Share

แจกจ่ายดีกว่านำไปขาย

last update Last Updated: 2026-01-12 09:52:48

นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง

นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู

"มันฝรั่ง โอ ดีจริง"

จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก

จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง

"เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า"

นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า

"ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ"

นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ

"วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข้าเหนื่อยแล้วนะ"

จ้าวหานหรงนั่งลงบนพื้นหญ้านางเดินจนเวียนหัวร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าหาทางออกจากที่นี่ไม่เจอ ความใจกล้าเมื่อครู่เริ่มหดหายไปจากใจเหลือเพียงความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ สิ่งที่หลี่เล่อเตือนสตินางเป็นความจริงคนอย่างนางก็ช่างกระไรไม่เห็นโลงศพก็ไม่หลั่งน้ำตาหากเชื่อฟังเขาเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านคงไม่ต้องมาติดเขาวงกตอยู่เช่นนี้

"ข้าคงตายรอบสองอยู่ที่นี่แน่ ๆ ฮือ ๆ "

นางเริ่มร้องไห้เพราะความหวาดกลัวไม่คิดว่าแค่อยากมาช่วยสามีหาของป่าเก็บเอาไว้เลี้ยงครอบครัวกลายเป็นการเอาชีวิตมาทิ้งบนเขา

"สวบ สวบ"

เสียงเหมือนบางสิ่งเดินมาใกล้ ๆ จ้าวหานหรงได้ยินชัดเจนนางเริ่มระแวงว่าอาจเป็นสัตว์ร้ายหัวใจเริ่มเต้นแรงสมองคิดอะไรไม่ออกเพราะเสียงนั้นดังเข้ามาใกล้ทุกที เนื้อตัวของจ้าวหานหรงสั่นเทาด้วยความกลัวขึ้นทุกขณะ

"ข้า ข้าไม่อยากตายอยู่ในป่าแบบนี้ ข้ากลัว"

นางกลัวขึ้นมาจริง ๆ นึกถึงภาพตัวเองถูกสัตว์ร้ายฉีกเนื้อออกเป็นชิ้น ๆ เลือดสด ๆ ไหลออกท่วมตัวก็ยิ่งสติแตก

"สวบ"

"ไม่นะ!"

เสียงเดินเข้ามาใกล้ตัวนางหลับตาปี๋ยกมือขึ้นป้องกันตัวพลางล้มลงหงายหลัง

"ข้าเอง"

หลี่เล่อนั่งลงทำเสียงกระซิบ จ้าวหานหรงลืมตาขึ้นเห็นหน้าเขานางก็ลืมตัวโผเข้ากอดเอาไว้แน่น

"ข้ากลัวฮือ ๆ อย่าทิ้งข้าไปนะ ข้าออกไปไม่ได้ ฮือ ๆ "

นางทั้งเสียงสั่นตัวสั่นแสดงว่ากลัวมาก หลี่เล่อตัวแข็งขึ้นมาในทันทีตั้งแต่นางกอดเขาเอาไว้แน่น แต่เพราะสถานการณ์คับขันไม่มีเวลาคิดมากจึงยกมือลูบหลังเบา ๆ

"ข้ามาช่วยแล้วไม่เป็นไร กลับบ้านเถิด"

เขารู้สึกว่าน้ำเสียงของตัวเองนุ่มนวลกว่าปกติราวกับพูดกับลูกน้อย จ้าวหานหรงพยายามระงับความกลัวผละออกจากร่างใหญ่ เขาดึงมือนางลุกขึ้นปลดตะกร้านำมาสะพายขึ้นหลังตัวเองเอาสัตว์ที่ล่ามาได้รวบเข้าไว้ด้วยกัน

"เช็ดน้ำตาซะ"

เขาบอกกับนาง จ้าวหานหรงลืมตัวไปเมื่อครู่พอตั้งสติได้นางจึงเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กน้อยแล้วเดินตามหลี่เล่อออกไปข้างนอก ทั้งคู่ไม่พูดจากันค่อย ๆ เดินออกจากเขาวงกตแล้วลงเขาตามเส้นทางเดิม นางสังเกตว่าตอนลงง่ายกว่าตอนขึ้นมาการเดินทางจึงรวดเร็วกว่าเดิมโดยใช้เวลาไม่นาน

เมื่อถึงทางเรียบที่เดินเองได้อย่างปลอดภัยแล้วคราวนี้นางก้มหน้าเดินตามหลังหลี่เล่อใบหน้าไม่ค่อยสดใสนัก หากเขาจะต่อว่าหรือย้ำเตือนนางก็คงไม่ใช่เรื่องจะกลายเป็นการซ้ำเติมกันไม่ได้ประโยชน์ใดขึ้นมาจึงเลือกที่จะเงียบปากแล้วมุ่งหน้าเดินกลับบ้าน

"กลับมาแล้ว"

หลี่เล่อกับจ้าวหานหรงช่วยกันเอาของป่าออกมา เขาล่ากระต่ายป่ากับไก่ป่าได้มาอย่างละสองตัว

"ไก่ป่าเอาไว้ทำอาหารส่วนกระต่ายป่าข้าจะเอาไปขายให้พ่อค้าในเมือง"

จ้าวหานหรงเห็นกระต่ายป่ามีไม่มากและการเข้าเมืองต้องเดินทางไกลและยังเก็บเอาไว้นานไม่ได้นางจึงเสนอความคิดขึ้นมา

"กระต่ายสองตัวแล่เนื้อขายในหมู่บ้านเถิด ชาวบ้านมีเงินไม่มากซื้อไม่ได้ทั้งตัวเราก็แบ่งออกเท่ากันหมดแล้วตั้งราคาขึ้นมา"

หลี่เล่อมองหน้านางแล้วคิดตาม

"ท่านขายได้เท่าไหร่หรือ"

"ตัวละหนึ่งร้อยอีแปะ"

เดินทางเข้าเมืองเป็นชั่วยามเพื่อเงินหนึ่งร้อยอีแปะนางมองว่าได้ไม่คุ้มค่ากับแรงงานที่เสียไป แต่หลี่เล่อไม่ใช่คนตระหนี่คนในหมู่บ้านปฏิบัติดีต่อครอบครัวของเขาหากจะขายเขาเลือกเอาไปแจกดีกว่า

"ถ้าขายในหมู่บ้านข้าคิดว่าไม่ดีหรอก แบ่งให้เพื่อนบ้านจะดีกว่า"

นางมองหน้าหลี่เล่อสลับกับมองกระต่ายป่าสองตัว เขาไปนั่งเฝ้าสัตว์ป่าพวกนี้ตั้งนานสองนานพอได้มาก็จะแจกผู้อื่นเนี่ยนะ

"จะไม่ขายจริง ๆ หรือ"

นางถามย้ำอีกครั้ง

"ถ้าขายก็ต้องขายในเมืองเท่านั้นถ้าเอาไปแจกจ่ายเพื่อนบ้านเราจะได้สิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า"

เขาตอบโดยไม่ลังเล จะให้ใจแคบขายเนื้อกระต่ายให้ชาวบ้านที่ดีกับเขาก็ทำไม่ลง อย่างน้อยก็ได้มิตรภาพที่ดีขึ้นเป็นคุณค่าทางจิตใจ หากต้องขายให้คนที่มีน้ำใจกับครอบครัวสู้เสียเวลาเอาไปขายในเมืองดีกว่าได้เงินน้อยนิดก็ไม่เป็นไร

จ้าวหานหรงถึงจะขัดคืองอยู่บ้างแต่นางก็เคารพสิทธิของสามีนำกระต่ายป่าสองตัวไปแล่เนื้อแล้วหั่นได้เป็นหกส่วน ไก่ป่าที่ได้มานางก็จะทำไก่อบให้ทุกคนได้กิน

เริ่มต้นนางแบ่งให้รุ่ยชิงนำกลับบ้านพร้อมกับหมูพะโล้ที่ตักไว้ให้ ส่วนที่เหลือนางห่อเอาไว้ห้าห่อ

"ข้าทำเสร็จแล้วท่านเห็นว่าควรเอาไปให้บ้านไหนบ้าง"

หลี่เล่อให้นางแจกจ่ายตามที่เห็นสมควรนางจึงนำไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเป็นคนแรก

"ท่านพี่ไปล่ากระต่ายป่ามาได้ก็เลยนำมาให้ผู้ใหญ่จ้ะ"

ผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่บ้านพอดีจึงออกมารับด้วยมือของตัวเอง

"ขอบใจมากนะฝากบอกหลี่เล่อด้วย อ้อ ข้ามีของจะให้"

ผู้ใหญ่บ้านเดินหายเข้าไปในบ้านออกมาพร้อมกับไข่เป็ดห่อในผ้าอย่างดีให้นางเป็นการตอบแทน

"ไม่เป็นไรจ้ะ"

นางโบกมือปฏิเสธเพราะเกรงใจที่ผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือครอบครัวมาตลอด

"รับไว้เถิดหาไม่แล้วข้าก็ไม่สบายใจ"

นางจึงจำใจรับเอาไว้แล้วร่ำลาไปบ้านท่านหมอเป็นหลังที่สอง

"ท่านหมอยู่หรือไม่จ๊ะ"

หมอเดินออกมาจากบ้านเห็นหน้าจ้าวหานหรงยิ้มแย้มแจ่มใส่ดูเกลี้ยงเกลาขึ้นก็รู้สึกแปลกใจ

"มีเรื่องใดให้ช่วยหรือ"

ยามนี้ไม่มีเรื่องให้ขุ่นเคืองใจหมอจึงทำเสียงราบเรียบเป็นปกติ

"ท่านพี่ล่ากระต่ายป่ามาได้จึงให้ข้านำมาแบ่งให้จ้ะ"

นางยื่นห่อเนื้อกระต่ายให้หมอรับเอาไว้ด้วยสีหน้างุนงง

"ฝากขอบใจหลี่เล่อด้วยนะ ข้าไม่ทันเตรียมตัววันหลังจะเอาของไปให้"

"ไม่เป็นไรจ้ะถ้าไม่มีท่านหมอช่วยดูแลข้ากับลูกก็คงลำบาก ข้าก็สร้างความเดือดร้อนมามาก"

คิ้วของท่านหมอกระตุกที่ได้ยินคำพูดแปร่งหูของจ้าวหานหรงพร้อมส่งยิ้มให้น่างุนงงยิ่งนัก จากนั้นนางก็อำลาท่านหมอไปบ้านอีกสามหลังแล้วเดินทางกลับบ้านพลางมองของที่ได้มาจากผู้ใหญ่บ้านและป้าลั่ว มีทั้งไข่เป็ดและผักใส่มาเต็มมีตะกร้า

"นับว่าคุ้มค่าไข่เป็ดแสนแพงกับผักอีกตั้งมาก หลี่เล่อมองการณ์ไกลจริง ๆ ได้ของมีค่ายิ่งกว่าได้เงินหนึ่งร้อยอีแปะเสียอีก"

รู้สึกว่าเรื่องนี้จ้าวหานหรงจะเข้าใจไปคนละทางกับหลี่เล่อเสียแล้ว นางเดินกลับบ้านด้วยอารมณ์เบิกบาน พอจะรู้มาบ้างว่าการนำสิ่งของไปแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านอาจมีสิ่งตอบแทนบ้างแต่ไม่คิดว่าจะได้ของที่ดีติดมือกลับมาด้วย นางจะเก็บของพวกนี้ไว้ทำอาหารวันหลังส่วนไก่ป่าก็จะทำไก่อบหนึ่งตัวและไก่ต้มมันฝรั่งอีกหนึ่งตัวเป็นอาหารเย็นและเก็บไว้กินวันถัดไปได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ไปทำธุระหนึ่งวัน

    "วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   หลี่เล่อไม่ใช่คนธรรมดา

    รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ข้าจะช่วยหาเงินเอง

    "เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อจุดจบที่สวยงาม

    บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   หย่าขาดได้แล้ว

    ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   แจกจ่ายดีกว่านำไปขาย

    นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status