ของเขาด้วย
“ใช่ค่ะ ฉันทราบดี แต่อย่างน้อยแก้ไขในมิติคู่ขนานอื่นให้อาเหยามีชีวิตอยู่ต่อได้ เท่านั้นฉันก็พอใจแล้วค่ะ”
“ได้ งั้นเธอไปเตรียมตัว ฉันต้องให้นักวิจัยและคนในทีมช่วยกันส่งเธอกลับไป” เขาตัดสินใจที่จะส่งเธอเข้าเครื่องไปเพื่อทำการทดลอง เพราะว่าอย่างไรก็ต้องมีการทดสอบเครื่องให้ครบสามครั้งอยู่แล้ว
“ขอบคุณค่ะศาสตราจารย์โจว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ในขณะที่โจวอี้หลิงมีความกังวลเล็กน้อย เพราะเกรงว่าเธอจะรับไม่ไหว
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว จ้างหลันเฟยก็เข้าไปในเครื่องไทม์แมชชีน ไปอนาคตจะมีประโยชน์อะไร ย้อนเวลาเท่านั้นที่ทุกคนต้องการเพื่อจะกลับไปแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีขึ้น
เมื่อสี่วันที่แล้วเพื่อนของเธอประสบอุบัติเหตุ เธอจะกลับไปห้ามเขาไม่ให้ขับรถไปไหน ช่วยชีวิตลู่เหยาเอาไว้ได้ แล้วยังได้ช่วยทดสอบเครื่องเพื่อนำข้อมูลมาทำการพัฒนางานวิจัยได้อีกด้วย
“วันที่ 20 ตุลาคม 2024 เวลา 13.25 น.” เสียงศาสตราจารย์โจวดังขึ้น เพื่อบันทึกเสียงลงในระบบการทดลอง
“จ้าวหลันเฟย เพศหญิง อายุ 24 ปี น้ำหนัก 49 ส่วนสูง 165 เซนติเมตร กำลังจะทำการทดสอบเพื่อย้อนเวลากลับไปเมื่อ 4 วันที่แล้ว” เขาพูดต่อไป จากนั้นก็หันไปยังนักวิจัยในทีม
“หมุนเวลากลับไปเมื่อสี่วันก่อน” สิ้นเสียงนั้นผู้ทำหน้าที่ก็ทำการหมุนปุ่มเวลาแล้วทวนคำสั่ง
“ปุ่มอยู่ที่ 4 วัน เรียบร้อยแล้ว”
จ้าวหลันเฟยสูดลมหายใจเข้า จากนั้นก็ร้องยกมือส่งสัญญาณให้ทีมวิจัยลงมือกดทุ่มเริ่มการทำงาน
“ผู้ทดลองพร้อมแล้ว กดปุ่มเริ่มทำงานได้” ศาสตราจารย์โจวออกคำสั่ง จากนั้นคนที่ทำหน้าที่ก็กดปุ่มนั้นลงไป
จังหวะที่เครื่องเริ่มการทำงาน ไฟฟ้าในห้องทดลองก็กะพริบเล็กน้อยเหมือนว่าไฟตกวูบไปชั่วครู่ จ้าวหลันเฟยหลับตาลงรู้สึกเวียนศีรษะเหมือนว่าตัวเองกำลังหมุนตัวอยู่เป็นสิบ ๆ รอบ รู้สึกอยากอาเจียน แล้วร้อน ๆ หนาว ๆ ไปทั่วร่าง มือเรียวกำแน่นด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับแรงกระทำบางอย่างที่อยู่รอบตัว
“กำลังไฟไม่พอ รีบหยุดการทำงาน”
เสียงนั้นคือเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยิน จากนั้นก็รู้สึกว่าร่างหมุนเคว้งทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ขยับเขยื้อน ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองยืนอยู่ในบ้านร้างหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยฝุ่น สภาพเหมือนกับบ้านในยุคเก่าที่ขาดการดูแล
หญิงสาวหาที่นั่งพักสักครู่ เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าแล้วผ่อนออกช้า ๆ ตัดสินใจว่าจะต้องรีบไปที่บ้านพักทางทิศใต้ของเพื่อนสนิทของตนเพื่อที่จะเตือนไม่ให้เขาต้องเดินทางในวันนี้
“ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่นะ” เธออดบ่นออกมาไม่ได้ เพราะศาสตราจารย์จางบอกว่าเขาก็โผล่ออกมาในห้องทดลองนั่นแหละ ตอนนั้นนักวิจัยในโลกคู่ขนานต่างก็แตกตื่นและยินดีที่รู้ว่าพวกตนทำสำเร็จ
เมื่อเปิดประตูออกไปจากบ้านร้างหลังนั้นเธอก็พบว่าสถานที่ที่เธออยู่เป็นเมืองที่ไม่คุ้นตา ราวกับว่ากำลังอยู่ชานเมืองที่ไหนสักที่ เดินออกไปยืนแล้วสำรวจไปทั่วก็ไม่รู้สึกคุ้นเคย
“นี่เรามาโผล่ที่ไหนเนี่ย” หญิงสาวบ่นพลางมองไปรอบ ๆ แล้วสายตาก็หยุดที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ลักษณะการแผ่กิ่งก้านนั้นคล้ายกับต้นไม้ที่อยู่หน้าศูนย์วิจัย แต่ว่าต้นไม้ต้นนี้ยังคงมีใบดกเต็มต้นและลำต้นยังไม่ใหญ่มากนัก แต่ต้นไม้ที่หน้าศูนย์วิจัยนั้นสูงใหญ่กว่านี้มาก
“คงไม่ใช่หรอกนะ” เธอปลอบใจตัวเองเมื่อเห็นว่าต้นไม้นั้นมีลักษณะคล้ายกันมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ราวกับเป้นต้นเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน
จ้าวหลันเฟยเดินไปเรื่อย ๆ ตามถนน บ้านเรือนที่นี่ตั้งอยู่ห่าง ๆ กัน ดูยังไม่เจริญมาก ผู้คนก็สวมชุดเหมือนสมัยก่อน ในขณะที่เธอสวมใส่กางเกงยีนและมีเสื้อคลุมสีขาวของนักวิจัยคลุมทับเสื้อเชิ้ตด้านในอยู่อีกชั้น เวลาที่เดินไปก็เป็นจุดสนใจของคนที่เห็น
“ไม่จริง ไม่จริง สี่วันเท่านั้น ให้ตายสิ ไม่ใช่ว่าฉันย้อนมาไกลเป็นสิบ ๆ ปีหรอกนะ” เธอเริ่มเดาสถานการณ์ออกมา แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้กับความจริงที่เห็นแล้วรีบตรงไปยังอาคารตรงหน้าที่เป็นโรงพยาบาล
โรงพยาบาลฉางเล่อที่ตั้งอยู่ตรงหน้า คือชื่อเดิมของโรงพยาบาลเอสแคร์ฮอตปิตอลในปัจจุบัน ดูจากอาคารที่รูปทรงคล้ายกันและยังไม่ได้รับการปรับปรุงหญิงสาวก็พอเดาได้แล้วว่าเธอย้อนเวลากลับมามากกว่าสิบปีอย่างแน่นอน
“แล้วฉันจะกลับไปอย่างไร พระเจ้าช่วยด้วย!”
************************
สัญญาในการซื้อขายกับตู้ชิงอวิ๋นถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในตู้เอกสารหลังโต๊ะทำงานของประธานหนุ่ม เฉินอี้เซียวนั่งยิ้มด้วยความพึงพอใจ มองดูเอกสารนำเสนองานและสัญญาฉบับใหม่ที่จะใช้พูดคุยกับบริษัทหลงจื่ออสังหาในวันพรุ่งนี้ คิดว่าจะต้องเป็นไปด้วยดีและราบรื่นเหมือนอย่างวันนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะประธานตู้และประธานหลง ทั้งสอง เป็นคู่เขยกัน ภรรยาของทั้งสองเป็นพี่น้องที่มาจากตระกูลเดียวกัน ดังนั้นย่อมมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และแน่นอนว่าประธานตู้เองก็ได้รับรองกับเขาแล้วว่า จะเอาเรื่องการทดสอบโปรแกรมในวันนี้ไปพูดกับประธานหลงให้ฟังคร่าว ๆ หากเป็นอย่างที่พูดคุยกันไว้ การเจรจาในวันพรุ่งนี้ก็จะต้องสำเร็จลุล่วงด้วยดี“อาหมิง วันนี้ฉันจะกลับบ้านเร็วหน่อย นายไปเตรียมรถรอ” ประธานหนุ่มบอกด้วยอย่างอารมณ์ดี ตั้งแต่เขาขายกิจการร้านสิ่งทอของครอบครัวแล้วนำเงินมาลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่ตนใฝ่ฝัน เขาก็ทุ่มเทและจริงจังกับงานจนแทบไม่มีเวลาพัก ยิ่งตอนที่หย่าและแบ่งทรัพย์สินกันกับภรรยา เขาก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีกเลย“ครับ คุณเฉิน” อาหมิงรับปากแล้วรีบออกไปจัดการตามที่เจ้านายของตนสั่งปกติแล้วเฉินอี้เซียวไม่เคยที่จะกลับบ
หลังจากที่เซ็นสัญญากับบริษัทขนาดไปถึงสาม บริษัทแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อที่จะนำไปติดตั้งระบบในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ในช่วงนี้เฉินอี้เซียวก็ได้เตรียมสัญญาและเอกสาร แนะนำซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะไปแนะนำโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปของตนซึ่งให้ชื่อว่า โปรแกรมแอคเซอร์ (Accer 1984) ซึ่งเป็นรุ่นเปิดตัว รุ่นแรกในปี 1984 ไปนำเสนอกับบริษัทที่มีขนาดองค์กรที่ใหญ่ขึ้น หลังจากติดต่อบริษัทไปหลายแห่งก็มีเพียงสองบริษัทที่ตอบรับการนัดหมายให้เข้าไปพูดคุยงาน แม้จะเป็นเพียงแค่สองบริษัทและไม่รู้ว่าจะมีการตอบตกลงทำสัญญาหรือไม่ แต่เฉินอี้เซียวก็มั่นใจว่าเขาจะต้อง พูดโน้มน้าวใจให้บริษัททั้งสองตอบตกลงเซ็นสัญญาได้อย่างแน่นอน“คุณเฉินครับ เอกสารที่ต้องใช้ในการนำเสนองานเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ และผมได้ทำสัญญาเผื่อเอาไว้ในกรณีที่ตอบตกลง เหลือเพียงลงรายละเอียดตัวเลขระยะเวลาและจำนวนเงินที่ยังว่างไว้ครับ” อาหมิงนำเอกสารเข้ามาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“วันนี้เป็นวันที่ดีมากเลยนะอาหมิง บริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับสองในเขตผู่ตง และบริษัทหลงซื่ออสังหาตอบตกลงรับนัดเรา แค่สองบริษัทนี้สนใจ โปรแกรม
เมื่อกลับมาถึงบ้านสกุลเฉิน เฉินอี้เซียวก็ประกาศข่าวดี นำเงินเดือนของเดือนที่แล้วที่ผ่านมาหลายวันจ่ายจำนวนเต็มให้แก่ทุกคน และไม่ลืมที่จะจ่ายเงินเดือนส่วนที่ค้างเอาไว้ในเดือนที่ผ่านมาจนครบ สร้างความดีใจให้แก่ทุกคนเป็นอย่างมากจ้าวหลันเฟยเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับซองเงินเดือน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่มีอะไรที่ต้องใช้จ่ายอยู่แล้ว“ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตา กิจการของคุณเฉินเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ร่ำรวย” ลู่หงพูดด้วยความยินดี น้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน“ขอบคุณป้าลู่ที่ดูแลผมและบ้านสกุลเฉินมาตลอด หากกิจการผมก้าวหน้าขึ้นอย่างที่ป้าอวยพร หลังปีใหม่นี้ผมจะขึ้นเงินเดือนให้ทุกคน” ประธานหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ก่อนจะหันมาทางเสี่ยวอิงและจ้าวหลันเฟย“เสี่ยวอิง ที่เธอขออยู่ต่อชั่วคราว ตอนนี้ฉันขอให้เธออยู่ต่อเลยได้ไหม ฉันอยากให้เธอช่วยงานบ้านต่อไป ส่วนหลันเฟยตอนนี้ฉันจะให้เธอทำหน้าที่พี่เลี้ยงเพียงอย่างเดียว งานบ้านอื่น ๆ ของเด็ก ๆ และงานบ้านทั่วไปต้องรบกวนเธอแล้ว” เขาบอกกับสาวใช้วัยยี่สิบ ขอให้เธออยู่ทำงานต่อ“ได้ค่ะคุณเฉิน ได้ค่ะ” หญิงสาวรับปากแทบจะทันที ถือซองเงินในมือเอา
กิจกรรมวันนี้ทำให้เฉินจินเจินและเฉินจินจ้านตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวันนี้จ้าวหลันเฟยบอกว่าเธอจะพาทำ ‘น้ำเปลี่ยนสี’“พี่หลันเฟย นั่นดอกอะไรคะ”“ดอกอัญชันน่ะ ฉันเห็นว่าเกิดที่ริมรั้วจึงจะลองนำมาทำกิจกรรมสนุก ๆ” เธอพูดแล้วน้ำดอกอัญชันที่เก็บมา ให้เด็ก ๆ ช่วยกันใช้ครกหินบดยาในการบดดอกอัญชัน จากนั้นก็นำมาคั้นน้ำจนได้น้ำสีน้ำเงินออกมาจำนวนหนึ่ง “แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ” เฉินจินจ้านที่เริ่มพูดไพเราะขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงที่สนใจและกระตือรือร้น“ต่อไปเราก็จะนำไปผสมกับน้ำเปล่า ลองดูสิคะ” เธออธิบายแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ ทำกันเองสองพี่น้องนำน้ำสีน้ำเงินเข้มที่คั้นมาได้ ผสมลงไปในน้ำเปล่าทั้งสองแก้วที่อยู่ต่อหน้าตน จากนั้นเธอก็ยื่นมะนาวให้กับเด็ก ๆ ถือเอาไว้คนละหนึ่งซีก“น้ำดอกอัญชันเป็นสีอะไรคะ”“สีน้ำเงินครับ” / “สีน้ำเงินค่ะ”“ถ้าเราหยดน้ำมะนาวลงไป คิดว่าจะมีการเปลี่ยนสีหรือไม่”“เปลี่ยนค่ะ” เฉินจินเจินตอบอย่างมั่นใจในคำตอบ จ้าวหลันเฟยเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามเด็กน้อย“ทำไมถึงเปลี่ยนคะ คุณหนูเล็กพอตอบได้หรือไม่”“เพราะพี่หลันเฟยบอกเองว่าวันนี้จะพาทำกิจกรรมน้ำเปลี่ยนสี” คำตอบของเด็กน้อยทำให้เธอหัวเราะออกม
เมื่อเห็นว่าโปรแกรมที่ตนเองทำนั้นสามารถใช้งานได้จริง และพร้อมที่จะนำไปเสนอขายให้แก่บริษัทกลุ่มเป้าหมาย เฉินอี้เซียวก็ได้นำโปรแกรมตัวอย่างเหล่านี้ไปนำเสนอที่บริษัทต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ ก่อนโดยมีข้อเสนอที่ว่ากลุ่มบริษัทที่ทำการซื้อขายโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีกลุ่มแรก จะได้รับการดูแลหลังการขายและได้รับการอัปเดตโปรแกรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาห้าปีด้วยข้อเสนอนี้จึงทำให้คนรุ่นใหม่ที่ก้าวมาสู่วงการธุรกิจเล็งเห็นความสำคัญ และชื่นชอบแนวคิดในการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานสะดวกรวดเร็วขึ้น จึงตอบตกลงเซ็นสัญญาซื้อขายวางมัดจำทันทีที่ได้ทดลองใช้โปรแกรมตัวอย่างแม้จากสิบบริษัทจะมีเพียงสามบริษัทเท่านั้นที่ตกลงเซ็นสัญญาในการซื้อโปรแกรมที่เขากำลังพัฒนาอยู่ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะตอนนี้เขามีเงินค่ามัดจำโปรแกรมเพียงพอที่จะใช้หมุนเวียนในบริษัทอีกต่อไปสองเดือน และมีเงินจ่ายค่าจ้างที่เหลือของคนในบ้านแต่ว่าเฉินอี้เซียวไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ตอนนี้เขาเริ่มไปยังบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อที่จะเสนอโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีของตน กำลังรอนัดหมายเพื่อเข้าไปอธิ
อีกสามวันเสี่ยวอิงก็ต้องออกไปจากบ้านสกุลเฉินแล้ว หยางหมิงซวนที่แอบรักเธอมาหลายปีตั้งแต่หญิงสาวอายุสิบหก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าที่จะสารภาพความในใจขณะกินอาหารเย็นด้วยกัน เขามองเธอที่พูดคุยกับคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มที่สดใส เขาอยู่กับเฉินอี้เซียวมาตั้งแต่ตัวเองเป็นวัยรุ่น ที่ผ่านมาทุ่มเททำงานหนักและไม่เคยมีคนรัก เสี่ยวอิงจึงเป็นรักแรกของเขาจนถึงตอนนี้“เสี่ยวอิง ถ้าเธอลาออกไปแล้ว เธอจะไปทำงานที่ไหน ดูไว้แล้วหรือยัง” ป้าลู่ถามขึ้นมา อาหมิงได้ยินดังนั้นก็มองใบหน้าของเธอ รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ สิ่งนั้นไม่รอดพ้นสายตาของจ้าวหลันเฟยตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่จนครบหนึ่งสัปดาห์ เธอสังเกตเห็นว่าหยางหมิงซวนนั้นมีใจให้แก่เสี่ยวอิงอย่างแน่นอน แต่หญิงสาวกลับไม่รู้เลยสักนิดว่ามีคนคิดกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาว“ว่าไงล่ะเสี่ยวอิง เธอจะไปทำงานที่ไหน” เขาย้ำถามเธอด้วยคำถามเดียวกันกับลู่หง แล้วรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ“ไม่รู้สิพี่หมิงซวน ฉันคงกลับบ้านนอกก่อน ไปช่วยพ่อแม่ทำสวนก่อนสักเดือน แล้วจะเข้ามาหางานใหม่อีกครั้ง ความรู้ของฉันก็คงสมัครได้แค่พนักงานทำความสะอาด หรือไม่ก็คนรับใช้เท่านั้นแหละ” เธอบอกแล้วกินอา







