เข้าสู่ระบบเมื่อกลับมาถึงบ้านสกุลเฉิน เฉินอี้เซียวก็ประกาศข่าวดี นำเงินเดือนของเดือนที่แล้วที่ผ่านมาหลายวันจ่ายจำนวนเต็มให้แก่ทุกคน และไม่ลืมที่จะจ่ายเงินเดือนส่วนที่ค้างเอาไว้ในเดือนที่ผ่านมาจนครบ สร้างความดีใจให้แก่ทุกคนเป็นอย่างมาก
จ้าวหลันเฟยเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับซองเงินเดือน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่มีอะไรที่ต้องใช้จ่ายอยู่แล้ว
“ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตา กิจการของคุณเฉินเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ร่ำรวย” ลู่หงพูดด้วยความยินดี น้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน
“ขอบคุณป้าลู่ที่ดูแลผมและบ้านสกุลเฉินมาตลอด หากกิจการผมก้าวหน้าขึ้นอย่างที่ป้าอวยพร หลังปีใหม่นี้ผมจะขึ้นเงินเดือนให้ทุกคน” ประธานหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ก่อนจะหันมาทางเสี่ยวอิงและจ้าวหลันเฟย
“เสี่ยวอิง ที่เธอขออยู่ต่อชั่วคราว ตอนนี้ฉันขอให้เธออยู่ต่อเลยได้ไหม ฉันอยากให้เธอช่วยงานบ้านต่อไป ส่วนหลันเฟยตอนนี้ฉันจะให้เธอทำหน้าที่พี่เลี้ยงเพียงอย่างเดียว งานบ้านอื่น ๆ ของเด็ก ๆ และงานบ้านทั่วไปต้องรบกวนเธอแล้ว” เขาบอกกับสาวใช้วัยยี่สิบ ขอให้เธออยู่ทำงานต่อ
“ได้ค่ะคุณเฉิน ได้ค่ะ” หญิงสาวรับปากแทบจะทันที ถือซองเงินในมือเอาไว้แน่นด้วยความดีใจ จะได้ส่งเงินให้ที่บ้านและไม่ต้องกลับไปชนบทแล้ว
จ้าวหลันเฟยมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่ให้เธอทำงานบ้านอื่น ๆ แล้ว นอกจากหน้าที่พี่เลี้ยงเพียงอย่างเดียว เพราะอะไรกัน หรือว่าอดีตภรรยาเขาโทรไปกุเรื่องฟ้องเขาเรื่องคุยโทรศัพท์เมื่อตอนกลางวัน
แต่ไม่ใช่สิ นี่ไม่ใช่การลงโทษ การที่ลดหน้าที่ของเธอลงเป็นการดีต่อเธอไม่ใช่หรือ
“ส่วนคุณ” เขาหันมาทางเธอแล้วใช้สรรพนามที่เปลี่ยนไป ทำให้จ้าวหลันเฟยทั้งประหลาดใจและเป็นกังวลว่าเขาจะมาไม้ไหน
“คะ คุณเฉิน”
“คุณทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยสอนเด็ก ๆ เรื่องคุณธรรม จริยธรรม มารยาท และความรู้พื้นฐาน ผมจะเขียนตารางออกมาให้คุณ”
“แต่ว่า ถ้าทำตามตาราง...” เธอขัดเขา พอเจอสายตาที่หรี่มองนั้นก็เงียบฟังเขาพูดให้จบ
“ตารางที่ผมเขียนให้ คุณสามารถประยุกต์ในแบบของคุณได้” เขาพูดแล้วมองเธอด้วยสายตาที่วางใจ หญิงสาวจึงพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ
“ปะป๊า เสร็จหรือยัง เราสองคนพร้อมแล้ว” เฉินจินจ้านร้องเรียกบิดาเสียงดังด้วยความตื่นเต้น
เฉินอี้เซียวพยักหน้าให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน จากนั้นก็เดินไปหาเด็ก ๆ ที่ห้องนั่งเล่น มองดูการทดลองน้ำเปลี่ยนสีที่พวกเขากำลังจะอวด
“ปะป๊าเห็นไหมคะว่าน้ำในแก้วเป็นสีอะไร” เฉินจินเจินถามแล้วทำหน้าทำตาอย่างคนที่กำลังจะอวดภูมิ
“สีน้ำเงิน” เขาตอบแล้วยิ้มมองทั้งสองที่กำลังจริงจังมาก
“น้ำมะนาวนี้ ถ้าหยดลงไป ปะป๊าว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เฉินจินจ้านถามแล้วผายมือไปยังถ้วยที่มีน้ำมะนาวให้บิดาลองทาย
การทดลองนั้นขึ้นชื่อว่าน้ำเปลี่ยนสีแล้ว แต่ถ้าเขาเดาถูกก็คงไม่สนุก จึงแกล้งตอบคำถามผิดเพื่อให้เด็ก ๆ ดีใจ
“พ่อว่าแก้วจะต้องระเบิดแน่”
“ผิดค่ะ” เฉินจินเจินบอกเสียงดังแล้วหัวเราะคิกคักที่บิดาเดาผิด
“งั้น ต้องมีฟองแน่” เขาแกล้งทายผิดอีกหน ทำให้สองพี่น้องยิ้มอย่างพอใจ
“คอยดูนะครับ” เฉินจินจ้านตักน้ำมะนาวลงไปแล้วใช้ช้อนคน จากนั้นน้ำสีน้ำเงินก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงอมแดง
“ว้าว อัศจรรย์มากเลย ลูกทำได้อย่างไร บอกพ่อได้หรือไม่” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“ในน้ำมะนาวมีกรดบางอย่าง ที่ทำให้น้ำดอกอัญชันเปลี่ยนสีค่ะ” เฉินจินเจินตอบบิดาตามที่ท่องจำมาเป็นอย่างดี
“เก่งมากเลย ลูก ๆ ของพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยทั้งคู่” เขาชื่นชมแล้วคุกเข่าลงสวมกอดลูก ๆ ทั้งสองเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพี่เลี้ยงสาวที่ทำหน้าที่ได้ดีเกินหน้าที่พี่เลี้ยง เพราะแบบนี้เขาถึงอยากให้เธอช่วยดูแลลูก ๆ ของเขาอย่างเต็มที่
“ตอนนี้ได้เวลาที่คุณเฉินต้องรับประทานอาหารเย็น และคุณหนูทั้งสองต้องไปอาบน้ำเข้านอนกันแล้วนะคะ เราไปกันเถอะค่ะ” เธอบอกกับแฝดนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยทั้งสอง
“ครับ พี่หลันเฟย” / “ค่ะ พี่หลันเฟย”
ทั้งสองรับปากอย่างพร้อมเพรียงเช่นเคย จากนั้นก็ช่วยกันนำอุปกรณ์ทดลองไปเก็บ โดยมีเสี่ยวอิงเข้ามาช่วยพาทั้งคู่ไปอาบน้ำ ส่วนหน้าที่พาเข้านอนจะเป็นหน้าที่ของจ้าวหลังเฟยในภายหลัง
“ตามผมไปที่ห้องทำงานสักครู่สิ” เขาบอกเธอเมื่อเห็นว่าเด็ก ๆ ไปอาบน้ำแล้ว
“ค่ะ” หญิงสาวรับปากแล้วเดินตามเจ้าของบ้านไปที่ห้องทำงานของเขา
เฉินอี้เซียวผายมือให้เธอนั่งลง จากนั้นก็หยิบซองเอกสารในลิ้นชักออกมาแล้วยื่นให้เธอ หญิงสาวรับมาถือไว้ แล้วมองด้วยความสงสัย
“นี่อะไรคะ” เธอถามด้วยความลังเล ไม่รู้ว่าเอกสารนั้นคืออะไร
“ผมไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” เขาบอกเพียงแค่นั้นแล้วพยักหน้าให้เธอเปิดดูเอง
จ้าวหลันเฟยจึงเปิดดูซองข้างใน พบว่าเป็นเอกสารที่เขาให้เธอเป็นผู้ถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ในบริษัทของเขา
หญิงสาวเฟยเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่งุนงง เข้าใจว่าเธอช่วยเขาคิดค้นโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป แต่เธอตั้งใจจะขอความช่วยเหลือจากเขาในภายหลัง แต่ถ้าเขาตอบแทนเธอแบบนี้ เธอจะขอความช่วยเหลือในภายหลังได้หรือ
“ที่เราตกลงกันไม่ใช่แบบนี้นี่คะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความผิดหวังและไม่พอใจเล็กน้อยกับสิ่งที่เขามอบให้
“น้อยไปหรือ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง คิดว่าเธอคงไม่พอใจกับจำนวนหุ้นที่เขาให้เธอ ในขณะที่เขาคิดว่ามันเป็นจำนวนที่มากเกินไปด้วยซ้ำสำหรับคนที่ไม่ได้ออกทุนเลยสักหยวน
“ไม่น้อยไปหรอกค่ะ แต่ว่าฉันไม่ได้ต้องการหุ้นของคุณ” เธอวางซองเอกสารคืนให้แก่เขา
“สิ่งที่คุณต้องการมันมีมูลค่ามากกว่าหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์นี้อีก หรือว่าคุณ... ต้องการครอบครองทั้งบริษัทและบ้านหลังนี้” เฉินอี้เซียวแค่อยากพูดแหย่เธอเล่น ความหมายของเขาก็คือ เธอต้องการเป็นภรรยาของเขาจึงจะได้ทุกอย่างไปทั้งหมด
“คุณรู้ไหมคะ ว่าคุณเป็นคนที่หลงตัวเองขั้นสุด ฉันบอกไปแล้วว่าฉันไม่ได้อยากเป็นคุณนายเฉิน และไม่ได้พิศวาสอะไรคุณเลยแม้แต่น้อย คุณประสาทพอ ๆ กับเมียเก่าเลยนะ รายนั้นรู้ไหมว่าบ้าหนักแค่ไหน เหมาะสมกันดีแล้ว ไม่น่าหย่ากันเลย คนหนึ่งก็ประสาท คนหนึ่งก็หลงตัวเอง” เธออดพูดถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันไม่ได้
“หมายความว่าอย่างไร... คุณรู้จักเธอ?” เขาเริ่มใช้น้ำเสียงที่ดูเคร่งเครียดขึ้น ไม่ถือสาที่เธอด่าเขา แต่อยากรู้เรื่องนี้มากกว่า
“เธอโทรมาจะขอพูดกับเด็ก ๆ แล้วเล่นละครอยู่คนเดียวว่าคุณสั่งให้ฉันกีดกัน ร้องไห้ออเซาะผู้ชายคนใหม่ แสดงบทแม่ที่แสนรันทด หึ.. จะบอกให้นะว่าฉันรู้ทันแผนตื้น ๆ นั้น ดีแล้วที่เธอไม่กลับมา ผู้หญิงบ้าอะไรใช้ลูกเป็นเครื่องมืออ้อนผู้ชายคนใหม่ให้ตัวเองดูน่าเห็นใจ” เธอบ่นออกมาอย่างคนที่อัดอั้น ทำให้คนฟังนั่งมองเธอที่กล้าแสดงกิริยานี้กับเขา แต่แปลกที่เขากลับไม่โกรธเธอ
“บ่นพอหรือยัง รับหุ้นนี้เอาไว้ แล้วสิ่งที่คุณจะให้ช่วยผมก็ยังจะช่วยอยู่ดี ไม่ได้ลืมหรอก” เขาบอกเธอเสียงเรียบ
“งั้นรับไว้ก็ได้ค่ะ” เมื่อได้ยินว่าเขาไม่ได้ลืมข้อตกลงแรกเธอก็ยิ้มออกมาแล้วรับเอาไว้ ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘ว่าแต่คนอื่นเป็นบ้า ตัวเองก็คุ้มดีคุ้มร้าย’ เขาคิดแล้วก็ยิ้มออกมาที่มุมปาก ก่อนจะลดยิ้มลงเมื่อเธอมองมาที่เขา
“งั้นฉันขอตัวนะคะ” เธอยิ้มกว้างแล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ทำให้ประธานเฉินสนใจเธอจริง ๆ เข้าแล้ว
************************
สัญญาในการซื้อขายกับตู้ชิงอวิ๋นถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในตู้เอกสารหลังโต๊ะทำงานของประธานหนุ่ม เฉินอี้เซียวนั่งยิ้มด้วยความพึงพอใจ มองดูเอกสารนำเสนองานและสัญญาฉบับใหม่ที่จะใช้พูดคุยกับบริษัทหลงจื่ออสังหาในวันพรุ่งนี้ คิดว่าจะต้องเป็นไปด้วยดีและราบรื่นเหมือนอย่างวันนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะประธานตู้และประธานหลง ทั้งสอง เป็นคู่เขยกัน ภรรยาของทั้งสองเป็นพี่น้องที่มาจากตระกูลเดียวกัน ดังนั้นย่อมมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และแน่นอนว่าประธานตู้เองก็ได้รับรองกับเขาแล้วว่า จะเอาเรื่องการทดสอบโปรแกรมในวันนี้ไปพูดกับประธานหลงให้ฟังคร่าว ๆ หากเป็นอย่างที่พูดคุยกันไว้ การเจรจาในวันพรุ่งนี้ก็จะต้องสำเร็จลุล่วงด้วยดี“อาหมิง วันนี้ฉันจะกลับบ้านเร็วหน่อย นายไปเตรียมรถรอ” ประธานหนุ่มบอกด้วยอย่างอารมณ์ดี ตั้งแต่เขาขายกิจการร้านสิ่งทอของครอบครัวแล้วนำเงินมาลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่ตนใฝ่ฝัน เขาก็ทุ่มเทและจริงจังกับงานจนแทบไม่มีเวลาพัก ยิ่งตอนที่หย่าและแบ่งทรัพย์สินกันกับภรรยา เขาก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีกเลย“ครับ คุณเฉิน” อาหมิงรับปากแล้วรีบออกไปจัดการตามที่เจ้านายของตนสั่งปกติแล้วเฉินอี้เซียวไม่เคยที่จะกลับบ
หลังจากที่เซ็นสัญญากับบริษัทขนาดไปถึงสาม บริษัทแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อที่จะนำไปติดตั้งระบบในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ในช่วงนี้เฉินอี้เซียวก็ได้เตรียมสัญญาและเอกสาร แนะนำซอฟต์แวร์ เพื่อที่จะไปแนะนำโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปของตนซึ่งให้ชื่อว่า โปรแกรมแอคเซอร์ (Accer 1984) ซึ่งเป็นรุ่นเปิดตัว รุ่นแรกในปี 1984 ไปนำเสนอกับบริษัทที่มีขนาดองค์กรที่ใหญ่ขึ้น หลังจากติดต่อบริษัทไปหลายแห่งก็มีเพียงสองบริษัทที่ตอบรับการนัดหมายให้เข้าไปพูดคุยงาน แม้จะเป็นเพียงแค่สองบริษัทและไม่รู้ว่าจะมีการตอบตกลงทำสัญญาหรือไม่ แต่เฉินอี้เซียวก็มั่นใจว่าเขาจะต้อง พูดโน้มน้าวใจให้บริษัททั้งสองตอบตกลงเซ็นสัญญาได้อย่างแน่นอน“คุณเฉินครับ เอกสารที่ต้องใช้ในการนำเสนองานเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ และผมได้ทำสัญญาเผื่อเอาไว้ในกรณีที่ตอบตกลง เหลือเพียงลงรายละเอียดตัวเลขระยะเวลาและจำนวนเงินที่ยังว่างไว้ครับ” อาหมิงนำเอกสารเข้ามาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“วันนี้เป็นวันที่ดีมากเลยนะอาหมิง บริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับสองในเขตผู่ตง และบริษัทหลงซื่ออสังหาตอบตกลงรับนัดเรา แค่สองบริษัทนี้สนใจ โปรแกรม
เมื่อกลับมาถึงบ้านสกุลเฉิน เฉินอี้เซียวก็ประกาศข่าวดี นำเงินเดือนของเดือนที่แล้วที่ผ่านมาหลายวันจ่ายจำนวนเต็มให้แก่ทุกคน และไม่ลืมที่จะจ่ายเงินเดือนส่วนที่ค้างเอาไว้ในเดือนที่ผ่านมาจนครบ สร้างความดีใจให้แก่ทุกคนเป็นอย่างมากจ้าวหลันเฟยเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับซองเงินเดือน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะไม่มีอะไรที่ต้องใช้จ่ายอยู่แล้ว“ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตา กิจการของคุณเฉินเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ร่ำรวย” ลู่หงพูดด้วยความยินดี น้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน“ขอบคุณป้าลู่ที่ดูแลผมและบ้านสกุลเฉินมาตลอด หากกิจการผมก้าวหน้าขึ้นอย่างที่ป้าอวยพร หลังปีใหม่นี้ผมจะขึ้นเงินเดือนให้ทุกคน” ประธานหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ก่อนจะหันมาทางเสี่ยวอิงและจ้าวหลันเฟย“เสี่ยวอิง ที่เธอขออยู่ต่อชั่วคราว ตอนนี้ฉันขอให้เธออยู่ต่อเลยได้ไหม ฉันอยากให้เธอช่วยงานบ้านต่อไป ส่วนหลันเฟยตอนนี้ฉันจะให้เธอทำหน้าที่พี่เลี้ยงเพียงอย่างเดียว งานบ้านอื่น ๆ ของเด็ก ๆ และงานบ้านทั่วไปต้องรบกวนเธอแล้ว” เขาบอกกับสาวใช้วัยยี่สิบ ขอให้เธออยู่ทำงานต่อ“ได้ค่ะคุณเฉิน ได้ค่ะ” หญิงสาวรับปากแทบจะทันที ถือซองเงินในมือเอา
กิจกรรมวันนี้ทำให้เฉินจินเจินและเฉินจินจ้านตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวันนี้จ้าวหลันเฟยบอกว่าเธอจะพาทำ ‘น้ำเปลี่ยนสี’“พี่หลันเฟย นั่นดอกอะไรคะ”“ดอกอัญชันน่ะ ฉันเห็นว่าเกิดที่ริมรั้วจึงจะลองนำมาทำกิจกรรมสนุก ๆ” เธอพูดแล้วน้ำดอกอัญชันที่เก็บมา ให้เด็ก ๆ ช่วยกันใช้ครกหินบดยาในการบดดอกอัญชัน จากนั้นก็นำมาคั้นน้ำจนได้น้ำสีน้ำเงินออกมาจำนวนหนึ่ง “แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับ” เฉินจินจ้านที่เริ่มพูดไพเราะขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงที่สนใจและกระตือรือร้น“ต่อไปเราก็จะนำไปผสมกับน้ำเปล่า ลองดูสิคะ” เธออธิบายแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ ทำกันเองสองพี่น้องนำน้ำสีน้ำเงินเข้มที่คั้นมาได้ ผสมลงไปในน้ำเปล่าทั้งสองแก้วที่อยู่ต่อหน้าตน จากนั้นเธอก็ยื่นมะนาวให้กับเด็ก ๆ ถือเอาไว้คนละหนึ่งซีก“น้ำดอกอัญชันเป็นสีอะไรคะ”“สีน้ำเงินครับ” / “สีน้ำเงินค่ะ”“ถ้าเราหยดน้ำมะนาวลงไป คิดว่าจะมีการเปลี่ยนสีหรือไม่”“เปลี่ยนค่ะ” เฉินจินเจินตอบอย่างมั่นใจในคำตอบ จ้าวหลันเฟยเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามเด็กน้อย“ทำไมถึงเปลี่ยนคะ คุณหนูเล็กพอตอบได้หรือไม่”“เพราะพี่หลันเฟยบอกเองว่าวันนี้จะพาทำกิจกรรมน้ำเปลี่ยนสี” คำตอบของเด็กน้อยทำให้เธอหัวเราะออกม
เมื่อเห็นว่าโปรแกรมที่ตนเองทำนั้นสามารถใช้งานได้จริง และพร้อมที่จะนำไปเสนอขายให้แก่บริษัทกลุ่มเป้าหมาย เฉินอี้เซียวก็ได้นำโปรแกรมตัวอย่างเหล่านี้ไปนำเสนอที่บริษัทต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ ก่อนโดยมีข้อเสนอที่ว่ากลุ่มบริษัทที่ทำการซื้อขายโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีกลุ่มแรก จะได้รับการดูแลหลังการขายและได้รับการอัปเดตโปรแกรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาห้าปีด้วยข้อเสนอนี้จึงทำให้คนรุ่นใหม่ที่ก้าวมาสู่วงการธุรกิจเล็งเห็นความสำคัญ และชื่นชอบแนวคิดในการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานสะดวกรวดเร็วขึ้น จึงตอบตกลงเซ็นสัญญาซื้อขายวางมัดจำทันทีที่ได้ทดลองใช้โปรแกรมตัวอย่างแม้จากสิบบริษัทจะมีเพียงสามบริษัทเท่านั้นที่ตกลงเซ็นสัญญาในการซื้อโปรแกรมที่เขากำลังพัฒนาอยู่ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะตอนนี้เขามีเงินค่ามัดจำโปรแกรมเพียงพอที่จะใช้หมุนเวียนในบริษัทอีกต่อไปสองเดือน และมีเงินจ่ายค่าจ้างที่เหลือของคนในบ้านแต่ว่าเฉินอี้เซียวไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ตอนนี้เขาเริ่มไปยังบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อที่จะเสนอโปรแกรมสำเร็จรูปทางบัญชีของตน กำลังรอนัดหมายเพื่อเข้าไปอธิ
อีกสามวันเสี่ยวอิงก็ต้องออกไปจากบ้านสกุลเฉินแล้ว หยางหมิงซวนที่แอบรักเธอมาหลายปีตั้งแต่หญิงสาวอายุสิบหก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าที่จะสารภาพความในใจขณะกินอาหารเย็นด้วยกัน เขามองเธอที่พูดคุยกับคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้มที่สดใส เขาอยู่กับเฉินอี้เซียวมาตั้งแต่ตัวเองเป็นวัยรุ่น ที่ผ่านมาทุ่มเททำงานหนักและไม่เคยมีคนรัก เสี่ยวอิงจึงเป็นรักแรกของเขาจนถึงตอนนี้“เสี่ยวอิง ถ้าเธอลาออกไปแล้ว เธอจะไปทำงานที่ไหน ดูไว้แล้วหรือยัง” ป้าลู่ถามขึ้นมา อาหมิงได้ยินดังนั้นก็มองใบหน้าของเธอ รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ สิ่งนั้นไม่รอดพ้นสายตาของจ้าวหลันเฟยตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่จนครบหนึ่งสัปดาห์ เธอสังเกตเห็นว่าหยางหมิงซวนนั้นมีใจให้แก่เสี่ยวอิงอย่างแน่นอน แต่หญิงสาวกลับไม่รู้เลยสักนิดว่ามีคนคิดกับเธอเกินกว่าพี่ชายและน้องสาว“ว่าไงล่ะเสี่ยวอิง เธอจะไปทำงานที่ไหน” เขาย้ำถามเธอด้วยคำถามเดียวกันกับลู่หง แล้วรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ“ไม่รู้สิพี่หมิงซวน ฉันคงกลับบ้านนอกก่อน ไปช่วยพ่อแม่ทำสวนก่อนสักเดือน แล้วจะเข้ามาหางานใหม่อีกครั้ง ความรู้ของฉันก็คงสมัครได้แค่พนักงานทำความสะอาด หรือไม่ก็คนรับใช้เท่านั้นแหละ” เธอบอกแล้วกินอา







