LOGINวันต่อมาสามคนพ่อแม่ลูกหลังจากที่กินมื้อเช้าเรียบร้อย หนิงเหมยจูจึงอุ้มสามีใส่ในรถเข็น จากนั้นจึงเดินออกมาหน้าประตูรั้ว วันนี้เธอเตรียมของไปเยี่ยมแม่และน้องชายไม่น้อย หวังเพียงว่าทั้งสองคนจะไม่เป็นอย่างที่เธอหวั่นใจและกลัวก็แล้วกัน
หนิงเหมยจูเข็นรถให้สามีนั่ง ส่วนเสี่ยวลู่เดินข้างๆ คอยจับมือพ่อไม่ปล่อย สามคนพ่อแม่ลูกเดินไปตามทางของหมูบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปบ้านหนิง ที่อยู่เกือบท้ายหมู่บ้านแห่งนี้ ระหว่างทางมีชาวบ้านเมียงมองอย่างแปลกใจในสิ่งที่หนิงเหมยจูกระทำ เพราะตั้งแต่ที่หนิงเหมยจูแต่งงานกับลูกชายคนที่สี่ของบ้านตงนั้น เธอไม่เคยสนใจลูกและสามีเลย มีแต่แต่งตัวสวยแล้วเดินไปเดินมาทั่วหมู่บ้านไม่คิดที่จะทำอะไรหากไม่พอใจใครก็จะตะโกนด่าหรือหาเรื่องตบตีเขาไปทั่ว
แต่วันนี้ทำไมเธอจึงเดินมาพร้อมกับลูกและสามี อีกทั้งดูเหมือนว่าตงซีเฉินจะกลายเป็นคนพิการแล้ว หลายเดือนที่เขาไม่ยอมออกจากบ้านคืออะไร แล้วทำไมวันนี้เขาจึงเลือกที่จะออกมาและทางที่ทั้งสามคนกำลังมุ่งหน้าไปมันคือทางไปบ้านหนิงไม่ใช่เหรอ แล้วนั่นคืออะไรเด็กน้อยเสี่ยวลู่ลูกติดของตงซีเฉิน ดูเธอไม่กลัวหนิงเหมยจูเลยสักนิดแถมยังเรียก หนิงเหมยจูว่าแม่ โอ๊ะ นี่พระอาทิตย์ขึ้นผิดทางหรือว่าจะเกิดภัยหนาวกันแน่ ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็คิดคนละทิศละทาง แต่ก็มีชาวบ้านบางคนอดไม่ได้จึงเลือกที่จะถามตงซีเฉินแทน
“ซีเฉินจะไปไหนกันเหรอ แล้วอาการบาดเจ็บเป็นยังไงบ้าง” ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยทัก หนิงเหมยจูได้ยินเสียงชาวบ้านร้องทักสามีเธอจึงหยุดเดิน
“ดีขึ้นแล้วครับ ผมและครอบครัวจะไปเยี่ยมแม่ยายครับป้า” ตงซีเฉินพูดเสียงดังฟังชัด ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ชาวบ้านคนอื่นที่ได้ยินความรู้สึกของพวกเขาตอนนี้เหมือนกับมีไม้ใหญ่ฟาดมาที่หัว
“เราสามคนขอตัวก่อนนะครับเดี๋ยวจะสาย” ตงซีเฉินเมื่อเห็นท่าทางของชาวบ้านเขาก็ไม่พูดอะไรต่อก่อนจะขอตัวจากไปทันที ไม่นานทั้งสามคนได้เดินมาถึงบ้านหนิงอย่างที่ต้องการ
หนิงเหมยจูได้แต่ขมวดคิ้ว เพราะได้ยินเสียงโวยวายมาจากหลังบ้านซึ่งนั้นคือเสียงชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของร่างนี้กำลังดุด่าฟู่เจียจิ่นแม่ของหนิงเหมยจูและหนิงฮุ่ยหมินพี่ชายของเธออยู่
“เสี่ยวลู่หนูต้องเอามือปิดหูไว้นะคนเก่ง ห้ามจำในสิ่งที่ไม่ดีเด็ดขาดเข้าใจไหมลูกรัก” หนิงเหมยจูบอกลูกน้อยก่อนจะอุ้มนั่งบนตักของสามีและให้เขากอดลูกสาวไว้ ในเมื่อพี่ซีเฉินบอกว่าขาของเขาไม่มีความรู้สึกแล้วให้ลูกสาวนั่งบนตักคงไม่เป็นอะไร
“พี่กอดลูกไว้นะ หากเจอภาพไม่ดีก็ปิดตาลูกด้วย ฉันไม่อยากให้เสี่ยวลู่เห็นความรุนแรง” หนิงเหมยจูบอกกับสามีก่อนจะเข็นรถไว้ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน จากนั้นเธอจึงถีบประตูรั้วและไม่สนใจว่ามันจะพังหรือไม่
“เพราะเธอเลี้ยงนังเหมยจูไม่ดี ทำให้นิสัยของมันถึงชั่วได้แบบนี้ มันกล้าดียังไงทำร้ายหวยซินและเพ่ยชิงเจ็บหนักแบบนี้” หนิงฮวนด่าภรรยาคนแรกด้วยความไม่พอใจ เมื่อวานเขายังไม่ใส่ใจมาก แต่วันนี้ภรรยาอีกคนของเขาและลูกสาวกลับเจ็บมากกว่าเมื่อวานแทบจะเดินไม่ไหว
“พี่ฮวน พี่ก็รู้ว่าถ้าไม่มีใครไปหาเรื่องหรือวุ่นวายกับเหมยจู เธอจะทำร้ายกลับหรือไง ทำไมพี่ไม่ไปถามภรรยาและลูกสาวของพี่ล่ะว่าไปหาเรื่องอะไรเหมยจูหรือเปล่า”
ฟู่เจียจิ่นเถียงกลับ ตลอดชีวิตนี้เธอทนมามากพอแล้ว เธอยอมมามากพอแล้ว ยอมแม้กระทั่งเป็นคนไปขอภรรยารองอย่างหวยซินให้ด้วยตัวของเธอเอง เพราะตอนนั้นแม่สามีกดดันว่าเธอไม่มีลูกชาย อีกอย่างเรื่องที่
ลูกสาวอย่างเหมยจูของเธอไปทำร้ายภรรยาและลูกรักของสามีนั้นเธอไม่มองว่าเหมยจูผิด ถ้าสองแม่ลูกนั่นไม่หาเรื่องลูกสาวของเธอ เหมยจูคงไม่เล่นงานหนักขนาดนี้ ไม่ว่าเหมยจูจะร้ายยังไงแต่สำหรับเธอเหมยจูคือลูก“นี่แกกล้าเถียงฉันเหรอเจียจิ่น ถ้าฉันบอกว่ามันผิด มันก็ต้องผิด เธอไปหามันเดี๋ยวนี้นะ และให้มันมาขอโทษหวยซินเลยเพ่ยชิง” หนิงฮวนบังคับให้ภรรยาไปหาลูกสาวเพื่อให้มาขอโทษภรรยารักของเขา แต่ฟู่เจียจิ่นไม่ยินยอม ทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า จึงได้ง้างมือตบภรรยาสุดแรง แต่กลายเป็นหนิงเหมยจูเอาหน้าตัวเองไปรับแรงตบในครั้งนี้แทน ฟู่เจียจิ่นเห็นว่าใครที่มารับแรงตบแทนเธอจึงร้องเรียกอย่างตกใจ
“เหมยจู/พี่ใหญ่” ฟู่เจียจิ่นน้ำตาไหลไม่คิดว่าลูกสาวจะทำแบบนี้ ถึงแม้ว่าร่างกายเธอจะไม่โดนตบให้เจ็บ แต่เมื่อเห็นว่าลูกสาวเจ็บหัวอกคนเป็นแม่เจ็บยิ่งกว่า
“แม่หนูไม่เป็นอะไร ฮุ่ยหมินนายเป็นอะไร ทำไมดูเหมือนบาดเจ็บ” หนิงเหมยจูนั้นไม่มีความรู้สึกเจ็บที่โดนตบ เพราะตอนเป็นสตั๊นท์เกิร์ลเวลาผิดคิวมันเจ็บกว่านี้เยอะ แต่พอเห็นสภาพน้องชายจึงอดขมวดคิ้วถามไม่ได้ หนิงฮุ่ยหมินเห็นว่าพี่สาวถามด้วยความเป็นห่วง ความเจ็บแค้นที่โดนกระทำมาตลอดจึงพูดให้พี่สาวฟังว่าเขาโดนคนเป็นพ่อทุบตีระบายความโกรธเมื่อวานพอรู้ว่าลูกและภรรยาสุดที่รักโดนพี่ใหญ่ของเขาทำร้ายมา
“เจ็บไหมฮุ่ยหมิน แล้วทำไมไม่ไปโรงเรียน” หนิงเหมยจูสงสารน้องชายจับใจเรื่องทั้งหมดเกิดมาจากเธอ ควรจะมาลงที่เธอไม่ใช่กับน้องชายหรือผู้เป็นแม่
หนิงฮุ่ยหมินไม่เคยได้รับความอ่อนโยนและน้ำเสียงที่อบอุ่นแบบนี้เขาได้แต่ตาแดงและบอกว่าไม่เจ็บ
“ไม่เจ็บครับพี่ ก่อนหน้านี้เจ็บกว่า ส่วนเรื่องเรียน...” หนิงฮุ่ยหมินไม่กล้าพูดว่าพ่อบังคับให้เขาลาออกทั้งๆ ที่เขาใกล้จะเรียนจบแล้ว แต่เขากลับใช้สายตามองไปที่พ่อแทนเพื่อให้พี่สาวของเขารู้ว่าต้นเหตุมาจากอะไร
“ไม่เป็นไร เรื่องเรียนเราค่อยคุยกัน ยังไงนายก็ต้องกลับไปเรียนต่อให้จบและต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ หน้าที่ของนายหลังจากนี้มีเพียงแค่นั้น ส่วนที่เหลือพี่จัดการเอง” หนิงเหมยจูบอกน้องชายด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น ก่อนจะหันกลับมามองชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อด้วยสายตาที่ดุดัน ในเมื่อเธอฝากคำเตือนมาแล้วถ้าอย่างนั้นมันก็พังกันไปข้างหนึ่งก็แล้วกัน หลังจากนี้อยู่ที่แม่จะตัดสินใจแล้วว่าจะเอายังไง จะไปอยู่กับเธอหรือจะยอมอยู่ที่นรกแห่งนี้
“แกมาทำไมนังลูกชั่ว” หนิงฮวนไม่คิดว่าหนิงเหมยจูจะมาที่นี่ เมื่อเห็นหน้าเธอทำให้เขาตกใจไปเหมือนกัน พอนึกถึงคำพูดที่ภรรยาบอกว่านังเหมยจูฝากมาบอกอะไรทำให้หน้าเขาเริ่มซีด เพราะรู้ดีว่าลูกชั่วคนนี้พูดจริงทำจริง เพราะไม่อย่างนั้นมันคงไม่หาวิธีชั่วๆ บังคับให้เจ้าลูกชายบ้านตงแต่งเธอออกไปแน่นอน
“เมื่อวานฉันฝากคำเตือนมากับภรรยาและลูกสุดที่รักของคุณแล้ว ไม่จำเข้าสมองเลยใช่ไหมว่าถ้าแม่และฮุ่ยหมินมีรอยแม้แต่แมวข่วนฉันจะพังทุกอย่างให้ราบ” หนิงเหมยจูจ้องตาไม่หลบและพูดด้วยน้ำเสียงที่แสนจะ
เย็นชา ทำให้หนิงฮวนเย็นวาบไปทั้งหลัง“แกกล้าเหรอ ฉันเป็นพ่อแกนะ”
“แน่ใจเหรอว่าเป็นพ่อ มีพ่อที่ไหนทำกับลูกเมียแบบนี้ และที่สำคัญคุณตบหน้าฉัน นั่นคือการตอบแทนบุญคุณที่ทำให้ฉันเกิดมาแล้ว เพราะอย่างนั้นเราไม่มีบุญคุณต่อกันอีก” หนิงเหมยจูพูดไปด้วยค่อยๆ เดินเข้าหา
หนิงฮวนอย่างช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาถามแม่ด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง“แม่กับฮุ่ยหมินจะไปอยู่กับหนูไหม”
“ไป แม่ไปลูก” ฟู่เจียจิ่นตอบรับแบบไม่ต้องคิด
“ผมก็ไปครับพี่ใหญ่ ไม่ว่าจะยังไงผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว แต่ว่าพี่เขยจะยอมไหมครับ”
“ยอมสิ หากแม่ยายกับนายไม่รังเกียจที่บ้านฉันจนและไม่รังเกียจลูกเขยคนนี้” ตงซีเฉินเห็นภรรยาหายเข้ามาพักใหญ่เขากลัวว่าเธอจะเกิดเรื่องจึงให้ลูกสาวกอดคอเขาไว้แล้วใช้มือ เข็นรถเข้ามา
บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ
บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก







