LOGIN“ครับพี่เขยขอบคุณมากครับที่ให้ผมกับแม่ไปอยู่ด้วย” หนิงฮุ่ยหมินยิ้มดีใจที่พี่เขยยอมให้เขาและแม่ไปอยู่ด้วย
“ขอบใจมากนะซีเฉิน” ฟู่เจียจิ่นยิ้มด้วยความดีใจ ต่อให้ไปลำบากเธอก็พร้อมที่จะไป
“ฮุ่ยหมินนายไปเรียกหัวหน้าหมู่บ้านมาที่นี่หน่อย บอกว่าแม่ต้องการที่จะหย่าและนายต้องการที่จะตัดขาดจากบ้านหนิง และไปกับแม่ และที่สำคัญตามชาวบ้านที่เป็นชายหนุ่มมาสักสิบคน บอกว่าพี่มีของที่จะให้ พาเสี่ยวลู่ไปด้วยนายยังเดินไม่ถนัดใช่ไหม” หนิงเหมยจูบอกกับน้องชาย เสี่ยวลู่เมื่อได้ยินแม่บอกว่าให้ไปกับน้าชายคนนี้ที่แม่เรียกว่าน้อง หนูน้อยจึงปีนลงมาจากตักของพ่อก่อนจะวิ่งไปจูงมือน้าชายคนใหม่ด้วยรอยยิ้ม
“ไปค่ะน้าฮุ่ย หนูจูงน้าไปเอง” เสี่ยวลู่เอียงคอบอกด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู หนิงฮุ่ยหมินเองก็อดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะพยักหน้าและยอมให้หลานสาวตัวน้อยจูงมือออกไป
“กลับมานะไอ้ฮุ่ยหมิน ฉันบอกให้แกกลับมา ส่วนเธอฉันไม่มีทางหย่าแน่นอน คิดจะทิ้งฉันเหรอไม่มีทาง” ด้วยความเห็นแก่ตัวเพราะถ้าหากเขาหย่าจากขาดฟู่เจียจิ่น เขาจะเอาเงินที่ไหนใช้อีกทั้งค่าใช้จ่ายในบ้านนั้น ภรรยาคนนี้เป็นคนจัดการ ส่วนแรงงานที่บ้านก็มีเพียงภรรยาและลูกชายคนนี้เท่านั้น ทำให้หนิงฮวนเกิดความไม่ยินยอม แต่ต่อให้ตะโกนเสียงดังแค่ไหนหนิงฮุ่ยหมินและเสี่ยวลู่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน และเดินไปโดยไม่เหลียวกลับมามอง
“แม่คะ สินเดิมแม่ยังอยู่ใช่ไหม ที่หนูถามไม่ใช่ว่ายากจะได้ แต่ถามเพื่อให้แม่นำไปด้วย ไม่ควรปล่อยเอาไว้ให้คนอื่นเอามาใช้ ฮุ่ยหมินยังต้องเรียนอีกหลายปี แล้วน้องยังต้องแต่งภรรยาอีกเก็บไว้ให้น้องยังมีประโยชน์เสียกว่า”
“มีลูกยังมีอยู่ แม่ตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกกับน้อง” ฟู่เจียจิ่นรีบพยักหน้าบอกลูกสาว เธอยังมีเงินสินเดิมแอบเก็บไว้หลายพันหยวน ส่วนเงินกองกลางบ้านหนิงนั้นเหลือไม่ถึงห้าร้อยหยวน เธอนั้นไม่คิดที่จะเสียดายเงินกองกลางนี้เลยถ้าแลกกับอิสระของเธอและลูกชายเธอต่อให้ไม่ได้ส่วนแบ่งเธอก็ยอม
“แล้วบ้านหลังนี้ของใครคะแม่” หนิงเหมยจูนั้นรู้อยู่แล้วว่าบ้านนี้นั้นเป็นบ้านของตระกูลหนิง แต่เท่าที่จำได้ส่วนที่ต่อเติมออกมานั้นแม่เธอเป็นคนใช้เงินสินเดิมต่อเติมให้ และทุกอย่างในบ้านแม่ก็เป็นคนสั่งทำและจ่ายเงินด้วยตัวเอง
“ที่ดินตรงนี้เป็นของต้นตระกูลบ้านหนิง แต่ส่วนที่ต่อเติมเป็นเงินของแม่ รวมทั้งของใช้ต่างๆ ด้วยแม่เป็นคนจ้างให้ทำ เหมยจูถามทำไมเหรอลูก”
ฟู่เจียจิ่นถามกลับอย่างไม่เข้าใจ แต่พอเห็นแววตาของลูกสาวและรอยยิ้มที่แสนจะเจ้าเล่ห์ทำให้เธอเข้าใจได้ว่าหนิงเหมยจูต้องการจะทำอะไร แม้แต่ตงซีเฉินเองที่นั่งฟังอยู่บนรถเข็นเขายังเข้าใจในสิ่งที่ภรรยาต้องการ ก่อนจะมองซ้ายมองขวา ตอนนี้เริ่มมีชาวบ้านมามุงดู เมื่อเห็นเด็กชายคนหนึ่งเขาจึงเข็นรถไปหาแล้วคุยบางอย่างก่อนจะส่งเงินให้ห้าเฟิน เด็กชายคนนั้นตาเป็นประกายก่อนจะวิ่งหน้าตั้งไปทำตามอย่างที่ได้รับมอบหมายมา
หนิงฮุ่ยหมินและเสี่ยวลู่ใช้เวลาไม่นานมากจึงกลับมาพร้อมกับหัวหน้าหมูบ้านและผู้เฒ่าที่ชาวบ้านนับถืออีกหลายคนเพื่อมาเป็นพยานในการหย่าร้างและแยกบ้านในครั้งนี้ รวมไปถึงพ่อเฒ่าหนิงบ้านรองที่มีศักดิ์เป็นอาของหนิงฮวนมาด้วยเหมือนกัน
“เกิดอะไรขึ้นหนิงฮวน ทำไมฮุ่ยหมินไปตามฉันบอกว่าเจียจิ่นจะหย่าขาดจากนายและตัวเขาจะขอทำหนังสือตัดขาดกับนายล่ะ” คงป๋ายหัวหน้าหมู่บ้านคงถามทันทีเมื่อมาถึง ก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววว่าฟู่เจียจิ่นจะหย่าขาดจากสามี
“ใครบอกว่าฉันจะหย่า ฉันไม่หย่า นายพาทุกคนกลับไปได้แล้ว นี่มันเรื่องในครอบครัวคนอื่นไม่ต้องมายุ่ง” นิงฮวนพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนจะบอกให้ทุกคนกลับไป แต่กลายเป็นฟู่เจียจิ่นที่ร้องบอกทุกคนที่มาว่าเธอจะหย่าและจะไปอยู่บ้านลูกเขยพร้อมกับลูกชาย
“ฉันต้องการหย่าค่ะหัวหน้าหมู่บ้านคง และฉันต้องการสินเดิมของตัวเองกลับไปด้วย ฉันทนมามากพอแล้ว”
“ใช่ครับลุงหัวหน้าหมู่บ้าน ผมกับแม่จะไปอยู่กับพี่ใหญ่ จะไปจากบ้านหลังนี้ ช่วยทำเรื่องตัดขาดให้ผมและทำหนังสือหย่าให้แม่ด้วยครับ” หนิงฮุ่ยหมินจึงบอกด้วยอีกคน ยังไงวันนี้เขาและแม่ต้องไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้
“แน่ใจแล้วใช่ไหมหลานสะใภ้ว่าเธอต้องการหย่ากับหนิงฮวนจริงๆ” พ่อเฒ่าหนิงบ้านรอง ถามย้ำกับหลานสะใภ้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าเขากับหนิงฮวนจะเป็นอาหลานกันแต่เขาไม่เคยเห็นด้วยกับบ้านใหญ่หนิงเลย ตั้งแต่พี่สะใภ้กดดันให้หลานสะใภ้คนนี้ยินยอมรับภรรยารองให้กับสามี ถ้าตอนนั้นฟู่เจียจิ่นไม่ยินยอมมีหวังหนิงฮวนหลานชายไม่เอาไหนของเขาคงได้รับโทษพร้อมกับหวยซินไปแล้ว
“แน่ใจค่ะอารอง ฉันต้องการที่จะหย่าจริงๆ ในเมื่อหมดใจมานานแล้วไม่รู้จะฝืนอยู่กันไปทำไม ก่อนหน้านี้ที่ฉันยอมและทนมาตลอดเพราะไม่อยากให้เหมยจูกำพร้าและตอนนั้นฉันกำลังมีฮุ่ยหมินอีกคนเลยไม่ต้องการให้ลูกทั้งสองรู้สึกว่าขาดอะไรไป ทำให้ฉันต้องทนและยอมมาตลอด ตอนนี้ลูกๆ โตกันหมดแล้ว ฉันคิดว่าควรจะหย่าให้มันจบๆ ไป หวยซินจะได้เป็นภรรยาแบบเต็มตัวเสียที จริงไหมหวยซิน เธอต้องการเป็นภรรยาหลวงมาตลอดไม่ใช่เหรอ” ฟู่เจียจิ่นยืนยันหนักแน่นเมื่อเห็นว่าภรรยาอีกคนของสามีเดินกะเผลกออกมาพร้อมลูกสาวเธอจึงได้หันไปถาม พ่อเฒ่าหนิงบ้านรองได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยในสิ่งที่หลานสะใภ้คนนี้ของเขาพูด
“แต่ยังไงฉันก็ไม่หย่า เธอคือภรรยาของฉันฟู่เจียจิ่น” หนิงฮวนพูดอย่างไม่ยินยอมเขาไม่เห็นว่าภรรยาอีกคนเดินออกมาและกำลังมองเขาด้วยความน้อยใจ
“หย่าหรือไม่หย่านั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพ่อตานะครับ อยู่ที่แม่ยายคนเดียว ในเมื่อพ่อตาเอาภรรยารองเชิดหน้าชูตา แต่ปล่อยให้ภรรยาหลวงและลูกๆ ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ เรื่องนี้หากจะแจ้งความยังไงพ่อตาก็ผิด อีกทั้งถ้าพ่อตาไม่ยินยอม แม่ยายสามารถฟ้องร้องได้นะครับ ไม่เชื่อลองถามพ่อเฒ่าแต่ละคนในหมู่บ้านดูว่าเรื่องแบบนี้ยึดถือกันมาหลายรุ่นแล้ว ต่อให้ภรรยาคนแรกจะยินยอมให้สามีตัวเองมีภรรยาคนอื่น แต่เมื่อไหร่ที่ภรรยาโดนเอารัดเอาเปรียบ หรือถูกปฏิบัติให้อยู่ใต้อำนาจภรรยารองของสามี ภรรยาหลวงสามารถฟ้องร้องได้ครับ”
แม้ว่าชาวบ้านทั้งหลายอาจจะไม่รู้ว่ากฎหมายตรงนี้มีจริงอย่างที่ตงซีเฉินพูดหรือเปล่า แต่เรื่องที่สามีเห็นภรรยารองดีกว่าแล้วข่มเหงภรรยาแรกนั้นมันผิดและจะโดนประณามนั้นเรื่องนี้ยึดถือกันมาหลายรุ่นหลายสมัยแล้ว หนิงฮวนได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดยิ่งกว่าเดิมเขาลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง แต่ทว่าในใจนั้นเขาเองก็เกิดความไม่ยินยอม แต่พอหันกลับไปมองภรรยารักอย่างหวยซินตาแดงเขาจึงกัดฟันพูดว่ายอมหย่าออกไป
“ได้ อยากจะหย่าฉันก็หย่าให้ แต่ไม่ใช่เพราะว่าฉันกลัวหรอกนะ ฉันไม่อยากให้หวยซินเสียใจและเธอจะได้เป็นภรรยาเพียงคนเดียวของฉันก็เท่านั้นเอง”
“คุณจะหย่าเพราะเหตุผลอะไรฉันไม่สน ฉันขอแค่แม่ละน้องหลุดพ้นจากที่นี่ก็พอ ลุงหัวหน้าหมู่บ้านรบกวนทำหนังสือหย่าและหนังสือตัดขาดด้วยนะคะ ฉันและครอบครัวจะได้กลับบ้านกันเสียที”
หนิงเหมยจูไม่ได้สนใจว่าผู้ชายตรงหน้าจะหาเหตุผลอะไรมาโต้แย้งขอแค่แม่ได้หย่าก็พอ แต่ความสนุกและความสะใจสำหรับเธอไม่ใช่เรื่องหย่าหรือเรื่องตัดขาดจากบ้านหนิง แต่เหตุการณ์หลังจากนี้ต่างหากที่เธอต้องการ คอยดูเถอะฉันจะเอาให้พังและไม่เหลือเลยทีเดียว
บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ
บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก







