Share

แจกจ่ายดีกว่านำไปขาย

last update Last Updated: 2026-01-12 09:52:48

นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง

นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู

"มันฝรั่ง โอ ดีจริง"

จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก

จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง

"เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า"

นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า

"ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ"

นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ

"วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข้าเหนื่อยแล้วนะ"

จ้าวหานหรงนั่งลงบนพื้นหญ้านางเดินจนเวียนหัวร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าหาทางออกจากที่นี่ไม่เจอ ความใจกล้าเมื่อครู่เริ่มหดหายไปจากใจเหลือเพียงความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ สิ่งที่หลี่เล่อเตือนสตินางเป็นความจริงคนอย่างนางก็ช่างกระไรไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตาหากเชื่อฟังเขาเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านคงไม่ต้องมาติดเขาวงกตอยู่เช่นนี้

"ข้าคงตายรอบสองอยู่ที่นี่แน่ ๆ ฮือ ๆ "

นางเริ่มร้องไห้เพราะความหวาดกลัวไม่คิดว่าแค่อยากมาช่วยสามีหาของป่าเก็บเอาไว้เลี้ยงครอบครัวกลายเป็นการเอาชีวิตมาทิ้งบนเขา

"สวบ สวบ"

เสียงเหมือนบางสิ่งเดินมาใกล้ ๆ จ้าวหานหรงได้ยินชัดเจนนางเริ่มระแวงว่าอาจเป็นสัตว์ร้ายหัวใจเริ่มเต้นแรงสมองคิดอะไรไม่ออกเพราะเสียงนั้นดังเข้ามาใกล้ทุกที เนื้อตัวของจ้าวหานหรงสั่นเทาด้วยความกลัวขึ้นทุกขณะ

"ข้า ข้าไม่อยากตายอยู่ในป่าแบบนี้ ข้ากลัว"

นางกลัวขึ้นมาจริง ๆ นึกถึงภาพตัวเองถูกสัตว์ร้ายฉีกเนื้อออกเป็นชิ้น ๆ เลือดสด ๆ ไหลออกท่วมตัวก็ยิ่งสติแตก

"สวบ"

"ไม่นะ!"

เสียงเดินเข้ามาใกล้ตัวนางหลับตาปี๋ยกมือขึ้นป้องกันตัวพลางล้มลงหงายหลัง

"ข้าเอง"

หลี่เล่อนั่งลงทำเสียงกระซิบ จ้าวหานหรงลืมตาขึ้นเห็นหน้าเขานางก็ลืมตัวโผเข้ากอดเอาไว้แน่น

"ข้ากลัวฮือ ๆ อย่าทิ้งข้าไปนะ ข้าออกไปไม่ได้ ฮือ ๆ "

นางทั้งเสียงสั่นตัวสั่นแสดงว่ากลัวมาก หลี่เล่อตัวแข็งขึ้นมาในทันทีตั้งแต่นางกอดเขาเอาไว้แน่น แต่เพราะสถานการณ์คับขันไม่มีเวลาคิดมากจึงยกมือลูบหลังเบา ๆ

"ข้ามาช่วยแล้วไม่เป็นไร กลับบ้านเถิด"

เขารู้สึกว่าน้ำเสียงของตัวเองนุ่มนวลกว่าปกติราวกับพูดกับลูกน้อย จ้าวหานหรงพยายามระงับความกลัวผละออกจากร่างใหญ่ เขาดึงมือนางลุกขึ้นปลดตะกร้านำมาสะพายขึ้นหลังตัวเองเอาสัตว์ที่ล่ามาได้รวบเข้าไว้ด้วยกัน

"เช็ดน้ำตาซะ"

เขาบอกกับนาง จ้าวหานหรงลืมตัวไปเมื่อครู่พอตั้งสติได้นางจึงเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กน้อยแล้วเดินตามหลี่เล่อออกไปข้างนอก ทั้งคู่ไม่พูดจากันค่อย ๆ เดินออกจากเขาวงกตแล้วลงเขาตามเส้นทางเดิม นางสังเกตว่าตอนลงง่ายกว่าตอนขึ้นมาการเดินทางจึงรวดเร็วกว่าเดิมโดยใช้เวลาไม่นาน

เมื่อถึงทางเรียบที่เดินเองได้อย่างปลอดภัยแล้วคราวนี้นางก้มหน้าเดินตามหลังหลี่เล่อใบหน้าไม่ค่อยสดใสนัก หากเขาจะต่อว่าหรือย้ำเตือนนางก็คงไม่ใช่เรื่องจะกลายเป็นการซ้ำเติมกันไม่ได้ประโยชน์ใดขึ้นมาจึงเลือกที่จะเงียบปากแล้วมุ่งหน้าเดินกลับบ้าน

"กลับมาแล้ว"

หลี่เล่อกับจ้าวหานหรงช่วยกันเอาของป่าออกมา เขาล่ากระต่ายป่ากับไก่ป่าได้มาอย่างละสองตัว

"ไก่ป่าเอาไว้ทำอาหารส่วนกระต่ายป่าข้าจะเอาไปขายให้พ่อค้าในเมือง"

จ้าวหานหรงเห็นกระต่ายป่ามีไม่มากและการเข้าเมืองต้องเดินทางไกลและยังเก็บเอาไว้นานไม่ได้นางจึงเสนอความคิดขึ้นมา

"กระต่ายสองตัวแล่เนื้อขายในหมู่บ้านเถิด ชาวบ้านมีเงินไม่มากซื้อไม่ได้ทั้งตัวเราก็แบ่งออกเท่ากันหมดแล้วตั้งราคาขึ้นมา"

หลี่เล่อมองหน้านางแล้วคิดตาม

"ท่านขายได้เท่าไหร่หรือ"

"ตัวละหนึ่งร้อยอีแปะ"

เดินทางเข้าเมืองเป็นชั่วยามเพื่อเงินหนึ่งร้อยอีแปะนางมองว่าได้ไม่คุ้มค่ากับแรงงานที่เสียไป แต่หลี่เล่อไม่ใช่คนตระหนี่คนในหมู่บ้านปฏิบัติดีต่อครอบครัวของเขาหากจะขายเขาเลือกเอาไปแจกดีกว่า

"ถ้าขายในหมู่บ้านข้าคิดว่าไม่ดีหรอก แบ่งให้เพื่อนบ้านจะดีกว่า"

นางมองหน้าหลี่เล่อสลับกับมองกระต่ายป่าสองตัว เขาไปนั่งเฝ้าสัตว์ป่าพวกนี้ตั้งนานสองนานพอได้มาก็จะแจกผู้อื่นเนี่ยนะ

"จะไม่ขายจริง ๆ หรือ"

นางถามย้ำอีกครั้ง

"ถ้าขายก็ต้องขายในเมืองเท่านั้นถ้าเอาไปแจกจ่ายเพื่อนบ้านเราจะได้สิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า"

เขาตอบโดยไม่ลังเล จะให้ใจแคบขายเนื้อกระต่ายให้ชาวบ้านที่ดีกับเขาก็ทำไม่ลง อย่างน้อยก็ได้มิตรภาพที่ดีขึ้นเป็นคุณค่าทางจิตใจ หากต้องขายให้คนที่มีน้ำใจกับครอบครัวสู้เสียเวลาเอาไปขายในเมืองดีกว่าได้เงินน้อยนิดก็ไม่เป็นไร

จ้าวหานหรงถึงจะขัดคืองอยู่บ้างแต่นางก็เคารพสิทธิของสามีนำกระต่ายป่าสองตัวไปแล่เนื้อแล้วหั่นได้เป็นหกส่วน ไก่ป่าที่ได้มานางก็จะทำไก่อบให้ทุกคนได้กิน

เริ่มต้นนางแบ่งให้รุ่ยชิงนำกลับบ้านพร้อมกับหมูพะโล้ที่ตักไว้ให้ ส่วนที่เหลือนางห่อเอาไว้ห้าห่อ

"ข้าทำเสร็จแล้วท่านเห็นว่าควรเอาไปให้บ้านไหนบ้าง"

หลี่เล่อให้นางแจกจ่ายตามที่เห็นสมควรนางจึงนำไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเป็นคนแรก

"ท่านพี่ไปล่ากระต่ายป่ามาได้ก็เลยนำมาให้ผู้ใหญ่จ้ะ"

ผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่บ้านพอดีจึงออกมารับด้วยมือของตัวเอง

"ขอบใจมากนะฝากบอกหลี่เล่อด้วย อ้อ ข้ามีของจะให้"

ผู้ใหญ่บ้านเดินหายเข้าไปในบ้านออกมาพร้อมกับไข่เป็ดห่อในผ้าอย่างดีให้นางเป็นการตอบแทน

"ไม่เป็นไรจ้ะ"

นางโบกมือปฏิเสธเพราะเกรงใจที่ผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือครอบครัวมาตลอด

"รับไว้เถิดหาไม่แล้วข้าก็ไม่สบายใจ"

นางจึงจำใจรับเอาไว้แล้วร่ำลาไปบ้านท่านหมอเป็นหลังที่สอง

"ท่านหมอยู่หรือไม่จ๊ะ"

หมอเดินออกมาจากบ้านเห็นหน้าจ้าวหานหรงยิ้มแย้มแจ่มใส่ดูเกลี้ยงเกลาขึ้นก็รู้สึกแปลกใจ

"มีเรื่องใดให้ช่วยหรือ"

ยามนี้ไม่มีเรื่องให้ขุ่นเคืองใจหมอจึงทำเสียงราบเรียบเป็นปกติ

"ท่านพี่ล่ากระต่ายป่ามาได้จึงให้ข้านำมาแบ่งให้จ้ะ"

นางยื่นห่อเนื้อกระต่ายให้หมอรับเอาไว้ด้วยสีหน้างุนงง

"ฝากขอบใจหลี่เล่อด้วยนะ ข้าไม่ทันเตรียมตัววันหลังจะเอาของไปให้"

"ไม่เป็นไรจ้ะถ้าไม่มีท่านหมอช่วยดูแลข้ากับลูกก็คงลำบาก ข้าก็สร้างความเดือดร้อนมามาก"

คิ้วของท่านหมอกระตุกที่ได้ยินคำพูดแปร่งหูของจ้าวหานหรงพร้อมส่งยิ้มให้น่างุนงงยิ่งนัก จากนั้นนางก็อำลาท่านหมอไปบ้านอีกสามหลังแล้วเดินทางกลับบ้านพลางมองของที่ได้มาจากผู้ใหญ่บ้านและป้าลั่ว มีทั้งไข่เป็ดและผักใส่มาเต็มมีตะกร้า

"นับว่าคุ้มค่าไข่เป็ดแสนแพงกับผักอีกตั้งมาก หลี่เล่อมองการณ์ไกลจริง ๆ ได้ของมีค่ายิ่งกว่าได้เงินหนึ่งร้อยอีแปะเสียอีก"

รู้สึกว่าเรื่องนี้จ้าวหานหรงจะเข้าใจไปคนละทางกับหลี่เล่อเสียแล้ว นางเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์เบิกบาน พอจะรู้มาบ้างว่าการนำสิ่งของไปแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านอาจมีสิ่งตอบแทนบ้างแต่ไม่คิดว่าจะได้ของที่ดีติดมือกลับมาด้วย นางจะเก็บของพวกนี้ไว้ทำอาหารวันหลังส่วนไก่ป่าก็จะทำไก่อบหนึ่งตัวและไก่ต้มมันฝรั่งอีกหนึ่งตัวเป็นอาหารเย็นและเก็บไว้กินวันถัดไปได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ตอนจบของตัวร้าย

    "ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว" หลี่เล่อเดินเข้ามาพร้อมกับท่านโหว โหวฮูหยินและเจ้าหน้าที่ของทางการอีกหลายคน ลี่ถิงตกใจเก็บอาการไม่อยู่ขณะที่นักพรตยังคงนิ่งขรึม "นี่มันเรื่องใดกันท่านโหว" "ไปให้การกับศาลพิจารณาก็แล้วกัน" "ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ!" "เจ้ายังปอกลอกจวนโหวไม่พออีกหรือเจ้าหลอกลวงข้าเอาลูกชู้มาให้ข้าเลี้ยง เจ้าคิดว่าข้าสมควรปล่อยให้เจ้าลอยนวลอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ" นักพรตพูดสมทบขึ้นพยายามให้ท่านโหวใจเย็น "ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว" สายตาที่เคยนับถือกลับกลายเป็นเกลียดชังขึ้นมาทันที "อย่ามาพูดมากกับข้าไอ้คนหลอกลวง วางแผนฆ่าลูกฆ่าหลานข้าแล้วคิดครอบครองจวนโหว เจ้ามันใฝ่สูงเกินไปแล้ว" ท่านโหวพูดด้วยความโมโหเหลืออดกับความละโมบของสองคนนี้ ทั้งเจ็บปวดและแค้นใจในเวลาเดียวกัน ลี่ถิงมองท่านโหวอย่างขอร้อง แต่ท่านโหวไม่รับฟังอีกต่อไป "เอาตัวไป" ทหารเข้าจับกุมตัวตามคำสั่งนักพรตจะขัดขืนทว่าก็ยินยอมตามออกไป เขายังคงมั่นใจว่าจะรอดพ้นทุก ๆ ความผิด ขณะที่ลี่ถิงทั้งขอร้องวิงวอนขอความเห็นใจ หลี่หยวนเซียวเข้ามาขัดขวางไม่ยินยอมให้ทางการเอาตัวลี่ถิงไปแต่เขาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ย

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นักต้มตุ๋น

    สายลับเข้ามารายงานเรื่องสำคัญที่หลี่เล่อให้ไปสืบเรื่องของนักพรต หลี่เล่อนั่งฟังการรายงานและให้โหวฮูหยินร่วมฟังไปด้วยกัน "เรียนคุณชายใหญ่ นักพรตคนนี้เดิมทีเป็นคนพเนจร เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รู้จักกับแม่นางลี่ถิงที่ตลาดและแอบคบหากันโดยเขาปลอมตัวเป็นนักพรตตั้งแต่นั้นมา ใช้เรื่องทำนายโชคชะตาเป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงตัว" "เล่าต่อไป" ถึงโหวฮูหยินจะรู้เรื่องมาแล้วนางก็ยังอยากฟังต่อ "ลี่ถิงเป็นคนชักนำให้เข้ามาทำนายดวงชะตาในจวนโหว คนมักใหญ่ใฝ่สูงเห็นจวนโหวดูร่ำรวยก็เกิดความโลภร่วมมือกับลี่ถิงกำจัดคุณชายใหญ่โดยใช้ดวงชะตาเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้อื่นและที่สำคัญบุตรชายของนางคือลูกชายของนักพรตขอรับ" "เจ้าแน่ใจนะ" "ยิ่งกว่าแน่ใจขอรับ" สายลับนำหลักฐานที่ได้มาส่งให้หลี่เล่อทั้งหมด หากอ้างถึงพยานเขาสามารถพามาพบได้ เพราะนักพรตเกรงว่าลูกชายจะไม่ยอมรับตัวเองเขาจึงให้หมอทำคลอดที่เป็นคนพามาเองลงลายมือชื่อเป็นพยานว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเก็บหลักฐานไว้ในบ้านพักและหมอคนนั้นก็หายสาบสูญไป เขาเป็นคนกุมความลับของเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับตั้งแต่นักพรตเริ่มวางแผนให้เด็กคนนี้เข้ามาเป็นทายา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นางตายแล้ว

    หลี่เล่อโผล่ขึ้นมาพร้อมร่างหมดสติของจ้าวหานหรง นางสำลักน้ำขณะที่จมลงไปทหารและสาวรับใช้ช่วยกันรับร่างของนางและพาขึ้นฝั่งจากนั้นหลี่เล่อก็อุ้มร่างของจ้าวหานหรงมุ่งตรงกลับเรือนด้วยใจร้อนรน "คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วแต่มีอาการไข้ขึ้นควรนอนพักขอรับ ส่วนฮูหยินน้อย..." เมื่อรู้ว่าหลี่จื่อหลินปลอดภัยและลืมตาขึ้นได้ดื่มยาของท่านหมอแล้วหลี่เล่อจึงมาดูอาการของจ้าวหานหรงต่อ "มีสิ่งใดผิดปกติรึท่านหมอ" "นางยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอ่อนและไม่คงที่ หากนางฟื้นขึ้นมาจึงจะถือว่าปลอดภัยขอรับ" หัวใจของคนฟังหล่นวูบหมายความว่าตอนนี้จ้าวหานหรงมีอาการเป็นตายเท่ากัน เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็ถือว่ารอดชีวิตหากยังไม่ฟื้นก็หมายความว่า... "นางจะตายไม่ได้นะ ท่านหมอ" หลี่เล่อขอร้อง หมอเป็นหมอจากวังหลวงที่เก่งที่สุดยังส่ายหน้าไม่เข้าใจอาการของจ้าวหานหรงเช่นเดียวกัน เมฆหมอกหนาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า มองไปทิศทางใดก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้แต่ภาพด้านล่างก็ยังเป็นหมอกควันสีขาวล่องลอยไปมาไม่ขาดสาย จ้าวหานหรงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของนางคล้ายกำลังลอยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นางเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เสี่ยวหลินเกิดเรื่องแล้ว

    ภายในเรือนของลี่ถิง ทั้งหลี่หยวนเซียวและนักพรตพร้อมด้วยลี่ถิงกำลังหารือกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ไม่นึกเลยว่าคุณชายใหญ่จะดวงแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า" นักพรตเอ่ยขึ้นหลังจากแผนการของเขาผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งลี่ถิงและหลี่หยวนเซียวต่างเป็นกังวล "ท่านแม่ มิใช่ว่าวันหนึ่งจะเอาตำแหน่งของข้าคืนไปหรอกนะขอรับ" หลี่หยวนเซียวนั่งไม่ติดเรื่องนี้เขารับรู้มาตลอดและยินดีเป็นตัวแทนของหลี่เล่อในการทำหน้าที่ต่อจากท่านโหว "โหวฮูหยินบอกแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดถือว่านางเสียสัจจะ อีกอย่างการเปลี่ยนคนยุ่งยากหลายอย่างและท่านโหวก็ยังอยู่ข้างเรา" นางพยายามข่มกลั้นความหวาดระแวงเอาไว้เมื่อเรื่องที่วางแผนร่วมกับนักพรตล้มเหลวลงไปแล้วซึ่งเรื่องนี้หลี่หยวนเซียวไม่เคยรู้ "เจ้าก็ต้องรีบไปเรียนหนังสือไปเรียนการต่อสู้สร้างผลงานได้แล้ว ป่านนี้โหวฮูหยินคงให้อาจารย์ทั้งหลายเตรียมเข้าจวนแล้ว" นางเร่งเร้าบุตรชายที่ผัดผ่อนเรื่องนี้เรื่อยมา "โธ่ท่านแม่ ข้าขอเป็นปีหน้านะขอรับ" หลี่หยวนเซียวเบื่อหน่ายการร่ำเรียนท่องตำรา เขาเคยเรียนมาแล้วสามปีจึงขอพักผ่อนให้หายเบื่อถึงจะกลับไปเรียนต

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อความสงบในจวน

    รถม้าจอดเทียบหน้าบ้านตั้งแต่เช้ามืด สัมภาระมีไม่มากขนย้ายไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปสมทบกับหวงเย่าฉี การเดินทางเงียบเชียบไร้เสียงสนทนาเพราะหลี่จื่อหลินกับหลี่จิ่วเม่ยยังคงหลับอยู่ ถึงหน้าร้านเถ้าแก่หวงทักทายสองสามีภรรยาและควบม้านำทางไปยังจวนโหวโดยมีหยางชุนเดินทางไปด้วย เขาลางานสองวันเพื่อไปส่งหลี่เล่อและครอบครัว อีกอย่างอยากรู้จักที่อยู่ของสหายหากวันหน้ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลจะได้ตามไปถูกที่ รถม้าแล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นรถใช้เดินทางไกลจึงสามารถทนการเดินทางระยะไกลได้จากความเคยชิน จวบจนกระทั่งถึงครึ่งทางก็ได้พบกับเหอจิ้งเซียน "เจ้ามาทำอะไรกลางป่าอย่างนี้จิ้งเซียน" หวงเย่าฉีเห็นว่าสหายไม่เคยมีเวลาว่างแล้วเขามาที่นี่ได้อย่างไร "มีคนส่งข้ามานะสิ ข้ามารับขบวนนี้เข้าจวน" โหวฮูหยินมีคำสั่งให้เหอจิ้งเซียนมารับทุกคนและพาเข้าจวนด้วยตัวเอง การเดินทางเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเหอจิ้งเซียนส่งพิราบสื่อสารไปที่จวนโหวแล้วว่าจะไปถึงไม่เกินยามจื่อ(23.00น.-01.00น.) จวนโหวที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ใกล้เขตวังหลวงภายในเป็นบริเวณกว้างขวางมีความเป็นระเบียบ

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    จวนโหว โหวฮูหยินอ่านจดหมายของหวงเย่าฉีด้วยความปลาบปลื้มใจ "ขอพรกับพระโพธิสัตว์มานานในที่สุดคำอธิษฐานของข้าก็เป็นจริง" แต่ข่าวนี้นางจะยังไม่แพร่งพรายออกไปเพื่อความปลอดภัยของหลี่เล่อเพราะเนื้อความข้างในได้แจ้งมาว่าครอบครัวของเขาเพิ่งถูกวางเพลิงโดยคนร้ายซัดทอดมาถึงนักพรต หวงเย่าฉีจำเป็นต้องบอกโหวฮูหยินเพราะหลังจากวันนั้นหยางชุนไปพบเขาที่ร้านกำชับให้เรื่องนี้เป็นความลับให้มากที่สุด นางจึงไม่ได้แจ้งให้ท่านโหวทราบหากท่านโหวรู้เรื่องนี้ไม่พ้นต้องบอกฮูหยินรองอย่างแน่นอน โหวฮูหยินตอบกลับจดหมายนัดวันเวลาให้หวงเย่าฉี เขาจึงให้คนไปส่งข่าวที่บ้านหลี่เล่อเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางจะให้รถม้ามารับที่บ้าน หลี่เล่อนั่งคุยกับจ้าวหานหรงในสิ่งที่ยังตัดสินใจค้างเอาไว้ก่อนถึงวันไฟไหม้บ้าน "เจ้าจำเรื่องที่เคยถามข้าได้หรือไม่" นางมีหลายเรื่องให้คิดจึงตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวใดที่เคยพูดกันบ้าง "ข้าถามไปตั้งหลายอย่าง" "เราจะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนโหว" "หา!" การตัดสินใจที่ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าทำให้นางตั้งตัวไม่ทัน "ท่านคิดดีแล้วหรือไม่" นางถามย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขามีท่าทีต่อต้านมาต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status