แชร์

ตอนที่ 19 เอกสารสำคัญ

ผู้เขียน: ฝ้ายสีคราม
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-11 11:19:52

สัญญาในการซื้อขายกับตู้ชิงอวิ๋นถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในตู้เอกสารหลังโต๊ะทำงานของประธานหนุ่ม เฉินอี้เซียวนั่งยิ้มด้วยความพึงพอใจ มองดูเอกสารนำเสนองานและสัญญาฉบับใหม่ที่จะใช้พูดคุยกับบริษัทหลงจื่ออสังหาในวันพรุ่งนี้ คิดว่าจะต้องเป็นไปด้วยดีและราบรื่นเหมือนอย่างวันนี้อย่างแน่นอน 

ทั้งนี้เพราะประธานตู้และประธานหลง ทั้งสอง เป็นคู่เขยกัน ภรรยาของทั้งสองเป็นพี่น้องที่มาจากตระกูลเดียวกัน ดังนั้นย่อมมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และแน่นอนว่าประธานตู้เองก็ได้รับรองกับเขาแล้วว่า จะเอาเรื่องการทดสอบโปรแกรมในวันนี้ไปพูดกับประธานหลงให้ฟังคร่าว ๆ หากเป็นอย่างที่พูดคุยกันไว้ การเจรจาในวันพรุ่งนี้ก็จะต้องสำเร็จลุล่วงด้วยดี

“อาหมิง วันนี้ฉันจะกลับบ้านเร็วหน่อย นายไปเตรียมรถรอ” ประธานหนุ่มบอกด้วยอย่างอารมณ์ดี ตั้งแต่เขาขายกิจการร้านสิ่งทอของครอบครัวแล้วนำเงินมาลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่ตนใฝ่ฝัน เขาก็ทุ่มเทและจริงจังกับงานจนแทบไม่มีเวลาพัก ยิ่งตอนที่หย่าและแบ่งทรัพย์สินกันกับภรรยา เขาก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีกเลย

“ครับ คุณเฉิน” อาหมิงรับปากแล้วรีบออกไปจัดการตามที่เจ้านายของตนสั่ง

ปกติแล้วเฉินอี้เซียวไม่เคยที่จะกลับบ้านก่อนเวลา มีแต่กลับบ้านมืดค่ำ แต่วันนี้สีหน้าที่ดูยิ้มแย้ม และมีประกายจากดวงตาที่แตกต่างออกไป ทำให้เขานึกสงสัยแต่ก็ยังไม่ได้ถาม คิดว่าเจ้านายต้องมีเหตุผลและมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับเขาอย่างแน่นอน

เฉินอี้เซียวนำเอกสารสัญญาและเอกสารนำเสนองานถูกเก็บไว้ในซองเตรียมที่จะไปนำเสนอในวันพรุ่งนี้เช้าติดตัวกลับไปที่บ้านด้วย พอถึงห้องทำงานเขาก็เรียกให้จ้าวหลันเฟยเข้าไปพบในห้องทำงานเพื่อที่จะพูดคุยและปรึกษากับเธอเพิ่มเติมในฐานะหุ้นส่วน

ในระหว่างที่เด็ก ๆ กำลังนอนกลางวันและยังไม่ตื่น จ้าวหลันเฟยที่กำลังช่วยงานบ้านแม้เขาจะไม่ให้เธอทำ ก็วางมือลงแล้วรีบไปพบเขาตามที่สั่ง

หญิงสาวเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าโดยที่เขายังไม่ได้อนุญาต แต่ถึงอย่างนั้นประธานหนุ่มก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรเธอ

“คุณเฉินเรียกฉันมาพบมีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามเขา พร้อมกับมองสีหน้าที่ดูจริงจัง ทว่าวันนี้ไม่ได้ใช้สายตากดดันเธอเหมือนที่เคยทำให้หญิงสาวเบาใจลงมาก

“ผมอยากขอบคุณคุณอีกครั้งเรื่องแนวความคิดของคุณ แล้วก็อยากจะปรึกษาด้วยว่าเราควรจะทำโปรแกรมอะไรอีกต่อไป คุณพอจะมีความคิดดี ๆ หรือไม่” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงและสรรพนามที่เปลี่ยนไป แม้ไม่คุ้นหูแต่เธอก็รู้สึกดีกว่าตอนแรก

“ฉันยังไม่ได้คิดเอาไว้เลยค่ะ ว่าแต่ โปรแกรมเริ่มวางขายอย่างเป็นทางการตอนไหนคะ”

“วางขายหรือ ผมไม่ได้วางขาย ผมนำโปรแกรมไปเสนอตามบริษัทพร้อมกับวางระบบขายทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ มีการติดตามหลังการ” เขาอธิบายให้เธอฟังถึงวิธีการขายของเขา

“จริงสิ ฉันลืมไปเลยว่ายุคนี้ยังไม่มีพวกซีดีรอมอะไรพวกนั้นใช้กันอย่างแพร่หลายเหมือนในยุคของฉัน” เธอเข้าใจว่าเขาทำโปรแกรมสำเร็จรูปออกมาขายเป็นแผ่นซีดีให้คนซื้อไปลงโปรแกรมเอง

“ยุคนี้กับยุคของคุณ มันคนละยุคสมัยกันหรืออย่างไร” เขารู้สึกขบขันกับคำพูดที่แปลก ๆ ของเธอ แล้วมองหญิงสาวที่กำลังเม้มริมฝีปากของเธออยู่

“ช่างมันเถอะค่ะ วิธีการของคุณก็ดีเหมือนกัน ส่วนเรื่องโปรแกรมแบบใหม่เดี๋ยวฉันจะลองไปคิดดูอีกทีนะคะ อ้อ...จริงสิ พอมีตัวซอฟต์แวร์แล้วทำไมบริษัทของคุณไม่ทำฮาร์ดแวร์เพิ่มเติมล่ะคะ อย่างเช่น โปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีตอนนี้ที่ฉันเสนอไป ความจุน่าจะเก็บได้ปีต่อปี หากใช้งานไปนาน ๆ เข้าก็จะต้องมีที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติม คุณก็ทำที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเพื่อแยกขายต่างหาก เป็นอุปกรณ์เสริมเข้าไปกับคอมพิวเตอร์ให้ช่วยเก็บข้อมูลได้ในปริมาณที่เยอะ” เธอเสนอแนวคิดใหม่เข้าไปทันทีที่นึกได้

“ทำแบบนั้นก็ดีนะ แต่จะให้ผมผลิตอุปกรณ์ขึ้นมาเองก็คงลำบาก และต้องใช้เงินลงทุนอีกเยอะ” เขาพูดอย่างชั่งใจ

“อย่างนั้นคุณก็ต้องขายซอฟต์แวร์ให้ได้จำนวนมาก ๆ จากนั้นมีเวลาอีกหนึ่งปีที่คุณจะพัฒนาตัวเก็บข้อมูล ให้เก็บข้อมูลดูย้อนหลังได้มากกว่าหนึ่งปี พวกเขาก็จะต้องสนใจอย่างแน่นอน ส่วนตัวอุปกรณ์ คุณสร้างทีมผลิตขึ้นมาอีกทีม โดยที่ฉันจะเข้าไปช่วยงานในทีมนี้ด้วย จากนั้นก็ให้นำอุปกรณ์ต้นแบบที่เราทำขึ้นไปให้โรงงานผลิตออกมาตามจำนวน เท่านี้ก็ได้แล้วค่ะ” หญิงสาวนำเสนอแนวความคิดและไม่ลืมที่จะใส่ตัวเองลงไปในแผนการนั้นด้วย เพื่อให้เข้าใกล้ ความปรารถนาของตนเองให้มากที่สุด

ความคิดของเธอที่พูดออกมาเป็นฉาก ๆ อย่างต่อเนื่องนั้นรวมถึงการที่นำเสนอให้ตนเองเข้ามาช่วยในการวิจัยอุปกรณ์ ทำให้เขามั่นใจว่าเธอจะต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องนี้พอสมควร

“อืม ผมจะลองเอาไปปรึกษากับทีมดู”

“ดีค่ะ” หญิงสาวกล่าวแล้วก็ยิ้มขึ้นมา ความหวังของเธอเริ่มส่องแสงสว่างชัดเจนขึ้นทุกที

หลังจากที่เด็ก ๆ ตื่นนอน แล้วพบว่าบิดาอยู่ที่บ้าน ก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะปกติแล้วแม้กระทั่งวันเสาร์อาทิตย์เขาก็ยังคงไปทำงานไม่หยุด นาน ๆ ครั้งจะอยู่บ้านเล่นกับพวกตน จ้าวหลันเฟยจึงปล่อยให้พวกเขาอยู่กับบิดาตามที่ขอร้อง แล้วเธอก็เข้าไปช่วยงานในครัวเพื่อที่จะเตรียมอาหารเย็นให้แก่ทั้งคู่

ในระหว่างนั้นเฉินอี้เซียวนั่งฟังลูกสาวเล่านิทาน เรื่อง ‘พระจันทร์ในน้ำ’ ที่ฟังมาจากพี่เลี้ยงให้เขาฟังต่อ เฉินจินจ้านที่กำลังวาดรูปอยู่พบว่ากระดาษวาดรูปของเขาหมด และจำได้ว่าในห้องของบิดามีกระดาษอยู่ ในลิ้นชักจึงเข้าไปเอา

ขณะที่กำลังจะเปิดลิ้นชักก็ทำซองเอกสารหล่นลงมา เมื่อเห็นกระดาษเอกสารที่หล่นอยู่ ด้านหน้ามีข้อความ แต่ด้านหลังเป็นกระดาษว่าง จำได้ว่าบิดาเคยบอกว่าให้ประหยัดกระดาษและใช้กระดาษที่ใช้แล้วมาใช้ในการวาดรูป จึงคิดว่าเอกสารนี้สามารถใช้ได้แล้วนำมาวาดรูปที่ห้องนั่งเล่นต่อ โดยไม่รู้ว่าเอกสารนั้นคือเอกสารสำคัญที่บิดาต้องใช้ในวันพรุ่งนี้

“อาหารของคุณหนูเสร็จแล้วค่ะ เราไปรับประทานอาหารกันนะคะ” จ้าวหลันเฟยเดินเข้ามาบอกเด็กแฝดทั้งสอง คนหนึ่งกำลังนั่งวาดรูปอย่างอารมณ์ดี อีกคนกำลังเล่านิทานให้บิดาฟัง

ทั้งสองหันมา ยิ้มให้พี่เลี้ยงแล้วก็ลุกไปนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างว่าง่าย

“คุณเฉินจะรับอาหารเย็นพร้อมกับคุณหนูเลยไหมคะ” เสียวอิงเดินเข้ามาถาม เพราะปกติแล้วเขาจะวางตารางให้เด็ก ๆ รับประทานมื้อเย็นกันก่อนเวลาสี่โมงเย็น แต่ว่าเขาจะรับประทานมื้อเย็นในช่วงเวลาประมาณหกโมงเย็นไม่เกินหนึ่งทุ่ม

“ไม่เป็นไร ฉันจะกินตามเวลาปกติ” เขาบอกแก่สาวใช้ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของตน สักพักก็เดินกลับออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด

“หลันเฟย เมื่อครู่ที่คุณคุยกับผมในห้อง คุณเห็นเอกสารของผมที่วางอยู่บนโต๊ะหรือไม่”

“ค่ะ ฉันเห็นคุณวางไว้บนโต๊ะที่มุมซ้ายมือ มันไม่อยู่แล้วหรือคะ”

“ใช่เป็นเอกสารสำคัญที่ผมต้องใช้ในวันพรุ่งนี้” เขาพูดด้วยความร้อนใจ เมื่อได้ยินอย่างนั้นเสี่ยวจ้านที่หยิบเอกสารของบิดาออกมาก็รู้สึกกลัวความผิด จึงไม่กล้าพูดอะไรออกไป เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอาหารทำเหมือนไม่รู้เรื่อง

“เสี่ยวอิง ฝากดูแลคุณหนูด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปหาเอกสารช่วยคุณเฉิน” จ้าวหลันเฟยบอกแก่สาวใช้ สังเกตเห็นเสี่ยวจ้านที่เงียบผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ในตอนนี้เธอรีบเข้าไปช่วยเขาหาเอกสารสำคัญก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันในภายหลัง

************************

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 19 เอกสารสำคัญ

    สัญญาในการซื้อขายกับตู้ชิงอวิ๋นถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในตู้เอกสารหลังโต๊ะทำงานของประธานหนุ่ม เฉินอี้เซียวนั่งยิ้มด้วยความพึงพอใจ มองดูเอกสารนำเสนองานและสัญญาฉบับใหม่ที่จะใช้พูดคุยกับบริษัทหลงจื่ออสังหาในวันพรุ่งนี้ คิดว่าจะต้องเป็นไปด้วยดีและราบรื่นเหมือนอย่างวันนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะประธานตู้และประธานหลง ทั้งสอง เป็นคู่เขยกัน ภรรยาของทั้งสองเป็นพี่น้องที่มาจากตระกูลเดียวกัน ดังนั้นย่อมมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และแน่นอนว่าประธานตู้เองก็ได้รับรองกับเขาแล้วว่า จะเอาเรื่องการทดสอบโปรแกรมในวันนี้ไปพูดกับประธานหลงให้ฟังคร่าว ๆ หากเป็นอย่างที่พูดคุยกันไว้ การเจรจาในวันพรุ่งนี้ก็จะต้องสำเร็จลุล่วงด้วยดี“อาหมิง วันนี้ฉันจะกลับบ้านเร็วหน่อย นายไปเตรียมรถรอ” ประธานหนุ่มบอกด้วยอย่างอารมณ์ดี ตั้งแต่เขาขายกิจการร้านสิ่งทอของครอบครัวแล้วนำเงินมาลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่ตนใฝ่ฝัน เขาก็ทุ่มเทและจริงจังกับงานจนแทบไม่มีเวลาพัก ยิ่งตอนที่หย่าและแบ่งทรัพย์สินกันกับภรรยา เขาก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีกเลย“ครับ คุณเฉิน” อาหมิงรับปากแล้วรีบออกไปจัดการตามที่เจ้านายของตนสั่งปกติแล้วเฉินอี้เซียวไม่เคยที่จะกลับบ

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 18 ทำสัญญา

    หลังจากที่เซ็นสัญญากับบริษัทขนาดไปถึงสาม บริษัทแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อที่จะนำไปติดตั้งระบบในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ในช่วงนี้เฉินอี้เซียวก็ได้เตรียมสัญญาและเอกสาร แนะนำซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะไปแนะนำโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปของตนซึ่งให้ชื่อว่า โปรแกรมแอคเซอร์ (Accer 1984) ซึ่งเป็นรุ่นเปิดตัว รุ่นแรกในปี 1984 ไปนำเสนอกับบริษัทที่มีขนาดองค์กรที่ใหญ่ขึ้น หลังจากติดต่อบริษัทไปหลายแห่งก็มีเพียงสองบริษัทที่ตอบรับการนัดหมายให้เข้าไปพูดคุยงาน แม้จะเป็นเพียงแค่สองบริษัทและไม่รู้ว่าจะมีการตอบตกลงทำสัญญาหรือไม่ แต่เฉินอี้เซียวก็มั่นใจว่าเขาจะต้อง พูดโน้มน้าวใจให้บริษัททั้งสองตอบตกลงเซ็นสัญญาได้อย่างแน่นอน“คุณเฉินครับ เอกสารที่ต้องใช้ในการนำเสนองานเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ และผมได้ทำสัญญาเผื่อเอาไว้ในกรณีที่ตอบตกลง เหลือเพียงลงรายละเอียดตัวเลขระยะเวลาและจำนวนเงินที่ยังว่างไว้ครับ” อาหมิงนำเอกสารเข้ามาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“วันนี้เป็นวันที่ดีมากเลยนะอาหมิง บริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับสองในเขตผู่ตง และบริษัทหลงซื่ออสังหาตอบตกลงรับนัดเรา แค่สองบริษัทนี้สนใจ โปรแกรม

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 17 ข่าวดี

    เมื่อกลับมาถึงบ้านสกุลเฉิน เฉินอี้เซียวก็ประกาศข่าวดี นำเงินเดือนของเดือนที่แล้วที่ผ่านมาหลายวันจ่ายจำนวนเต็มให้แก่ทุกคน และไม่ลืมที่จะจ่ายเงินเดือนส่วนที่ค้างเอาไว้ในเดือนที่ผ่านมาจนครบ สร้างความดีใจให้แก่ทุกคนเป็นอย่างมากจ้าวหลันเฟยเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับซองเงินเดือน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่มีอะไรที่ต้องใช้จ่ายอยู่แล้ว“ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตา กิจการของคุณเฉินเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ร่ำรวย” ลู่หงพูดด้วยความยินดี น้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน“ขอบคุณป้าลู่ที่ดูแลผมและบ้านสกุลเฉินมาตลอด หากกิจการผมก้าวหน้าขึ้นอย่างที่ป้าอวยพร หลังปีใหม่นี้ผมจะขึ้นเงินเดือนให้ทุกคน” ประธานหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ก่อนจะหันมาทางเสี่ยวอิงและจ้าวหลันเฟย“เสี่ยวอิง ที่เธอขออยู่ต่อชั่วคราว ตอนนี้ฉันขอให้เธออยู่ต่อเลยได้ไหม ฉันอยากให้เธอช่วยงานบ้านต่อไป ส่วนหลันเฟยตอนนี้ฉันจะให้เธอทำหน้าที่พี่เลี้ยงเพียงอย่างเดียว งานบ้านอื่น ๆ ของเด็ก ๆ และงานบ้านทั่วไปต้องรบกวนเธอแล้ว” เขาบอกกับสาวใช้วัยยี่สิบ ขอให้เธออยู่ทำงานต่อ“ได้ค่ะคุณเฉิน ได้ค่ะ” หญิงสาวรับปากแทบจะทันที ถือซองเงินในมือเอา

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 16 น้ำเปลี่ยนสี

    กิจกรรมวันนี้ทำให้เฉินจินเจินและเฉินจินจ้านตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวันนี้จ้าวหลันเฟยบอกว่าเธอจะพาทำ ‘น้ำเปลี่ยนสี’“พี่หลันเฟย นั่นดอกอะไรคะ”“ดอกอัญชันน่ะ ฉันเห็นว่าเกิดที่ริมรั้วจึงจะลองนำมาทำกิจกรรมสนุก ๆ” เธอพูดแล้วน้ำดอกอัญชันที่เก็บมา ให้เด็ก ๆ ช่วยกันใช้ครกหินบดยาในการบดดอกอัญชัน จากนั้นก็นำมาคั้นน้ำจนได้น้ำสีน้ำเงินออกมาจำนวนหนึ่ง “แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ” เฉินจินจ้านที่เริ่มพูดไพเราะขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงที่สนใจและกระตือรือร้น“ต่อไปเราก็จะนำไปผสมกับน้ำเปล่า ลองดูสิคะ” เธออธิบายแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ ทำกันเองสองพี่น้องนำน้ำสีน้ำเงินเข้มที่คั้นมาได้ ผสมลงไปในน้ำเปล่าทั้งสองแก้วที่อยู่ต่อหน้าตน จากนั้นเธอก็ยื่นมะนาวให้กับเด็ก ๆ ถือเอาไว้คนละหนึ่งซีก“น้ำดอกอัญชันเป็นสีอะไรคะ”“สีน้ำเงินครับ” / “สีน้ำเงินค่ะ”“ถ้าเราหยดน้ำมะนาวลงไป คิดว่าจะมีการเปลี่ยนสีหรือไม่”“เปลี่ยนค่ะ” เฉินจินเจินตอบอย่างมั่นใจในคำตอบ จ้าวหลันเฟยเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามเด็กน้อย“ทำไมถึงเปลี่ยนคะ คุณหนูเล็กพอตอบได้หรือไม่”“เพราะพี่หลันเฟยบอกเองว่าวันนี้จะพาทำกิจกรรมน้ำเปลี่ยนสี” คำตอบของเด็กน้อยทำให้เธอหัวเราะออกม

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 15 รอยยิ้มที่ยินดี

    เมื่อเห็นว่าโปรแกรมที่ตนเองทำนั้นสามารถใช้งานได้จริง และพร้อมที่จะนำไปเสนอขายให้แก่บริษัทกลุ่มเป้าหมาย เฉินอี้เซียวก็ได้นำโปรแกรมตัวอย่างเหล่านี้ไปนำเสนอที่บริษัทต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ ก่อนโดยมีข้อเสนอที่ว่ากลุ่มบริษัทที่ทำการซื้อขายโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีกลุ่มแรก จะได้รับการดูแลหลังการขายและได้รับการอัปเดตโปรแกรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาห้าปีด้วยข้อเสนอนี้จึงทำให้คนรุ่นใหม่ที่ก้าวมาสู่วงการธุรกิจเล็งเห็นความสำคัญ และชื่นชอบแนวคิดในการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานสะดวกรวดเร็วขึ้น จึงตอบตกลงเซ็นสัญญาซื้อขายวางมัดจำทันทีที่ได้ทดลองใช้โปรแกรมตัวอย่างแม้จากสิบบริษัทจะมีเพียงสามบริษัทเท่านั้นที่ตกลงเซ็นสัญญาในการซื้อโปรแกรมที่เขากำลังพัฒนาอยู่ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะตอนนี้เขามีเงินค่ามัดจำโปรแกรมเพียงพอที่จะใช้หมุนเวียนในบริษัทอีกต่อไปสองเดือน และมีเงินจ่ายค่าจ้างที่เหลือของคนในบ้านแต่ว่าเฉินอี้เซียวไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ตอนนี้เขาเริ่มไปยังบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อที่จะเสนอโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีของตน กำลังรอนัดหมายเพื่อเข้าไปอธิ

  • ทะลุมิติมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแฝดในยุค80   ตอนที่ 14 อยากกลับบ้าน

    อีกสามวันเสี่ยวอิงก็ต้องออกไปจากบ้านสกุลเฉินแล้ว หยางหมิงซวนที่แอบรักเธอมาหลายปีตั้งแต่หญิงสาวอายุสิบหก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าที่จะสารภาพความในใจขณะกินอาหารเย็นด้วยกัน เขามองเธอที่พูดคุยกับคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มที่สดใส เขาอยู่กับเฉินอี้เซียวมาตั้งแต่ตัวเองเป็นวัยรุ่น ที่ผ่านมาทุ่มเททำงานหนักและไม่เคยมีคนรัก เสี่ยวอิงจึงเป็นรักแรกของเขาจนถึงตอนนี้“เสี่ยวอิง ถ้าเธอลาออกไปแล้ว เธอจะไปทำงานที่ไหน ดูไว้แล้วหรือยัง” ป้าลู่ถามขึ้นมา อาหมิงได้ยินดังนั้นก็มองใบหน้าของเธอ รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ สิ่งนั้นไม่รอดพ้นสายตาของจ้าวหลันเฟยตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่จนครบหนึ่งสัปดาห์ เธอสังเกตเห็นว่าหยางหมิงซวนนั้นมีใจให้แก่เสี่ยวอิงอย่างแน่นอน แต่หญิงสาวกลับไม่รู้เลยสักนิดว่ามีคนคิดกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาว“ว่าไงล่ะเสี่ยวอิง เธอจะไปทำงานที่ไหน” เขาย้ำถามเธอด้วยคำถามเดียวกันกับลู่หง แล้วรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ“ไม่รู้สิพี่หมิงซวน ฉันคงกลับบ้านนอกก่อน ไปช่วยพ่อแม่ทำสวนก่อนสักเดือน แล้วจะเข้ามาหางานใหม่อีกครั้ง ความรู้ของฉันก็คงสมัครได้แค่พนักงานทำความสะอาด หรือไม่ก็คนรับใช้เท่านั้นแหละ” เธอบอกแล้วกินอา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status