เข้าสู่ระบบเฟยห่วงลี่ได้ยินแล้วไม่นึกสงสารแต่อย่างใด สิ่งที่พวกเขาเจอล้วนเกิดมาจากการกระทำของตัวเอง ถ้าเจียงหงไม่คิดโลภมากอย่างได้ของคนอื่นคงไม่มีจุดจบเช่นนั้น ต่างคนต่างอยู่ เจียงหงผู้ไม่เคยปล่อยวางสิ่งใดจนวินาทีสุดท้ายทำให้ครอบครัวต้องพลอยลำบากไปด้วย สุดท้ายทั้งหมดก็สาสมกับสิ่งที่เคยกระทำในอดีต..... ส่วนฟางเฟยลูกพี่ลูกน้องของชางตงก็กลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่หลังจากเสร็จงานแต่งของเธอ ฟางเฟยเองก็หลงเสน่ห์เด็กแฝดไม่แพ้ชางจินหู่อยากอยู่ที่นี่ต่อ....ทว่ามีภารกิจจะต้องไป “แม่ทำอะไรอยู่ครับ” “แม่ทำอะไรอยู่คะ” เสียงของเจ้าของแฝดเอ่ยขึ้นถาม ก่อนใบหน้ากลมป้อมจะโผล่ขึ้นมาตรงหน้าของเธอ เฟยห่วงลี่ปิดสมุดบันทึกเล่มโปรดของตัวเอง เธอเห็นสามีเดินมาเขาส่งยิ้มให้เธอแต่ไกล....ทำให้เธอสุขใจเป็นอย่างยิ่ง “ไม่บอก....” เฟยห่วงลี่ส่ายหน้าไม่บอกเด็กน้อยทั้งสอง เฟยเยว่ส่างและเฟยเยว่เล่อหันหน้ามองกันไปมาราวกับกำลังปรึกษาหาลือกัน “แม่มีความลับกับเยว่เล่อ เยว่ส่าง” เฟยเยว่เล่อทำหน้าหย่นกอดอก “แม่กำลังจดบันทึกอยู่ต่างหาก
เฟยห่วงลี่ได้ยินแล้วไม่นึกสงสารแต่อย่างใด สิ่งที่พวกเขาเจอล้วนเกิดมาจากการกระทำของตัวเอง ถ้าเจียงหงไม่คิดโลภมากอย่างได้ของคนอื่นคงไม่มีจุดจบเช่นนั้น ต่างคนต่างอยู่ เจียงหงผู้ไม่เคยปล่อยวางสิ่งใดจนวินาทีสุดท้ายทำให้ครอบครัวต้องพลอยลำบากไปด้วย สุดท้ายทั้งหมดก็สาสมกับสิ่งที่เคยกระทำในอดีต..... ส่วนฟางเฟยลูกพี่ลูกน้องของชางตงก็กลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่หลังจากเสร็จงานแต่งของเธอ ฟางเฟยเองก็หลงเสน่ห์เด็กแฝดไม่แพ้ชางจินหู่อยากอยู่ที่นี่ต่อ....ทว่ามีภารกิจจะต้องไป “แม่ทำอะไรอยู่ครับ” “แม่ทำอะไรอยู่คะ” เสียงของเจ้าของแฝดเอ่ยขึ้นถาม ก่อนใบหน้ากลมป้อมจะโผล่ขึ้นมาตรงหน้าของเธอ เฟยห่วงลี่ปิดสมุดบันทึกเล่มโปรดของตัวเอง เธอเห็นสามีเดินมาเขาส่งยิ้มให้เธอแต่ไกล....ทำให้เธอสุขใจเป็นอย่างยิ่ง “ไม่บอก....” เฟยห่วงลี่ส่ายหน้าไม่บอกเด็กน้อยทั้งสอง เฟยเยว่ส่างและเฟยเยว่เล่อหันหน้ามองกันไปมาราวกับกำลังปรึกษาหาลือกัน “แม่มีความลับกับเยว่เล่อ เยว่ส่าง” เฟยเยว่เล่อทำหน้าหย่นกอดอก “แม่กำ
เฟยห่วงลี่คิดมาตลอดการเกิดใหม่ในบทละครมันทำให้เธอไม่อาจตั้งตัวได้เลยสักนิด พอรู้ตัวอีกทีเธอก็ต้องมาต่อสู้ชีวิตในฐานะลูกสะใภ้แสนทรหด เธอยังไม่ทันทำใจด้วยซ้ำกับการจากโลกเดิมมา ใครจะเข้าใจความรู้สึกของเฟยห่วงลี่อย่างถ่องแท้นอกจากมาเป็นเฟยห่วงลี่เสียเอง สิ่งที่หญิงสาวห่วงใยและรักมากที่สุดก็คือเฟยเยว่เล่อและเฟยเยว่ส่าง และอีกคนที่เปลี่ยนโลกที่เคยมืดหม่นและจืดชืดในอดีตชาติของเธอ คือ ชางตง การเฝ้ารอคอยสตรีเดียวมาตลอดชีวิตของเขานับไม่ง่ายนัก เฟยห่วงลี่ยังนับถือหัวใจเขาเลย หนึ่งปีผ่านไปนั้นช่างเร็วเหลือเกิน หลายคนเล่าว่าถ้าเรารู้สึกเวลาผ่านไปเร็วแสดงว่านั่นคือ ความสุขที่เราไม่อยากให้มันจากไป สายตาของเฟยห่วงลี่ทอดมองไปยังสามีและลูกทั้งสองที่กำลังวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน หลังจากเกิดเหตุการณ์โหดร้ายกับเด็ก ๆ ในอดีตก็ครบหนึ่งปีแล้วสินะ เด็กแฝดทั้งสองยังคงมีสุขภาพจิตที่ดีหลงลืมอดีตไปเสียแล้ว เฟยห่วงลี่ก็เผลอคิดไปเองว่า วัยเด็กเป็นวัยที่ลืมเลือนเร็วเมื่อเจอสิ่งที่สนุกกว่า ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงดีต่อเด็กแฝดในอนาคต บางทีลูก ๆ ของเธอพวกเขาคงไม่ต้องการพ่อแท้ ๆ
ชางตงใช้มือปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองลงพื้นอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบจับจ้องมองสตรีผู้เป็นที่รักด้วยความปรารถนา สายตาคู่นั้นจดจ้องมองทรวงอกคู่งามสล้างที่กำลังชูชัน ชางตงกลืนน้ำลายลงคอด้วยความปรารถนาที่ล้นปรี่ ไวเท่าความคิดมือหนายกขึ้นสัมผัสหน้าอกหน้าใจนุ่มนวลของเธอไปมา ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปากร้อนผ่าวของเขากำลังดูดกลืนยอดทรวงสลับกับมืออีกข้างที่กำลังเคล้งคลึงความนุ่มของเต้างาม ชางตงดื่มด่ำความหอมหวานไม่ต่างจากทารกน้อย หัวใจของเธอเต้นอยู่ภายในอกนุ่มชายหนุ่มรับรู้เป็นอย่างดีว่าเธอนั้นก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมื่อลิ้มรสชาติความหอมหวานของยอดทรวงข้างหนึ่งจนพอใจ เขาก็เคลื่อนริมฝีปากร้อนชื้นของเขามาอีกข้างราวกับกลัวว่ามันจะเกิดความน้อยอกน้อยใจ “อือ อะ อือ...ชางตง” “อะไรหรือ” ชายหนุ่มแกล้งถามด้วยความทะเล้น เงยหน้ามองใบหน้าสวยงามที่แดงก่ำไปด้วยความเขินอาย สายตากลมโตไม่ต่างจากแม่กวางน้อยมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอไม่ต่างจากสาวน้อยแรกแย้ม..... สำหรับชายหนุ่มแล้วเฟยห่วงลี่คือหญิงสาวในใจของเขาไม่เปลี่ยนแปลง “ม
เฟยห่วงลี่จ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาอันเปี่ยมล้นด้วยความปรารถนาของเขาที่คงยังส่องประกายวาววับมาหาเธอ หญิงสาวเองก็มีความปรารถนาไม่ต่างจากเขาเลยสักนิด กว่าจะผ่านเรื่องราวของครอบครัวอดีตสามีมาได้ พอแต่งงานชางตงก็มีงานที่ต้องกลับไปดูทำให้ทั้งสองแทบไม่มีเวลาร่วมเตียงกันเลย ฝ่ามือยกขึ้นมาแนบกับใบหน้านวลของหญิงสาว ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมมาทัดหูของเธอเอาไว้ ชางตงกลืนน้ำลายลงคอ ถ้าเธอไม่พูดมันออกมา เขาจะถือว่าเธอเองก็คิดไม่ต่างจากเขา ชายหนุ่มเฝ้ารอเวลานี้มานานแสนนานไม่ต่างการเฝ้ารอน้ำผึ้งอันแสนหวานที่ตนจะได้ลิ้มลองเมื่อช่วงเวลาของมันมาถึงแล้วเท่านั้นถึงจะได้รสชาติที่หวานหอม ร่างบางส่ายหน้าไปมา ชายหนุ่มมองเงาสะท้อนผ่านนัยน์ตากลมโตของเธอ “ผมขอนะ” ชางตงเอ่ยขอแผ่วเบาทว่าน้ำเสียงนั่นกลับสั่นพร่าไปด้วยความเย้ายวน ริมฝีปากได้รูปของเขาจาบจ้วงจุมพิตริมฝีปากเล็กของเธอทันที เขาค่อย ๆ พะเน้าพะนอเพื่อดื่มด่ำความหอมหวานจากเธอ น้ำตาของเขาไหลเอ่อออกมาจากหางตาด้วยความดีใจระคนเปี่ยมไปด้วยสุข เขารอคอยเวลานี้มานานแสนนาน นานเกินกว่า.....จะบรรยายมันออกมา หลายคนบอก
ชางตงออกมาจากห้องนอนของเจ้าแฝด กว่าจะกล่อมให้สองแสบหลับได้ก็ใช้เวลานานทีเดียว เด็กวัยกำลังดื้อกำลังซนพอกินอิ่มก็ชวนกันเล่นตาใสแป๋วไม่ง่วงสักที ชางตงต้องใช้เวลาหลอกล่อเด็กแสบทั้งสองสารพัดกว่าจะกล่อมให้หลับลงได้ จากนั้นเขาถึงค่อย ๆ ย่องฝีเท้าออกมาจากห้องของเด็กแสบ ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของเขาที่ตอนนี้ไม่มีเพียงเขาแล้ว เขาเคยรู้สึกมาตลอดว่าห้องนอนนั้นกว้างและแสนโดดเดี่ยวเหลือเกิน จนกระทั่งบัดนี้มีหญิงสาวที่เขารักนั่งบนเตียง ร่างแสนบอบบางกำลังทอดมองออกไปมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เฟยห่วงลี่ก็ยังคงเป็นสตรีที่งดงามในใจของเขาเสมอมา เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะได้มีโอกาสแต่งงานกับเธอ “ลีลี่ของผมยังไม่นอนหรือครับ” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นมา ก่อนคนตัวโตจะเดินไปหาร่างเล็กที่นั่งรอเขาอยู่บนเตียงด้วยชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวเรียบเนียน เธอหันมาส่งยิ้มให้เขายอมให้เขาสวมกอดตามเคย “ฉันรอคุณอยู่นะคะ” เฟยห่วงลี่ตอบก่อนจับมือเขาเอาไว้ ปลายจมูกคมสันของเขากำลังสูดกลิ่นหอมจากซอกคอของเธอด้วยความปรารถนา “เด็
หญิงสาวเดินจูงเด็กน้อยตัวเล็กทั้งสอง ขาสั้น ๆ ป้อม ๆ เดินตามด้วยความหวาดกลัว “ไม่ต้องกลัวนะคะ ถ้าแม่ยังอยู่ไม่มีใครอะไรพวกหนูสองคนได้เลยสักนิด” ว่าแล้วเธอก็เดินนำ สายตาคู่งามกวาดมองหาห้องครัว ทำไมบ้านเงียบเฉียบเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเปล่านะ แต่ก็ด
แค่คิดใจก็เจ็บขึ้นมาเสียดื้อ ๆ พอมาเจอความคิดที่เธอต้องสวมบทเป็น เฟยห่วงลี่ เองก็ทรมานใจไม่น้อย เด็กสองคนนี้ ต้องมีพ่อที่เจ้าชู้ มีพ่อที่ไม่เคยนึกถึงจิตใจของแม่และพวกเขาเลยสักนิด หญิงสาวย่อตัวนั่งลง ก่อนอ้าแขน.......ในสมองของหญิงสาวตอนนี้นั้นว่างเปล่า ไม่รู้จะเริ่มอย่า
หญิงสาวนอนหลับใหลทุกอย่างเกิดขึ้นคล้ายกับเธอกำลังหลับฝัน ฝันร้ายว่าเธอนั้นกำลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์ เธอยังไม่ทันบอกลาพี่ที่เคารพเลยสักนิดก็จากไปเสียแล้ว ร่างกายของเธอนั้นอาบไปด้วยเลือดสีแดงชาดมีเพียงเธอเท่านั้นที่ไม่สามารถรอดจากอุบัติเหตุครั้งนี้ได้ น่าเศร้าใจเหลือเกิน เธอ
ชิวซูหนี่ว์ไม่ได้พูดเปล่า เธอนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ อาการคล้ายกับว่าเธอไม่อยู่บนโลกนี้อีกแล้วกลับมาอีกครั้ง หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อาการคล้ายกับว่าเธอกำลังจะจากโลกใบนี้ไป มันยังตามหลอกหลอนเธออยู่ร่ำไป “ไม่เอาสิซูหนี่ว์ เธอรอดมาแล้ว ไม่ต้องคิดมาก” “ขอบ







